เมื่อพาคนมาส่งและมอบม้าตามคำสัญญาให้กับอวี้จิ่นแล้ว ฟู่หลงเยียนจึงขอตัวกลับเนื่องจากยังต้องสะสางงานอยู่พอสมควร แม่ทัพใหญ่ได้บอกกับฟู่หลงเหยียนว่า ให้สอบถามฟู่กั๋วกงเกี่ยวกับเวลาว่างสักหน่อย หากมีวันว่างขอให้บ่าวที่จวนตระกูลฟู่ช่วยมาส่งข่าวให้ตนเอง เพื่อนัดหมายทานข้าวเพราะ้าขอบใจฟู่หลงเหยียนเื่บุตรสาว ซึ่งสามวันต่อมามีบ่าวจากจวนตระกูลฟู่มาแจ้งกับพ่อบ้านเจียง ว่าเ้านายของตนจะมาทานอาหารเย็นในวันถัดไปทันที
และยังคงเป็อวี้จิ่นที่อาสาเข้าครัวทำอาหารอีกเช่นเคย ครั้งนี้รายการอาหารมาครบทั้ง หมู เห็ด เป็ด ไก่ อาหารที่นางทำไม่มีความเลี่ยนจากน้ำมันแม้แต่จานเดียว รสชาติของอาหารมีครบทุกรส บนโต๊ะอาหารไม่ว่าจะเป็เ้าของจวนหรือแขกที่เชิญมา ทุกคนสามารถเลือกทานตามความชอบของตนเอง หลังจากที่เตรียมอาหารเสร็จอวี้จิ่นกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสียใหม่ จากนั้นมาสมทบคนในครอบครัวเพื่อรอต้อนรับแขกที่หน้าประตูจวน ซึ่งเย็นวันนี้เซี่ยฮูหยินจะได้เห็นรอยยิ้มของบุตรชาย และถูกแม่หมออวี้จิ่นมองเห็นอันตรายจากผู้ไม่หวังดี
“คารวะฟู่กั๋วกงข้าต้องขอบคุณที่ท่านตอบรับคำเชิญในครั้งนี้นะ”
“แม่ทัพใหญ่กล่าวเกินไปแล้วพวกเราคนกันเองทั้งนั้น ใยต้องพูดขอบคุณด้วยเล่าทำเหมือนเป็คนอื่นคนไกลไปได้”
“คารวะฟู่กั๋วกง เซี่ยฮูหยินเ้าค่ะ”
“คารวะฟู่กั๋วกง เซี่ยฮูหยินขอรับ”
“คารวะฟู่กั๋วกง เซี่ยฮูหยินและพี่ชายฟู่เ้าค่ะ” อวี้จิ่นย่อตัวทำความเคารพแขกผู้ใหญ่ ตามที่มารดาของนางได้อบรมมา
“หืม นี่คงจะเป็คุณหนูเจียงบุตรสาวของแม่ทัพใหญ่กระมัง หน้าตาน่าเอ็นดูเสียจริงดีใจด้วยนะที่กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้ อ้อ ต่อไปเจอหน้ากันไม่ต้องเรียกฟู่กั๋วกงนั่นหรอกนะ เ้าก็เรียกข้าว่าท่านลุงเช่นพี่ชายของเ้าเรียกเถิด” ฟู่กั๋วกงเข้าใจบุตรชายได้ทันทีว่าเหตุใดถึงได้ตัดใจจากอดีตได้
“ขอบคุณท่านลุงฟู่ที่เอ็นดูเ้าค่ะ”
“วันนี้จิ่นเอ๋อร์คงจะเข้าครัวทำอาหารด้วยตนเองอีกแล้วใช่หรือไม่ ทำไมไม่ให้แม่ครัวช่วยทำแทนเล่าเ้ายังไม่ได้สอนพวกเขางั้นหรือ” ฟู่หลงเหยียนคิดไว้ไม่ผิดแต่เขาก็เป็ห่วงนางอยู่ดี
“โธ่ พี่ชายฟู่เ้าคะเื่ทำอาหารไม่ได้อันตรายเลยนะเ้าคะ อีกอย่างพวกแม่ครัวกับสาวใช้ก็ช่วยเตรียมวัตถุดิบไว้รอข้า เหลือเพียงขั้นตอนปรุงมันให้สุกตักใส่จานชามเท่านั้นเอง ตอนนี้ข้ายังรู้สึกขยันอยู่เอาไว้ี้เีหรือไม่ค่อยมีเวลาเมื่อไหร่ ก็ยกหน้าที่ให้แม่ครัวเช่นเดิมดีไหมเ้าคะ” อวี้จิ่นแบ่งรับแบ่งสู้กับฟู่หลงเหยียนที่กำลังทำสีหน้าจริงจัง
“จิ่นเอ๋อร์พูดแล้วต้องทำตามที่พูดด้วยเล่า”
“รับทราบเ้าค่ะ”
