“สกุลกู้เขียนกลอนคู่เอาไว้ตั้งหลายคู่ ไฉนจึงหยิบมาเพียงแค่นี้ เหตุใดตอนนั้นพวกเราถึงรับแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้เช่นเ้าเข้าสกุลมานะ!” หวางซื่อด่าทอพร้อมกับบิดหูหลี่ซื่อ หลี่ซื่อซึ่งต้องความเย็นจากอากาศนอกบ้านมาจนหูแข็ง พอถูกบิดเช่นนี้นางรู้สึกเจ็บจนน้ำตาเล็ด
เวลานั้นเจียงซื่อซึ่งอยู่ด้านข้างก็คอยเติมเชื้อไฟไม่หยุด “เ้าสี่ เหตุใดถึงไม่รู้จักสั่งสอนภรรยาของเ้าบ้าง พวกเราดีกับนางถึงเพียงนี้ แต่ปีใหม่นางกลับร้องไห้ จะร้องไห้ให้ใครดูกัน!”
จบประโยคนี้ หยวนเหล่าซื่อพลันลุกมากระชากผมภรรยาแล้วลากเข้าไปในห้อง ไม่นานหลังจากนั้นเสียงร้องไห้ของหลี่ซื่อก็ดังลอดออกมา
ผู้เฒ่าหยวนใช้แท่งยาสูบเคาะกับโต๊ะ เอ่ยว่า “กลอนคู่ไม่พอติดเช่นนี้จะทำอย่างไร”
“ท่านปู่ ทั้งหมดต้องโทษข้า เข้าไปในอำเภอเมื่อครั้งที่แล้วข้าลืมขอให้พี่เหวินไฉเขียนกลอนคู่ให้สักหลายๆ คู่ไปเสียสนิท ยามนั้นข้ามัวแต่คิดจะขอเงินจากเขาเพื่อซื้อสุราให้ท่านและซื้อผ้ากับฝ้ายให้ท่านย่า…” เ้าใหญ่แสร้งทำเป็เอ่ยอย่างรู้สึกผิด
“เื่นี้ไม่ใช่ความผิดของเ้า การเรียนของเหวินไฉนั้นสำคัญที่สุด ไหนเลยที่เขาจะมีเวลามาเขียนกลอนคู่” หวางซื่อตัดบทหลานสาว ก่อนจะเบนสายตาไปยังจางซื่อ “สะใภ้สาม เ้าไปเอากลอนคู่จากบ้านสกุลกู้มาเพิ่มอีก”
จางซื่อตัวแข็งค้างไปในพลัน ผลักตัวบุตรชายออกไป “ให้ต้าเป่าพาเสียวเป่าไปดีกว่า พวกเขายังเด็ก วิ่งไว หยิบมาได้สองคู่ก็ค่อยวิ่งกลับมา ทางนั้นไม่ทันเห็นแน่นอน หากข้าไปไม่แน่ว่าจะหยิบมาได้”
“ได้ เช่นนั้นก็ให้ต้าเป่าพาเสียวเป่าไป” ผู้เฒ่าหยวนกล่าวตัดบท
ด้วยเหตุนี้หยวนต้าเป่ากับหยวนเสียวเป่าจึงรีบออกจากบ้านไปทำตามที่จางซื่อสั่ง พอไปถึงบ้านสกุลกู้ เด็กทั้งสองก็เดินไปที่ตะกร้า หยิบกลอนคู่มาได้ก็ให้รีบวิ่งออกไปหมายจะกลับบ้าน ทว่าเจินเจินกลับเห็นเข้าเสียก่อน จึงรีบวิ่งตามไปโดยมีเอ้อร์หลาง ซานหลาง และซื่อหลางสกุลกู้กับเด็กคนอื่นในหมู่บ้านวิ่งตามไปติดๆ
หยวนต้าเป่ากับหยวนเสียวเป่าเพิ่งจะวิ่งมาได้ไม่ไกล หยวนต้าเป่าก็ถูกเจินเจินะโถีบจนล้มไปกองกับพื้น และแย่งกลอนคู่กลับไป นางฉีกกลอนคู่ที่แย่งกลับมาได้จนขาดเป็สองส่วน ด้วยความโมโหยิ่งนางจึงชกเข้าที่ใบหน้าของหยวนต้าเป่าอย่างแรง
แม้หยวนต้าเป่าจะรับจ้างทำงานทั่วไปอยู่ในตำบล ต้องทำงานหนักทุกวัน จึงมีเรี่ยวแรงเยอะกว่าคนทั่วไป ทว่าก็ไม่อาจสู้แรงของเจินเจินได้อยู่ดี หยวนเสียวเป่าที่อยู่ด้านข้างเห็นภาพนั้นก็ใอย่างมาก ใช้มืออันสั่นเทาชี้หน้าเจินเจิน “เ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะฟ้องท่านปู่ท่านย่าให้ขายเ้าเสีย!”
