ทุกคนต่างพากันออกหน้าปกป้องฮวาเจา เธอจึงไม่ได้หลบกลับเข้าไปในห้อง แต่กลับเดินตามลงมาข้างล่างด้วย
เมื่อออกมาข้างนอก ผู้คนก็ไม่ได้ผลักไสหรือลากดึงตัวสวีเหมยกับจ้าวต้าหนีอีกต่อไป
สวีเหมยเหลือบเห็นฮวาเจาที่ยืนอยู่ด้านหลังฝูงชน ก็ะโใส่เธอเสียงดัง
“ฉันเป็คู่หมั้นของเย่เซิน ฉันมีหลักฐาน”
คำพูดนั้นทำให้ผู้คนเงียบกริบ
ฮวาเจาเองก็ประหลาดใจเช่นกัน เธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะถามด้วยความสงสัย
“คุณมีหลักฐานอะไร?”
“ฉันมีจดหมายรักที่เขาเขียนให้ฉันเมื่อหลายปีก่อนไง” สวีเหมยมองฮวาเจาอย่างภูมิใจ
หัวใจของฮวาเจาเหมือนถูกกระแทกเบาๆ แต่ในใจก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี
คุณป้าเคยบอกว่าเมื่อก่อนเย่เซินเคยพูดชัดเจนว่าไม่ชอบสวีเหมย ซึ่งเธอก็เชื่อคำพูดนั้น
ถ้าเขามีใจให้เธอสักนิด ก็คงไม่ปล่อยให้สวีเหมยไปหมั้นกับคนอื่น แถมยังปล่อยให้เธอต้องเสียใจมากมายขนาดนั้น
เธอมั่นใจในเื่นี้อย่างไม่มีเหตุผล
“แล้วจดหมายรักอยู่ที่ไหนล่ะ? เอามาให้ฉันดูหน่อย” ฮวาเจาเอ่ย
สวีเหมยจ้องมองฮวาเจาั้แ่ศีรษะจรดเท้า พลันก็ถ่มน้ำลายใส่
“เธอจะดูเป็เหรอ? เธออ่านหนังสือออกหรือไง?”
ฮวาเจาถามกลับ “ไม่กล้าเอาออกมาให้ดูหรือไง? หรือว่าเอาออกมาไม่ได้กันแน่? หรือว่าจดหมายรักนั่นมันอยู่ในหัวเธอไปแล้ว?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า~” ผู้คนรอบข้างต่างหัวเราะออกมาพร้อมกัน เด็กสาวสวยคนนี้ปากคอเราะร้ายจริงๆ แถมยังใจร้อน ไม่ยอมให้ใครมาข่มเหงง่ายๆ อีกด้วย
“เธอ!” สวีเหมยโกรธจนหน้าแดงก่ำ จ้องฮวาเจาเขม็ง “อย่าเพิ่งได้ใจไป ที่ฉันยังเอาออกมาไม่ได้ก็เพราะไม่ได้พกมาก็เท่านั้นเอง กลับบ้านไปฉันก็เอามาได้แล้ว!”
“จากที่นี่ไปบ้านคุณต้องใช้เวลานานแค่ไหน? ถ้าเดินเร็วๆ ไปกลับต้องใช้เวลานานเท่าไหร่?” ฮวาเจาถาม
สวีเหมยเงียบ ไม่ตอบ
ฮวาเจาจึงหันไปมองคนอื่นๆ
คนอื่นๆ ไม่เข้าใจว่าเธอถามไปทำไม? จะให้สวีเหมยกลับไปเอา? เอาไปก็เอาไปสิ จะสนใจเื่เวลาไปทำไม?
