บทที่ 100 เ้าที่คู่ควร
“ทั้งสามสำนักมีปัญหาใหญ่นักหรือ?” ฉินชูเอ่ยถามเฉียนหลิงอู่
เฉียนหลิงอู่พยักหน้า “ปัญหาไม่ใหญ่ แต่ไม่รู้ว่าจะะเิตอนไหน ราชวงศ์เฉียนได้ส่งคนไปเป็ไส้ศึกอยู่ในสามสำนัก แต่ก็ยังเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อะไรไม่ได้”
ฉินชูไม่พูดอะไรอีก สถานการณ์โดยรวมคือสถานการณ์โดยรวมของอาณาจักรนี้ ไม่ใช่ของเขา สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือพยายามอย่างหนักเพื่อพัฒนาตัวเอง
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ฉินชูก็เริ่มฝึกตนอีกครั้ง เมื่อตกเย็นเอ้อพั่งก็นำอาหารเย็นมาให้เช่นเดิม
หลังกินอาหารเย็น ฉินชูเข้าไปในเรือนและเริ่มเข้าฌาน มุ่งสู่ขั้นเจินหยวนระดับที่เก้า
ฉินชูบรรลุขั้นเจินหยวนจุดสูงสุดของระดับแปดมาระยะหนึ่งแล้ว และเสถียรไม่น้อย ดังนั้นการบรรลุระดับเก้าจึงเป็เื่ที่แน่นอนอยู่แล้ว ในตอนเที่ยงคืน ในที่สุดเขาก็บรรลุสำเร็จ ฉินชูกลายเป็ผู้ฝึกตนขั้นเจินหยินระดับที่เก้า อยู่ห่างจากขั้นหลิงหยวนเพียงก้าวเดียว
ตอนเช้า
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เฉียนหลิงอู่ก็แสดงความยินดีกับฉินชู
“ขอบใจ” ฉินชูรู้สึกว่าเขาเข้าใจเฉียนหลิงอู่ผิดไปในอดีต และมีหลายคนที่เข้าใจเฉียนหลิงอู่ผิดเช่นกัน อันที่จริง นางไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล หลังจากเข้ากันได้ ก็พบว่านางนิสัยไม่เลวเลย
ระหว่างกินอาหารเช้า เฉียนหลิงอู่บอกกับฉินชูว่านางกำลังจะกลับไป
“จะไปแล้วหรือ” ฉินชูรู้สึกประหลาดใจ ่ที่ผ่านมานี้ พวกเขาเข้ากันได้ดี เขาไม่คิดว่าเฉียนหลิงอู่จะกลับไปอย่างกะทันหัน
“จะให้ข้าจะอยู่ที่นี่ตลอดไปได้ยังไง ข้ายังมีบางสิ่งที่ต้องทำ” เมื่อเห็นท่าทางดูประหลาดใจของฉินชู เฉียนหลิงอู่พลันคลี่ยิ้ม
“ก็ถูกของเ้า ทุกคนต่างก็มีสิ่งที่ต้องทำ” ฉินชูวางชามและตะเกียบในมือลง
“เ้ารู้ว่าข้าอยู่ที่ไหน หากเ้ามีเวลา ก็สามารถไปหาข้าที่เมืองหลวงต้าเฉียนได้ แล้วอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่บางเื่จะดีที่สุด จงเป็ตัวของตัวเอง ทำหน้าที่ของตัวเองและพัฒนาตัวเองให้ดีที่สุด” เฉียนหลิงอู่เตือนฉินชู
“แต่ตอนนี้เ้ายังเข้าถึงพลังขั้นเชียงหลิงไม่ได้” ฉินชูมองเฉียนหลิงอู่
เฉียนหลิงอู่ส่ายหน้า “พลังขั้นเชียงหลิงเป็สิ่งที่บังคับกันไม่ได้ ใครๆ ต่างก็รู้เื่นี้ ข้าเองก็รู้เช่นกัน เป็เวลาหลายปี มีเพียงโม่เต้าจื่อคนเดียวในอาณาจักรของพวกเราที่เข้าถึงพลังขั้นนี้ได้ หลังจากรู้ว่ามีคนหนุ่มอย่างเ้าที่สามารถเข้าถึงพลังนี้ได้ ข้าจึงอยากเห็นและอยากทำความเข้าใจ แต่ตัวข้าก็ไม่ได้คาดหวังสูงว่าจะเข้าถึงพลังนี้ได้ หลายวันที่อยู่ที่นี่ ข้ารู้สึกว่าวิชาหอกของตัวเองสมบูรณ์แบบขึ้นมาก”
