หยางเฉินก้มตัวลงหยิบถ้วยสีทองเข้มขึ้นมาจากพื้นดิน ก่อนจะใช้สายตาที่คมกริบพิจารณาสิ่งของในมืออย่างเงียบเชียบ รอบๆ จอกแกะสลักด้วยลายเส้นดั้งเดิมของยุคตะวันตก นอกจากลักษณะที่ดูเก่าแก่แล้วนอกนั้นไม่มีอะไรพิเศษอีก อย่างไรก็ตามหยางเฉินไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ถือครองจอกศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด
"ท่าน... ท่านฆ่าฮิวจ์สแล้วงั้นเหรอ!" อาร์คิมีดีสเอ่ยถามอย่างลังเล
หยางเฉินหันศีรษะกลับมา ชายหนุ่มหัวเราะกล่าวว่า "ผมไม่ได้ลงมือฆ่าเขา แต่เขาตายอย่างไรนั้น ผมไม่จำเป็ต้องอธิบาย ตอนนี้จอกศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือผมแล้ว”
"คุณจะทำอะไรต่อ?" ลิลิธเพ่งมองไปที่จอกศักดิ์สิทธิ์ในมือของหยางเฉิน ในสายตาของหญิงสาวปรากฏประกายเล็กน้อย แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว
หยางเฉินโยนจอกศักดิ์สิทธิ์ในมือเล่นไปมาอย่างไม่แยแส "ก่อนหน้านี้มันอาจจะ ''ศักดิ์สิทธิ์'' จริงแต่โชคร้ายหน่อย ที่ตอนนี้มันก็แค่วัตถุโบราณเก่าๆ ชิ้นหนึ่งเท่านั้น"
ไม่รอให้ทุกคนได้ทันตอบสนองใดๆ หยางเฉินใช้มือขวาบีบเข้าที่จอกศักดิ์สิทธิ์ทันที...
เนื้อโลหะของจอกศักดิ์สิทธิ์เป็เช่นเดียวกับกระดาษแข็ง มันถูกบีบจนบิดเบี้ยวคามือของหยางเฉิน!
ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นต่างตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าหยางเฉินจะกล้าทำลายจอกศักดิ์สิทธิ์!
"เ้า... เ้ากล้าทำลายจอกศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?" โทมัสคำรามเสียงต่ำออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว "เ้ากำลังดูิ่องค์พระผู้เป็เ้า!”
กาเบรียลและคนอื่นๆ แข้งขาพลันไร้ซึ่งเรี่ยวแรง เนื่องจากเป้าหมายตรงหน้าของพวกเขาได้ถูกทำลายลงไปเสียแล้ว!
หยางเฉินโยนก้อนโลหะที่บิดเบี้ยวลงกับพื้นจนมีเสียงตกกระทบเบาๆ "พวกคุณไม่นึกสงสัยเชียวหรือว่า ทำไมจอกศักดิ์สิทธิ์ถึงถูกผมทำลายได้ง่ายดายนัก?"
