“อาจารย์ ผมต้องรบกวนคุณประเมินด้วยครับ!” หลังจากติดต่อฝ่ายประสานงานไปได้ไม่นาน เจิ้งหยู๋ก็กลับมาที่โต๊ะพร้อมกับชายชราคนหนึ่ง
“แสดงของโบราณนั้นให้ฉันดู!” ชายชราไม่สนใจคำทักทายของเจิ้งหยู๋ แต่เร่งรีบให้เจิ้งหยู๋พาเขาไปดูโบราณวัตถุทั้งสามชิ้น
หลังจากนั่งลง ทั้งคู่ก็ชี้โบราณวัตถุสามชิ้นไปมาและพูดอะไรที่ไม่รู้จัก ซึ่งก็น่าจะเป็ภาษาคุยที่มีแต่พวกประเมินเท่านั้นที่เข้าใจกัน ผ่านไปครึ่งชั่วโมง การสนทนาของพวกเขาก็หยุดลง ก่อนที่ชายชราจะเดินมาหาจิ้งหยวนที่นั่งรอ
“พ่อหนุ่มเป็เ้าของของชิ้นงานทั้งสามสินะ ฉันชื่อ ซงข่วน เป็ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ของมหาลัยปักกิ่ง” ชายชราพูดแนะนำตัว
“ยินดีที่รู้จักครับศาสตราจารย์ซง” จิ้งหยวนก็ได้แต่ทักทายไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเข้ามาหา
“จากการประเมิน ชายชรามั่นใจว่านี่เป็วัตถุโบราณของแท้ และทั้งหมดนี้ก็มีไว้เพื่อถวายราชวงศ์ไม่ก็กลุ้มขุนนางผู้สูงศักดิ์ แต่เราก็ไม่เคยเห็นงานฝีมือนี้ในบันทึกเก่าในประวัติศาสตร์ ดังนั้นมันจะไม่เข้าข่ายว่าเป็ของรัฐบาล”
ด้วยการศึกษาทางประวัติศาสตร์จีนที่เข้มงาน ทุกยุคสมัย จะมีบันทึกถึงรายละเอียดของงานฝีมือไว้ชัดเจน เช่นในราชวงศ์ถังที่โดดเด่นเื่วัตถุเคลือบมากที่สุด มันก็จะเป็แค่วัตถุเคลือบที่มีลวดลายที่จำเพาะ ในขณะที่ยุคก่อนหน้านั้น แจกันและโถทั้งหมดมักจะเป็ของจำพวกดีบุก ทองแดง ไม่ก็โลหะผสม
ของในมือของจิ้งหยวนมีอายุใกล้เคียงระหว่างราชวงศ์สุยและราชวงศ์ถังเมื่อ 1,200 ปี แต่ในฐานะศาสตราจารย์ เขากลับไม่เคยเห็นงานฝีมือที่ต่างออกไปอย่างงานเคลือบที่อยู่ตรงหน้าที่จิ้งหยวนเอามา
“แล้วราคาละครับ” จิ้งหยวนถามออกมา สิ่งนี้คือสิ่งที่เขาสนใจมากที่สุด เพราะสำหรับเขา โบราณวัตถุเหล่านี้มันเป็เพียงของตกแต่งทั่วๆ ไปที่อยู่ในห้องของเขาเท่านั้น และด้วยที่มันเป็ของที่มาจากอีกโลก จิ้งหยวนจึงไม่ต้องกังวล ว่ามันจะซ้ำใครหรือเป็ของต้องห้ามที่รัฐบาลควบคุม
“พ่อหนุ่ม ขายของสามชุดนี้ให้ฉันในราคา 200 ล้านหยวน ฉันรับรองได้เลยว่าเธอจะไม่สามารถขายมันได้ในราคานี้แม้จะทำผ่านการประมูล”
“อาจารย์ ทำแบบนี้มันไม่ดีนะครับ ถ้าโรงประมูลรู้เข้าละก็…!” เจิ้งหยู๋ตะลึงกับคำพูดของอาจารย์ของตัวเองมาก ที่อีกฝ่าย้าที่จะขโมยธุรกิจไปจากโรงประมูล
เมื่อเห็นทั้งสองโต้เถียงกัน มันก็ยิ่งทำให้จิ้งหยวนยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก เพราะท้ายที่สุด ราคาสองร้อยล้านหยวน มันก็ไม่ใช่เงินจำนวนที่หามาได้ง่ายๆ ในหนึ่งวัน
แถมจิ้งหยวนยังเข้าใจดี ว่าต้องใช้เวลานานมากหากเขาจะรองานประมูลประกาศหาคนมาแข่ง ขั้นต่ำหากให้โรงประมูลจัดการก็ต้องรอเป็เดือนถึงจะเปิดประมูลเพื่อขายออก
สำหรับ 200 ล้านที่ขายปุ๊บรับปั๊บ มันก็นับว่าเป็ราคาที่น่าพอใจ เพราะสุดท้าย เขาก็ร้อนเงินและี้เีเกินไปที่จะเสียเวลานั่งรอ
เขามีของโบราณอีกมากมายในอีกโลกหนึ่ง ต่อให้ราคาจะตกหรือหายไปบ้าง แต่มันก็ไม่มีความหมายใดๆ ตราบเท่าที่เขาอยากจะเอาพวกมันออกมา
“ตกลง!”
