เื่ราวของภาพความทรงจำอันเลวร้ายในวันนั้นได้ฉายขึ้นมาเพื่อตอกย้ำว่าความหวาดกลัวที่เคยเกิดนั้นมันยังคงส่งผลมาจนถึงทุกวันนี้...
ภาพเหตุการณ์ที่ลุงเขยได้บุกเข้ามาในมุงขาด ๆ ที่ถูกผูกเอาไว้ใต้ถุนบ้านเพื่อแยกออกมาจากครอบครัวของป้าที่อยู่กันอย่างอบอุ่น้าเรือน ลุงที่ครั้งหนึ่งถ้าจำไม่ผิดเมื่อครั้นตัวเธอยังเป็เด็กน้อยเธอเคยอยากเรียกเขาว่า ‘พ่อ’ มาก่อน แต่ในวันที่เธอเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เติบโตเข้าสู่วัยสาว เขาคนนั้นกลับอยากจะเปลี่ยนสรรพนามจากลุงเป็ ‘ผัว’ แทน
แต่คงอาจจะเป็เพราะด้วยผลบุญนำหรือผลกรรมแต่งที่เคยทำมา หรืออาจจะเป็เพราะว่ากุศลที่ผ่านมาเธอคอยรับใช้คนทั้งบ้านมาโดยตลอดได้ช่วยเธอเอาไว้ในครั้งนี้ก็เป็ได้ เพราะทันทีที่ลุงเขยมุดเข้ามาในมุ้งได้แค่ไม่นานเท่านั้น ป้าที่เหมือนกับรู้ว่าสักวันเื่ราวแบบนี้จะต้องเกิดขึ้นก็ได้กระโจนเข้ามาในมุ้งทันทีพร้อมกับกระชากลุงเขยออกไปจนทำให้สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นไม่ได้เลยเถิดไปจนถึงขั้นที่ยากเกินจะแก้ไข
แต่ทว่า...เหตุการณ์เลวร้ายกลับไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น นั่นก็เพราะคนนอกอย่างเธอที่เป็เหมือนกาฝากมาโดยตลอดนั้นมีหรือที่คนเป็ป้าจะเห็นใจ เธอที่จำเื่ราวต่อจากนั้นได้ดีว่าสภาพที่ตัวเองกำลังใด้วยความหวาดกลัวนั่งคุดคู้ตัวสั่นงันงกพร้อมกับน้ำตาที่อาบแก้มกลับถูกป้าที่เป็สายเืแท้ ๆ เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ตบจนหน้าหันอย่างไร้ความปรานี อีกทั้งยังตบตีดึงทึ้งร่างด้วยความโมโห ก่อนจะไล่ให้เด็กน้อยที่ไร้ที่พึ่งอย่างเธอให้ออกไปจากบ้านไปในขณะที่ฟ้ายังไม่ทันสาง...