"แปลกตรงไหน จอกศักดิ์สิทธิ์มีพลังของพระเ้า ไม่ใช่ที่ตัววัสดุ!" โทมัสะเิอารมณ์ออกมา
หยางเฉินกล่าวยิ้มๆ "ในเมื่อพวกคุณคิดเช่นนั้นก็ไม่เป็ไร ในเมื่อจอกศักดิ์สิทธิ์ไม่อยู่แล้ว พวกคุณมีทางเลือกสองทาง หนึ่งคือสู้กับผม สองคือไสหัวออกไปจากประเทศจีน แต่ผมบอกไว้เลยว่าถ้าคุณเลือกข้อที่หนึ่ง พวกคุณจะกลายเป็ผีเฝ้าป่าอยู่ที่นี่ทั้งหมด ผมไม่ได้โอ้อวด แต่ผมกำลังพูดความจริง”
สิ้นเสียงพูดของหยางเฉินทุกคนก็สงบปากของตัวเองไปในทันที ในความเป็จริงการหายตัวไปของฮิวจ์ส ทำให้ทุกคนหมดกำลังใจในการต่อสู้แล้ว? โทมัสและกาเบรียลเหลือบมองกัน ด้วยสายตาที่บ่งบอกชัดเจนว่าไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว
ทางด้านสภามืดเองพวกเขาไม่รู้สึกหดหู่กับการสูญเสียจอกศักดิ์สิทธิ์เท่าใดนัก เพราะพวกเขาเดินทางมาที่นี่เพื่อเป้าหมายคือ การป้องกันไม่ให้จอกศักดิ์สิทธิ์เดินทางกลับสู่ยุโรป ถ้าภารกิจสำเร็จก็ถือว่าเป็ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามสาวกของซาตานย่อมไม่ได้รับชีวิตนิรันดร์จากพระเ้าอยู่แล้ว
ความล้มเหลวของภารกิจในครั้งนี้คือ การสูญเสียผู้าุโระดับสูงอย่างฮิวจ์ส และลูกน้องเผ่าเือีกหลายคนเท่านั้น
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ อาร์คิมีดีสกับซาโบ้ ต่างก็ส่งสายตาไปหาขุมพลังสุดท้ายของพวกเขา ลิลิธ
ท่าทีของลิลิธในตอนนี้สงบนิ่งอย่างประหลาด ดวงตาสีเพลิงของหญิงสาวค่อยๆ กลับกลายเป็สีฟ้าสว่าง ร่างกายของเธอกำลังเปลี่ยนสภาพกลับเป็ดังเดิม
"จากคำพูดของท่าน ฉันก็พอจะเดาฐานะของท่านได้ ในนามของสภามืด พวกเราต้องขออภัยสำหรับการกระทำเสียมารยาทในครั้งนี้ด้วย"
"ตัดสินใจดีแล้วงั้นเหรอ?" หยางเฉินไม่เคยปิดบังตัวตนที่แท้จริงของเขาได้อยู่แล้ว แม้สภามืดจะไม่ใช่องค์กรที่ขึ้นตรงต่อประเทศใด แต่สภามืดก็ถือว่าเป็องค์กรขนาดใหญ่ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน แน่นอนว่าต้องมีเครือข่ายไปทั่วโลก
ลิลิธพยักหน้าด้วยความหนักแน่น
"แน่นอน ฉันมั่นใจว่าท่านจะช่วยให้เรา เดินทางออกจากประเทศจีนได้อย่างปลอดภัย ในเมื่อจอกศักดิ์สิทธิ์ไม่อยู่แล้ว พวกเราก็จะกลับยุโรป"
"ผมหวังว่าพวกคุณจะเดินทางกลับยุโรปโดยสวัสดิภาพนะ" หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ลิลิธแย้มยิ้มงดงาม แต่แล้วก็โน้มกระซิบบางอย่างที่ข้างหูหยางเฉิน
หยางเฉินไม่เกรงกลัวการลอบโจมตีจากลิลิธ ในเมื่อเขาเพิ่งทำลายจอกศักดิ์สิทธิ์ไป ตอนนี้ชายหนุ่มจึงยังไม่รู้ว่าหญิงสาวผู้ลึกลับคนนี้จะมาไม้ไหน หลังจากกระซิบเสร็จแล้ว ลิลิธก็ถอนตัวออกมา พร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
หญิงงามที่หยางเฉินเห็นตรงหน้าไม่ใช่ปีศาจชั่วร้าย แต่ทว่าเธอเป็เพียงสาวชาวตะวันตกธรรมดาผู้เลอโฉมเท่านั้น หยางเฉินฉีกยิ้ม มือหนาของเขาลูบคางไปมา
การกระทำของทั้งสองทำให้ทุกคนต่างสับสน พวกเขาทั้งคู่กำลังทำอะไรกันแน่?!
