ภายในถ้ำโบราณเต็มไปด้วยหลุมจำนวนมาก อีกทั้งจากสภาพของมันน่าจะเกิดขึ้นเป็เวลาที่ผ่านมานานมากแล้ว ซึ่งไม่รู้แน่ชัดว่าผ่านมากี่ปี
ภายในดูผิดปกติเป็อย่างยิ่ง ไอเย็นของพลังหยินเมื่อครู่ที่ซัดผ่านเข้ามาทำให้เต้าหลิงรู้สึกหนาวเย็นราวกับตกลงไปในอุโมงค์น้ำแข็ง หากไม่ใช่เพราะพลังในร่างที่ร้อนแผดเผาขจัดมันออกไป ไม่รู้ว่าจุดจบจะเป็อย่างไร
ิญญามิงค์ใเสียจนขนทั่วร่างลุกซู่ราวกับเม่นตัวน้อย มันส่งเสียงร้องกี้กี้อยู่บนไหล่ของเต้าหลิง
เงานั้นทำให้เต้าหลิงใจนสะดุ้งเฮือก ทว่าเมื่อเขาััได้ถึงไอแห่งความตายของร่างนั้น เขาก็ถอนหายใจออกมา แท้จริงแล้วนั่นก็คือซากศพซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าตายมานานเท่าใดแล้ว เพราะบนร่างไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า อีกทั้งตรงกลางระหว่างคิ้วยังมีเืสีดำอยู่ ดูแล้วแปลกประหลาดจนน่ากลัว
“เืสีดำ” หัวใจของเต้าหลิงสั่นระรัว ฝีเท้ารีบก้าวถอยออกมา เหงื่อเย็นผุดขึ้นมาเต็มหลังพลางกล่าวเสียงหลงออกมาว่า “ที่พ่อขาเป๋พูดบ่อยๆ ว่าภายในเหมืองจะมีสิ่งชั่วร้ายอยู่ หรือว่าจะเป็เื่จริง?”
เขากำหมัดแน่น ภายในใจเริ่มตื่นตัวมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อก่อนเต้าหลิงเคยได้ยินพ่อขาเป๋เล่าให้ฟังว่า ในเหมืองโบราณบางแห่งจะมีสิ่งชั่วร้ายเกิดขึ้น ทางที่ดีอย่าเข้าไปข้างในจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นอาจจะได้ตายโดยไม่รู้ตัว
แร่หินถือกำเนิดขึ้นใต้ดิน เื่นี้ไม่ว่าใครก็รู้ ทั้งแร่หินแต่ละก้อนจะต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะถือกำเนิดออกมาได้
แร่หินที่น่ากลัวบางประเภท อย่างเช่นผลึกหินฟ้า ว่ากันว่ามันจะต้องใช้เวลาหลายพันปีในการแปรสภาพ แล้วยังมีแร่์ที่เล่าลือกัน ซึ่งเวลาการเกิดขึ้นของแร่หินพวกนี้นั้นยากมากที่จะคาดเดา แต่แร่หินพวกนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะขุดกันขึ้นมาได้ง่ายๆ รายละเอียดเป็อย่างไรนั้นเต้าหลิงก็ไม่รู้แน่ชัด รู้เพียงแต่พ่อขาเป๋ได้บอกเอาไว้ว่าการจะเข้าไปในเหมืองไม่ใช่เื่ง่าย บางทีก็อาจจะตายโดยไม่รู้ตัว
เขาพยายามทำใจให้เย็นลง สายตาจ้องไปที่เส้นทางเบื้องหน้า ั์ตาฉายแววหนักแน่นออกมา ถึงมันจะอันตราย อย่างไรก็ต้องลองเข้าไปดู
ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าใดผนังภายในถ้ำก็ยิ่งกว้างขึ้นเท่านั้น อากาศใต้ดินหนาวเย็น ทันใดนั้นก็มีเสียงะเิดังขึ้นคล้ายกับเสียงของปีศาจที่ผุดออกมาจากนรกขุมที่เก้า ทำให้ผู้คนที่ได้ยินต้องขนลุกอย่างอดไม่ได้
“หลบไป!” พลังทั่วร่างของเต้าหลิงเดือดขึ้น แสงสีทองโอบล้อมไปทั่วทั้งร่างพลันแผ่กระจายออกไปรอบทิศ เพื่อต้านไอพลังเย็น ตอนนี้เขาเหมือนกับเตาเพลิงที่แผดเผา ฝีเท้าก้าวออกไปข้างหน้าเรื่อยๆ
“ทางแยกเยอะจริง” ฝีเท้าของเขาหยุดชะงักลง สายตากวาดมองไปรอบๆ แต่ละเส้นทางแยกเต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกขุด เห็นได้ชัดว่ารอยขุดพวกนี้เกิดขึ้นจากฝีมืุ์
เต้าหลิงไม่กล้าเดินมั่วซั่ว เขาลองััตามการเรียกหาของวิชาสยบฟ้า ท้ายที่สุดเขาก็มาหยุดอยู่ตรงถ้ำที่อยู่ด้านซ้ายสุด จากนั้นเขาก็ก้าวฝีเท้าเดินเข้าไป
“พลังหยินรุนแรงเสียจริง ดูแล้วไม่น่าใช่สถานที่ที่ดีเท่าใดนัก” เมื่อเข้ามาเขาก็ััได้ถึงความน่ากลัวของที่นี่ เสียงหวีดหวิวของลมหยินโดยรอบเหมือนกับเสียงร้องไห้ของิญญา ช่างน่าหวาดผวาเป็อย่างยิ่ง ิญญามิงค์ใกลัวจนห่อตัวเป็ก้อนกลม เล็บปุกปุยยกขึ้นมาปิดดวงตาสีแดงของตนเอาไว้
“เหมืองโบราณนี่ไม่ธรรมดา มีศพคนตายเป็จำนวนมาก แท้จริงแล้วอะไรเป็สิ่งที่ฆ่าพวกเขากันนะ”
ในระหว่างที่เดินมา เต้าหลิงพบศพจำนวนมากนอนเกลื่อนอยู่ที่พื้น ระหว่างคิ้วของศพเ่าั้มีเืสีดำติดอยู่ เหมือนกับถูกอะไรบางอย่างทะลวงจนตายคาที่
ลมหยินเย็นเยือกพัดกระแทกเข้ามาเป็ระยะๆ บนพื้นของถ้ำ ปรากฏดวงตาสีแดงคู่หนึ่งขึ้นรางๆ เหมือนกับโคมไฟสีแดงสองดวง ทั้งยังปลดปล่อยพลังอำมหิตออกมา
ร่างกายของเต้าหลิงพลันหนักอึ้ง ขนทั่วร่างลุกชันขึ้น เขาััได้ถึงสายตาเย็นเยียบที่จ้องมองตน ทันใดนั้น เขาก็หันหลังกลับไปแล้วะโออกมา “ใคร”
เสียงคำรามประดุจเสียงฟ้าร้อง ภายในร่างะเิเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังขึ้น ทำเอามวลอากาศโดยรอบสั่นะเื
ดวงตาโตประดุจทับทิมล้ำค่าของิญญามิงค์กะพริบปริบๆ มันกลอกสายตามองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย
