ต่อให้มีศัตรูลักลอบเข้าทางน้ำก็จะพบแม่ทัพสามดาวจากเรือรบบนผิวน้ำคอยจัดการ!
"ขอเชิญท่านเทพา เดินทางกลับไปประจำการที่เมืองหลวงเถอะครับ!"
ฟู่เจียเหรินสวมเครื่องแบบจอมพลเก้าดาวตามมาตรฐาน เขาคุกเข่าลงบนพื้นด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อหน้าเฉินเฟิงอ้อนวอนอย่างร้อนรน
"พวกท่านเป็จอมพลผู้มากประสบการณ์ ไม่ควรเอาแต่พึ่งพาคนหนุ่มคนอย่างผมเพื่อข่มขู่ศัตรูจากภายนอก หาก้าข่มขวัญศัตรู ก่อนอื่นต้องมีความแข็งแกร่งจากภายใน แต่ฝีมือของท่านตกต่ำลงมาก แบบนี้ไม่สมควร"
เฉินเฟิงพูดอย่างหมดอารมณ์
เพราะหากนับให้ละเอียด แม่ทัพสิบดาวทั้งเก้านาย และแม่ทัพเจ็ดถึงเก้าดาวทั้งสิบแปดนาย ล้วนเป็ลูกศิษย์ผู้ติดตามของเฉินเฟิงทั้งสิ้น
แม้พวกเขาจะมีอายุมากกว่าเฉินเฟิงมาก แต่ใน่ 3 ปีที่เฉินเฟิงอยู่ในกองทัพ เขาได้ถ่ายทอดวิชาที่สาบสูญไปให้พวกเขา
"หรือว่าเฉินหู่ล่วงเกินท่าน ผมจะจัดการเขาให้"
เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิงไม่มีความคิดที่จะกลับไปเมืองหลวง ฟู่เจียเหรินจึงคิดระบายความโกรธใส่เฉินหู่ทันที
"ผมคือเด็กที่ถูกตระกูลเฉินทอดทิ้งเมื่อ 19 ปีก่อน..."
เฉินเฟิงพูดเรียบๆ
แต่แค่ประโยคนี้ก็ทำให้ฟู่เจียเหรินรู้สึกมีน้ำโหขึ้นมาทันที
"เฉินหู่... แกไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?!"
เขายกฝ่ามือขึ้นทำท่าจะฟาดเฉินหู่
ต่อหน้าแรงกดดันจากพลังอำนาจและยศศักดิ์ที่เหนือกว่า เฉินหู่ไม่กล้าต่อต้านแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วรยุทธ์ของฟู่เจียเหรินยังกล้าแกร่งกว่าเขาซึ่งมาจากตระกูลนักรบมาก!
เพราะฟู่เจียเหรินได้รับการถ่ายทอดวิชากระบวนท่าลึกลับจากหุบเขายาะโดยเฉินเฟิงเป็เวลาสามปี
หลังจากการฝึกฝนเพิ่มเติมเป็เวลาหกปี เขาก็มาถึงจุดที่แข็งแกร่งมาก
แม้ว่าฟู่เจียเหรินจะกลายเป็แม่ทัพเก้าดาวเมื่ออายุ 50 ปี และเขาฝึกฝนวิชากระบวนท่าของหุบเขายาะในฐานะศิษย์หลานของเฉินเฟิงมาเพียงเก้าปี
แต่บางคนก็มีพร์ที่เหนือกว่า แม้ว่าจะเริ่มฝึกฝนวิชาเมื่ออายุมากแล้ว แต่ด้วยอำนาจและบารมี ทรัพยากรการช่วยในฝึกฝนที่ล้ำค่าไม่เคยขาด
ใน่เวลาเพียงเก้าปี ชายวัยกลางคนอายุ 50 ปี กลายเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ในบรรดายอดฝีมือทั้งหลาย
หากว่ากันตามหลัก ฟู่เจียเหรินควรเรียกเฉินเฟิงว่า "อาจารย์ปู่"
แต่ที่จริงแล้ว เฉินเฟิงไม่ได้ถ่ายทอดวิชาให้กับจอมพลทั้ง 18 คนด้วยตัวเอง
แม้แต่กับจอมพลสิบดาว เฉินเฟิงก็แค่ให้คำแนะนำเมื่อพวกเขาเริ่มฝึกฝนเท่านั้น
ดังคำกล่าวที่ว่า "อาจารย์เป็ผู้ชี้ทาง ศิษย์ต้องก้าวเดินด้วยตนเอง"
