"ท่าน สส. ครับ ทางมหาวิทยาลัยXX โทรมาแจ้งว่าอยากให้ท่านไปเป็วิทยากรในฐานะศิษย์เก่าครับ และคุณจ้าวได้สอบถามมาว่า ท่านจะสามารถไปร่วมงานเปิดตัวโรงแรมXX ใน่ค่ำวันนี้ได้หรือไม่ครับ..."
น้ำเสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มเอื้อนเอ่ยด้วยจังหวะที่พอเหมาะ ถ้อยคำแต่ละคำชัดเจนแจ่มใส ราวกับล่องลอยเข้าสู่โสตประสาทของเซี่ยชิงหลิวอย่างตั้งใจ ทว่าเขากลับไม่ได้ใส่ใจในเนื้อหาเ่าั้เลย สายตาของเขาจับจ้องไปยังใบหน้าของชายหนุ่มเบื้องหน้าโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแล็คสีดำตามแบบฉบับ เสื้อเชิ้ตเข้ารูป เผยให้เห็นสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบั้แ่แนวไหล่จรดปลายแขน แม้แต่รอยพับด้านหลังก็ยังถูกรีดมาอย่างประณีตไร้ที่ติ เมื่อรวมกับใบหน้าที่หล่อเหลา ก็ยิ่งขับเน้นให้คำว่า "สง่างาม" นั้นเด่นชัดยิ่งขึ้น
ไม่แปลกใจเลยที่คนในพรรคจะมองว่าเขาเป็ทรัพยากรที่มีค่า นอกเหนือจากวุฒิการศึกษาและความสามารถในการทำงานแล้ว เพียงแค่ใบหน้าที่หล่อเหลาและบุคลิกที่อ่อนโยนนี้ ก็สามารถกุมหัวใจของเหล่าสตรีไปได้กว่าครึ่ง
"ท่าน สส. ครับ?" เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบ ชายหนุ่มจึงหยุดรายงาน
เซี่ยชิงหลิวเงยหน้าขึ้น พลันได้สบกับดวงตาที่เปล่งประกายของชายหนุ่ม เขาเห็นว่าใบหูที่สวยราวกับรูปปั้นของเลขานุการหนุ่มนั้นแดงเรื่อเล็กน้อย จึงอดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มออกมา
'บุคลิกอ่อนโยนอะไรกัน? ก็แค่แมวน้อยตัวหนึ่งเท่านั้นเอง ทั้งยังเป็แมวน้อยที่กระสันคอยแต่จะยั่วยวนเขาอีกต่างหาก'
เซี่ยชิงหลิวคิดอย่างอารมณ์ดี ทว่าบนใบหน้ากลับสงบนิ่งเช่นเดิม เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงาน มองไปยังเลขานุการหนุ่มของเขา "นายคิดว่ายังไงล่ะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาสีดำขลับของชิวฮว๋ายจุนก็เป็ประกายขึ้นมา ราวกับลูกสุนัขที่ได้รับความสนใจ ทว่ายังคงพยายามรักษาสีหน้าของชายหนุ่มผู้สุภาพอ่อนโยนและน่าไว้วางใจเอาไว้
ชิวฮว๋ายจุนหยิบแท็บเล็ตออกมา ตรวจสอบตารางนัดหมายพลางกล่าวว่า "เื่การบรรยายนั้น ศาสตราจารย์ที่ปรึกษาของท่านได้โทรมาชักชวนด้วยตนเองครับ และเป็การบรรยายเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพสำหรับนักศึกษาปี 4 ่นี้ทางพรรคกำลัง้าคนรุ่นใหม่ บารมีและความสามารถของท่านจะต้องดึงดูดผู้ที่มีความสามารถให้เข้ามาร่วมงานได้อย่างแน่นอน ส่วนเื่งานเปิดตัวของคุณจ้าวนั้น..."
ชายหนุ่มกล่าวอย่างอึกอัก เซี่ยชิงหลิวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะในใจ
'เ้าเด็กเสแสร้ง...' เขาคิดในใจ ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของชายหนุ่ม ที่ราวกับ้าขอความเห็นชอบจากเขาเสียก่อนจึงจะกล้าพูดต่อไป เขาก็ตัดสินใจที่จะแสดงตามบทต่อไป ดังนั้นจึงพยักหน้าเล็กน้อย
เมื่อได้รับการอนุมัติ ชายหนุ่มจึงกล่าวต่อไปว่า "ท่าน สส. ต้องไปประชุมที่กระทรวงศึกษาธิการในเช้าวันพรุ่งนี้ งานเปิดตัวโรงแรมนั้นคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการเลี้ยงสังสรรค์ ผมเกรงว่าท่านอาจไม่สบายนักในเช้าวันพรุ่งนี้ สู้หาเหตุผลปฏิเสธคุณจ้าวดีกว่าไหมครับ?"