เซี่ยฮูหยินยืนมองบุตรชายพูดคุยกับบุตรสาวของแม่ทัพใหญ่อย่างไม่มีติดขัด จึงหันไปมองชิงอินที่รู้สึกแปลกใจไม่แพ้เ้านายเช่นกัน เมื่อก่อนกับอดีตคนรักบุตรชายของนางยังไม่พูดมากถึงเพียงนี้ แต่ดูท่าทางบุตรชายยามอยู่ต่อหน้าคุณหนูเจียงนั่น เขาไม่ได้ฝืนหรือแสร้งทำเลยสักนิด อีกทั้งยังดูเป็ธรรมชาติอย่างที่สุด
เซี่ยฮูหยินเห็นเช่นนั้นจึงอยากทำความรู้จักกับอวี้จิ่นบ้าง นางพยายามเดินเข้าไปใกล้ ๆ และจับมือของอวี้จิ่นมากุมไว้เพื่อกล่าวทักทาย แต่การกระทำเช่นนี้ทำให้แม่หมอผู้มีญาณวิเศษถึงกับนิ่งงัน เมื่ออวี้จิ่นมองเห็นว่าเซี่ยฮูหยินถูกสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่ง ที่เสแสร้งทำตัวเป็สหายที่ดีมาได้อย่างยาวนาน และสตรีผู้นี้ยังไม่ยอมออกเรือน เนื่องจากสหายผู้นี้ของเซี่ยฮูหยิน้าเข้ามาเป็ฮูหยินอีกคนของฟู่กั๋วกง แม้ทุกคนจะจับสังเกตท่าทางมีพิรุธของอวี้จิ่นได้แต่ไม่มีใครกล้าถามกับนางในตอนนี้
“หมับ! นี่เมี่ยวอวี้เ้าช่างมีบุตรสาวที่น่ารักเสียจริง ดูสินอกจากรอยยิ้มแล้วยังมีดวงตาที่เหมือนกับเ้าเอามาก ๆ เลยนะ ป้าขออวยพรให้จิ่นเอ๋อร์มีความสุข อย่าได้พบเจอกับเื่เลวร้ายอีกต่อไปนะจ๊ะ”
“เอ่อ...เ้าค่ะ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรของท่านป้ามาก เช่นนั้นวันนี้ท่านป้าต้องทานอาหารฝีมือของข้าเยอะ ๆ นะเ้าคะ รับรองว่าทานแล้วไม่อ้วนเพราะใช้น้ำมันน้อยมากเ้าค่ะ” อวิ้จิ่นคิดว่าทุกคนน่าจะรู้แต่แขกผู้มาใหม่ย่อมไม่รู้จึงเปลี่ยนเื่คุยไปเสีย
“ได้สิจ๊ะ ป้าจะทานให้ครบทุกจานเลยดีไหม”
“คิ คิ พี่สาวเซี่ยหากท่านทำอย่างที่บอกกับจิ่นเอ๋อร์ละก็ คืนนี้ท่านต้องเรียกหาท่านหมอมารอที่จวนแล้วล่ะเ้าค่ะ” จางฮูหยินดีใจมากที่บุตรสาวของนางได้รับความเอ็นดูจากผู้ใหญ่
“ไหน ๆ ก็พูดถึงเื่อาหารขึ้นมาแล้ว เชิญฟู่กั๋วกงและเซี่ยฮูหยินที่ห้องทานอาหารเถิด ป่านนี้ท่านแม่คงมาถึงแล้วและพวกบ่าวไพร่คงยกอาหารเข้ามารอเรียบร้อยแล้วล่ะ ข้าขอเตือนพวกท่านสองคนสักเล็กน้อยเกี่ยวกับเื่นี้ ว่าอาหารฝีมือจิ่นเอ๋อร์นั้นอร่อยทุกอย่างจริง ๆ เพราะอาเหยียนชอบมาทานข้าวที่นี่บ่อย ๆ” จะบอกว่าแม่ทัพใหญ่ฟ้องก็ไม่ได้เนื่องจากมันคือเื่จริง
เมื่อผู้าุโเดินนำอยู่ด้านหน้าผู้น้อยทั้งสามย่อมเดินตามหลัง บุรุษทั้งสองเดินขนาบข้างซ้ายขวาของอวี้จิ่นทันที พวกเขาเว้นระยะห่างเล็กน้อยก่อนจะพูดคุยด้วยเสียงที่เบามาก ๆ แทน
‘พวกท่านสองคนอยากรู้ว่าเมื่อกี้ข้ามองเห็นสิ่งใด’
‘อืม พี่ใหญ่เห็นเ้าชะงักไปเล็กน้อยจึงพอเดาได้น่ะ’
‘ท่านแม่ของพี่จะเป็อันตรายอันใดหรือไม่? จิ่นเอ๋อร์’
‘หลังทานอาหารเสร็จพวกท่านสองคนตามข้าไปต้มยาบำรุงนะเ้าคะ แล้วข้าจะเล่าให้ฟังว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นกับท่านป้าบ้างเ้าค่ะ’
‘ได้!/ได้!’