และนับั้แ่เหตุการณ์ในวันนั้น...นั่นก็เป็ครั้งสุดท้ายที่เธอได้เจอป้าของตัวเอง เพราะหลังจากที่เธอระเห็จออกมาจากบ้านหลังนั้นแล้วเธอก็ตรงมาหาเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่นั่นก็คือเ้าของบ้านหลังนี้ทันที และด้วยความมีน้ำใจของเพื่อนคนนี้ที่หยิบยื่นไมตรียื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้เธอได้เดินทางเข้าสู่เมืองใหญ่ เมืองที่ใครหลาย ๆ คนต่างมุ่งหมายที่จะเข้าไปฝากชีวิตเพื่อหลีกหนีความลำเค็ญที่ประสบพบเจอมา
ฟู่ววววว ~~ เสียงลมหายใจของคนที่จมอยู่ในความคิดถูกสูดเข้าลึก ๆ แล้วพ่นออกมาเหมือนกับ้าปรับอารมณ์ที่ว้าวุ่นข้างในให้ทุเลาลง และแม้ว่าภาพความทรงจำเมื่อครั้งวันวานยังคงถ่ายทอดเข้าสู้ห้วงคำนึงความคิดไม่ขาดสาย แต่มันก็ทำให้เธอเหมือนจะเข้าใจถึงการกระทำของตัวเองที่มีให้ต่อครอบครัวเ้านายในยามนี้ได้แล้วว่าเพราะเหตุใดเธอยังอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน
เพราะเมื่อนึกไปถึงเื่ราวที่เธอยังคงจำได้ดีเมื่อครั้นเมื่อเธอหอบเอาความเดียวดายมายังเมืองใหญ่ ด้วยเพราะสภาพความรู้ที่มีเพียงน้อยนิดอีกทั้งเมืองใหญ่ที่ไม่มีแม้แต่ญาติหรือคนรู้จักอยู่เลยสักคนเดียวก็ทำให้เธอที่ทั้งเคว้งคว้างและหวาดกลัวในยามนั้นได้แต่นั่งตัวสั่นอย่างไม่รู้ทิศทางว่าควรจะไปทางไหนดี
กระทั่งเมื่อยิ่งจมอยู่กับความหวาดหวั่นน้ำตาก็ยิ่งพลันไหลอาบแก้ม ก่อนที่สุดท้ายแล้วใครเล่าจะรู้ว่าความโศกเศร้าที่เธอมีอยู่มันจะไปสะดุดต่อมความเมตตาของใครคนหนึ่งเข้าจนเบื้องหน้าปรากฏเป็ความหวังส่องเป็แสงสว่างในยามมืดมิด...
นิดที่พอคิดไปถึงวันนั้นก็อดระบายยิ้มออกมาไม่ได้ ภาพความทรงจำเมื่อครั้งครอบครัวของเ้านายของเธอ...นั่นก็คือคุณเ้าภพกับคุณจันทราสองสามีภรรยาที่ได้สังเกตเห็นเด็กสาวดูไร้เดียงสาอย่างเธอนั่งอยู่ที่ริมฟุตบาทท่าทางหวาดกลัวอยู่นานแล้ว และด้วยความใส่ใจอันเนื่องมาจากเพราะว่าหัวใจของพวกเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยเมตตา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รอช้าที่จะเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็ห่วงเป็ใยในทันที
"ร้องไห้ทำไมจ้ะหนู เป็อะไรทำไมถึงมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะจ้ะ..." (^-^)
ใบหน้าหวานสวยดุจดั่งนางฟ้าในภาพความทรงจำที่เธอนั้นจะไม่มีวันลืมอย่างภาพของคุณจันทราที่ได้จูงมือเด็กน้อยหน้าตาน่ารักอย่างกับตุ๊กตาตรงมาถามด้วยความเป็ห่วง พร้อมกันกับที่เด็กน้อยตัวจิ๋วก็ได้แต่ยิ้มแฉ่งส่งมาให้ด้วยท่าทางใจดี ภาพนั้นเป็เสมือนแสงแห่งความหวังและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาในห้วงเวลาที่กำลังจะสิ้นหวัง
และหลังจากที่คุณจันทราถามไถ่พอเป็พิธีเรียบร้อยแล้วนั้น ท่านก็ได้ทำในสิ่งที่เธอเองก็ยังจดจำมาถึงวินาทีนี้ นั่นก็คือการที่ท่านหยิบยื่นโอกาสในการทำงานที่บ้านมาให้อีกทั้งยังมอบความไว้วางใจให้กับเธอโดยการให้เธอเป็พี่เลี้ยงให้กับสาวน้อยหน้าตาน่ารักที่ในเวลานี้ช่างอาภัพในโชคชะตาเสียเหลือเกิน
ความทรงจำทั้งหมดที่ทยอยผุดขึ้นมาเป็ฉากเป็ตอนยิ่งส่งให้คำตอบของการกระทำของตัวเองในวันนั้นที่ตัดสินใจว่าจะไม่ทิ้งครอบครัวนี้ไปไหนพลันชัดเจนแจ่มแจ้งขึ้นมาทันที เธอที่เข้าใจดีแล้วว่าทำไมวันที่ทุกคนเลือกที่จะจากครอบครัวนี้ไปอย่างไม่ไยดีแต่เธอกลับยังเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเด็กสาวที่ไร้ซึ่งที่ยึดเหนี่ยวแบบนี้
และคำตอบเดียวของการกระทำทั้งหมดนั่นก็คือเธออยากตอบแทนพระคุณที่ครอบครัวนี้เคยหยิบยื่นให้ในวันนั้น...