“หรือว่าข้าจะคิดไปเอง” เมื่อมองแล้วไม่เจอสิ่งใด เต้าหลิงก็ขมวดคิ้ว “คิดไปเอง คิดไปเองแน่ๆ”
ิญญามิงค์นั้นขี้ขลาดเป็อย่างมาก หากมันััได้ถึงสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลมันก็จะร้องออกมาทันที ทว่าตอนนี้ มันกลับไม่แสดงอาการใดๆ เต้าหลิงคิดว่าเขาคงจะคิดไปเอง จากนั้นเขาก็ก้าวฝีเท้าเดินไปข้างหน้าต่อ
ทุกอย่างเป็ไปได้ด้วยดี เขาไม่ได้พบเจอกับปีศาจ ทว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าของเขากลับทำให้หัวใจสั่นสะท้าน
สิ่งปลูกสร้างที่ปรากฏขึ้นตรงหน้ารูปร่างเหมือนกับพระราชวังใต้ดิน ทว่ารอบๆ กลับมีวิหารที่ปรักหักพังลงมาแล้วเป็จำนวนมาก ดูแล้วช่างอ้างว้างเสียเหลือเกิน
“ทำไมถึงมีสิ่งปลูกสร้างอยู่ใต้ดินกัน” เต้าหลิงกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจกับภาพที่เห็น ตรงหน้าเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ผนังมีรอยแตกร้าวเป็ทางยาว เหมือนกับถูกบางสิ่งบางอย่างโจมตี
“หรือว่าคนที่ขุดเหมืองเมื่อตอนนั้นเป็คนสร้าง” เต้าหลิงเกาหัว สายตามองสำรวจไปโดยรอบ ััไม่ได้ถึงอันตรายใดๆ
“กี้กี้….” ิญญามิงค์กวัดแกว่งเล็บชี้ไปทางห้องวิหารที่ทรุดโทรม ดวงตาโตเหม่อลอยเล็กน้อยเหมือนกับนึกอะไรบางอย่างได้
เต้าหลิงเดินอยู่ในถ้ำอ้างว้างพลันรู้สึกว่าตนเริ่มจะเข้าใกล้ถึงเป้าหมายแล้วทุกทีๆ เขาไม่กล้าเดินมั่วซั่ว ฝีเท้าของเขามุ่งหน้าเดินไปตามเสียงเรียกของเืสัตว์อสูร์ ถึงแม้ว่าข้างหน้าจะมีของล้ำค่าที่มีคนทิ้งเอาไว้แต่เขาก็ไม่คิดที่จะเอา เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้มันดูแปลกประหลาดจนเกินไป
เต้าหลิงเดินผ่านซากปรักหักพัง มาอยู่ตรงกลางวิหารใต้ดิน ภายในนี้เต็มไปด้วยเสาัขนาดใหญ่จำนวนมาก ทว่ามีหลายเสาที่หักไป ไม่รู้ว่าใครเป็คนสร้างมันขึ้นมา
มีเสียงวิ้งดังขึ้นมา ยังไม่ทันที่เต้าหลิงจะหันไปมอง ก็มีคลื่นพลังที่ดุร้ายน่ากลัวม้วนตัวเข้ามา ทั้งยังแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายเก่าแก่ จิตสังหารที่รุนแรงทำให้เต้าหลิงถึงกับตัวชา
คลื่นพลังที่น่ากลัวโอบล้อมร่างเต้าหลิงเอาไว้ ความเย็นแทรกซึมเข้ามาในกระดูก หายนะได้มาเยือนแล้ว นี่สินะความน่ากลัวของความตาย
ครืนน!