“ผมขายให้คุณ 200 ล้านหยวน”
เมื่ออาจารย์และศิษย์กำลังโต้เถียงกันด้วยใบหน้าแดงก่ำ จิ้งหยวนก็กล่าวปากเปิดโป้งออกมาพร้อมที่จะรับเงินที่ชายชราเสนอ
“เยี่ยม”
“ชายชราชอบคนตรงๆ แบบเธอนะ”
ศาสตราจารย์ซงยิ้มต่างจากลูกศิษย์ที่ยืนคอตก ของสามชิ้นไม่เคยมีให้เห็นมาก่อน สำหรับชายชรามันคุ้มค่ามากๆที่จะซื้อมันมาเพื่อศึกษาและทำการวิจัย
ชายชราอย่างเขาไม่มีปัญหาเื่เงิน แต่ที่เขาสนใจมีเพียงอย่างเดียวคือความรู้และที่มาที่ไปของโบราณวัตถุ
สำหรับเงิน 200 ล้านหยวนสามารถได้รับมาง่ายมาก เพราะในยุคปัจจุบันสามารถจ่ายเงินด้วยแอปมือถือได้ไม่ต้องไปธนาคาร หลังจากส่งมอบวัตถุ ก็ถือว่าการค้าขายนี้สำเร็จและสิ้นสุดการเจรจา
โดยที่จิ้งหยวนก็ไม่ลืมที่จะขอเบอร์โทรและที่อยู่ของชายชราเอาไว้ เผื่อในอนาคตจะได้มาทำธุรกรรมแบบส่วนตัวอย่างวันนี้อีก ยิ่งคนรู้จักน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะหากมีคนสนใจว่าเขามีของโบราณอยู่ในมือมากเกินไป จิ้งหยวนก็กลัวมากๆ ว่ามันจะมีปัญหาบางอย่างที่กวนใจตามมา
“ขอบคุณศาสตราจารย์”
“เช่นกัน”
อยู่ๆ ก็ได้กลายเป็มหาเศรษฐี ทำให้หลังจากที่ได้รู้จักชื่อของอีกฝ่ายและจัดการทุกอย่างแล้ว จิ้งหยวนที่ออกมาจากโรงประมูลก็ไม่ได้กลับบ้านทันที แต่เขาเลือกที่จะเยี่ยมชมซูเปอร์มาร์เก็ต กวาดซื้อของใช้ส่วนตัวในชีวิตประจำวันสักหน่อย เพื่อที่เขาจะได้เอาของพวกนี้ไปในโลกอีกใบ วางแผนการอยู่ที่นั่นเผื่อเกิดเหตุให้อยู่แบบระยะยาว
ตอนนี้ถึงจะมีเงินเยอะแต่เงินหยวนก็เอาไปใช้ที่อีกโลกไม่ได้
หลังจากครุ่นคิดอยู่นานน เขาก็คิดว่าทองคำเป็ตัวเลือกที่ดี เลยอยากแวะเพื่อซื้อทองแท่งเอาไปใช้ในอีกโลกหนึ่ง
การซื้อรถไม่ใช่เื่ยากตราบเท่าที่มีเงิน และรถที่จิ้งหยวนเลือกก็คือรถออฟโรดสำหรับตะลุยป่า มีสมรรถนะที่เน้นการใช้งานในถนนที่ขรุขระและมีเนินสูง เขามีใบขับขี่ในตอนที่ทำงานระหว่างเรียนมหาลับอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องเสียเวลาไปสอบเอาใบขับขี่ แค่ได้รถก็ขับไปที่ร้านท้องเพื่อซื้อทันที
เช่นเดียวกับเมื่อตอนไปที่ร้านประมูล เพียงแค่เข้าไปในร้านทองและบอกว่า้าซื้อทองแท่งจำนวนหนึ่งล็อต เ้าของร้านก็ออกมาต้อนรับเขาทันทีเพื่อเจรจาถึงธุรกิจใหญ่
“แฮะๆ คุณจิ้ง ดื่มน้ำชาก่อนสิครับ”
“เดี๋ยวขอเวลาอีก 20 นาที พนักงานก็น่าจะเตรียมและยกทองคำของคุณมา….”
