ตอนที่ 4
“ทางนี้ครับ”
โซเอลบอกพร้อมจับข้อมือเรียวให้วิ่งหนีเข้าป่าไปด้วยกันเพราะนั่นคือทางรอดเดียวที่มีในตอนนี้ จังหวะเดียวกันนั้นร่างสูงต้องหันมองไปยังทิศทางที่จากมาเป็ระยะเพื่อคอยระวัง
เมื่อวิ่งมาได้สักระยะจึงผ่อนความเร็วลงก่อนจะหาที่หลบเพื่อความปลอดภัย หากต้องวิ่งต่อเนื่องเป็เวลานานกังวลว่าร่างบางจะเหนื่อย
“ผมขอโทษที่พาคุณมาเจอเื่แย่ๆ”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด ในขณะที่โซเอลยังคงจับมือเรียวไว้ แสงสุดท้ายของวันที่กำลังสาดส่องทำให้เซโล่เห็นว่าสายตาคมที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจ
“ถึงวันนี้ผมไม่ออกมาทานข้าวกับคุณ เชื่อเถอะว่าเดี๋ยวพวกมันก็หาทางลอบฆ่าผมอยู่ดี เพราะงั้นไม่ต้องคิดมากครับมันไม่ใช่ความผิดของคุณ”
เสียงหวานตอบกลับอย่างนุ่มนวลเพื่อหวังให้อีกฝ่ายคลายความรู้สึกผิดลงบ้าง เขาไม่ได้คิดว่ามันคือความผิดของใครเลยเพราะเื่พวกนี้มันเกิดขึ้นกับเขาแทบทุกวัน
“ขอบคุณที่พูดให้ผมสบายใจ”
โซเอลแอบยกยิ้มในใจอย่างน้อยก็ได้รู้ว่าร่างบางตรงหน้าเป็ห่วงความรู้สึกของเขาเหมือนกัน
“ครับ”
เซโล่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนคลี่ยิ้มหวานให้ เพื่อปลอบใจ อีกฝ่ายจะได้เลิกทำหน้าเหมือนหมาเศร้าเสียที
“รอยยิ้มของคุณทำให้หัวใจของผมเต้นแรง”
โซเอลว่าก่อนยกมือเรียวข้างที่จับอยู่วางทับตรงตำแหน่งของหัวใจเพื่อบอกว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็ความจริง
ใบหน้าสวยของเซโล่เริ่มร้อนผ่าวเมื่อััได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ เพราะร่างสูงกำลังใจเต้นแรงจริงๆ
“มันใช่เวลาไหมโซเอล ?”
เสียงหวานเอ่ยถามอย่างตำหนิ สายตาคู่สวยตวัดมองอย่างไม่พอใจเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกเพราะตอนนี้หัวใจของเขาสั่นระรัวไม่ต่างกัน เซโล่พยายามจะชักมือกลับแต่ถูกร่างสูงจับไว้แน่น
“ครับ เพราะเวลานี้มีแค่เรา”
โซเอลบอกในขณะที่สายตาคมมองร่างบางอย่างหวานซึ้งก่อนที่ใบหน้าหล่อจะโน้มลงมาใกล้
“กูว่าพวกมันมาทางนี้ !!!”
แต่ทว่ายังไม่ทันที่โซเอลจะได้ประทับริมฝีปากของตนลงบนกลีบปากบางก็มีเสียงของศัตรูที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท
“มันไม่ได้มีแค่เรา ฮ่าๆ”
เซโล่ที่หลุดภวังค์เสน่หาเมื่อครู่เอ่ยขึ้นอย่างหยอกล้อก่อนหัวเราะเสียงใส
“พวกมันอยู่ตรงนั้น !!! / ปังๆๆๆๆ”
โซเอลเปิดฉากยิงก่อนอย่างแม่นยำเพื่อระบายความโกรธแค้นที่พวกมันกล้ามาขัดจังหวะสวีทหวาน จากนั้นจึงพาร่างบางออกวิ่งอีกครั้ง
พวกศัตรูวิ่งตามล่ากันอย่างบ้าคลั่งไม่ต่างจากไฮยีน่าที่กำลังไล่ตะครุบเหยื่อ
“ต้องฆ่ามันให้ได้ ปังๆๆๆๆ !!!!! ”
เสียงะโของพวกมันดังลั่นป่า ตามด้วยเสียงปืนที่ดังขึ้น ะุที่เจาะทะลวงเข้ามาในเนื้อไม้สนต้นที่พวกเขาใช้เป็โล่กำบัง
“ปังๆๆๆ วิ่งครับเซโล่”
โซเอลยิงตอบโต้ด้วยความไวเพื่อยื้อเวลาให้ร่างบางได้วิ่งหนี ร่างสูงมั่นใจว่าตัวเองยิงไม่พลาดเป้าอย่างน้อยก็คงปลิดชีพพวกมันได้สองหรือสามคน เขาไม่กล้าสาดะุมั่วๆโดยไม่จำเป็เพราะหลังจากนี้หากไม่มีอาวุธติดตัวก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้น
“ปังๆๆๆ”
เสียงปืนดังไล่หลังไม่หยุดหย่อนทำให้ทั้งเซโล่และโซเอลต้องเพิ่มความเร็วในการวิ่ง
“คุณวิ่งไหวรึเปล่า ให้ผมอุ้มไหมครับ ?” โซเอลเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรครับ ผมวิ่งไหว”
มุมปากบางของเซโล่ยกยิ้มขำเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร โซเอลชั่งเ้าเล่ห์เสียจริง เขาไม่ยอมตกหลุมพรางนั้นแน่ คือถ้าให้ร่างสูงอุ้มคงพากันช้าเสียมากกว่า ความเร็วที่เขาก้าวเท้าไม่ได้ต่างจากอีกฝ่ายมากมายนัก เพียงแต่ต้องคอยระวังไม่ให้สะดุดกิ่งไม้
“อ๊ะ !”