หลังจากนัดแนะกันแล้วจึงได้เร่งฝีเท้าให้ทันกลุ่มวัยกลางคน เพื่อมิให้มีพิรุธจนถูกจับได้ว่าทั้งสามคนพูดคุยสิ่งใดกัน
หลังจากผ่านพ้นการทานอาหารเย็น ที่ดูท่าทางจะเป็ที่ถูกใจของเซี่ยฮูหยินไม่น้อย เพราะอาหารฝีมือของอวี้จิ่นเป็รสชาติของความอร่อย ต่างจากพวกเหลาอาหารชื่อดังในเมืองหลวงอย่างมาก เมื่อส่งผู้ใหญ่ทั้งห้าไปนั่งย่อยอาหารที่ห้องรับแขกเรียบร้อย อวี้จิ่นจึงส่งสัญญาณให้กับพี่ชายและฟู่หลงเหยียนตามที่ได้นัดหมายเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยขออนุญาตไปต้มยาบำรุงมาให้ทุกคนได้ดื่ม
พอมาถึงห้องครัวเจียงหยวนกับฟู่หลงเหยียนก็หยุดมองไปที่อวี้จิ่น เพื่อให้นางเริ่มบอกเล่าเื่ราวที่จะเกิดขึ้นกับเซี่ยฮูหยินโดยเร็ว เนื่องจากยามนี้ทั้งสองคนอยากรู้รายละเอียดใจจะขาดแล้ว ส่วนผู้ติดตามทั้งสี่คนได้ตรวจสอบรอบ ๆ แล้วว่าไม่มีบ่าวไพร่อยู่บริเวรนี้ อวี้จิ่นจึงเริ่มบอกเล่าสิ่งที่เห็นเกี่ยวกับเซี่ยฮูหยินทันที
“จิ่นเอ๋อร์พูดมาเถิดว่าท่านแม่ของพี่จะเกิดเื่ร้ายอันใดกับท่าน พี่กับท่านพ่อจะได้หาทางป้องกันมิให้มันรุนแรงถึงแก่ชีวิต” ครั้งนี้ฟู่หลงเหยียนรู้สึกกังวลใจมากเขายังไม่อยากสูญเสียมารดา
“นั่นสิน้องพี่ อย่างน้อยพวกเราก็รู้จักครอบครัวของอาเหยียนมานาน หากมีสิ่งไหนที่พอจะช่วยได้พี่จะอาสาจัดการเองเ้าเล่ามาเถิด” เจียงหยวนที่สนิทรู้จักบิดามารดาของสหายมาแต่เด็ก ก็้าช่วยเหลือยามที่ครอบครัวสหายมีอันตรายเช่นกัน
“ที่พี่ชายฟู่กังวลว่าจะเป็เหตุถึงแก่ชีวิตนั้นถูกต้องเ้าค่ะ เพราะคนที่้ากำจัดท่านป้าเป็สหายที่ท่านป้าสนิทสนม และทั้งสองยังเป็คู่ค้ากันมาอย่างยาวนานอีก”
“หรือว่า..ตระกูลเฉางั้นหรือ?”