สีหน้าและแววตาของบุปผาพิรุณแสดงออกว่ารังเกียจการกระทำนี้อย่างเห็นได้ชัด ชายกะล่อนผู้นี้ทำเ้าชู้แม้กระทั่งเผ่าเื... ช่างไร้ยางอายจริงๆ! ความอิจฉาปรากฏขึ้นในจิตใจ แม้แต่ตัวบุปผาพิรุณเองก็ไม่เข้าใจนัก และเป็เื่ยากที่จะระงับไว้
"คุณอยากจะทำอย่างนั้นจริงๆ ใช่มั้ย?" หยางเฉินถาม
ใบหน้าของลิลิธกลายเป็สีแดงระเรื่อ เธอกะพริบตาน้อยๆ ก่อนตอบว่า "คุณทำได้ไหมล่ะ?”
"ผมจะยอมเสียสละทำมันเอง"
ลิลิธแสดงสีหน้ายินดีออกมา จากนั้นโน้มตัวใช้คู่แขนเรียวยาวคล้องลำคอแกร่งหยางเฉินไว้ หญิงสาวประกบเรียวปากสีแดงระเรื่อกับหยางเฉิน เมื่อริมฝีปากร้อนรุ่มทาบทับปิดริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างแแ่ ขยับบดเบียดอย่างหนักหน่วง รุกเร้าให้อารมณ์ที่คุกรุ่นของพวกเขาเพิ่มสูงขึ้น ก่อนที่ทั้งคู่จะใช้ลิ้นพัวพันเกี้ยวรัดอย่างดูดดื่ม
ภาพเช่นนี้ยิ่งทำให้ทุกคนไม่เข้าใจหนักเข้าไปใหญ่!?
บุปผาพิรุณสะบัดหน้าหนีทันที เธอไม่อาจทนดูภาพบาดตาตรงหน้าได้ เธอจะจดจำภาพนี้เอาไว้และกลับไปบอกหลินรั่วซีว่าหยางเฉินแอบไปจูบผู้หญิงคนอื่นลับหลังเธอ!
หยางเฉินดื่มด่ำไปกับรสจูบอันหอมหวานไม่เหมือนใครของเผ่าเื ก่อนที่จะแยกตัวออกมากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
"เยี่ยมมาก คุณพาคนของคุณกลับไปก่อนเถอะ"
ลิลิธส่งสายตาผิดหวังเล็กน้อย จากนั้นก็เผยรอยยิ้มมีเสน่ห์ ก่อนจะหันกลับไปส่งสัญญาณมือให้กับกลุ่มของอาร์คิมีดีส โดยไม่สบสายตากับหยางเฉินอีกต่อไป
ภายใต้การจับตามองของกลุ่มโรมันศักดิ์สิทธิ์และกองพลน้อยเหยียนหวง กองทัพเผ่าเืร์หายตัวไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เห็นแม้แต่เงา
เมื่อเผ่าเืทั้งหมดจากไปแล้ว หยางเฉินจึงหันมากล่าวกับกาเบรียลและคนอื่นๆ ว่า "พวกคุณยังอยากจะสู้กับผมอีกหรือเปล่า?”
กาเบรียลกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งดั่งสายน้ำ "ถึงแม้ว่าข้ายังอยากจะสู้กับท่าน แต่มันย่อมไม่ใช่ตอนนี้ พวกเราจะออกจากประเทศจีน แต่โปรดจำไว้ข้อหนึ่งว่า วันนี้คุณได้ทำลายจอกศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา"
ถึงแม้ว่าจะเกลียดขี้หน้าหยางเฉินเข้ากระดูกดำ แต่กาเบรียลและคนอื่นๆ ก็ตัดสินใจกลับโรมันศักดิ์สิทธิ์ก่อน เพื่อสืบหาประวัติและตรวจสอบสถานะของหยางเฉิน
โทมัส อาร์เธอร์ และอัศวินที่เหลือต่างจากไป
เหลือเพียงบุปผาพิรุณ หยงเย่ และกองพลน้อยเหยียนหวงอีกไม่กี่คน แม้ท่าทางหยงเย่จะอยากมีเื่กับหยางเฉินมากแค่ไหน แต่ในตอนนี้เขาจำต้องตัดใจอย่างขมขื่น ก่อนโบกมือเป็สัญญาณให้สมาชิกที่เหลือพาคนเจ็บออกจากที่นี่โดยเร็ว
บุปผาพิรุณยังไม่รีบร้อนจากไป เธอยืนเฝ้ามองหยางเฉินเหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
"อ้าว... หนิงเอ๋อร์ ทำไมไม่มาด้วยกันล่ะ" เมื่อเห็นบุปผาพิรุณยังคงนิ่งเงียบหยงเย่เลยโพล่งออกมา
บุปผาพิรุณกล่าวตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า "ฉันจะอยู่ตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น นายกลับไปก่อน"
"ผมไม่อยากให้คุณอยู่กับคนอันตรายสองต่อสองเช่นนี้" หยงเย่กล่าวขึ้นด้วยความเป็ห่วง "ผมจะอยู่กับคุณด้วย"
"คุณก็รู้ว่าเขาอันตราย แต่ยังอยู่ที่นี่ ไม่เห็นเหรอเขาเกลียดคุณขนาดไหน?"
