ปัง!
เสียงบานประตูไม้หนาหนักถูกกระแทกปิดลงอย่างรุนแรงด้วยฝ่าเท้าของบุรุษร่างั์ ก่อนที่กลอนเหล็กจะถูกลงล็อก ขังคนสองคนไว้ในโลกส่วนตัวที่ตัดขาดจากภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ
ภายในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยสไตล์ดุดันตามแบบฉบับนักรบ ผนังประดับด้วยศัสตราวุธและหัวสัตว์ป่าสตัฟฟ์ กลิ่นหอมเย็นๆ ของไม้สนหอมผสมกับกลิ่นเครื่องหนังราคาแพงลอยอบอวล บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่
“ว้าย!”
ร่างบางของแอนถูกเหวี่ยงลงบนเตียงกว้างขนาดมหึมาที่ปูด้วยหนังหมีสีดำสนิท ความนุ่มหยุ่นของฟูกหนาช่วยรองรับแรงกระแทกไว้ได้ แต่ความตื่นตระหนกทำให้เธอรีบตะเกียกตะกายถอยกรูดไปจนชิดหัวเตียง
แอนคว้าหมอนใบใหญ่มากอดแนบอกไว้แน่นราวกับเป็เกราะกำบังชิ้นสุดท้าย ดวงตากลมโตเบิกโพลงจ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“ยะอย่าทำอะไรข้านะ ท่านอ๋องท่านสัญญาแล้วว่า”
คำพูดของเธอขาดห้วง เมื่อเห็นสภาพของหลี่เหว่ย ในตอนนี้
ท่านอ๋องพยัคฆ์เหมันต์ยืนตระหง่านอยู่ปลายเตียง ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟจากเตาผิงจนเกิดเงาทะมึนทาบทับลงมาบนร่างของเธอ เขาเริ่มปลดชุดเกราะหนักอึ้งออกจากกายทีละชิ้นทีละชิ้นด้วยท่าทางที่เชื่องช้าแต่คุกคาม
เสียงโลหะกระทบพื้น ทุกครั้งที่ชิ้นส่วนเกราะหลุดออก มันเหมือนเสียงนับถอยหลังสู่หายนะ เมื่อเกราะชิ้นสุดท้ายหลุดพ้น เหลือเพียงเสื้อตัวในสีดำแขนกุดที่เผยให้เห็นมัดกล้ามแขนกำยำและเส้นเืปูดโปน หน้าอกกว้างที่กระเพื่อมขึ้นลงแรงๆ จากการระงับอารมณ์ และเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่เกาะพราวตามไรผมและลำคอแกร่ง
หลี่เหว่ยจ้องมองสตรีบนเตียงด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา มันเต็มไปด้วยความดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวโหย แต่ลึกลงไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น กลับมีเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่กำลังลุกโชนและพยายามกดข่มไว้อย่างสุดความสามารถ
ภาพของนางที่นั่งขดตัวอยู่บนเตียงของเขาช่างยั่วยวนจนแทบคลั่ง เสื้อคลุมขนสัตว์ตัวใหญ่ที่เขาให้สวม ยามนี้หลุดลุ่ยลงมากองที่เอว เผยให้เห็นไหล่เนียนมนและเนินอกขาวผ่องที่โผล่พ้นชุดไทยจักรี ผิวขาวจัดของนางตัดกับสีดำของหนังหมีบนเตียงราวกับหิมะที่โปรยปรายลงบนถ่านหิน ยิ่งนางกอดหมอนแน่นเท่าไหร่ เนินเนื้ออวบอิ่มก็ยิ่งถูกดันให้เบียดชิดกันจนเกิดร่องลึกที่ชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิง
“อึก!” หลี่เหว่ยกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เส้นความอดทนของเขาตึงเปรี๊ยะจนแทบขาด เขาอยากจะกระโจนเข้าไปอยากจะกดร่างนุ่มนิ่มนั้นลงกับฟูก อยากจะฉีกทึ้งเสื้อผ้าที่เกะกะสายตาออก แล้วฝังตัวเองลงไปในความหอมหวานนั้นให้สาสมกับที่นางปั่นป่วนหัวใจเขามาทั้งวัน แต่ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย และความหยิ่งทะนงในเกียรติของท่านอ๋อง ค้ำคอเขาอยู่
นางกำลังตัวสั่น นางกำลังกลัวเขา
หลี่เหว่ยสูดลมหายใจลึก กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเพื่อเรียกสติ เขาจะไม่ขืนใจสตรีที่ไม่มีทางสู้ และเขาจะไม่ยอมให้ตัณหาหน้ามืดมาทำลายศักดิ์ศรีของตนเอง
เขาคว้าหมอนอีกใบที่วางอยู่ข้างๆ แล้วโยนลงไปที่พื้นพรมขนสัตว์ข้างเตียงอย่างแรง
“ลงไป!” เขาออกคำสั่งเสียงห้วนจัด
แอนสะดุ้ง “คะคะ?”
