ในส่วนลึกสำนักซิงเฉิน มีแม่น้ำดาราไหลเชี่ยวตลบอบอวลไปด้วยแสงล้ำค่าสีเงิน แท่นเต๋าแต่ละแท่นซึ่งตั้งอยู่บนผิวแม่น้ำ มีผู้คนมากมายนั่งขัดสมาธิพร้อมดูดซับพลังดาราที่อยู่บริเวณโดยรอบ
ด้านหน้าแม่น้ำดารา มีวิหารเก่าแก่อยู่แห่งหนึ่ง บนกำแพงมีร่องรอยถูกทิ้งเอาไว้หลายยุคหลายสมัย ไม่รู้ว่ามันอยู่มานานเท่าไรแล้ว ทั้งยังปลดปล่อยพลังร้ายกาจออกมา
ข้างๆ วิหารเหล่าผู้คุมต่างจับกลุ่มคุยกัน เมื่อเห็นผู้าุโสามพาเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา พวกเขาขมวดคิ้ว คิดคาดเดาว่าเขาจะต้องเป็อัจฉริยะอย่างแน่นอน เพราะปกติแล้ว สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ใครก็สามารถเข้ามาได้
ภายในวิหารนั้นกว้างใหญ่ยิ่ง ทั้งพลังดาราภายในยังเข้มข้นมากกว่าแม่น้ำดาราที่อยู่ข้างนอกไม่รู้กี่เท่า
เต้าหลิงกวาดสายตามองไปรอบๆ นึกประหลาดใจเป็ที่สุด พวกเขาเรียกตนมาที่นี่เพราะเหตุใด?
“นั่งสิ ไม่ต้องเกรงใจ” ซุนเซี้ยงซานนั่งลงก่อน พลางชี้นิ้วไปที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง
“ไม่รู้ว่าผู้าุโสามเรียกข้ามามีเื่อันใดหรือ” เต้าหลิงนั่งลงพลางถามขึ้น ก่อนหน้านี้เย่ยวิ้นเคยบอกเขาเอาไว้ เป็ไปได้สูงที่คนของสำนักจะมาหาเขา ไม่แน่ว่าอาจจะให้ของล้ำค่าอะไรบางอย่างก็เป็ได้
ผู้าุโสามดื่มชาด้วยท่าทางครุ่นคิดก่อนกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง “เ้ามากับข้า”
ด้านในส่วนลึกสุดของวิหาร มีประตูหินอันหนึ่งตั้งอยู่ ประตูหินนี้เก่าแก่เป็อย่างมาก ซุนเซี้ยงซานนิ่งไปสักพักจากนั้นผลักประตูหินเข้าไป
ผ่านพ้นประตูหิน มีก้อนหินขนาดใหญ่ ซึ่งไม่รู้ว่ามันอยู่มากี่ยุคกี่สมัยแล้ว แสง์ดาราถูกปลดปล่อยเป็ละอองกระจาย แต่ทว่าบนก้อนหินนั้นมีรอยแตกร้าวปรากฏขึ้น แสง์ที่อยู่ภายในรั่วไหลออกมาเป็เส้นๆ มันสว่างจ้าจนไม่อาจจะลืมตามองได้ ทั้งยังแฝงไปด้วยพลังงานธาตุ์
ดอกบัวเขียวสั่นไหว หมอกโกลาหลพรั่งพรูออกมาด้วยความหิวกระหาย มันอยากจะกลืนกินหินก้อนนี้ยิ่งนัก
“หินดารา์” เต้าหลิงใเป็อย่างมาก ในเวลาเดียวกันเขาก็คอยยับยั้งความหิวของดอกบัวเขียว ถ้าหากมันกินหินตรงหน้าไปละก็ สำนักซิงเฉินไม่มีทางที่จะให้อภัยเขาแน่
หินดารา์ถือเป็สิ่งที่มีค่านับอนันต์ ว่ากันว่ามันเกิดขึ้นมาจากดินแดนดาราซึ่งอยู่ภายในห้วงมิติ ไม่รู้ว่ามันดูดซับพลังดารามานานแค่ไหนแล้วถึงได้เปลี่ยนสภาพกลายเป็เช่นนี้