แต่ก็มีคนตอบไปตามตรง “บ้านของเธออยู่บนตึกนั้นเอง ชั้น 3 ไปกลับก็แค่ 2-3 นาทีเท่านั้นแหละ”
“ดี งั้นฉันให้เวลาคุณ 3 นาที รีบกลับไปเอามาซะ” ฮวาเจาบอกสวีเหมย
แต่สวีเหมยกลับยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อน ดวงตาที่จ้องมองฮวาเจาเหมือนดาบที่ลับคมแล้ว
ฮวาเจาไม่คิดเลยว่าตัวเองจะทายถูก
“ทำไม? ไม่กล้าไปหรือไง? เวลาแค่นี้คงไม่พอให้คุณเขียนจดหมายรักออกมาหรอกมั้ง? หรือถ้าจะทำให้มันดูสมจริงหน่อย ก็ต้องเลียนแบบลายมือของเย่เซินด้วย คงทำไม่ทันในตอนนี้สินะ?”
“อ้อ~~” ทุกคนพลันเข้าใจในทันที เมื่อเห็นสีหน้าของสวีเหมยที่เหมือนยอมรับกลายๆ ทุกคนก็รู้ว่าฮวาเจาทายถูก
'เด็กสาวคนนี้ฉลาดเป็กรด ทำไมเมื่อกี้พวกเขาถึงคิดไม่ได้นะ?'
“ฉันก็แค่ลืมว่าเอาไปไว้ที่ไหน! ต้องหาดีๆ ก่อน พรุ่งนี้ ฉันเอามาให้ดูแน่นอน มีตั้งหลายฉบับ!” สวีเหมยพยายามแก้ตัว
“เชอะ วันเดียวก็พอให้คุณเขียนออกมาได้ 10 หรือ 8 ฉบับแล้วมั้ง” ฮวาเจาส่งสายตาสำรวจเธอั้แ่หัวจรดเท้า “หรือว่าคุณยังเก็บสมุดการบ้านของเย่เซินเมื่อก่อนไว้อีก? ในนั้นมีลายมือของเขาใช่มั้ย? ่หลายปีมานี้คุณคงจะคิดถึงเขามาก ถึงได้คอยมองดู หรือไม่ก็คอยลอกลายมือของเขาตลอดสินะ”
เธอเป็ทนายความ วันๆ คลุกคลีอยู่กับเล่ห์เหลี่ยมกลโกง เื่การปลอมแปลงลายมือเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เธอเคยััด้วยตัวเองมาเป็สิบๆ ครั้ง แถมยังเคยได้ยินมานับไม่ถ้วน
พอสวีเหมยพูดถึงคำว่า "จดหมาย" เธอก็สามารถเชื่อมโยงเื่ราวต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
สวีเหมยถูกฮวาเจาต้อนจนพูดไม่ออก
นั่นก็เท่ากับเป็การยอมรับโดยปริยาย
“หน้าไม่อายจริงๆ”
“เด็กคนนี้ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้?”
“เฮ้อ ชีวิตมันบีบบังคับ”
ก็มีบางคนที่เห็นใจเธอ
แต่ก็มีบางคนที่ไม่เห็นด้วย
“ชีวิตบีบบังคับให้เธอทำร้ายคนอื่นเหรอ? เธอเคยคิดบ้างไหมว่าสิ่งที่เธอพูดจะทำร้ายเย่เซิน? ถ้าเขาเสียชื่อเสียงในเื่การประพฤติตัว จะให้เขาเป็ทหารและได้เลื่อนตำแหน่งได้ยังไง?”
“ยังจะมาพรากคู่ผัวเมียเขาอีก”
“เอ๊ะ เด็กคนนี้ท้องแล้วเหรอ?”