เมื่อเห็นชายหนุ่มพูดอย่างจริงจัง เซี่ยชิงหลิวก็เกิดความคิดอยากจะแกล้งขึ้นมา เขาจึงกล่าวอย่างเฉยเมยว่า "การประชุมที่กระทรวงศึกษาธิการ ให้สมาชิกคนอื่นเข้าร่วมก็ได้ ไม่จำเป็ต้องมีฉันหรอก เดี๋ยวนายไปแจ้งคุณจ้าวว่า ฉันจะไปร่วมงานตามเวลา"
มือที่กำลังพิมพ์ของชายหนุ่มชะงักไปในทันที เขาก้มหน้ามองหน้าจอ ทว่าในดวงตากลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน เซี่ยชิงหลิวสามารถแยกแยะออกได้ถึงความประหลาดใจ ทว่าส่วนใหญ่แล้วคือความน้อยใจ
เมื่อเห็นท่าทางเหมือนกำลังกลั้นความน้อยใจของชายหนุ่ม ไฟในใจของเซี่ยชิงหลิวพลันลุกโชนขึ้นมา เขากวักมือเรียกเบาๆ ชายหนุ่มก็เดินเข้ามาหาอย่างว่าง่าย วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ ทว่าไม่ได้หยุดฝีเท้า เดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของเซี่ยชิงหลิว ดวงตาทั้งสองข้างคลอไปด้วยน้ำตา
เมื่อมองไปยังเรียวขายาวที่ถูกห่อหุ้มด้วยกางเกงสแล็คเข้ารูป เซี่ยชิงหลิวอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงััที่นุ่มนวลและอบอุ่น รวมถึงปลายเท้าสวยงามที่มักจะงอเข้าหากันเมื่อมีอารมณ์ เขาจึงเอื้อมมือไปโอบเอวคอดของชายหนุ่ม ดึงให้เรียวขายาวของเขาคร่อมอยู่บนร่างกายของเขา
ด้วยแรงดึงที่ไม่ทันตั้งตัว ทำให้ชายหนุ่มเสียหลักเล็กน้อย เขาจึงวางมือลงบนไหล่ของเซี่ยชิงหลิว เมื่อรวมกับท่าที่ต้องแยกขาออกจากกัน ก็นับว่าไม่ต่างจากท่าขึ้นคร่อมที่พวกเขาใช้เล่นกันบนเตียง ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม ทว่า่ล่างกลับแข็งขืนขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้
"ทำไม? นายมีความเห็นอะไรกับการที่ฉันจะไปร่วมงานเลี้ยงคืนนี้หรือเปล่า?" เซี่ยชิงหลิวถามด้วยน้ำเสียงเ็า ทว่ามือของเขากลับไม่ได้เป็เช่นนั้น เขากำลังปลดหัวเข็มขัดของชายหนุ่มออกอย่างเชื่องช้า
เสียงโลหะกระทบกันทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มแดงยิ่งกว่าเดิมคล้ายใบหน้าจะมอดไหม้ ทว่าร่างกายกลับแนบชิดกับเขามากยิ่งขึ้น
"ฮว๋ายจุนไม่กล้าหรอกครับ..."