ทว่าหินดารา์นี้ใหญ่มากเกินไป ยากที่จะจินตนาการว่ามันเป็สมบัติล้ำค่าระดับหนึ่ง ทว่ารอยแตกร้าวซึ่งปรากฏให้เห็นทำเอาหัวใจของเต้าหลิงวูบไหว วัตถุล้ำค่าขนาดนี้ยังแตกได้อย่างนั้นหรือ
“ใช่ มันแตกแล้ว” ซุนเซี้ยงซานถอนหายใจออกมา
“ผู้าุโสาม นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดมันถึงแตก?” เต้าหลิงชี้ไปที่หินดารา์และเอ่ยถาม “หรือว่ามันจะถูกทำลาย”
“หินดารา์นี้อยู่มาั้แ่ครั้งโบราณ ประโยชน์ของมันนั้นสูงมาก สำนักซิงเฉินเฉิดฉายก็เพราะมัน และจะดับสูญก็เพราะมันเช่นเดียวกัน”
คำพูดที่ซุนเซี้ยงซานกล่าวออกมานั้น ทำให้เต้าหลิงอึ้งไป เขาพูดออกไปอย่างไม่เข้าใจเท่าไรนัก “เช่นนั้น ทำไมหินดารา์ถึงแตก แล้วหินดารา์นี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่สำนักซิงเฉินจะถูกทำลายได้อย่างไร”
“ไม่ใช่ว่าถูกทำลาย แต่จะกลับไปเป็เหมือนเดิม” ซุนเซี้ยงซานถอนหายใจ “สำนักซิงเฉินมีชื่อเสียงมาั้แ่สมัยโบราณ ค่ายกลใหญ่ๆ หลายแห่งล้วนใช้พลังงานดารา ซึ่งมาจากหินดารา์นี้เป็รากฐานส่วนสำคัญ ถ้าไม่มีมัน สำนักซิงเฉินก็จะล่มสลาย”
“อย่างนี้นี่เอง” เต้าหลิงอ้าปากค้าง เขาคิดไม่ถึงเลยว่าซุนเซี้ยงซานจะเอาเื่ที่สำคัญขนาดนี้มาบอกกับตน เนื่องจากมันถือว่าเป็ความลับขั้นสูงสุด
เพราะหินดารา์เกี่ยวข้องกับการคงอยู่ของสำนักซิงเฉิน
ก่อนซุนเซี้ยงซานจะบอกเื่นี้กับเต้าหลิง เขาเองก็ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานพอสมควร แต่เป็เพราะความเก่งกาจของเย่ยวิ้น เขาจึงได้เลือกเต้าหลิง ถ้าหากว่าเป็คนอื่นคงจะไม่มีคุณสมบัตินี้ ด้วยเื่นี้สำคัญเป็อย่างมาก ทั้งยังเกี่ยวข้องกับสำนักซิงเฉิน
“เช่นนั้น ผู้าุโสามอยากจะให้ข้าทำสิ่งใดอย่างนั้นหรือ” เต้าหลิงถามต่อ เขารู้สึกว่าซุนเซี้ยงซานจะต้องอยากให้เขาทำอะไรสักอย่าง ทว่าไม่รู้ว่าเหตุใดจึงต้องเป็เขา
“โถงวิหารดาราถึงแม้ว่าชื่อของมันจะฟังเหมือนกับวิหาร ทว่าแท้จริงแล้ว ที่นั่นก็คือสถานที่โบราณที่มีอยู่มาอย่างยาวนาน หินดารา์นี้ก็ถือกำเนิดมาจากที่นั่น ในตอนนั้นบรรพบุรุษของสำนักซิงเฉินได้มรดกสืบทอดมาแล้วจึงสร้างสำนักขึ้น และนี่ก็คือที่มาของชื่อสำนัก”
“อย่างนี้นี่เอง ข้างในนั้นจะต้องไม่ธรรมดาแน่” เต้าหลิงตอบรับ