เจินเจินได้ยินเช่นนี้ก็ผละจากหยวนต้าเป่า แล้วพุ่งเข้าไปต่อยหน้าหยวนเสียวเป่าโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง พอถูกต่อย กลอนคู่ในมือของเขาจึงร่วงหล่นบนพื้นและถูกเหยียบจนเสียหายสกปรกไปหมด
เจินเจินจำตัวอักษรบนกลอนคู่ได้ว่าคือตัวอักษรของพี่ชาย ยิ่งทำให้นางรู้สึกโกรธมากขึ้นไปอีก เด็กหญิงจึงเก็บกลอนคู่ขึ้นมาแล้ววิ่งไปยังบ้านใหญ่สกุลหยวนทันที
เด็กในหมู่บ้านที่โตหน่อยเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีจึงรีบไปตามผู้ใหญ่มา ขณะที่เด็กคนอื่นวิ่งตามเจินเจินไปที่บ้านใหญ่สกุลหยวน
ครั้นไปถึงบ้านใหญ่สกุลหยวน เจินเจินฉีกกระชากกลอนคู่ที่ถูกติดเรียบร้อยแล้วลงมา จากนั้นฉีกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“เ้าหก นั่นเ้าทำอะไร!” หวางซื่อโมโหจนเืลมขึ้นหน้าทำท่าจะเป็ลม นางชูมือขึ้นหมายจะฟาดเจินเจิน แต่เด็กหญิงกลับเอาศีรษะกระแทกจนนางล้มลงไปกองกับพื้น
เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางเห็นหยวนต้าเป่าหยิบจอบที่วางอยู่มุมกำแพงขึ้นมา โดยหมายจะฟาดใส่เจินเจิน ก็รีบเข้าไปกอดขาเอาไว้พลางร้องะโว่า “เจินเจิน รีบหนีไปเร็วเข้า!”
ได้ยินดังนั้นไม่เพียงเจินเจินจะไม่วิ่งหนีไป แต่กลับวิ่งเข้าไปแย่งจอบจากในมือของหยวนต้าเป่ามา แล้วโยนลงบนพื้นจนหักเป็สองท่อน
ทุกคน “…”
เด็กๆ ในหมู่บ้านที่ตามมาด้วยต่างปรบมืออย่างชอบใจ “เจินเจิน เ้าเก่งเหลือเกิน”
“ไป ไสหัวไปให้หมดทุกคน!” หวางซื่อเห็นว่าไม่สามารถทำอันใดกับเจินเจินได้ นางจึงใช้ไม้กวาดไล่ฟาดเด็กคนอื่นในหมู่บ้านแทน
เด็กหญิงหยิบจอบที่หักแล้วท่อนหนึ่งขึ้นมา จากนั้นฟาดไปยังหยวนเหล่าซานที่คิดจะเข้ามาจับตนเอง ทว่าหยวนเหล่าซานก็หลบได้อย่างว่องไว แล้วลอบส่งสัญญาณทางสายตาให้แก่น้องชาย ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าล้อมเจินเจินเอาไว้
จังหวะนั้นจางซื่อส่งไม้ท่อนหนึ่งให้หยวนเหล่าซาน ขณะที่หยวนเหล่าซื่อหยิบจอบที่หักแล้วที่เหลืออีกท่อนขึ้นมา
ทั้งคู่พุ่งเข้าไปหาเจินเจินพร้อมกัน
“เจินเจิน!” เอ้อร์หลางะโเตือนด้วยน้ำเสียงตระหนกใ หากนางถูกสองคนนั้นตีต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยแน่!
เจินเจินเอี้ยวตัวหลบได้อย่างว่องไว ทำให้จอบของหยวนเหล่าซื่อฟาดถูกแขนของหยวนเหล่าซาน ส่วนไม้ของหยวนเหล่าซานกลับฟาดไปถูกขาของหยวนเหล่าซื่อแทน
เสียงกระดูกหักดังขึ้นในพลัน ตามมาด้วยเสียงร้องอย่างเ็ปของคนทั้งคู่
จางซื่อใรีบเข้าไปช่วยพยุงหยวนเหล่าซาน ในขณะที่หยวนเหล่าซื่อเอามือกุมขานอนกลิ้งไปมาอย่างเ็ปบนพื้น
ยามนี้บ้านใหญ่สกุลหยวนตกอยู่ในสภาพชุลมุนวุ่นวาย แต่ถึงกระนั้นเจินเจินก็หาได้สนใจไม่ นางวิ่งฉีกทำลายกลอนคู่ภายในบ้านจนสิ้น!