“หืม ตระกูลเฉาเ้าของร้านเครื่องประทินโฉมในเมืองหลวง และเ้าของร้านเครื่องประดับอีกหลายสาขานั่นน่ะหรืออาเหยียน”
“อืม สหายของท่านแม่ก็คือคุณหนูใหญ่เฉาหย่าหรง และนางยังไม่ยอมออกเรือนนับั้แ่ท่านแม่แต่งงานกับบิดาของข้า”
“ที่นางไม่ยอมออกเรือนกับบุรุษใดยอมเป็สาวเทื้ออยู่เช่นนี้ เนื่องจากนางหลงรักท่านลุงก่อนที่ท่านลุงจะแต่งท่านป้าเข้าจวนอีกเ้าค่ะ เพียงแต่ไม่ว่านางจะสร้างสถานการณ์ให้เป็ความบังเอิญ เพื่อพบเจอและได้พูดคุยกับท่านลุงหลายครั้งแค่ไหน ก็ไม่เคยได้รับความสนใจจากท่านลุงแม้แต่น้อย
มาถึงคราวที่ท่านลุงต้องรับฮูหยินรองตามคำขอของฮูหยินผู้เฒ่า นางคิดว่าตนเองยังมีโอกาสที่จะได้เป็อนุภรรยาของท่านลุง แต่อนิจจาท่านลุงไม่คิดรับสตรีใดเข้าจวนอีก แม้จะเป็สตรีพระราชทานท่านลุงยังกล้าที่จะปฏิเสธ นางจึงเปลี่ยนแผนการมาทำทีติดต่อเื่การค้ากับท่านป้า เมื่อทำการค้าด้วยกันบ่อยขึ้นความสนิทสนมจึงตามมา นั่นทำให้นางมีโอกาสได้เข้าออกจวนตระกูลฟู่ได้อย่างง่ายดายเ้าค่ะ” อวี้จิ่นยอมในความรักของสตรีนางนี้จริง ๆ แต่ไม่ควรคิดทำร้ายผู้อื่นเช่นนี้
“อย่าบอกนะว่านาง้ากำจัดท่านป้า เพราะอยากเป็แม่เลี้ยงของเ้าน่ะอาเหยียน” เจียงหยวนพูดตามสิ่งที่ตนเองคิดกับสหาย
“แต่ข้าคิดว่ามิใช่เช่นนั้น ที่ผ่านมานางมีโอกาสกำจัดท่านแม่มาตลอด นางจะปล่อยให้เวลาผ่านมาเนิ่นนานไปทำไมกัน มันต้องมีสาเหตุอื่นใช่ไหมจิ่นเอ๋อร์” ฟู่หลงเหยียนเคยเห็นนางมาที่จวนอยู่บ้าง
“ถูกต้องเ้าค่ะแม้ว่านางจะยังรักท่านลุงอยู่ แต่ความรักของนางจะสู้สิ่งที่ตระกูลเฉา้าได้อย่างไรกันเล่า ฉะนั้นพี่ชายฟู่กับท่านลุงอย่าให้ท่านป้าไปทำบุญที่อารามเต๋านอกเมืองเด็ดขาด เพราะระหว่างทางก่อนถึงอารามเต๋ามีคนของตระกูลเฉาดักรออยู่ เสแสร้งแต่งตัวเป็โจรเพื่อปล้นคนรวย แท้จริงแล้วคือการลวงท่านป้าไปสังหาร จากนั้นจะส่งคนไปจัดการตระกูลเซี่ยยังแดนใต้ เพื่อยึดกิจการท่าเรือมาเป็ของตนเ้าค่ะ”
“อาเหยียน!! นี่ไม่ใช่แค่เื่ความรักแล้วนะชั่วช้าจริง ๆ ถึงกับ้าท่าเรือของท่านตาเ้ามาเป็ของตนเองเช่นนี้ เ้าอยากให้ข้าช่วยอย่างไรบอกมาได้เลยอาเหยียน จะปล่อยพวกมันทำสำเร็จไม่ได้เด็ดขาด” เจียงหยวนเมื่อรู้สาเหตุที่จริงก็ไม่อยากเชื่อเื่นี้
“หึ ข้าไม่มีวันยอมให้ตระกูลเฉาทำมันได้สำเร็จแน่ ในเมื่อพวกมันอยากเป็โจรข้าย่อมจับโจรมาลงโทษ และทำให้กิจการของตระกูลเฉาต้องปิดตัวลง เพราะการกระทำของตนเองเสีย วันที่ท่านแม่ต้องเดินทางไปอารามเต๋าข้าจะซ้อนแผน ด้วยการนำกำลังไปล้อมจับพวกมัน เมื่อเฉาหย่าหรงส่งสัญญาณให้คนของตนลงมือกับท่านแม่ของข้า”