“ใช่ ข้างในนั้นไม่ธรรมดา ทว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรนั้นข้าเองก็ไม่รู้ อย่างไรเสียที่นั่นก็คือดินแดนลี้ลับที่มีของล้ำค่ามากมาย ในตอนนั้นบรรพบุรุษของสำนักได้วิชาโคจรดารามา หลังจากนั้นท่านบรรพบุรุษก็ได้หายสาบสูญไปพร้อมกับวิชามหาอำนาจนั้น”
“ทว่าทุกครั้งที่โถงวิหารถูกเปิดออก ก็จะดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้เข้าไปข้างใน มีทั้งคนที่ได้ยาศักดิ์สิทธิ์ โอสถโบราณ ของล้ำค่าโบราณและมรดกสืบทอดหลายต่อหลายอย่าง และมีหลายคนที่ไปที่นั่นเพราะวิชาโคจรดารา แต่ไม่มีใครเลยที่จะได้มันมา”
เต้าหลิงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ยาศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ ของสิ่งนี้เขาเคยได้ยินมา แต่ไม่รู้ว่าหน้าตาของมันนั้นเป็อย่างไร สำหรับเขา มันก็แค่เื่เล่าเท่านั้น
“ที่นั่นยังมีแม่น้ำดาราขนาดใหญ่อยู่เส้นหนึ่ง ซึ่งน่ากลัวกว่าที่สำนักซิงเฉินมาก อีกทั้งมันอยู่มานานหลายปี ด้านล่างของมันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็ของเหลวดารา์แล้ว” น้ำเสียงของซุนเซี้ยงซานแฝงความตื่นเต้นชัดเจน
“ของเหลวดารา์” หัวใจของเต้าหลิงเต้นแรง ของเหลวดารา์ว่ากันว่ามันจะต้องใช้เวลานานหลายยุคสมัยแปรเปลี่ยนกลายเป็ของเหลวดารา์ได้ และของสิ่งนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าหินดารา์เลย ข้างในนั้นมีของดีอยู่จริงๆ เสียด้วย
“ผู้าุโสาม ความหมายของท่านก็คือ อยากจะให้ข้านำของเหลวดารา์มาซ่อมแซมหิน์ใช่หรือไม่?” เต้าหลิงเริ่มจะเข้าใจมากขึ้นแล้ว ถึงอย่างนั้นเขายังประหลาดใจไม่หาย ถ้าจะให้พูดกันตามตรงในสำนักนั้นมีศิษย์อัจฉริยะอยู่เป็จำนวนมาก เหตุใดทำไมถึงเลือกเขา
“ใช่ เื่นี้ครั้งก่อนตอนที่โถงวิหารดาราเปิดนั้นก็เคยมีคนทำมาแล้ว ทว่าน่าเสียดายที่ล้มเหลว” ผู้าุโสามถอนหายใจ
“แล้วข้าจะทำได้อย่างนั้นหรือ” เต้าหลิงเงียบไป ความกังขายังคงอยู่ ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้เลือกตน
ซุนเซี้ยงซานมองไปที่เต้าหลิงพลางยิ้มออกมา “เ้าแข็งแกร่งมาก เ้าเองก็รู้ว่าโถงวิหารดารานั้นไม่สามารถให้คนที่มีพลังกายแข็งแกร่งเกินกว่ากำหนดเข้าไปได้ ทั้งการลงไปยังด้านล่างของแม่น้ำดาราย่อมต้องเป็คนที่ร่างกายแข็งแกร่งจึงจะลงไปได้ ไม่แน่เ้าอาจทำได้ก็ได้”
“ทั้งนี่ยังเป็เื่คอขาดบาดตายของสำนัก ถ้าเ้าหามาได้ สำนักจะต้องตอบแทนให้เ้าอย่างงาม ข้ารับประกันได้” ซุนเซี้ยงซานมองเต้าหลิงด้วยความคาดหวัง