หลี่เหว่ยชี้นิ้วไปที่กองหมอนบนพื้น
“ข้าบอกให้ลงไปนอนข้างล่าง เตียงนี้เป็ของข้าข้าจะไม่นอนร่วมเตียงกับสตรีที่ไร้หัวนอนปลายเท้า และข้าก็ไม่มีอารมณ์จะพิศวาสเชลยอย่างเ้าไสหัวลงไปซะ!”
วาจานั้นช่างร้ายกาจและเชือดเฉือน แต่แอนกลับรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงระฆังช่วยชีวิต เธอรีบพยักหน้าหงึกหงัก คว้าหมอนของตัวเองแล้วกุลีกุจอคลานลงจากเตียงทันที
“ค่ะ ทราบแล้วค่ะ ข้าน้อยจะนอนพื้นเดี๋ยวนี้”
แอนรีบจัดแจงพื้นที่นอนของตัวเองอย่างรวดเร็ว เธอขดตัวลงนอนบนพรมขนสัตว์หนานุ่มที่ปูอยู่หน้าเตาผิง แม้จะไม่สบายเท่าเตียง แต่ก็ดีกว่าต้องนอนเสี่ยงภัยข้างๆ พยัคฆ์ร้าย
หลี่เหว่ยถอนหายใจพรืดใหญ่อย่างหงุดหงิด เขาเดินไปดับเทียนจนเหลือเพียงแสงสลัวจากกองไฟ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง หันหลังให้แอน ดึงผ้าห่มขนสัตว์ขึ้นคลุมโปงเพื่อตัดบทสนทนาและตัดภาพยั่วยวนใจออกไป
ความเงียบเข้าครอบงำห้องนอนใหญ่ ต่างคนต่างนอนลืมตาโพลงท่ามกลางความมืด
แอนนอนตัวเกร็ง ฟังเสียงลมหายใจของเขา พยายามข่มตานอน แต่ความหวาดระแวงทำให้สมองตื่นตัว
ส่วนหลี่เหว่ยเขานอนกัดฟันกรอด จมูกยังคงได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของนางที่ติดอยู่บนที่นอน กลิ่นกายสาวที่หอมหวานยิ่งกว่าดอกไม้ใดๆ มันตามมาหลอกหลอนเขาแม้กระทั่งยามหลับตา ร่างกายส่วนล่างที่ปวดหนึบประท้วงความ้าอย่างรุนแรง จนเขาต้องนอนงอตัวด้วยความทรมาน
คืนนี้คงเป็คืนที่ยาวนานที่สุดในชีวิตข้าแน่ๆ
*****************************
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนล่วงเข้าสู่ยามสาม (ตีสาม)
กองไฟในเตาผิงเริ่มมอดลงเหลือเพียงถ่านแดงๆ อุณหภูมิภายในห้องเริ่มลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ความหนาวเย็นของแดนเหนือไม่ใช่เื่ล้อเล่น มันแทรกซึมผ่านกำแพงหิน ผ่านพรมขนสัตว์ และกัดกินเข้าไปถึงผิวเนื้อ
แอนที่นอนอยู่บนพื้นเริ่มขยับตัวไปมาด้วยความทรมาน แม้จะมีเสื้อคลุมของหลี่เหว่ยห่มทับ แต่ความเย็นจากพื้นดินก็ยังแผ่ขึ้นมา ร่างกายของเธอสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว ในห้วงนิทรากึ่งหลับกึ่งตื่น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดเริ่มทำงานร่างกาย้าความอบอุ่น