เฉินเฟิงไม่ได้รับแม่ทัพสิบดาวเป็ศิษย์โดยตรง แต่สายสัมพันธ์แบบศิษย์อาจารย์ก็ยังคงมีอยู่
หลังจากได้รับตำแหน่ง "เซียนแพทย์เทวะ" จากท่านอาจารย์ของเขาอย่างเป็ทางการแล้ว
เขาจึงมีคุณสมบัติที่จะรับศิษย์สายนอกทั้งเก้าคน และศิษย์ผู้สืบทอดหนึ่งคน
ยึดตามหลักจากอาจารย์เขา เมื่อเวลานั้นมาถึง เฉินเฟิงย่อมรับหนูน้อยหน้าตาน่ารักเก้าคนมาเป็ศิษย์สายนอก
ดังนั้น แม่ทัพสิบดาวทั้งเก้าจึงไม่มีทางได้รับสถานะศิษย์สายนอกจากเฉินเฟิง
อย่างไรก็ตาม หลังจากแม่ทัพสิบดาวเรียนรู้วิชากระบวนท่าจากหุบเขายาะจากเฉินเฟิงแล้ว แต่ละคนก็สอนลูกศิษย์ 2 คน ถ่ายทอดให้กับจอมพล 18 นาย
ดังนั้น ในแง่ของความสัมพันธ์ตามความจริง จอมพลเก้าดาวฟู่เจียเหริน
แม้จะอายุย่างเข้า 59 ในปีนี้ แต่เขายังคงนับว่าเป็ลูกศิษย์หลานของเฉินเฟิงที่อายุเพียง 27 ปี
นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมฟู่เจียเหรินถึงปกป้องเฉินเฟิง
ที่น่าขันกว่านั้นคือแม้แต่องค์จักรพรรดิัยังได้รับคำแนะนำในการฝึกฝนจากเฉินเฟิงด้วยตัวเอง
ดังนั้น เทพาจึงเป็เทพแห่งาของกองทัพต้าหลงและยังสามารถนับว่าเป็บรรพจารย์ของแผ่นดินได้อีกด้วย
อาจารย์ขององค์จักรพรรดิ!
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าองค์จักรพรรดิจะมีพระชนมายุมากกว่า 60 ชันษาแล้ว แต่พระองค์ก็้ายืดอายุขัยเช่นกัน
การฝึกฝนเคล็ดวิชากระบวนท่าของหุบเขายาะสามารถทำให้เขาบรรลุความ้านั้นได้
"ผมต้องขออภัยท่านจอมพลเป็อย่างยิ่ง! ตัวกระผมมีตาหามีแววไม่ ได้ล่วงเกินเทพา ขับไล่เขาออกจากตระกูลเมื่อครั้งเขายังเป็เด็ก
ผมขอรับผิดชอบต่อความผิดพลาดนี้ ผมขอฆ่าตัวตายเพื่อไถ่บาป โปรดขอให้ท่านเทพาและท่านแม่ทัพละเว้นตระกูลเฉินด้วย"
เฉินหู่คิดว่ากำลังพลของเขตป้องกันชายฝั่งมณฑลฝูเจี้ยนจะล้อมตระกูลเฉินในไม่ช้า
ในเวลานั้น เขาจะยิ่งอธิบายให้ฟู่เจียเหรินฟังยากขึ้น
ดังนั้นเขาจึงขอตาย หวังลบล้างความผิดของตระกูลเฉินด้วยตัวเขาเอง
เมื่อเห็นเช่นนั้น เฉินเฟิงก็ยื่นมือเข้าไปในเสื้อของเขา
ทันใดนั้น บนฝ่ามือที่ว่างเปล่าของเขา ปรากฏหน้ากากทองคำขึ้น
จากนั้นเฉินเฟิงก็สวมหน้ากากทองคำบนใบหน้า พูดกับเฉินหู่ด้วยน้ำเย็นะเื
"เขตป้องกันชายฝั่งทะเลมณฑลฝูเจี้ยน มีหน้าที่รับผิดชอบการป้องกันชายฝั่งทะเลทั้งหมดของมณฑลฝูเจี้ยน
ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อไม่ให้ธุรกิจของตระกูลเฉินตกเป็ของฉันและเพื่อแก้แค้นแทนลูกชายของแก
เ้าถึงกล้าใช้อำนาจในทางมิชอบ โทรศัพท์สั่งการกำลังพลทั้งหมดของเขตป้องกันชายฝั่ง
ให้พวกเขามาที่ตระกูลเฉินเพื่อจัดการกับฉัน
ถ้ามีศัตรูต่างชาติรุกรานเข้ามา แกจะรับผิดชอบได้หรือไม่?!"