ปัง!!!
กรี๊ดดดด!!!~~
ระหว่างที่จิ้งหยวนกับเ้าของร้านกำลังพูดคุยอยู่ในห้องพิเศษส่วนตัว ทันใดนั้นทุกคนก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคนสามคนที่สวมหมวกกันน็อกบุกเข้ามา
“หยุด อย่าขยับ”
“นี่คือการปล้น”
“ใครไม่อยากตายให้หมอบลงกับพื้นแล้วอยู่นิ่งๆ ซะ”
ปัง!!~~
เอาท้ายปืนลูกซองตบไปที่ปากของพนักงานชายเพียงคนเดียวในร้านจนสลบ คนหนึ่งที่น่าจะเป็ผู้นำถือปืนลูกซองไปที่กลุ่มลูกค้าสี่ห้าคนและพนักงานที่เหลือในร้านให้หมอบลงพื้น และโจรอีกสองคนที่เป็ลูกมือก็ทำการยิงปืนใส่ตู้กระจกแล้วะโข้ามเคาน์เตอร์เก็บทองทุกอย่างใส่กระเป๋าที่พวกเขาเตรียมมา
จิ้งหยวนและเ้าของร้านที่อยู่ในห้องกระจกถัดไปก็หมอบลงพื้นด้วยความใเช่นกัน
เมืองๆ นี้ถึงจะไม่ใช่หัวเมืองสำคัญแต่ก็เป็เมืองใหญ่ และมันไม่น่าเชื่อมากๆ ว่าจะมีใครสักคนกล้าก่อเหตุร้ายในยุคที่ทุกอย่างเต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด
แต่ว่า ใครจะคิดว่าระหว่างที่พวกโจรกวาดทุกอย่างและเตรียมตัวจะหลบหนี ตอนนั้นเองพนักงานสองคนที่กลับมาจากการไปขนเอาทองแท่งของจิ้งหยวนก็ออกมาจากหลังร้านพอดี หีบในมือเป็ที่ล่อตาล่อใจพวกโจรเป็อย่างมาก
เมื่อพี่ใหญ่ของกลุ่มจนเห็นก็รับกระเป๋าแล้วสั่งให้ลูกมือสองคนไปตรวจสอบหีบดังกล่าว
“ว้าว”
“เยี่ยมไปเลยพี่ใหญ่”
“หีบนี้เต็มไปด้วยแท่งทองเกือบร้อยกว่าแท่ง”
เสียงของคนร้ายที่ดูจะอายุน้อยที่สุดก็พูดออกมาผ่านหมวกกันน็อก
“ดี พวกนายยกหีบไปที่รถ ฉันจะคุมเชิงที่ท้ายแถวให้”
คนร้ายทั้งสามฉีกยิ้มกว้าง เพราะไม่คิดว่าหีบนี้จะเต็มไปด้วยทองแท่งจำนวนหลายล้านหยวน จากนั้นโจรสองคนก็ทำการยกไปใส่รถตู้ของพวกเขาเตรียมตัวหนีใช้เวลาการปล้นทั้งหมดในเวลาไม่ถึงแค่ 15 นาที