อีกทั้งเธอเองก็เหมือนจะเห็นเงาตัวเองทาบทับอยู่บนร่างของเด็กสาวอดีตเ้านายตัวน้อยคนนี้ เด็กสาวที่ต้องมากำพร้าขาดที่พึ่งกะทันหันอย่างที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เด็กสาวที่เพียงชั่วข้ามคืนชีวิตก็ผิดผันกลับตาลปัตรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมืออย่างน่าใ เด็กสาวที่จู่ ๆ ก็ถูกผลักไสให้ออกจากสังคมอันเป็เหมือนครอบครัวขนาดใหญ่ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับเธอในวันนั้นที่ก็ถูกป้าแท้ ๆ ของตัวเองผลักไสให้ออกไปจากสิ่งที่เรียกว่าบ้านเหมือนกัน
...และด้วยคำตอบเ่าั้นั่งจึงทำให้เธอเต็มใจที่จะยังคงอยู่ในวันนี้...
สายตาที่เหม่อลอยอีกทั้งเสียงที่เงียบไปอยู่นานพอควรของอดีตแม่บ้านอย่างพี่นิด เมื่อรวมเข้ากับแววตาที่เจือปนไปด้วยความเศร้าของคนตรงหน้าด้วยแล้ว ฉันที่อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอกำลังเศร้าด้วยเหตุผลอะไร จะเป็เพราะว่าเธอต้องมาจมปลักอยู่กับฉันในเวลานี้ไหมและด้วยความสงสัยที่มีจึงทำให้ฉันอดเรียกถามด้วยความเป็ห่วงไม่ได้
“พี่นิดค่ะ...พี่นิด พี่นิดค่ะ”
“อ่ะ...ค่ะคุณลูกจัน...ว่าไงนะคะ”
พี่นิดที่เหมือนหลุดออกมาจากภวังค์หันกลับมาตอบทันทีที่สติกลับคืนมา
“พี่นิดเหนื่อยหรือเปล่าคะ พี่นิดเข้าไปพักก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวลูกจันไปเดินสำรวจแถวนี้ก่อนว่ามีอะไรบ้าง แล้วเดี๋ยวขากลับเข้ามาบ้านลูกจันจะซื้อพวกอาหารเข้ามาเลยทีเดียว วันนี้พี่นิดไม่ต้องเหนื่อยทำอาหารนะคะ พักผ่อนดีกว่าพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”
ฉันระบายยิ้มเอ่ยพูดเสนอทางเลือกให้กับผู้มีพระคุณที่ในเวลานี้ฉันนับถือเสียยิ่งกว่าพี่สาวเสียอีก ก่อนที่พี่นิดจะส่งยิ้มบาง ๆ กลับมาให้แล้วพยักหน้าตอบรับความคิดเห็นที่ฉันเสนอออกไป
กระทั่งเมื่อสิ้นปฏิกิริยาตอบรับจากหญิงสาวที่มีอายุมากกว่าแล้วร่างบางที่เหมือนได้รับการเห็นด้วยก็พลันลุกออกไปจากที่นั่งหน้าบ้านทันที ก่อนที่เ้าของร่างจะพามันเดินลัดเลาะไปตามทางหลักของถนน พร้อมกันกับที่เื้ัยังคงมีสายตาอบอุ่นเต็มไปด้วยความเอ็นดูและเป็ห่วงจากใจจริงของอดีตแม่บ้านทอดมองตามร่างเล็กนั้นไปจนลับตา...