ขณะที่ชายหนุ่มตอบด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา ซิปกางเกงก็ถูกรูดลงมาแล้ว แก่นกายที่แข็งขืนสีชมพูสดผงาดชี้ตรงมาที่หน้าอกของเซี่ยชิงหลิว ปลายยอดที่เปียกชุ่มยังเปรอะเปื้อนเสื้อสูทสั่งตัดของอีกฝ่ายเป็วงเล็กๆ
'เป็อย่างที่คิดจริงๆ ข้างในไม่ได้ใส่อะไรเลย' เซี่ยชิงหลิวหัวเราะออกมาอีกครั้ง เผยให้เห็นสีหน้าของผู้ที่จับได้ว่าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยกำลังทำผิด
เมื่อถูกสายตาที่เย้าแหย่ของเขาตวัดมอง ชายหนุ่มก็รู้สึกอับอายจนอยากจะถอยหนี เซี่ยชิงหลิวจึงบีบนวดจุดอ่อนไหวของเขาอย่างแรง ทำให้ชายหนุ่มครางออกมาด้วยความเ็ป ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้าเขา ไม่กล้าขยับ
"ไม่กล้างั้นเหรอ? นายแอบปรับตารางนัดหมายของฉันใน่ไม่กี่วันนี้ แถมตอนนี้ยังไม่อยากให้ฉันไปร่วมงานเลี้ยงอีก เพื่อที่จะเว้นว่างคืนนี้ไว้ใช่ไหม หืม?" เขาใช้นิ้วลากวนไปบนยอดที่เปียกชุ่มของชายหนุ่มอย่างหยอกเย้า พร้อมกับยกมุมปากขึ้น "ฮว๋ายจุน... นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบเด็กไม่ดีขี้โกหก"
คำว่า "เด็กไม่ดี" ทำให้เอวของชิวฮว๋ายจุนสั่นเทายิ่งกว่าเดิม เซี่ยชิงหลิวรู้ดีว่านี่คือจุดอ่อนภายในใจของชายหนุ่ม ทุกครั้งที่เขาได้ยินคำสามคำนี้ ชายหนุ่มผู้สุภาพเรียบร้อยก็จะเผยให้เห็นดวงตาที่น่าสงสาร ราวกับลูกสุนัขที่ถูกทอดทิ้ง
ชิวฮว๋ายจุนเผยสีหน้าตื่นตระหนกออกมาจริงๆ เขาหลุบตาลงต่ำ ดวงตาสีดำขลับแทบจะเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา "คือ...เพราะว่า...เพราะว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกันนานแล้ว..."
ชิวฮว๋ายจุนเป็เลขานุการส่วนตัวของเขา ที่แทบจะต้องพร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง คำว่า "อยู่ด้วยกัน" ในที่นี้ย่อมไม่ได้หมายถึงเื่งาน เมื่อได้เห็นท่าทางกระวนกระวายและปรารถนาอย่างยิ่งของชายหนุ่ม ความรู้สึกเหนือกว่าในการเอาชนะก็พลันบังเกิดขึ้น เซี่ยชิงหลิวแย้มยิ้มเบาๆ เอื้อมมือไปด้านหลังของชายหนุ่ม แกล้งบีบขยำบั้นท้ายทรงสวย
"อ้อ? ไหนนายลองบอกมาสิว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกันนานแค่ไหนแล้ว?" เขาตบก้นของชิวฮว๋ายจุนเบาๆ หนึ่งที เสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานขนาดใหญ่ ทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มแดงก่ำ
เห็นเพียงชิวฮว๋ายจุนที่ยืนอยู่ตรงหน้าหดตัวลงเล็กน้อย แก่นกายที่แข็งขืนอยู่แล้วพลันสั่นเทิ้มขึ้นมา
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก ลองเอื้อมมือไปโอบรอบคอของเซี่ยชิงหลิว เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ปัดป้อง จึงค่อยๆ นั่งลงบนตักของเขาอย่างระมัดระวัง
"...เจ็ดวันครับ" ชิวฮว๋ายจุนพูดเสียงแ่เบา เว้น่ไปเล็กน้อยแล้วจึงเสริมว่า "เจ็ดวันกับอีกเก้าชั่วโมงครับ"
การคำนวณที่แม่นยำนี้ทำให้เซี่ยชิงหลิวชะงักไปหลายวินาทีก่อนที่จะได้สติ เขาก้มศีรษะลงมองปลายหูที่แดงก่ำของชิวฮว๋ายจุน ส่วนที่กำลังตื่นตัวอยู่แล้วเหมือนถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาหัวเราะเบาๆ จับคางที่สวยงามของชายหนุ่มให้เงยหน้าขึ้น "เด็กดี..."
