“คุณรู้ตัวไหม ว่าคุณกำลังมองผม แบบที่พริมชอบมอง” ใบหน้าแสนใจดีนั้น ทำให้นันทิชาเผลอยิ้มตามคำพูดของเขา
“เปล่านะคะ ทิชาแค่รู้สึกขอบคุณจากใจจริงๆ ค่ะ” หญิงสาวชิงปฏิเสธ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเข้าใจผิด ฉับพลันภาพสายตาหยาดเยิ้มของพริมที่เคยมองทีภพก็แล่นเข้ามาในมโนภาพ ทำให้นันทิชาอดอมยิ้มกับความเพี้ยนของเพื่อนไม่ได้ หากแต่รู้สึกชื่นชมทีภพอย่างสุดหัวใจ เขาดูเป็มนุษย์ที่มีหัวใจมากกว่าแทนคุณเพื่อนสนิทของเขามากโข
“ถ้าอย่างนั้น พริมก็คงรู้สึกขอบคุณผมตลอดเวลา” ประโยคบอกเล่า ของเขาทำให้นันทิชาหันไปอมยิ้ม พลันชายหนุ่มสบตาเธอ แล้วยิ้มตอบกลับอย่างคนขี้เล่น หลังจากนั้นทีภพได้ขับรถพานันทิชาแวะเข้ามาทานอาหารที่ร้านสาขาหนึ่งของบริษัท ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างกันนัก เป็ร้านที่ตั้งอยู่ในสวนไม้ประดับ ตั้งใจตบแต่งให้ออกมาเป็แนวธรรมชาติ มีน้ำตกน้อยจำลองอยู่ด้านหน้า มองแล้วรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
“คุณทีพาทิชามาทำไมที่นี่คะ” นันทิชาขยับตัวมองบรรยากาศรอบๆ ขณะรถแล่นเข้ามาจอด
“พาคุณมาทานข้าวไง คุณยังไม่ทานอะไรเลยไม่ใช่หรือ ถึงเป็ลมแบบนั้น”
“เอ่อ...คือ...” หญิงสาวทำตาแป๋ว ไม่กล้าปฏิเสธหรือตอบรับ
“เอาน่า ทานอาหารที่นี่ก่อน แล้วผมจะพาคุณไปหาพริม หลังจากนั้นผมจะแวะไปส่งคุณที่บ้านแทนเอง นายนั่นไม่กล้าดุคุณหรอก หากคุณกลับพร้อมกับผม ผมจะช่วยพูดเอง”
“คือ...” ด้วยความเกรงใจเธอจึงไม่กล้าปฏิเสธ แทนคุณปลดเข็มขัดนิรภัยออก แล้วเดินไปเปิดประตูรถให้นันทิชา
“ขอบคุณค่ะ” นันทิชาก้มหน้ากล่าวขอบคุณทีภพด้วยความเกรงใจ ทีภพยิ้มรับแล้วหันเดินนำหน้าหญิงสาวเข้าไปในร้านอาหารทันที
“สวัสดีค่ะคุณทีภพ” พนักงานต้อนรับยิ้มยกมือไหว้อย่างคนสนิท ทีภพยิ้มรับก่อนเดินนำนันทิชาไปยังโต๊ะอาหารด้านริมสุด เขาจัดการสั่งอาหารทันทีไม่รอช้า
“คุณจะทานอะไร” เขาหันมาถามหญิงสาว
“คุณทีเลือกเลยค่ะ ทิชาทานได้หมด”
“โอเค ถ้างั้นเอาแบบที่ผมเลือกแล้วกันนะครับ” ทีภพจัดการสั่งอาหารมาสองสามอย่าง ก่อนที่พนักงานจะนำออร์เดอร์กลับไป
“เออ...ผมถามไรหน่อยสิ คุณไปทำท่าไหนให้นายแทนอารมณ์เสียได้ขนาดนั้น” ทีภพยกแก้วน้ำที่พนักงานนำมาวางไว้ขึ้นดื่ม อารมณ์ของแทนคุณที่เขาเข้าไปเห็นนั้นดูรุนแรงจนทีภพเองถึงกับแปลกใจ หญิงสาวสีหน้าเปลี่ยนอีกครั้งก่อนจะยิ้มตอบชายหนุ่ม
“คุณทีคงต้องไปถามคุณแทนแล้วล่ะค่ะ ทิชาก็ไม่ทราบเหมือนกัน อยู่กับคุณแทนทีไร ทิชาเหมือนจะโดนกินหัวทุกทีเลย” ดวงตากลมนั้นหลุบลงต่ำ น้ำเสียงดูเหนื่อยใจไม่น้อย หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขานั้นดูไร้เดียงสา คงไปทำอะไรขวางหูขวางตาแทนคุณโดยไม่รู้ตัวเสียกระมัง ตัวร้ายนั้นถึงได้แผลงฤทธิ์ใส่เธอขนาดนั้น หน้าตารวมทั้งกิริยาแบบนี้แทนคุณได้เหวี่ยงเช้าเหวี่ยงเย็นเป็แน่ จะทนไหวเท่าไหร่กันเชียว โชคดีที่วันนี้เขาต้องซื้อของสำคัญเมื่อกลับไปถึงร้านจึงได้ออกมาใหม่ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้เห็นฤทธิ์เดชของเพื่อนรักที่ปฏิบัติกับนันทิชาแบบนั้น
