บทที่ 59 ไม่สนวิถีปุถุชน
ซั่งซูอวี๋มองฉินชู “ขอบใจเ้ามาก ข้าไม่เชื่อในโชคชะตา นี่เป็เหตุผลที่ข้าออกมาจากตระกูล”
เมื่อน้ำเดือด ฉินชูก็ชงชาให้ซั่งซูอวี๋หนึ่งแก้ว เขาไม่รู้จะพูดอะไรอีก ยากที่จะมีคนอย่างซั่งซูอวี๋ปรากฏตัวขึ้นมาในสำนัก คนที่สร้างความกดดันจนตัวเองอยากพัฒนา แต่นางกำลังจากไปอย่างกะทันหัน ทำเอาเขารู้สึกหดหู่ไปไม่น้อยเลย
“ข้าเคยได้ยินและเคยเห็นยอดอัจฉริยะมามากมาย แต่จิตใจของพวกเขาต่างจากเ้ายิ่งนัก ขอให้เ้าจงรักษาจิตใจเช่นนี้ของตัวเองต่อไป สักวันท้องฟ้าของเ้าจะไม่เหมือนเดิม จงอย่าหยุดฝีเท้าเพียงเพราะอุปสรรคที่ยากจะแก้ที่อยู่เบื้องหน้า” ซั่งซูอวี๋ดื่มชาเสร็จก็ลุกขึ้น ก่อนจากไปนางมองหน้าฉินชูรอบหนึ่ง
“ข้ารู้แล้ว หากเรามีวาสนาต่อกัน พวกเรายังจะได้เจอกันอีกใช่หรือไม่” ฉินชูลุกขึ้นเช่นกัน
ซั่งซูอวี๋พยักหน้าก่อนหันหลังจากไป ฉินชูเดินผ่านหอศิษย์รับใช้ออกมาส่งซั่งซูอวี๋
“ศิษย์พี่ซั่งซู เ้างดงามมากยามยิ้ม” ฝีเท้าหยุดลง สายตามองส่งแผ่นหลังที่คล้อยจากไป ฉินชูพลันะโตามหลังเสียงดัง
ซั่งซูอวี๋หยุดชะงักลงเล็กน้อย ก่อนก้าวเท้าจากยอดเขาชิงจู๋ไป
ฉินชูกลับมาถึงผาหินตัด พึ่งรินชาให้ตัวเองหนึ่งแก้ว อยู่ๆ ไป๋อวี้ก็เข้ามา
“ศิษย์พี่ซั่งซูเป็หญิงสาวที่สวยงามจริงๆ ลูกพี่ควรรีบลงมือ อย่าปล่อยให้คนอื่นชิงตัดหน้าไปก่อน ได้ยินมาว่าเฉียนชิงก็สนใจนางเช่นกัน” หลังจากนั่งลง ก็หยิบกาน้ำชามารินให้ตัวเอง
“เฉียนชิง...มันเป็แค่ขยะ ไม่มีทางเทียบเคียงนางได้” ฉินชูจิบชาหนึ่งอึกก่อนพูดขึ้น
“พวกเรารู้ว่ามันเป็ขยะ แต่ตัวมันกลับไม่รู้ เป็คางคกแต่ริอ่านอยากกินเนื้อห่านฟ้า แต่คางคกหาได้สำเหนียกถึงสันดานตัวเองไม่” ไป๋อวี้พูดขึ้น
“เฮ้อ! ข้าไม่มีโอกาสแล้ว ซั่งซูอวี๋กำลังจะจากไป อันที่จริงนางมาเพื่อบอกลาข้า” ฉินชูถอนหายใจ
ไป๋อวี้อึ้งงัน เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
จากนั้นฉินชูก็เล่าเื่ของซั่งซูอวี๋ให้เขาฟัง
“นางโดดเด่นสะดุดตาเกินไป มิน่าเล่า สำนักชิงหยุนไม่อาจกลบบารมีของนางลงได้ ที่แท้ก็เป็คนจากข้างนอกนี่เอง” ไป๋อวี้พูดขึ้นอย่างทึ่งใจ
เื่การจากไปของซั่งซูอวี๋ มีแค่คนส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้ ลูกศิษย์คนอื่นๆ ในสำนักก็ไม่รู้ แต่ละวันยังคงผ่านไปเหมือนปกติ
ฉินชูฝึกตนอย่างขะมักเขม้นทุกวัน เขาค่อนข้างรีบร้อน หากเขาไม่แข็งแกร่งกว่านี้ ต่อให้รู้เื่ชาติกำเนิดของตัวเองก็ไม่มีปัญญาออกตามหา ทั้งโม่เต้าจื่อและซั่งซูอวี๋ต่างก็เน้นย้ำกับเขาถึงความน่าสะพรึงกลัวของตระกูลเืศักดิ์สิทธิ์
ฉินชูไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับเืศักดิ์สิทธิ์อย่างละเอียด แต่พละกำลังทางร่างกายของเขายังคงเพิ่มขึ้น ความแข็งแกร่งทนทานของร่างกายก็เพิ่มขึ้น ตอนต่อสู้กับสัตว์อสูรภายในยอดเขามี่หยุน ต่อให้รับาเ็แค่ไหน ร่างกายก็ฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว เขาเชื่อว่าเื่นี้ต้องเกี่ยวข้องกับเืศักดิ์สิทธิ์แน่นอน รวมถึงตำราไร้นามของท่านผู้เฒ่าด้วย
หลังจากส่งมอบภารกิจหนึ่งเสร็จสิ้น แต้มคุณูปการของฉินชูก็ทะลุหนึ่งแสนแต้มอีกครั้ง ตอนนี้เขามีแต้มคุณูปการอยู่ทั้งหมดหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นแต้ม
หลังจากแลกโอสถเจินหยวนมาจำนวนหนึ่ง ฉินชูก็มาที่โรงครัวบนยอดเขาชิงจู๋ “มีสุราหรือไม่”
“ลูกพี่ฉิน หาก้าสุรา ลูกพี่มาเอาได้ทุกเมื่อเลยขอรับ” พ่อครัวพูดพลางหยิบไหสุรามาให้ฉินชูสองไห
“ขอบใจมาก” ฉินชูยื่นเบี้ยทองใบให้พ่อครัวหนึ่งใบ
พ่อครัวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนรับเบี้ยทองใบมา “ลูกพี่ฉิน มีของมากมายขายอยู่ที่หมู่บ้านชิงหยุนที่อยู่บริเวณตีนเขา หากลูกพี่้าอะไร สามารถบอกข้าได้ทุกเมื่อเลยขอรับ”
บริเวณตีนเขาของสำนักชิงหยุนมีหมู่บ้านเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง ค่อนข้างเจริญคล้ายเมืองขนาดเล็ก แต่ศิษย์รับใช้ไม่ค่อยไปที่นั่นเท่าไร เนื่องจากไม่มีเงิน
ฉินชูมาอยู่ที่สำนักชิงหยุนได้ปีครึ่ง แต่ยังไม่เคยไปเยือนเลยสักครั้ง เขาผ่านการต่อสู้มามากมาย ของกำนัลหลังการต่อสู้ย่อมมีมาก ทำให้มีเงินอยู่ไม่น้อย ทว่าที่ผ่านมาเขามัวแต่คลุกอยู่กับการฝึกตนจนแทบไม่สนใจวิถีปุถุชน
เขาถือไหสุราสองไหมาที่หอคัมภีร์ หลังจากมอบให้หลิงหยุนจื่อไปหนึ่งไห ฉินชูก็มาหาโม่เต้าจื่อที่เรือนพำนัก
“ไม่เลว! สูงขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย ร่างกาย พลังปราณและจิติญญาที่เป็สามหัวใจหลักพื้นฐานก็ไม่เลว” มองดูฉินชูสักพัก โม่เต้าจื่อก็ชี้ไปที่เก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ ตัวเอง
ฉินชูวางไหสุราลงบนโต๊ะข้างๆ โม่เต้าจื่อก่อนนั่งลง
“เข้าใจเื่มารยาทขึ้นมาไม่น้อย ว่าแต่การฝึกตน่นี้มีปัญหาอะไรติดขัด” โม่เต้าจื่อถามเปิดประเด็น
“ไม่มีอะไรติดขัดขอรับ แค่รู้สึกว่าไม่ได้แวะมาเยี่ยมท่านาุโสักพักแล้ว” ฉินชูพูดขึ้น
“ข้ารู้ว่าเ้าขยัน แต่ต้องใจเย็น รีบร้อนไปก็ไม่มีประโยชน์” โม่เต้าจื่อพูดขึ้น ก่อนหน้านี้เขาส่งลู่หยวนไปคอยดูความเคลื่อนไหวของฉินชู ดังนั้นจึงรู้เื่ของฉินชูเป็อย่างดี
ฉินชูหยิบบัตรสะสมแต้มคุณูปการของตัวเองออกมาและยื่นออกไปด้านหน้าโม่เต้าจื่อ “ศิษย์มาเพื่อคืนหนี้ขอรับ”
“เ้าหวงแต้มคุณูปการของเ้านักไม่ใช่หรือ อีกอย่าง ข้าบอกไปแล้วว่าสะดวกเมื่อใดค่อยมาคืน” เมื่อเห็นฉินชูเป็ฝ่ายยื่นบัตรสะสมแต้มคุณูปการออกมาด้วยตัวเอง โม่เต้าจื่อก็แปลกใจขึ้นมาเล็กน้อย
“หากคิดจะคืน คืนเมื่อใดย่อมสะดวก หากไม่คิดจะคืน ย่อมไม่สะดวกอยู่ร่ำไป” ฉินชูคลี่ยิ้ม