พลังชั่วร้ายไหลพรั่งพรูเข้ามา ทำให้ร่างกายของเต้าหลิงสั่นสะท้าน ภายในร่างเหมือนกับมีพลังอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ที่น่าหวั่นเกรงตื่นขึ้นมา เพื่อที่จะบดขยี้พลังนั้น
ยังไม่ทันที่เต้าหลิงจะได้โต้ตอบอะไร ิญญามิงค์ก็ส่งเสียงร้อง ดวงตากลมโตของมันฉายประกายประหลาดใจพลางพุ่งกระโจนเข้าไปข้างใน
เมื่อเห็นดังนั้น เต้าหลิงก็หรี่ตาลง ก่อนจะพุ่งทะยานตามเข้าไป เขาััได้ถึงภัยอันตรายที่รุนแรง ทว่าก็ได้เข้ามาใกล้เืสัตว์อสูร์มากขึ้นทุกทีแล้ว
เบื้องหน้าของเขามีประตูอยู่บานหนึ่ง ดูแล้วน่ากลัวมาก ทั้งยังปลดปล่อยแสงสว่างโอบล้อมไปด้วยพลังิญญาเข้มข้น บนท้องฟ้ามีกลุ่มพลังโกลาหลตกลงมา มันสามารถบดทำลายได้ทุกสรรพสิ่ง
เมื่อผ่านประตูเข้ามา เขาก็พบพื้นที่เก่าแก่ รกร้างเปล่าเปลี่ยว ต้นไม้หลายต้นหักโค่นลงมา เทือกเขาที่อยู่รอบๆ ทรุดตัวลง บนพื้นมีรอยเป็ทางยาว แตกร้าวลึกจนมืดสนิทมองไม่เห็นพื้นดินด้านล่าง
เหมือนกับมีการต่อสู้เกิดขึ้นที่นี่ ทำให้พื้นดินทรุดตัวลง เมื่อมองทอดออกไปก็จะเห็นหมอกหนาทึบอยู่ไกลๆ ทำให้มองเห็นอะไรไม่ชัดเจน แต่กลับทำให้เต้าหลิงััได้ถึงแรงกดดันบางอย่าง
เขาหรี่ตาลง ในตอนนี้เขารู้ต้นตอของพลังชั่วร้ายนั่นแล้ว ที่แท้มันก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างใหญ่ั์
เบื้องหน้าของเขาปรากฏร่างั์ที่เหมือนกับูเาขนาดใหญ่ ใบหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความใ ร่างกายใหญ่ั์นี้น่าจะเป็ร่างของุ์ที่น่ากลัว ยากที่จะจินตนาการว่าจะเป็ผู้แข็งแกร่งระดับใด
“วิชาสยบฟ้าชี้ไปที่มัน” เต้าหลิงกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ “หรือว่านี่จะเป็สัตว์อสูร์”
ุ์นั้นถึงแม้ว่ามันจะตายไปแล้ว แต่ร่างของมันก็ยังปลดปล่อยคลื่นพลังที่น่ากลัวออกมา ราวกับกระบี่สังหาร เสียงกระทบกันเคร้งดังออกมา หากเข้าไปใกล้เดาว่าคงถูกฉีกเฉือนจนเละไม่เป็ชิ้นดีแน่
“เข้าใกล้ไม่ได้ ถ้าเข้าไปก็ต้องตายสถานเดียว” เต้าหลิงกำหมัดแน่น เขาััได้ถึงพลังสังหารที่แผ่ซ่านออกมาเป็ระลอกๆ ยากที่จะคิดว่าก่อนหน้านี้ที่มันมีชีวิต มันจะแข็งแกร่งเพียงใด ขนาดตายไปแล้วแต่ยังมีพลังอานุภาพที่แกร่งกล้าอยู่
“ิญญามิงค์ไปที่ใดแล้ว” เต้าหลิงขมวดคิ้วพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ
“กี้กี้” มีเสียงร้องของิญญามิงค์ดังขึ้น มันชะโงกหัวออกมาจากยอดูเาสูง ดวงตาอัญมณีสีแดงฉานของมันเปล่งแสงประกายสว่างระยิบระยับเหมือนกับไข่มุกราตรีที่อยู่บนยอดเขา
“ิญญามิงค์ขึ้นไปได้อย่างนั้นหรือ” เต้าหลิงกล่าวออกมาด้วยตกตะลึง หรือว่าเพราะมันเป็ิญญาฟ้าดิน ุ์จึงไม่สามารถทำอะไรมันได้