“ท่านาุโ เช่นนั้น ข้าก็จะลองดูอย่างสุดความสามารถของข้า” เต้าหลิงก้มหัว เขาเองก็้าของเหลวดารา์เช่นเดียวกัน อย่างไรเสียเขาก็ต้องไปที่นั่นอยู่แล้ว อีกทั้งเื่นี้ยังเกี่ยวข้องกับความเป็อยู่ของสำนัก ถ้าหามันมาได้ ไม่แน่ว่าอาจจะได้ของดีไม่น้อย
ขุมพลังที่อยู่มานานั้แ่สมัยโบราณกาล จะดูถูกพลังอำนาจของพวกเขาไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ได้ยินดังนั้น ซุนเซี้ยงซานก็ยิ้มออกมาด้วยความปีติและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น เื่นี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ เ้าเป็ศิษย์อัจฉริยะที่เก่งกาจของสำนักซิงเฉิน มารับรางวัลไปสิ”
เต้าหลิงดีใจเป็อย่างมาก เขาเดินตามผู้าุโสามไปอย่างไม่รอช้า จากประตูหินไปไม่ไกลนัก มีประตูหินอีกบานหนึ่งตั้งอยู่ ซุนเซี้ยงซานพยักพเยิดบอกกับเด็กหนุ่ม “เข้าไปสิ เ้าสามารถฝึกฝนอยู่ที่นี่ได้ห้าวัน”
“ขี้งกเสียจริง” เต้าหลิงเม้มปาก
ซุนเซี้ยงซานสังเกตเห็นสีหน้าของเต้าหลิง เขาก็ส่ายศีรษะก่อนผลักประตู
เมื่อประตูถูกเปิดออก พลังดารามหาศาลก็ะเิทะลักออกมา แรงพลังนั้นทำให้ผมของเต้าหลิงปลิวไสวไปตามลม
ที่นี่ก็คือห้องฝึกฝน แม่น้ำดาราแต่ละเส้นสายไหลเวียนอยู่กลางอากาศ อีกทั้งพลังก็ยังบริสุทธิ์มากจนถึงขีดสุด
เต้าหลิงชะงัก สายตาจับจ้องภายในห้อง กลางอากาศยังมีเส้นพลังสีเงินลอยคว้างร่ายรำไปมา แต่ละเส้นพลังนั้นไม่ธรรมดา ทั้งยังมีกลิ่นอายของพลังต้นกำเนิด
“พลังดาราต้นกำเนิด” สีหน้าของเต้าหลิงเริ่มฉายความประหลาดใจ โอกาสที่มาหาเขานี้น่าอัศจรรย์มากเกินไปแล้ว เขารู้ว่ามีคนของขุมพลังอำนาจหลายคนดูดซับพลังฟ้าดินบริสุทธิ์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็พลังต้นกำเนิดที่หาได้ยากยิ่ง
ทั้งพลังดารานั้นจัดได้ว่าเป็พลังงานระดับสูง ที่สำคัญที่สุดก็คือพลังนี้มีประโยชน์ต่อเต้าหลิงเป็ที่สุด มันสามารถช่วยให้เขาฝึกฝนนิมิตนภาครามเปล่งดาราได้
พลังต้นกำเนิดปริมาณมหาศาลล่องลอยอยู่ภายในอากาศ เขาดูดซับพลังเส้นหนึ่งเข้าไปในร่างกาย ส่งผลให้รู้สึกเหมือนกับได้กินยาโอสถเข้าไป ทั่วร่างพลันเบาสบายขึ้น พลังต้นกำเนิดไหลลงจากข้างบนลงไปข้างล่าง มันได้กลั่นหลอมพลังงานภายในร่างของเขา ทำให้พลังแข็งแกร่งขึ้นมา