เสียงหวานร้องออกมาด้วยความใเพราะเขาเผลอสะดุดเข้ากับก้อนหินนั่นทำให้เสียการทรงตัวเล็กน้อย โชคดีมากที่โซเอลรวบเอวบางไว้ได้ทัน ก่อนที่ร่างบางจะหน้าคะมำไปกับพื้นดิน
“คุณเจ็บเท้า ?”
โซเอลประคองร่างบางให้ยืนดีๆ ก่อนเอ่ยถามพร้อมมองอย่างสำรวจ
“ไม่ครับ”
ใบหน้าสวยส่ายไปมาเพื่อปฏิเสธ เพราะเมื่อครู่คอยระวังแค่กิ่งไม้ ไม่ได้คิดว่าจะสะดุดก้อนหินแทน
“เซโล่ คุณเหนื่อยรึเปล่า ?”
โซเอลเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งหลังจากที่วิ่งหนีพวกศัตรูนานเกือบชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก
“นิดหน่อยครับ”
เสียงลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอ ไม่มีอาการเหนื่อยหอบให้ได้เห็นบ่งบอกให้รู้ว่าร่างบางออกกำลังกายเป็ประจำ นั่นทำให้มุมปากหนายกยิ้มกริ่ม เหมาะสมแล้วที่จะได้ขึ้นเป็ผู้นำของตระกูลเวนซาโล
“เราวิ่งมาไกลมากแล้ว หยุดพักก่อนก็ได้ครับ พวกเราคงทิ้งระยะห่างจากพวกมันพอสมควร”
โซเอลเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเม็ดเหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้าสวย นอกจากนี้จังหวะการหายใจของร่างบางก็เริ่มถี่ขึ้น
“ครับ” เซโลพยักหน้ารับเบาๆ
แต่ดูเหมือนว่าพวกศัตรูมันจะตามมาไวกว่าที่คิด เซโล่กับโซเอลหยุดพักไม่ถึงสิบนาทีก็ต้องออกวิ่งอีกครั้ง
“ปังๆๆๆๆๆ / ปังๆๆ”
กล้ามเนื้อกระตุกเล็กน้อยเมื่อะุเจาะเข้าที่ไหล่ซ้ายของโซเอล
เมื่อคิดว่าวิ่งหนีมาได้ไกลพอประมาณ ทั้งคู่จึงหยุดพัก ที่ต้นไม้ใหญ่ แต่ทว่าโซเอลยังคงโอบกอดร่างบางเอาไว้แน่น
มือหนาลูบบริเวณเส้นผมนุ่มเพื่อปลอบประโลมก่อนจะรั้งใบหน้าสวยให้ซุกซบตรงอกแกร่ง ความอบอุ่นที่ร่างสูงมอบให้นั้นทำให้เซโล่รู้สึกดี เพราะมันคือครั้งแรกที่มีใครสักคนปกป้องเขาจริงๆ
“คุณโดนยิง”
เซโล่ที่ได้กลิ่นสนิมคละคลุ้งทำให้เขาเริ่มมองร่างสูงอย่างพิจารณาจึงได้เห็นของเหลวสีแดงฉาดที่ซึมเลอะชุดสูทและบริเวณไหล่กระจายมาถึงหน้าอก
คิ้วเรียวขมวดมุ่นเพราะเขาไม่รู้ว่าโซเอลถูกยิงั้แ่เมื่อไหร่ หากไม่ผิดจากที่คิดคงเป็ตอนที่อีกฝ่ายโอบกอดเขาไว้เพื่อหลบะุ
“ผมไม่เป็ไร ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอแล้ว”
โซเอลปรายตามองแผลก่อนจะตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ มุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อยอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นว่าร่างบางมองมาอย่างห่วงใย
“…”
เซโล่ช้อนตาขึ้นมองด้วยหัวใจที่สั่นระรัว สายตาของเราสบกันเนิ่นนานราวกับต้องมนต์สะกด
โซเอลเลื่อนมือหนารั้งท้ายทอยของร่างบางไม่ให้ขยับหนี เขาโน้มใบหน้าหล่อลงมาใกล้จนแทบแนบชิดก่อนที่ริมฝีปากของเราทั้งคู่จะแนบสนิทกัน กลีบปากหนาบดจูบอย่างนุ่มนวลเพื่อขออนุญาตก่อนสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากบางเพื่อกวาดต้อนหยาดน้ำหวานมากลืนกิน
“อื้อออออ”
เสียงหวานครางอื้ออึงในลำคอด้วยความรู้สึกหวาบหวามราวกับว่ามีผีเสื้อนับร้อยบินวนอยู่ในท้อง
…………………………………………………….