มันะโวิ่งลงมา เล็บปุกปุยของมันอุ้มเืสีดำสนิทราวกับหมึกมาสามหยด แต่ละหยดเหมือนกับทำมาจากหิน์ที่โอบล้อมไปด้วยแสงสว่างจ้า พลังบริสุทธิ์มหาศาลไหลทะลักออกมา เหมือนกับสมบัติล้ำค่าที่ส่องแสง ทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยคลื่นพลังที่แข็งแกร่ง
เืทั้งสามหยดที่เหมือนกับหมึกนั้นน่ากลัวเป็อย่างมาก ภายในอุดมไปด้วยพลังหยินมหาศาล ร่างของเต้าหลิงเริ่มเย็นขึ้น เพราะความหวาดกลัวที่มีต่อเื
“เืสัตว์อสูร์” เต้าหลิงกลืนน้ำลายลงคอ พลางกล่าวร้องเสียงหลงออกมา ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง คิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่ิญญามิงค์อุ้มมาจะเป็เืสัตว์อสูร์
“กี้กี้” ิญญามิงค์ส่งเืล้ำค่าให้กับเขา ดวงตาโตสีแดงของมันฉายแสงเสียดาย มันรู้สึกว่าถ้ามันหลอมเืพวกนี้อาจจะมีประโยชน์ต่อมันไม่น้อย
เมื่อเขาเห็นว่ามันยื่นหยดเืออกมาให้เขาสองหยด ส่วนตัวเองก็เก็บเอาไว้หยดหนึ่ง เต้าหลิงก็ถอนหายใจออกมาในความไร้เดียงสาของมัน เขาอดที่จะฉีกยิ้มแล้วกล่าวออกมาไม่ได้ว่า “ของข้าแค่หยดเดียวก็พอ ข้าใช้ไม่หมดหรอก”
ิญญามิงค์ร้องออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะส่งเืหยดสีดำราวกับน้ำหมึกล้ำค่าให้ เต้าหลิงรับมันมา ในตอนนั้นเขาก็ััได้ถึงความเย็น เืเหลวใกล้จะแข็งตัว ทำให้เขาใเป็อย่างมาก เืสัตว์อสูร์น่ากลัวจริงๆ หากพลังของมันรุนแรงกว่านี้อีกสักหน่อย ร่างของเขาคงจะแข็งไปแล้วเป็แน่
ในขณะที่กำลังจะออกไปจากที่นี่ หัวคิ้วของเขาก็ขมวดขึ้น สายตามองเข้าไปยังส่วนลึก ท่ามกลางหมอกที่หนาทึบ ตรงนั้นมีวิหารโบราณแห่งหนึ่งปรากฏขึ้น ดูแล้วทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามเป็อย่างมาก
โดยรอบวิหารโบราณโอบล้อมไปด้วยไอพลังเต๋า มันตั้งอยู่ในส่วนลึก ปลดปล่อยแสง์สว่างไสวออกมา
วิหารโบราณปรากฏสลัวๆ อยู่ท่ามกลางมิติ เหมือนกับมันมาจากอดีตกาล ดูแล้วน่าฉงนใจเป็อย่างมาก
“นั่นมันอะไร” สีหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความตกตะลึง สายตาของเขาจ้องไปที่วิหารตาไม่กะพริบ ที่นี่มีวิหารโบราณอยู่ มันเหมือนกับวิหารเซียนที่ถูกซ่อนเอาไว้
เขากำหมัดแน่น ฝีเท้าก้าวเดินออกไปอย่างอดไม่ได้ หลังจากนั้น ร่างของเขาก็ต้องแข็งทื่อลง ความเย็นปรากฏขึ้นมาภายในร่าง ก่อนที่จะหันหลังวิ่งหนี
“โฮก!”
ด้านข้างวิหารโบราณ ปรากฏร่างุ์รูปร่างคล้ายกับคนขึ้น ร่างนั้นสวมชุดเกราะสีดำสนิท ทั่วร่างปลดปล่อยไอพลังเย็นออกมา หอกาถือจ่อออกมาข้างหน้า คลื่นพลังที่น่ากลัวะเิออกจนทำให้ยอดูเาแตกกระจาย