“เป็พลังที่น่ากลัวมาก” เต้าหลิงใจสั่น เขานั่งขัดสมาธิลงและดูดซับพลังต้นกำเนิดที่อยู่ข้างใน พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้นในทันที แสงดวงดาราภายในร่างก็ส่องสว่างระยิบระยับเพราะถูกพลังต้นกำเนิดนี้หล่อเลี้ยง พวกมันเริ่มขยับขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
พลังต้นกำเนิดแต่ละเส้นไหลเข้าไปในร่างของเขา เต้าหลิงััได้ว่าแสงดวงดาราแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างไม่ขาดสายอีกทั้งยังมีกลิ่นไอดาราปรากฏขึ้นมา ซึ่งนี่เป็จุดที่สำคัญที่สุด ถ้าหากมันได้รวมตัวกลายสภาพ ในภายหลังจะต้องพัฒนาขึ้นอย่างไร้เทียมทาน
ซุนเซี้ยงซานปิดประตูหินลง เขารู้สึกวางใจลงไม่น้อย ชายชราชุดคลุมสีม่วงคนหนึ่งเดินเข้ามา แค่นเสียงดังฮึแล้วกล่าวออกมาว่า “ผู้าุโสาม เ้าเด็กนั่นเป็แค่เด็กหลงป่า ทว่าเ้ากลับเอาเื่ที่สำคัญเช่นนี้บอกกับเขา ถ้าหากว่าเขาเอาเื่ไปขายล่ะ เ้าจะทำอย่างไร”
เพราะเื่นี้มีผลต่อสำนักอย่างใหญ่หลวง และเพราะอย่างนั้นหากเื่ราวเกิดรั่วไหลออกไปสำนักจะต้องล่มสลายเป็แน่
ชายชราสวมชุดคลุมสีม่วงรู้สึกไม่พอใจนัก เขาเป็อาจารย์ของชิงอี้จวิ้น ศิษย์ของเขาพ่ายแพ้ให้กับเต้าหลิง ทำให้เขารู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมาก
“เ้านี่ไม่มีเื่ให้พูดแล้วอย่างนั้นสินะ” ซุนเซี้ยงซานมองตาขวาง “แล้วใครให้ศิษย์ของเ้าแพ้ ตอนนี้นอกจากวิธีนี้แล้ว พวกเรายังจะทำอะไรได้อีก?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายชราชุดคลุมสีม่วงก็ขนลุกซู่ขึ้นและแผดเสียงลั่น “แพ้อะไร ตอนนี้กายดาราเพิ่งจะพัฒนาแค่ก้าวแรกเท่านั้น เ้านั่นก็แค่โชคดี ไม่เช่นนั้นศิษย์ของข้าไม่มีทางแพ้”
“แพ้อย่างไรก็คือแพ้อยู่วันยังค่ำ” ซุนเซี้ยงซานกล่าวเย้ย
ชายชราชุดคลุมสีม่วงกัดฟันกรอด ส่งเสียงฮึขึ้นจมูกอีกหน “ข้ายอมรับว่าพลังของเ้าเด็กนั่นแข็งแกร่ง แต่การจะไปเอาของเหลวดารา์มาได้นั้น มันย่อมเป็ไปไม่ได้ ศิษย์ของข้าเป็กายดาราซึ่งสามารถต่อต้านพลังดาราได้ั้แ่เกิด โอกาสที่จะได้ของเหลวดารา์มามีมากถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์”
“เช่นนั้นก็รอดูแล้วกัน ว่าใครจะได้ของเหลวดารา์มา” ซุนเซี้ยงซานกล่าว
“รอดูแล้วกัน” ชายชราชุดคลุมม่วงแค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์นัก “หากข่าวนี้รั่วไหลออกไปละก็ พวกเ้าได้เห็นดีแน่”