เขาััได้ว่าร่างกายของชายหนุ่มในอ้อมกอดร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เรียวขาเปลือยเปล่าที่คร่อมอยู่บนตัวเขาก็แดงเรื่อ แสดงให้เห็นถึงความ้าของเ้าของ ทำให้เซี่ยชิงหลิวเองก็เริ่มกระสับกระส่าย เขากวาดมือไปบนโต๊ะทำงาน เอกสารและของตกแต่งทั้งหมดร่วงลงไปบนพื้นพรม ส่งเสียงดังทึบๆ
"ท่าน สส. เอกสาร...อ๊ะ!" ชิวฮว๋ายจุนยังพูดไม่ทันจบประโยค กลับถูกเซี่ยชิงหลิวกดลงบนโต๊ะทำงาน ให้อยู่ในท่านอนหงาย ความเย็นของโต๊ะทำให้เขาตัวสั่นเทา ร่างกายหดเกร็งโดยสัญชาตญาณ
เซี่ยชิงหลิวถอดเสื้อสูทออก แล้วโยนมันไปพาดไว้บนพนักเก้าอี้อย่างไม่ใส่ใจ
เซี่ยชิงหลิวมีรูปร่างหน้าตาที่สุภาพเรียบร้อย เมื่อรวมกับการใช้ชีวิตที่มีวินัย ทำให้รูปลักษณ์ที่สง่างามของเขาไม่เหมือนนักการเมืองเ้าเล่ห์ กลับคล้ายกับศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยที่เปี่ยมไปด้วยความรอบรู้ ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าร่างกายที่ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อเชิ้ตเข้ารูปของเขานั้นแข็งแกร่งเพียงใด อีกทั้งยังมีกล้ามหน้าท้องที่สวยงามอีกด้วย
ชิวฮว๋ายจุนลูบไล้ร่างกายที่แข็งแกร่งของชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างหลงใหล เซี่ยชิงหลิวขมวดคิ้วเล็กน้อย จับมือของเขามากดไว้บนโต๊ะ กระซิบเสียงต่ำว่า "แยกขาออก"
ชิวฮว๋ายจุนยกขาสองข้างขึ้นมาวางเท้าไว้บนขอบโต๊ะอย่างว่าง่าย ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาที่ร้อนแรงของเซี่ยชิงหลิว เขาก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดบังใบหน้า เกรงว่าตนเองจะกลั้นน้ำตาแห่งความสุขไว้ไม่อยู่
เซี่ยชิงหลิวใช้มือข้างหนึ่งกดเข่าของชิวฮว๋ายจุน อีกข้างหนึ่งลูบไล้ไปที่หว่างขา พลางสอดแทรกนิ้วเข้าไปถึงสองนิ้วโดยไม่ต้องออกแรง บริเวณนั้นทั้งชื้นและนุ่ม ราวกับรอคอยเขามานานแล้ว
เขาค่อยๆ ขยับนิ้วเข้าออก ชิวฮว๋ายจุนก็ส่งเสียงครางแ่เบาออกมาจากลำคอ ปลายเท้าแดงก่ำ
พวกเขาไม่ได้มีอะไรกันมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว ทว่าบริเวณที่นิ้วของเขาสอดลึกเข้าไปนั้นกลับนุ่มลื่น อากาศรอบกายอบอวลด้วยกลิ่นหอมหวานละมุนของสตรอว์เบอร์รี เคล้ากับเสียงน้ำที่ดังเป็จังหวะ ทำให้เซี่ยชิงหลิวอดหัวเราะออกมาไม่ได้
'เตรียมพร้อมมาอย่างดีเลย เป็แมวที่กำลังกระสันจริงๆ สินะ'
เซี่ยชิงหลิวคิดเช่นนั้น ทว่ากลับแสร้งทำหน้าดุ ดึงนิ้วที่เปียกชุ่มของตนเองออกมา เช็ดไปบนเสื้อเชิ้ตที่ยับยู่ยี่ของชายหนุ่ม "ฮว๋ายจุน...งานของนายคือเลขานุการ ไม่ใช่ชายบำเรอ"
เมื่อถูกเซี่ยชิงหลิวตำหนิด้วยน้ำเสียงเ็า ชิวฮว๋ายจุนจึงชะงักไปครู่หนึ่ง ค่อยๆ ลดมือที่ปิดบังใบหน้าลง ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นผิดที่ตรงไหน ดวงตาก็เริ่มแดงก่ำ "ผม...ผมแค่...คิดถึงท่าน..."
เซี่ยชิงหลิวไม่ได้มีแนวโน้มที่จะทารุณกรรม และไม่ชอบใช้ความรุนแรง ทว่าทุกครั้งที่เห็นชิวฮว๋ายจุนออดอ้อนขอร้องให้เขาทำอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าที่น่าสงสารเช่นนี้ สติที่เคยมีพลันมลายหายไป ราวกับสัตว์ป่าที่หลุดออกมาจากกรง หรือไม่ก็อยู่ใน่ติดสัด