“ดี! เช่นนั้นข้าจะไปช่วยเ้าอีกแรง เื่การจับโจรเป็หน้าที่ของเ้านะอาเหยียน ส่วนข้าจะเข้าไปพาตัวท่านป้าออกมาให้ห่างจากเฉาหย่าหรง ป้องกันมิให้นางฉวยโอกาสลงมือกับท่านป้าเมื่อลูกน้องทำงานไม่สำเร็จ” เจียงหยวนเองก็คิดเผื่อไว้ก่อนว่าเฉาหย่าหรงอาจมีแผนสำรอง
“ข้าขอแนะนำให้พี่ใหญ่พาท่านป้ากลับจวนตระกูลฟู่แทนเ้าค่ะ เพราะท่านป้าจะปลอดภัยอย่างแท้จริงอย่าได้อยู่ที่นั่นเป็อันขาด ข้าพูดได้เพียงเท่านี้หวังว่าพวกท่านสองคนจะเข้าใจนะเ้าคะ” อวี้จิ่นไม่อาจแนะแนวทางได้มากไปกว่านี้ เนื่องจากมันอาจทำให้เส้นชีวิตของเซี่ยฮูหยินเปลี่ยนไปจากเดิม
“พี่เข้าใจแค่เ้าได้เตือนเพื่อให้เตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าก็ดีมากแล้วล่ะ บางครั้งความลับของ์ก็ไม่อาจเปิดเผยไปมากกว่านี้ ขอบใจจิ่นเอ๋อร์มากหากไม่มีเ้า พี่คงจะสูญเสียท่านแม่ไปตลอดกาลเป็แน่” ฟู่หลงเหยียนเอ่ยขอบใจอวี้จิ่นอย่างจริงใจทั้งคำพูดและสายตา
“ในเมื่อรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดล่วงหน้าแล้ว ตอนนี้พวกเราควรกลับห้องรับแขกได้แล้วนะ หากนานกว่านี้จะดูผิดสังเกตเกินไปแค่ต้มยาบำรุง แต่พวกเรากลับมาช่วยกันถึงสามคนเสียขนาดนี้” แต่เจียงหยวนย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าบิดาของตน และบิดาของสหายย่อมรู้สึกผิดสังเกตแต่แรกแล้ว
“อืม เฉินอิ่นพวกเ้าเข้ามาช่วยยกยาบำรุงตามพวกข้ากลับไปก็แล้วกัน”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
ผู้ติดตามทั้งสี่คนได้ยินสิ่งที่อวี้จิ่นเล่าออกมาก็ใไม่ต่างกับเ้านาย โดยเฉพาะเฟยอินที่เพิ่งมาได้ไม่กี่วันยังไม่รู้อันใดมากนักจึงรู้สึกงงเล็กน้อย แต่ได้ตงลู่ที่บอกกับนางว่าจะเล่าให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ต้องทำหน้าที่ให้เรียบร้อยเสียก่อน มีเพียงสิ่งเดียวที่ทั้งสี่คิดเหมือนกันคือความคิดชั่วช้าของตระกูลเฉา ช่างไม่เจียมตัวอยากได้กิจการของตระกูลเซี่ยแห่งแดนใต้ พวกเขาเจอตอใหญ่ที่ไม่ควรเดินเข้ามาใกล้แม้แต่น้อย
เมื่อแขกและเ้าของจวนได้ดื่มยาบำรุงของอวี้จิ่นแล้ว ต้นยามซวีฟู่กั๋วกงจึงได้เอ่ยขอตัวกลับจวน โดยครอบครัวของอวี้จิ่นเดินมาส่งถึงรถม้า เซี่ยฮูหยินบอกกับอวี้จิ่นให้นางไปเที่ยวเล่นที่จวนบ้างหากนางมีเวลาว่าง ผู้ใหญ่เอ่ยมาถึงเพียงนี้จึงรับปากไว้ก่อนแต่จะว่างเมื่อใดค่อยว่ากันอีกครั้ง