หยงเย่ชำเลืองมองหยางเฉินอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าหยางเฉินไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เขาก็ยังคงไม่ไว้วางใจ ชีวิตต้องมาก่อน หลังจากใคร่ครวญอยู่นาน หยงเย่ก็จากไปพร้อมสมาชิกที่เหลือ
"ขี้ขลาดตาขาว" บุปผาพิรุณถอนหายใจออกมา
หยางเฉินที่เฝ้าดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า "ถึงแม้จะขี้ขลาด แต่เขาก็ถือว่าเป็คนที่น่าสนใจนะครับ แล้วทำไมคุณยังไม่ไปอีกล่ะ?”
"ฉันมีคำถามมากมายอยากจะถามคุณ" บุปผาพิรุณกล่าว
"คำถามอะไร?"
"ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าฉันไม่เข้าใจในสภามืด พวกเผ่าเืเป็อันตรายตุ่์ไม่ใช่หรืออย่างไร?" บุปผาพิรุณถาม
หยางเฉินจำได้ว่าเขาเคยบอกแบบนั้นไปจริงๆ จึงอธิบายขึ้นว่า "เื่นี้ต้องย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ แต่เนื่องจากประวัติศาสตร์มันยาวนานเกินไป ผมจึงไม่ค่อยรู้ลึกรู้จริงสักเท่าใดนัก แต่ก็สามารถบอกสถานการณ์คร่าวๆ ของสภามืดได้
ก่อนยุคกลางของประวัติศาสตร์ เผ่าพันธ์ุเืเกือบจะปกครองยุโรปอย่างเบ็ดเสร็จ ในเวลานั้นพวกเขาเป็เผ่าพันธุ์ที่ชั่วร้ายอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามเนื่องจากการดำรงอยู่ของโรมันศักดิ์สิทธิ์มนุษย์จึงเริ่มโต้กลับได้บ้าง แม้เผ่าเืจะแข็งแกร่ง แต่ด้วยความร่วมมือกันของคนนับหมื่น พวกเผ่าเืจึงถูกกวาดล้างอย่างหนัก ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะซ่อนตัวเพื่อดำรงรักษาเผ่าพันธ์ุ
พวกเขาจัดตั้งองค์กรที่ชื่อ คามาลิล่า ซึ่งเป็ส่วนหนึ่งของสภามืด และกฎเหล็กที่สำคัญที่สุดของพวกเขาคือ ''เร้นกายจากโลกใบนี้'' พวกเขาพรางตัวปะปนอยู่ในกลุ่มมนุษย์ และละทิ้งเป้าหมายในการครองโลก ั้แ่นั้นเป็ต้นมาคำว่า ‘เผ่าเื’ จึงได้กลายเป็ตำนานที่ไม่มีจริงเท่านั้น"
บุปผาพิรุณเคยได้ยินลิลิธพูดว่า ‘คามาริลล่า’ ราวกับว่าเธอและครอบครัวเป็สมาชิกขององค์กรนั้น ในขณะที่คนอื่นๆ เป็องค์กรที่เหมือนจะเรียกว่า ‘ซับบาร์ต’?