“ก็ได้ ขอบใจเ้ามากที่มอบตำราวิชากระบี่พันคลื่นให้ข้า” ฉินชูกล่าว
“เวลาที่เหมาะสม ได้พบกับคนที่เหมาะสมอย่างเ้า ดังนั้นมันควรเป็ของเ้า ข้าขอตัวไปก่อนแล้วกัน” เฉียนหลิงอู่ยืนขึ้น
ฉินชูยืนขึ้นตาม “เดี๋ยวข้าไปส่ง”
เฉียนหลิงอู่ไม่ได้ปฏิเสธ นางออกจากยอดเขาชิงจู๋ในขณะที่มีฉินชูเดินมาส่งจนกระทั่งถึงประตูใหญ่ของสำนักชิงหยุน
“ไม่ต้องส่งแล้ว ส่งแค่นี้พอ” เมื่อถึงประตูสำนัก เฉียนหลิงอู่ก็หันกลับมามองฉินชู
“ได้ เ้าก็ไม่ต้องไปที่หุบเขาเทียนเซียงแล้ว ข้าไม่อยากเห็นเ้ากับจื่อหลวนทะเลาะกันอีก หากเ้ามีความคิดอะไร ข้าสามารถพูดคุยกับนางให้ได้” ฉินชูพูดกับเฉียนหลิงอู่
เฉียนหลิงอู่นิ่งขรึมลง “เ้ากังวลว่านางจะได้รับาเ็กระนั้นหรือ”
“ข้าไม่อยากให้เ้าได้รับาเ็เช่นกัน” ฉินชูเอ่ยปากพูด
“ต่อจากนี้ เขาเทียนเซียงจะกลายเป็ชนวนความขัดแย้ง แต่ว่าข้าจะพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับนาง นางคงไม่ได้ตั้งใจบุกรุกเข้าไปและไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ใดๆ กับหุบเขาแห่งนี้” หลังจากมองฉินชูสักพัก เฉียนหลิงอู่ก็เหาะขึ้นไปในอากาศและหายลับจากไป ณ ปลายขอบฟ้า
ฉินชูทอดสายตามองไปยังทิศทางที่เฉียนหลิงอู่จากไป ก่อนหันกลับเข้าไปในประตูสำนัก ทันใดนั้น เขาก็ตระหนักได้ว่าคนเราไม่อาจมองคนและมองเื่ได้จากเปลือกนอก มีอยู่หลายเื่ที่เป็เื่ที่คนอื่นไม่เข้าใจ อย่างเช่นความสัมพันธ์ของราชวงศ์เฉียนกับสี่สำนักมหาอำนาจ ส่วนเฉียนหลิงอู่ก็ไม่ใช่คนที่ไร้ความปราณีอย่างที่ทุกคนเข้าใจ นางก็มีด้านที่อ่อนโยนเช่นกัน เพียงแต่ไม่ค่อยเต็มใจแสดงมันออกมา
เมื่อกลับถึงหอศิษย์รับใช้ ฉินชูเติมน้ำใส่อ่าง จากนั้นเติมสมุนไพรลงไป เพราะตอนที่เฉียนหลิงอู่อยู่ เขาทำเื่พวกนี้ไม่ค่อยสะดวก ดังนั้น่หลายวันที่ผ่านมาเขาจึงไม่ได้แช่โอสถชุบตัว แต่ตอนนี้สามารถทำได้แล้ว
หลังจากที่เฉียนหลิงอู่จากไป เมื่อเหล่าผู้าุโระดับสูงของสำนักชิงหยุนก็รู้เื่นี้โดยปริยาย โม่เต้าจื่อและคนอื่นๆ ต่างมารวมตัวกันอีกครั้ง
“ไปส่งผู้หญิงคนนั้นถึงหน้าประตูสำนัก เ้าหนูฉินชูติดกับดักนางเข้าแล้วหรือไม่” หลิงหยุนจื่อแสดงความคิดเห็นขึ้น
“ฉินชูเป็คนมีเหตุผล เขาสามารถตัดสินบางสิ่งได้ด้วยตัวเอง เมื่อมองจากอีกมุมหนึ่ง หลายวันที่ผ่านมา เฉียนหลิงอู่อาศัยอยู่กับฉินชูที่ยอดเขาชิงหยุนมาตลอด มันผิดปกติมาก การที่นางยินดีให้ฉินชูเดินไปส่งที่ประตูสำนัก แสดงว่านางยอมรับในตัวเขาแล้ว ข้าขอตัวไปคุยกับเขาสักหน่อยแล้วกัน” โม่เต้าจื่อพูดขึ้น เพราะหลิงหยุนจื่อและคนอื่นๆ กลัวว่าฉินชูจะตกเป็รองเฉียนหลิงอู่ แต่โม่เต้าจื่อกลับไม่คิดอย่างนั้น