“ปกตินายแทนก็ไม่เคยมีลักษณะนิสัยแบบนั้นเท่าไหร่นะ คุณอย่าได้ถือสานายแทนเลย”
“ขอบคุณนะคะ แต่ทิชาไม่ได้โกรธอะไรคุณแทนมากหรอกค่ะ สิ่งที่ทิชาควรทำคือพยายามปรับตัวให้มากที่สุดค่ะ”
“ว่าแต่...พริมเป็อย่างไรบ้างคะ เธอดื้อกับคุณทีบ้างหรือเปล่า”
“หึ อย่างเพื่อนคุณไม่ได้เรียกว่าดื้อแล้วนะครับ เข้าขั้นเ้าเล่ห์เพทุบายเลยล่ะ” นันทิชาเตรียมตัวหัวเราะ ั้แ่ทีภพยังไม่ทันเล่าจบ คาดได้ว่าเจอฤทธิ์เพื่อนตัวแสบจอมเพี้ยนของเธอเข้าแล้ว จากนั้นทีภพตัดสินใจเล่าเื่ที่คนอวบหลอกล่อให้เขาต้องไปบ้านเธอ จนต้องตกปากรับคำกับมารดาของพริมเื่ขนมไทย อย่างไม่มีเวลาคิดทบทวน นันทิชาหัวเราะกับรายละเอียดที่ทีภพได้ระบายให้เธอฟัง หน้าหวานของเธอเวลายิ้มทีโลกช่างแสนสดใส ผิวหน้าเนียนละเอียดผ่องใส ดวงตากลมโตชวนหลงใหล ทำให้ทีภพรู้สึกถูกชะตากับเธอจนเผลอมองไม่ละสายตา
“พริมชอบมัดมือชกแบบนั้นประจำ นั่นนิสัยของพริมเลยค่ะ ทิชาโดนประจำจนชินแล้วค่ะ”
“คุณทีคะ” หญิงสาวโบกมือไปมาเมื่อเห็นเขาหยุดมองเธอ ไม่สนทนาตอบโต้
“ครับ”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ปะ เปล่าครับ ทานอาหารดีกว่าครับ เดี๋ยวจะเย็นหมด”
แทนคุณเปิดประตูคอนโดเข้ามาพร้อมกับจีนรา เดินตรงไปยังตู้เย็นหยิบน้ำเย็นเทให้หญิงสาวพร้อมกับของตัวเองอีกหนึ่งแก้ว ยกดื่มจนหมดพร้อมกับสีหน้าครุ่นคิด ก่อนโดนโอบเอวด้วยมือเรียวเล็กสองข้างจากหญิงสาว เธอเลื่อนมือค่อยๆ ไต่ไล่ระดับมารัดต้นคอของแทนคุณเอาไว้ พลางส่งสายตาสุดเย้ายวน ก่อนจะเริ่มซุกไซร้ชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่งก่อนที่เขาจะตอบสนองด้วยการอุ้มร่างบางนั้นไปจบบนเตียงนอนนุ่มๆ เช่นเคย
“เมื่อไหร่ จีนจะได้เป็ตัวจริงของคุณเสียทีคะ จีนรอคุณนานไปแล้วนะคะ” หลังจากเสร็จกิจ หญิงสาวซบอยู่บนอกหนาของแทนคุณ เธอกำลังพูดถึงความอัดอั้นที่อยู่ภายในใจ แทนคุณค่อยๆ เลื่อนสายตามอง พลันนิ่งเงียบไร้คำตอบ ก่อนที่ภาพของนันทิชาประทับเข้ามาในสมอง แล้วหันตัวเดินเข้าห้องน้ำ
“ผมขอตัวกลับก่อนนะจีน” หลังออกมาจากห้องน้ำ แทนคุณรีบหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ เตรียมตัวกลับอย่างกะทันหัน
“นี่มันอะไรกันคะ คุณทิ้งจีนอีกแล้วนะ” หญิงสาวลุกขึ้นมานั่งมองพฤติกรรมของแทนคุณอย่างไม่พอใจ เขาทิ้งเธอกลางอากาศเป็รอบที่ร้อย ดวงหน้าสวยหมดจดมองแทนคุณอย่างไม่เข้าใจ พลางส่ายหน้าไปมาด้วยความสับสน
“จีนว่าจีนเหมือนที่ระบายของคุณมากกว่าเป็คนรัก...” ยังไม่ทันที่จีนราพูดจบ แทนคุณรีบพุ่งตัวเข้ามากอดลาเธออย่างอ่อนโยน