หยางเฉินกล่าวต่อว่า "ซับบาร์ต หรือเรียกอีกอย่างว่า ''องค์กรทมิฬ'' เป็เขาเป็พวกหัวรุนแรง ที่ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎ อย่างไรก็ตามองค์กรซับบาร์ตยังไม่แข็งแกร่งขนาดสามารถสู้กับคามาริลล่าได้โดยตรง ดังนั้นพวกเขาจึงต้องขโมยจอกศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้โรมันศักดิ์สิทธิ์ช่วยกวาดล้าง คามาริลล่าอีกแรง"
"ถ้าหากจอกศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือของเผ่าเื ก็ไม่มีอันตรายใดๆ งั้นสิ?"
"เื่นี้คงเป็โรมันศักดิ์สิทธิ์กุเื่เพื่อหลอกใช้พวกคุณนั่นแหละ..." หยางเฉินยิ้มพลางส่ายหัว "ในความเป็จริงโรมันศักดิ์สิทธิ์เป็องค์กรที่ต่อต้านสภามืดเท่านั้น ดังนั้นผมจึงแนะนำว่าเราไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว"
บุปผาพิรุณพยักหน้ารับรู้ "ฉันจะรายงานเื่นี้ต่อท่านนายพลว่าพวกโรมันศักดิ์สิทธิ์หลอกใช้พวกเรา"
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะ" หยางเฉินเห็นว่าตอนนี้เขาควรรีบกลับไป ไม่อย่างนั้นคงต้องเรียกแท็กซี่กลับบ้าน
บุปผาพิรุณเห็นหยางเฉินทำท่าจะจากไปจึงรีบะโทันทีว่า "จอกศักดิ์สิทธิ์นั่นสามารถทำให้มีชีวิตะจริงหรือเปล่า?"
เมื่อพูดถึง ‘จอกศักดิ์สิทธิ์’ หยางเฉินก็ถอนหายใจออกมาเสียงดัง "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เื่นี้เป็ปัญหาซับซ้อน การที่ฮิวจ์สหายตัวไปเป็ปัญหามากกว่าที่คุณคิด แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เื่ที่คุณต้องรับผิดชอบ กลับไปรายงานกับหัวหน้าของคุณก็แล้วกัน"
บุปผาพิรุณรู้สึกว่าหยางเฉินไม่้าเล่าเื่ของตนเอง
"แล้วก่อนหน้านี้... ลิลิธ... กระซิบอะไรกับคุณ?" บุปผาพิรุณลังเลอยู่นานก่อนจะเอ่ยปากถามออกมาในที่สุด
"คุณไม่กลัวฉันจะบอกรั่วซีหรือไง?"
หยางเฉินหันไปกล่าวด้วยรอยยิ้มซุกซน
"อย่าบอกรั่วซีเชียวนะครับ เมื่อสักครู่นี้ลิลิธแค่อยากจูบกับผม เพราะเธอเห็นผมไอดอลของเธอก็เท่านั้น และผมก็แค่อยากลองจูบกับเผ่าเืดูสักครั้ง ไม่มีเหตุผลอื่นแม้แต่น้อย”
บุปผาพิรุณได้ยินดังนั้นก็นิ่งเงียบไปในทันที ชายคนนี้จูบกับเผ่าเืเพราะนึกสนุก? ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปากนั่นดูดเืสกปรกมามากแค่ไหนแล้ว!
"น่ารังเกียจที่สุด" บุปผาพิรุณสำแดงความโกรธออกมาเป็ประโยค แล้วจากไปในทันที โดยทิ้งหยางเฉินเอาไว้เื้ั
หยางเฉินยืนสับสนอยู่ผู้เดียวท่ามกลางป่าไม้ใหญ่ที่มืดสนิด จากนั้นจึงพึมพำว่า "ไหนบอกว่าจะตรวจดูความเสียหายไง ทำไมไปก่อนซะได้ล่ะ?”