หลังจากสวมหน้ากาก บรรยากาศรอบตัวและพลังของเฉินเฟิงก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เป็พลังอำนาจที่ไร้เทียมทานของผู้เป็าา พลังอำนาจแผ่กระจายอย่างล้นเหลือ
พลังที่เขาแผ่ออกมาโดยไม่ได้ใส่ใจนั้นกลับทำให้ทุกคนในตระกูลเฉินสั่นสะท้าน คุกเข่าลงบนพื้นด้วยความหวาดกลัว
เมื่อหน้ากากทองคำของเทพาที่ไม่เหมือนใครในโลกนี้ปรากฏขึ้น ทุกคนในที่นั้นก็รู้ตัวตนที่แท้จริงของเฉินเฟิงทันที
กลายเป็ว่าเขาคือผู้นำทัพจอมพลแห่งกองทัพต้าหลง เทพาผู้พิชิต
สยบแปดประเทศด้วยพลังของคนผู้เดียว
พิชิตเตี้ยวอวี่ไถโดยลำพัง
ยึดครองทะเลเหนือด้วยตัวคนเดียว
คำพูดและการกระทำของเฉินเฟิงทำให้ทุกคนตกตะลึง
เป็ที่แน่ชัดว่าเขา้าปลดเฉินหู่ลงจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพภาคฝูเจี้ยน รวมถึงตำแหน่งพลเอกหกดาวของเขาด้วย
นั่นก็เป็เหตุผลหนึ่ง
สิบเก้าปีก่อน เฉินเฟิงมีศักดิ์ฐานะเป็ถึงลูกบุญธรรมของเฉินหลง ผู้นำตระกูลคนก่อนที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งและกลายเป็ผู้นำตระกูลคนใหม่ใน่เวลานั้น
แต่หลังจากตรวจพบว่าเฉินเฟิงมีภาวะชีพจรเก้าหยาง ทำให้เฉินเฟิงถูกขับออกจากตระกูล ถูกปล่อยให้ตายตามยถากรรม
เฉินหลงที่ไร้สิ้นซึ่งลูกชายต้องกลายเป็ผู้นำที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดของตระกูลเฉิน
กลายเป็ตัวตลกในตระกูล
ตำแหน่งผู้นำคนต่อมาจึงถูกเฉินหู่เข้ารับตำแหน่ง
เฉินหู่คิดว่าความเกลียดชังของเฉินเฟิงที่มีต่อตระกูลเฉินคงฝังรากลึกถึงกระดูก
ตอนนี้เฉินเฟิงไม่แม้แต่จะไว้หน้าพ่อบุญธรรม ้าให้เขาตัดมือขวาของตนเพราะทำร้ายหลินชิง
แล้วเขาจะปล่อยให้คนอย่างเฉินหู่หลุดรอดไปได้อย่างไร?
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฉินเฟิงเอ่ยปากเมื่อสักครู่ว่าเขาไม่พอใจกับทายาทของตระกูลเฉินแล้ว
เขา้าตำแหน่งผู้นำตระกูล
ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือค่อยๆ ลิดรอนอำนาจในมือเฉินหู่ ทั้งในด้านธุรกิจและอำนาจภายในตระกูล ก่อนที่สุดท้ายคืออำนาจในเขตป้องกันชายฝั่ง
"ผม... ผมขอตาย! ขอเพียงแต่ท่านละเว้นลูกชายผมด้วย"
หลังจากรู้ตัวตนที่แท้จริงของเฉินเฟิงในฐานะเทพา ความปรารถนาที่จะตายของเฉินหู่ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
"อยากตาย? ไม่ง่ายขนาดนั้น! เช่นเดียวกับเมื่อพวกแกทิ้งฉัน เด็กน้อยป่วยหนัก ให้ตายตามยถากรรม
แต่ตอนนี้ฉันยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นฉันจะทำให้แกมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย อย่างเช่นคนผมขาวต้องมองส่งคนผมดำ แกว่าอย่างไร?"
ภายใต้หน้ากากทองคำ เฉินเฟิงพ่นคำดูถูกคำแล้วคำเล่าอย่างเย่อหยิ่งปะปนไปด้วยคำถามอย่างมีชั้นเชิง
เฉินฝูกล้าแต่งงานกับอดีตภรรยาของเทพา และยังมีพ่อที่น่าสมเพชเช่นนี้
เช่นนั้นก็สมควรตายเสียดีกว่า
เขาพูดจบประโยคไม่ทันไร จ้าวเสี่ยวเยว่ที่ยืนอยู่ข้างหลังสามารถเข้าใจความหมายในถ้อยคำได้ทันที เธอจึงเริ่มเดินเข้าหาเฉินฝู