คนหนึ่งหันไปมองฮวาเจา พลางอุทานด้วยความประหลาดใจ
ตอนที่ฮวาเจามานั้นใส่ชุดสีทึมๆ ธรรมดาๆ พวกเขาจึงไม่ทันสังเกต ตอนนี้เมื่อเธอเปลี่ยนมาใส่ชุดคลุมท้องแล้ว รูปทรงที่ทั้งปกปิดหน้าท้องและยังทำให้หน้าท้องของเธอดูเด่นชัดขึ้นมา
บวกกับอายุครรภ์ 3 เดือนกว่า แถมยังเป็ลูกแฝด ท้องของเธอจึงดูป่องออกมาเล็กน้อย
ฮวาเจายิ้มอย่างเขินอาย พลางลูบท้องเบาๆ ชุดคลุมที่หลวมก็ถูกกดลงไป ทำให้หน้าท้องที่นูนออกมาดูเด่นชัดมากขึ้น
“ใช่ค่ะ ท้องได้ 3 เดือนกว่าแล้ว”
“อะไรนะ?” สวีเหมยมองท้องของฮวาเจาด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความขัดแย้งและบิดเบี้ยว
ฮวาเจาอยากแนะนำให้เธอไปหาจิตแพทย์จริงๆ
“ต่อไปก็อย่าเอาเื่จดหมายรักมาพูดอีกเลย เย่เซินเป็คนตรงไปตรงมา ถึงแม้เมื่อก่อนเขาจะอายุแค่สิบกว่าขวบ แต่ถ้าเขาเขียนจดหมายรักให้คุณจริง ทำไมเขาถึงไม่ติดต่อคุณเลยตลอดหลายปีมานี้? ทำไมเขาถึงปล่อยให้คุณไปหมั้นกับคนอื่นได้?”
ฮวาเจาเอ่ยต่อ “ดังนั้นเื่จดหมายรักเมื่อก่อนก็ไม่เคยมี ต่อไปคุณก็อย่าเอาของที่ไม่รู้ว่าใครเขียนออกมาเลย ระวังฉันจะฟ้องคุณเื่ปลอมแปลงหลักฐาน และใส่ร้ายทหารนะ”
เมื่อเธอรู้แล้วว่าสวีเหมยคิดจะทำอะไร ก็ต้องดับไฟแต่ต้นลม ไม่งั้นถ้าเธอสร้างเื่ขึ้นมา จะทำให้เกิดความวุ่นวายตามมา
ถึงแม้สุดท้ายจะพิสูจน์ได้ว่าเย่เซินไม่ได้ทำผิดอะไร ก็จะเสียเวลาไปมากมาย
สวีเหมยพลันชี้หน้าฮวาเจา พลางกัดฟันพูดว่า “เธอคอยดูนะ! เื่นี้ยังไม่จบ!” พูดจบก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
แต่จ้าวต้าหนีกลับยืนอยู่ที่เดิม จ้องมองท้องของฮวาเจาอย่างละเอียด
สายตาของเธอน่าขนลุก
คนรอบข้างเห็นดังนั้นก็ทนไม่ได้ พากันบังสายตาของเธอ
“เมื่อกี้เธอวิ่งไปหาสวีเหมยมาใช่มั้ย? ยังไม่ได้ทำอาหารกลางวันใช่มั้ย?”
“ยังไม่รีบกลับไปทำอาหารอีก? ระวังแม่สามีจะตีเอา”
จ้าวต้าหนีสะดุ้งโหยงได้สติ รีบวิ่งกลับบ้านไป
บ้านตระกูลสวีก็เป็เหมือนกองขยะ โดยเฉพาะหลังจากที่สวีเหมยมีเื่ ก็ยิ่งเละเทะเข้าไปอีก
ฮวาเจาขอบคุณเพื่อนบ้านที่อยู่รอบข้าง แล้วก็กลับบ้านไปนอน
เธอไม่ได้ใส่ใจกับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ เมื่อเธอพูดไปแบบนั้น ถ้าสวีเหมยฉลาดก็คงจะไม่ทำเื่จดหมายรักขึ้นมาอีก แต่ถ้าไม่ฉลาด ทำออกมาก็ไม่มีประโยชน์
ส่วนเื่คู่แข่งทางความรักที่โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอก็ไม่ได้รู้สึกโกรธ ถ้าเย่เซินไม่ชอบพวกนั้น เธอก็ไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น
ถ้าเย่เซินเคยชอบพวกนั้น เธอก็ไม่ใส่ใจเช่นกัน... ก็มันเป็เื่ในอดีต เมื่อเธอมัวแต่ใส่ใจ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรนี่
สวีเหมยไม่ได้กลับบ้าน เธอวิ่งออกมาจากชุมชนด้วยความเร็วเหมือนลมพายุ แล้วไปนั่งซ่อนตัวอยู่ในมุมลับตาของสวนสาธารณะ พลางครุ่นคิดถึงเื่ต่างๆ
เื่นี้จะจบลงแบบนี้ไม่ได้!