โม่เต้าจื่อดันบัตรสะสมแต้มคุณูปการกลับไปให้ฉินชู “อันที่จริง แต้มคุณูปการไม่สำคัญกับข้าเท่าไร แต่ข้าไม่ชอบความรู้สึกถูกเอาเปรียบ เ้าน่าจะเข้าใจ ข้าไม่้าแต้มคุณูปการ แต่ถ้าเ้าไม่คืน ข้าจะหงุดหงิด”
ฉินชูคลี่ยิ้ม “ขอบพระคุณท่านาุโเป็อย่างยิ่งขอรับ”
“การที่ข้าทวงหนี้เ้า ก็เพื่อสร้างความกดดันให้เ้า เ้าจะได้มีแรงผลักดันอยากพัฒนาตัวเองมากกว่าเดิม” โม่เต้าจื่ออธิบายถึงการทวงหนี้ของตัวเอง
เมื่อได้ฟังเหตุผลของโม่เต้าจื่อ ฉินชูก็รู้สึกละอายใจที่ก่อนหน้านี้ ตัวเองมองอีกฝ่ายเป็ตาแก่ขี้เหนียว
อยู่พูดคุยกับโม่เต้าจื่ออยู่พักหนึ่ง ฉินชูก็กลับไป เขาแค่ตั้งใจมาคืนหนี้และทักทายโม่เต้าจื่อเท่านั้น
หลังจากฉินชูกลับไป หลิงหยุนจื่อก็เข้ามาหาโม่เต้าจื่อ “ศิษย์พี่ นิสัยเ้าหนูนั่นไม่เลวเลยจริงๆ”
“ใช่ เป็ยอดอัจฉริยะ ซ้ำยังเปี่ยมด้วยคุณธรรมและความเมตตา” โม่เต้าจื่อพยักหน้าเห็นด้วย
“ศิษย์พี่ หากท่านไม่คิดจะรับเขาเป็ลูกศิษย์ เช่นนั้นก็มอบเขาให้ข้าเถิด” หลิงหยุนจื่อเสนอขึ้น
ปัง!
โม่เต้าจื่อตบโต๊ะ “ไม่มีทาง การที่ข้าไม่รับเขาเป็ลูกศิษย์ เพราะไม่อยากตีกรอบวิถีทางของเขา ไม่ได้หมายความว่าข้าไม่อยากได้เขาเป็ศิษย์”
“ข้ารู้ั้แ่แรกแล้วว่าท่านไม่ยอม แต่แม่หนูซั่งซูอวี๋นั่นจากสำนักชิงหยุนไปแล้ว ในใจศิษย์น้องรู้สึกเปล่าเปลี่ยวยิ่งนัก” หลิงหยุนจื่อพูดขึ้น
“แม่หนูนั่นไม่ใช่คนอกตัญญู ในอนาคตนางจะกลับมา แต่ตอนนี้พวกเราต้องคอยเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของสำนักเตาเสวี่ยเสียก่อน” โม่เต้าจื่อพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง สำนักเตาเสวี่ยหรือเรียกอีกชื่อว่า ‘สำนักดาบโลหิต’
“ไอ้พวกสารเลวนั่นกำลังทำเื่ชั่วช้าอยู่จริงๆ สินะ” หลิงหยุนจื่อพยักหน้า
ทันทีฉินชูกลับมาถึงผาหินตัดก็ฝึกตนต่อทันที
วันนี้ขณะที่ฉินชูกำลังฝึกตนอยู่ ไป๋อวี้ก็วิ่งกระหืดกระหอบมาที่ผาหินตัด “ลูกพี่ เกิดเื่สนุกๆ ขึ้นแล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ”
“เกิดเื่อะไรขึ้น” ฉินชูเก็บกระบี่เข้าฝัก ปาดเหงื่อที่หน้าผากพลางเอ่ย
“พวกผู้าุโจากสำนักเตาเสวี่ยพาพวกลูกศิษย์มาท้าประลองกับลูกศิษย์สำนักชิงหยุนอยู่ที่ยอดเขาหลัก ตอนนี้มีลูกศิษย์สายในสองคนจากยอดเขาหลักถูกฆ่าตายแล้ว พวกเราไปดูกันเถอะ” ไป๋อวี้พูดขึ้น
ในเวลาเดียวกัน ณ ลานประลองด้านหน้าตำหนักหลักของยอดเขาชิงหยุน คนสองกลุ่มกำลังประจันหน้ากันอยู่ ทั่วทั้งลานกว้างมีคราบเืกระจายอยู่เป็จุดๆ นั่นเป็ร่องรอยของลูกศิษย์สำนักชิงหยุนที่ถูกฆ่าตาย
“สำนักชิงหยุน หากพวกเ้ายอมรับความพ่ายแพ้ พวกเราจะหยุดท้าทาย” ชายหนุ่มในชุดคลุมสีเืกวาดตามองลูกศิษย์สำนักชิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้น
“ตามฉินชูมา รีบตามฉินชูมาเร็วๆ เข้า” ลูกศิษย์จากยอดเขาหลักคนหนึ่งะโบอกคนข้างๆ