พอสองครอบครัวแยกย้ายกันไปเจียงหยวนก็ถูกบิดาเรียกพบทันที ซึ่งเจียงหยวนรู้ว่าบิดา้าถามเื่อะไรเมื่อถึงห้องหนังสือ เขาจึงได้เล่าเื่ที่น้องสาวเห็นให้กับบิดาได้ฟัง
“ปัง!! มันจะมากเกินไปแล้ว ตนเองไม่มีความสามารถสร้างมันขึ้นมา ก็คิดจะฮุบเอาของผู้อื่นอย่างหน้าตาเฉยไร้ศักดิ์ศรีจริง ๆ”
“ใช่ไหมขอรับท่านพ่อ กิจการนี้ของตระกูลเซี่ยทำเงินได้มากมายมีใครไม่รู้บ้าง แม้ตระกูลเฉาจะมีคู่ค้าพอสมควร แต่คิดจะต่อกรกับท่านตาของอาเหยียนมิใช่เื่ง่ายเลยสักนิด ในวันที่ท่านป้าเดินทางไปอารามเต๋า ข้าจะไปช่วยอาเหยียนพาท่านป้ากลับจวนด้วยตนเองขอรับท่านพ่อ”
“อืม เ้าไปช่วยพาเซี่ยฮูหยินกลับจวนก็ดีเหมือนกัน อาเหยียนจะได้จัดการพวกโจรนั่นได้สะดวก ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังในเมื่อเป็สหายกัน เื่ไหนช่วยได้ก็ควรช่วยและอย่าได้ประมาทอีกฝ่ายเข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านพ่อ”
พ่อลูกตระกูลเจียงพูดคุยกันอย่างไร สองพ่อลูกตระกูลฟู่ก็พูดคุยกันเช่นนั้น โดยเฉพาะฟู่กั๋วกงที่ตกตะลึงกับความสามารถทำนายดวงชะตาของอวี้จิ่น เขาคิดว่าคงจะเป็การทำนายคล้ายกับคนของกรมพิธีการเสียอีก แต่อวิ้จิ่นกลับมองเห็นภาพได้นี่คงเป็พรจาก์อย่างแท้จริง
“ปัง!! หึ เฉาเสียงฮุย!! เฉาหย่าหรง!! พวกเ้าคิดทำร้ายฮูหยินของข้าถึงชีวิตเชียวรึ ช่างมองข้ามหัวข้าฟู่กัวเฟิงผู้นี้มากเกินไปแล้วตราบใดที่ข้ายังอยู่ พวกเ้าอย่าฝันว่าจะทำร้ายฮูหยินได้แม้แต่ปลายเล็บ” ฟู่กั๋วกงย่อมโมโหมากจนอยากสังหารพวกตระกูลเฉาให้ตายยิ่งนัก
“ถือว่ายังโชคดีที่ท่านพ่อตัดสินใจไปจวนตระกูลเจียงในวันนี้ มิเช่นนั้นพวกเราคงต้องสูญเสียท่านแม่ เพราะตระกูลเฉาไปแล้วนะขอรับ และต้องขอบคุณ์ที่ประทานความสามารถนี้ให้กับจิ่นเอ๋อร์” ฟู่หลงเหยียนนึกขอบคุณอวี้จิ่นอยู่ตลอดเวลา รวมถึงขอบคุณ์ที่ทำให้เขาได้พบกับนาง หลายอย่างคลี่คลายได้เพราะความสามารถของนาง ยิ่งไปกว่านั้นเขาได้เจอก่อนบุรุษอื่นจะเข้ามาทำดีกับนาง
“นั่นสินะ หากไม่มีคุณหนูเจียงผู้มีความสามารถด้านนี้ พวกเราก็ไม่อาจมานั่งพูดคุยเพื่อวางแผนรับมือคนชั่วได้แน่ ต้องขอบใจนางมากจริง ๆ พ่อคงต้องหาของขวัญสักชิ้น เพื่อแสดงความขอบใจนางเสียแล้ว”
“ท่านพ่อรอรับท่านแม่อยู่ที่จวนนะขอรับ อาหยวนจะเป็คนพาท่านแม่มาส่งให้ท่าน ส่วนข้าจะจัดการจับเป็เท่าที่จะทำได้ และส่งตัวให้ศาลต้าหลี่ไต่สวนเองขอรับ หากที่นี่มิใช่เมืองหลวงอยู่ใกล้พระเนตรพระกรรณฝ่าาแล้วละก็..”