เจินเจินไม่เสียใจเลยสักนิดที่ให้กลอนคู่แก่หลี่ซื่อ เพราะเป็คนละเื่กับเื่นี้ หยวนต้าเป่ากับหยวนเสียวเป่ากล้าไปขโมยกลอนคู่ของพี่ชาย ทั้งยังทำสกปรก เช่นนั้นนางก็จะทำลายกลอนคู่ของบ้านใหญ่สกุลหยวนเสียให้หมด!
“พวกเรากลับ!” เมื่อบรรลุเป้าหมาย เจินเจินเดินนำเด็กทุกคนออกจากบ้านใหญ่สกุลหยวนไป
วันนี้์ช่างเป็ใจให้ทุกคนโดยแท้ ข้างนอกบ้านไม่มีหิมะตก เด็กๆ จึงสามารถวิ่งเล่นได้อย่างสบาย
ระหว่างที่เกิดเหตุวุ่นวายข้างนอกนั้น หลี่ซื่อหลบอยู่ในห้องตลอด นางถูกตบตีจนใบหน้าบวมเป่งเต็มไปด้วยรอยแผลไม่อาจออกไปเจอหน้าผู้ใดได้อีก
นางแอบดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างนอกจากช่องว่างของประตู เห็นสามีนอนเอามือกุมขานอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้นอย่างเ็ป ภายในใจก็รู้สึกสาแก่ใจยิ่ง หากสามีของนางกลายเป็คนพิการได้ยิ่งดี หลังจากนี้หากเขาคิดจะตบตีนางอีก นางจะได้หลบได้
“สะใภ้สี่ สามีของเ้าถูกตี เหตุใดถึงยังเอาแต่หลบอยู่ในนั้น ไม่รีบออกมาดูสามีของเ้าอีก!” หวางซื่อะโด่าทอหลี่ซื่อที่อยู่ในห้อง ในขณะที่ผู้เฒ่าหยวนสั่งให้บุตรชายคนโตไปตามหมอมารักษา
หยวนต้าเป่าและหยวนเสียวเป่าที่ถูกเจินเจินต่อยจนร้องไห้กลับมาถึงบ้านในเวลานี้เอง ครั้นมองเห็นสภาพของหลานทั้งสองแล้ว หวางซื่อยิ่งรู้สึกใ ผู้เฒ่าหยวนเองก็ชะงักงันไปเช่นกัน
หลานสองคนนี้คือทายาทของสกุลหยวนเชียวนะ!
“พวกเ้า…ใครทำพวกเ้า!” ผู้หยวนเฒ่าเอ่ยถามเสียงสั่นอย่างโกรธสุดขีด
หยวนเสียวเป่าเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฟังพร้อมทั้งเติมเชื้อไฟลงไป ผู้เฒ่าหยวนฟังแล้วก็โมโห กล่าวว่า “ข้าจะไปหาผู้ใหญ่บ้าน ทำเช่นนี้ใช้ได้ที่ใดกัน นังเด็กนั่น ข้าน่าจะปล่อยให้จมถังอาจมตายไปเสีย!”
หวางซื่อร้องห่มร้องไห้สำรวจไปตามตัวหลานชายว่ามีแผลที่ใดบ้าง พร้อมกับก่นด่าเจินเจิน “นังเด็กชั่วช้า สมควรถูกฟ้าผ่า!”
หยวนเสียวเป่าร้องไห้เอาหน้าซุกอยู่กับอกของหวางซื่อ “ท่านย่า ท่านต้องขายนังเด็กนั่นให้แก่หอนางโลมไปเสีย ฮือๆ ข้าเจ็บเหลือเกิน”
เ้าใหญ่ที่แอบฟังอยู่ในห้องได้ยินเช่นนี้ดวงตาพลันวาววับเป็ประกาย ‘ถูกต้อง หากทำให้เ้าหกตายไม่ได้ ขายออกไปก็ได้นี่ ขายออกไปไกลๆ เพียงแค่นี้เ้าหกก็จะไม่มีผลต่ออนาคตของตนอีก หากขายนางให้แก่หอนางโลมเสีย ถึงแม้เ้าหกจะมีนิสัยดื้อรั้น ทว่าคนที่นั่นก็มีวิธีจัดการอยู่ดี จากชาติที่แล้วทำให้รู้ว่าผู้สูงศักดิ์บางคนที่มีรสนิยม…’ เวลานั้นความคิดอันชั่วร้ายอย่างหนึ่งพลันแล่นเข้ามาในสมองของเ้าใหญ่