เธอรอเย่เซินมานานขนาดนี้ เธอต้องทนทุกข์ทรมานเพื่อเย่เซินมากมาย แต่เขากลับไปแต่งงานกับสาวงามแล้วไม่สนใจเธออีก ไม่มีทาง!
เธอคิดถึงคนๆ หนึ่ง ผู้หญิงที่เธอเกลียดที่สุด... เห้อหลันหลัน
ที่เธอต้องเป็แบบทุกวันนี้ก็เพราะเธอคนนี้
เมื่อก่อนเธอโง่เกินไป เอาเห้อหลันหลันเป็เพื่อนสนิท คุยเื่ในใจทุกเื่ แถมยังเชื่อเธอทุกอย่าง
แต่ผลสุดท้ายเธอกลับก้าวเข้าไปในกับดักของเธอทีละก้าว จนสุดท้ายก็ต้องพบกับหายนะ
เมื่อก่อนเธอสารภาพเื่ที่ชอบเย่เซินกับเห้อหลันหลันเป็คนแรก เห้อหลันหลันเป็คนออกความคิดให้เธอไปตามตื๊อเย่ฟาง โดยบอกว่าถ้าทำแบบนี้จะทำให้คนในบ้านตระกูลเย่ประทับใจ ได้รับความช่วยเหลือจากคนในตระกูลเย่ แต่ผลสุดท้ายกลับไม่เป็เช่นนั้น
ต่อมาเมื่อเธอเลิกล้มความตั้งใจเื่เย่เซินแล้วไปคบกับเฝิงหลงที่มีฐานะร่ำรวย ก็เป็เห้อหลันหลันที่บอกเธอว่าเมื่อคนสองคนหมั้นหมายกันแล้ว ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเป็คนในครอบครัวเดียวกัน เื่บางเื่ก็ไม่ต้องใส่ใจมากนัก อะไรที่ควรให้ก็ให้ไป... การถือตัวมากเกินไปก็เหมือนกับกำลังดัดจริต
เธอเลยให้ไป
แต่เห้อหลันหลันกลับไปแนะนำน้องสาวของตัวเองให้เฝิงหลง
แถมยังทำให้น้องสาวของตัวเองท้องอีกด้วย!
จนทำให้เฝิงหลงทิ้งเธอแล้วไปแต่งงานกับเห้อซวงซวงที่เป็น้องสาวของเธอ
หลังจากนั้นเธอก็พบว่าตัวเองตั้งท้อง แต่ก็สายเกินไป เพราะเป็การท้องนอกมดลูก
เห้อหลันหลันก็เป็คนออกความคิดให้เธอไปอาละวาดที่บ้านเฝิง เพื่อให้พวกเขาแสดงความรับผิดชอบ
สุดท้ายเื่ก็ดังไปทั่ว
เมื่อก่อนมีแค่เพื่อนร่วมงานไม่กี่คนที่รู้เื่ แถมยังพยายามช่วยปิดบังเธอไว้ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็ว่าคนทั้งเมืองหลวงรู้เื่นี้ไปหมด
บ้านตระกูลเฝิงก็โกรธเธอมาก เฝิงหลงก็ยิ่งเกลียดเธอมากขึ้น ไม่รู้สึกว่าติดค้างอะไรเธออีกแล้ว
ถ้าเธอไม่ได้มองกระจกแล้วเห็นเห้อหลันหลันหัวเราะเยาะ เธอคงจะถูกหลอกใช้เหมือนคนโง่ต่อไป
ในตอนนั้นเธอถึงได้เข้าใจว่าเห้อหลันหลันจงใจกลั่นแกล้งเธอ สาเหตุ ก็เพราะเธอเองก็ชอบเย่เซินเหมือนกัน
ตอนนี้เย่เซินแต่งงานแล้ว.... เธอจะไปบอกข่าวดีให้ยัยคนนั้นรู้! จะดูซิว่ายัยคนต่ำช้ายังจะหัวเราะได้อยู่ไหม! ฮ่าฮ่าฮ่า!