และแหล่งความอบอุ่นเดียวที่มีอยู่ในห้องนี้คือสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่อยู่บนเตียง
แอนค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งทั้งที่ตายังปิดสนิท เธอละเมอเดินโซซัดโซเซเหมือนคนเมา ลากขาไปที่เตียงกว้าง ปีนขึ้นไปบนฟูกหนานุ่มอย่างเงียบเชียบราวกับแมวขโมย
แรงยุบตัวของที่นอนทำให้หลี่เหว่ยที่นอนกระสับกระส่ายอยู่สะดุ้งลืมตาโพลงในความมืด เขากำลังจะเอื้อมมือไปคว้ามีดสั้นใต้หมอน แต่เมื่อััได้ถึงกลิ่นหอมคุ้นจมูกเขาก็ชะงัก
ในความมืดสลัวร่างเล็กๆ นุ่มนิ่มมุดเข้ามาใต้ผ้าห่มผืนหนาของเขาอย่างถือวิสาสะ
“อื้ออุ่น”
เสียงครางงึมงำอย่างพอใจดังขึ้นข้างหู แอนขยับตัวซุกไซ้เข้าหาแหล่งกำเนิดความร้อน ร่างกายของหลี่เหว่ยเปรียบเสมือนเตาปฏิกรณ์ปรมาณูที่แผ่ความร้อนระอุออกมา เธอไม่รอช้า เบียดกายเข้าไปแนบชิดทันที
หลี่เหว่ยตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็หิน ก้อนเนื้อนุ่มนิ่มที่เย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง แนบสนิทลงกับแผ่นหลังกว้างของเขา ก่อนที่ท่อนแขนเรียวเล็กจะโอบกอดรอบเอวของเขาไว้แน่น
แต่นั่นยังไม่ร้ายกาจเท่ากับท่อนขา
เรียวขาเปลือยเปล่าที่เย็นจัดของแอน ยกขึ้นก่ายเกยทับท่อนขาแกร่งของเขาอย่างจาบจ้วง ผิวเนื้อเนียนลื่นเสียดสีกับหน้าขาที่มีกล้ามเนื้อแน่นปั๋ง ไอร้อนจากกายเขาปะทะกับไอเย็นจากกายนาง เกิดเป็ปฏิกิริยาวูบวาบที่แล่นพล่านไปทั่วเส้นประสาท
“จะเ้า!”
หลี่เหว่ยพยายามจะหันไปผลักนางออก แต่เมื่อพลิกตัวกลับมา เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับหายนะที่หนักกว่าเดิม
แอนที่กำลังโหยหาความอบอุ่น เมื่อเห็นเตาผิงมนุษย์หันมาหา เธอจึงขยับตัวเข้าซุกอกกว้างของเขาทันที ใบหน้าหวานซบลงที่ซอกคอแกร่ง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินที่หัวใจเต้นตุบๆ หน้าอกอวบอิ่มคู่สวยที่ไร้สไบขวางกั้นเพราะหลุดลุ่ยไปตอนนอนดิ้น เบียดกระแซะเข้ากับแผงอกของเขาเต็มๆ ความนุ่มหยุ่นมหาศาลกดทับลงมาบนกล้ามเนื้อแข็งแกร่งแแ่ไร้ช่องว่าง