“ผมมีธุระ เดี๋ยวผมโทรหานะคนดี” ชายหนุ่มพยายามฝืนยิ้มแล้วก้มลงไปหอมแก้มหญิงสาวอีกครั้ง ก่อนจะคว้ากุญแจรถแล้วรีบออกมา
แทนคุณขับรถมุ่งตรงไปยังบ้านของนายดินทันที ด้วยเพราะนึกสนุกอยากเห็นหน้าของชายชราในวันเกิดของเขา ที่ไร้การเหลียวแลจากลูกสาวสุดที่รัก หน้าตาของคนผิดหวังคงทุกข์ระทมน่าดู เท้ากดเหยียบคันเร่งเพื่อให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว
ชายชรานั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างั้แ่เช้าเขายังไม่กระดิกตัวออกไปไหน ผมเผ้าได้ขาวโพลนไปทั่วศีรษะ เพราะไม่มีกะจิตกะใจดูแลตัวเอง ดวงตาเลื่อนลอยหาจุดหมายปลายทางไม่เจอ ก่อนที่จะขยับตัวฟังเสียงฝีเท้าปริศนาที่พึ่งเดินกระทบพื้นบ้านเข้ามาเบาๆ
“แทนคุณ” ดวงตาเหี่ยวย่นมองชายหนุ่มอย่างใ พลางพยายามขยับกายลุกจากเก้าอี้ไม้ มองหาลูกสาวของตนเอง หวังว่าเธอจะเดินตามเข้ามา
“ผมมาคนเดียว ยายนั่นไม่ได้มาหรอก ไม่ต้องมองหา” สายตาเหี่ยวย่นของชายชรา กลับมาจับจ้องหน้าคมของแทนคุณอีกครั้ง พร้อมกันกับร่างของคนหนุ่มเดินตรงมานั่งที่เก้าอี้ด้านข้างอีกตัวอย่างสบายอารมณ์
“มาทำไม” เสียงแข็งของคนชรานั้นทำให้แทนคุณหัวเราะในลำคอเล็กๆ พลางยกขาขึ้นนั่งไขว้ห่าง หางตามองชายชราั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าทวนซ้ำอยู่สองสามครั้ง
“ปากเก่งดีนะ แต่ดูเหมือนเก่งแต่ปาก ดูสภาพคุณสิ คิดถึงลูกสาวมากจนอยากตายเลยใช่ไหมล่ะ” ชายชราจุกอยู่ในอก ดวงตาเริ่มแดงก่ำอีกครั้ง แทนคุณเหมือนนั่งอยู่ในหัวใจของเขา ชายชราเหม่อลอยแบบนี้ในทุกๆ วัน เขาแทบอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไป ความคิดถึง ความห่วงหา ถาโถมเข้ามาจนยากจะรับมือไหว ก่อนพยายามจะกลั้นน้ำตาและความหวั่นไหวเอาไว้ไม่ให้ชายหนุ่มซ้ำเติมเขาไปมากกว่าเดิม แทนคุณนั่งกระดิกเท้าอย่างคนอารมณ์ดี จ้องมองนายดินด้วยสีหน้าเยาะเย้ยสุดกำลัง ก่อนจะกวาดสายตาไปพบกับถุงอาหารวางเรียงรายเต็มพื้นไปหมด
“อ่อ...นี่อย่าบอกนะว่าซื้อไว้ เพราะคิดว่ายัยนั่นจะมาหาในวันเกิด” ชายชราก้มหน้าเงียบพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ก่อนเสียงหัวเราะของแทนคุณดังลั่นเย้ยหยันออกมา
“เป็ห่วงยัยนั่นมาก เพราะเธออยู่ในกำมือผมใช่ไหม หึหึ ดูสภาพคุณสิ น่าสมเพชเป็บ้า” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินเข้าไปประจันหน้ากับชายชรา พร้อมกับดวงตาที่มองอย่างซ้ำเติม เขารู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้เห็น สภาพของฆาตกร
“อยากตายใช่ไหม อยากตายวันละหลายๆ ครั้งใช่หรือเปล่า ผมขอให้คุณรู้ไว้เลยนะ ว่ามันยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของผมเลยด้วยซ้ำ” เขาะโสุดเสียง ใส่หน้าเหี่ยวย่นนั้นด้วยความคับแค้นที่อัดอั้นมาเป็เวลานาน น้ำตาของนายดินหยดลงพื้นก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นปาดออก และเบี่ยงหน้าไปทางอื่น