“หึ ถ้าศาลต้าหลี่ตัดสินความผิดถึงขั้นเนรเทศไปเมืองอื่น เ้าจงส่งคนของเราไปจัดการพวกมันให้สิ้นซากเสีย โดยเฉพาะสตรีอย่างเฉาหย่าหรง ไม่ได้ข้าคงอยากให้ข้าต้องเ็ปกระมัง” ฟู่กั๋วกงไม่คิดว่าเฉาหย่าหรงจะยึดติดกับตนมากถึงเพียงนี้
“ท่านพ่อวางใจเถิดใครที่คิดทำร้ายคนที่พวกเรารัก ย่อมได้รับผลตอบแทนกลับไปร้อยเท่าพันเท่าขอรับ” และแน่นอนว่าฟู่หลงเหยียนย่อมคิดเช่นเดียวกับบิดาของตน
“เฮ้อ พ่อฝากเ้าจัดการด้วยนะตอนนี้เ้าก็ไปพักผ่อนเถิด พ่อก็จะกลับไปหามารดาของเ้าเช่นกัน”
“ขอรับท่านพ่อ”
เมื่อกลับมาถึงเรือนฟู่หลงเหยียนมิได้นอนพัก เขาเรียกเฉินอิ่นและอู๋จิ้งเข้าไปรับคำสั่งสำหรับแผนการช่วยชีวิตมารดา ตัวเฉินอิ่นนั้นรู้พร้อมเ้านายมาก่อนแล้วแต่สำหรับอู๋จิ้งนั้นยังไม่รู้
“ฮึ่ย!! นายน้อยคนตระกูลนี้คงปล่อยเอาไว้อีกต่อไปไม่ได้นะขอรับ คิดจะเอาไม้ซีกมางัดไม้ซุงช่างไม่รู้จักเจียมกำลังของตนเอาเสียเลย”
“เพราะความอยากได้จนตามืดบอดอย่างไรเล่าอู๋จิ้ง ตระกูลเฉาถึงได้ลืมไปว่าบิดาของฮูหยิน เป็ที่เคารพของแดนใต้มากแค่ไหน หึ คิดว่าทำการค้ากับฮูหยินมานาน แล้วจะรู้เกี่ยวกับกิจการเดินเรือน่ะรึ สงสัยเฉาเสียงฮุยกำลังฝันกลางวันอยู่กระมังถึงได้ลืมมองความเป็จริง”
“เฉินอิ่นเ้าไปเตรียมกำลังคนไว้หนึ่งร้อยคนให้ข้า ส่วนเ้าอู๋จิ้งเช้าวันนั้นให้ไปพบใต้เท้ากวนเพื่อแจ้งว่าข้าได้ข่าวเื่โจร ให้นำกำลังคนตามไปโดยเร็วพวกเราจะได้ไม่ถูกสงสัย วันที่ท่านแม่ออกเดินทางไปอารามเต๋าพวกเราจะไปดักซุ่มที่นั่นก่อน คนที่ปลอมตัวเป็โจรฆ่าพวกมันให้ได้มากที่สุด เสร็จเื่แล้วปล่อยเฉาหย่าหรงไว้ให้นางกลับพร้อมเ้าหน้าที่จากศาลต้าหลี่ก็แล้วกัน” เขาจะรอดูว่านางจะมีข้อแก้ตัว เพื่อหลบเลี่ยงใต้เท้ากวนหรือไม่
“รับทราบขอรับนายน้อย”
ส่วนเฉาเสียงฮุยผู้คิดว่าตนพอจะมีอำนาจในมืออยู่บ้าง เพราะมีขุนนางบางส่วนคอยหนุนหลังอยู่เงียบ ๆ ก็นั่งกระหยิ่มยิ้มย่อง ว่าตนกำลังจะได้เป็เ้าของกิจการท่าเรือแห่งแดนใต้ โดยลืมนึกถึงความเป็จริงว่า กิจการของตระกูลเซี่ยผ่านร้อนผ่านหนาวมานานถึงเพียงนี้ จะไม่มีผู้ใดที่มีตำแหน่งและอำนาจในมือคอยหนุนหลังให้บ้างเชียวหรือ เมื่อมีภัยมาถึงตัวจึงนึกขึ้นมาได้มันก็สายเกินจะกลับไปแก้ไขเสียแล้ว