เมื่อโม่เต้าจื่อมาถึงบริเวณผาหินตัด ก็เห็นฉินชูกำลังโคจรเคล็ดวิชาไร้นามอยู่ในอ่างโอสถชุบตัว
หลังจากนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ โม่เต้าจื่อก็มองฉินชูที่มีแค่หัวโผล่ออกมานอกอ่าง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาไม่รู้ว่าฉินชูกำลังทำอะไร รู้แต่ว่าเขากำลังฝึกตนอยู่
เมื่อโอสถชุบตัวเริ่มเย็น ฉินชูก็หยุดฝึกตน เขาออกจากอ่างโอสถ ล้างคราบโอสถตามร่างกายออก แล้วใส่เสื้อผ้าและมัดผม
“นางไปแล้ว?” โม่เต้าจื่อมองฉินชูพลางถาม
“ไปแล้วครับ นางมีเื่ที่ต้องทำอีกหลายอย่าง ดังนั้นจึงอยู่ที่นี่นานๆ ไม่ได้” ฉินชูนั่งลงตรงข้ามกับโม่เต้าจื่อ
“ข้าค่อนข้างสับสน ไม่รู้จะวิเคราะห์เื่พวกนี้อย่างไรดี เ้าพอจะเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่” โม่เต้าจื่อพูดกับฉินชู เพราะเขาอ่านสถานการณ์ตอนนี้ไม่ออก
“เช่นนั้นศิษย์จะเล่าให้ฟัง เฉียนหลิงอู่บอกว่าจะไม่แตะต้องสำนักชิงหยุน เื่นี้เชื่อถือได้ หากนางลงมือกับสำนักชิงหยุน ศิษย์ยินดีจะยืนอยู่แนวรบหน้าสุด นอกจากนี้ ในอาณาจักรของพวกเรากำลังจะเผชิญกับความโกลาหล ราชวงศ์เฉียนจะลงมือกับอีกสามสำนักมหาอำนาจที่เหลือ เื่นี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักชิงหยุน และพวกเราเองก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว” ฉินชูแสดงความคิดของตัวเอง เขาคิดว่าในเมื่อเฉียนหลิงอู่ไม่คิดจะสร้างความลำบากให้สำนักชิงหยุนแล้ว สำนักชิงหยุนก็ไม่ควรเข้าไปมีส่วนข้องเกี่ยวอีก
“ฉินชู เ้ามองเื่นี้ไม่ออกหรือ พวกเราไม่ถูกกับสำนักเตาเสวี่ย ตำหนักพญาจิ้งจอกและศาลาดาวฤกษ์ก็จริง แค่พวกเราก็เป็สำนักผู้ฝึกตน หากพวกเขาถูกราชวงศ์เฉียนกำราบแล้ว สำนักชิงหยุนของพวกเราก็เดียวดายไร้การสนับสนุนเช่นกัน”
“แต่พวกนั้น้าจะลงมือสั่นคลอนความมั่นคงภายในอาณาจักรนี้ เฉียนหลิงอู่บอกว่าสำนักชิงหยุนของพวกเราบริสุทธิ์ พวกเราดำเนินตามวิถีแห่งสำนักของพวกเรา แต่อีกสามสำนักที่เหลือติดต่อกับกองกำลังนอกอาณาจักร พวกเขา้าปกครองทุกแห่งในอาณาจักรนี้ ดังนั้นราชวงศ์เฉียนจึงทนนิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไป และ้าทำศึกชนิดที่ฝ่ายหนึ่งต้องตายกันไปข้าง หากต้องเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกจากด้านนอกจริงๆ ภายในใจของศิษย์ก็หวังอยากให้ราชวงศ์เฉียนชนะ” ฉินชูเล่าเื่ที่ตัวเองรู้ให้โม่เต้าจื่อฟัง
“ทำไมนางถึงเล่าเื่พวกนี้ให้เ้าฟัง” โม่เต้าจื่อค่อนข้างไม่สงบ เื่นี้เป็เื่ใหญ่ ยิ่งไปกว่านี้ เฉียนหลิงอู่กับฉินชูมีความสัมพันธ์กันไปจนถึงขึ้นไหนแล้ว เขาไม่นึกว่าเฉียนหลิงอู่จะยอมเล่าความลับพวกนี้ให้ฉินชูฟัง
