เสียงของฮ่องเต้ดังไปทั่วทั้งค่าย ทำให้ทุกคนใคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง เหล่าขุนนางไม่กล้าขัดฮ่องเต้ที่กำลังบ่นอยู่ มีเพียงแค่แม่ทัพเยี่ยนยังคงเงยหน้ายืนตัวตรงอยู่ตรงข้ามกับฮ่องเต้โดยปราศจากความกลัว
“ไม่ใช่ว่าฝ่าาไม่ได้รับอนุญาตให้ลงแข่งขัน แต่ฝ่าาไม่ควรอยู่ในการต่อสู้แบบนั้น ถ้าหากฝ่าาได้รับาเ็ กระหม่อมก็ไม่สามารถอธิบายให้ฮองเฮาและทุกคนที่ไม่ได้ติดตามการล่าสัตว์ได้”
เมื่อแม่ทัพเยี่ยนยังคง ‘หัวรั้นไม่ยอมเปลี่ยน’ ในที่สุดฮ่องเต้ก็ส่งสายตาไปทางรองแม่ทัพคนใหม่ที่เพิ่งถูกยกหัวโขนให้อย่างเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วให้เตรียมตัว
ทันทีหลังจากนั้น เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถูกความคิดที่อยากแข่งขี่ม้าตีคลีบังตาจึงลุกขึ้นออกมาอย่างไม่เกรงกลัว กลายเป็คนที่อยู่ภายใต้อาณัติของฮ่องเต้ อีกทั้งยังยืนอยู่ตรงข้ามกับพ่อของตัวเองเรียบร้อย
“ท่านแม่ทัพเยี่ยน ข้ากับฝ่าาจะลงแข่งด้วยกัน และข้าจะรับผิดชอบความปลอดภัยของพระองค์ มีข้าอยู่ ฝ่าาจะไม่ตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน”
โง่! ช่างโง่เขลาเสียจริง! เมื่อเห็นบุตรกลายเป็สหายร่วมรบห่วยๆ แม่ทัพเยี่ยนถึงกับส่ายหัวด้วยความหัวเสีย เอ่ยเสียงสั่น “เ้า...”
“เ้าเด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! บังอาจกล้ารับประกันความปลอดภัยของฮ่องเต้ได้อย่างไรกัน!” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วได้กระตุกหนวดเสืออย่างแม่ทัพเยี่ยนเข้าให้แล้ว แต่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังคงทำเหมือนเป็ลูกวัวแรกเกิดที่ไม่กลัวเสือ และพูดห้วนๆ ว่า “ทำไมท่านไม่เชื่อลูกชายของท่านล่ะ!”
……
ฮ่องเต้นั่งหัวเราะคิกคักอยู่บนแท่นประทับ มีความสุขที่เห็นสองพ่อลูกนั่งไม่ติด ในที่สุดก็ตบหน้าแม่ทัพเยี่ยนได้ อีกทั้งพรุ่งนี้ก็จะได้มีโอกาสลงแข่งขันขี่ม้าตีคลี
“ดี อย่างนั้นเ้าให้คำมั่นสัญญาโดยเขียนเป็หนังสือตามกฎทหาร ถ้าหากฝ่าาได้รับาเ็ เ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิตของเ้า!” คาดไม่ถึงว่าแม่ทัพเยี่ยนจะให้ลูกชายของตัวเองร่างสัญญาตามกฎของทหาร? มันจะวุ่นวายไปกันใหญ่แล้ว! แม้แต่ฮ่องเต้ยังสับสนเล็กน้อยจึงรีบยกมือไปทางแม่ทัพเยี่ยน และรีบลุกขึ้นเพื่อควบคุมสถานการณ์
“ข้าว่าท่านโมโหเกินไปแล้ว มันก็แค่การแข่งขันขี่ม้าตีคลี ไม่ต้องถึงขั้นออกสัญญาอะไรทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าทหารจะจำข้าไม่ได้เสียหน่อย ใครจะกล้ามาทำร้ายข้า? เอาล่ะ ว่ากันตามนี้ วันนี้ก็พอแต่เพียงเท่านี้ข้าเหนื่อยแล้ว จะกลับไปกินอาหาร!”
ยังโชคดีที่ฮ่องเต้ห้ามได้ทัน ทำให้ชีวิตของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังรอดปลอดภัยจากคำสัญญาตามกฎทหาร เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถอนหายใจด้วยความโล่งอก พึ่งเข้าใจว่าการได้เป็สหายกับฮ่องเต้นั้นมีแต่เื่ยากลำบากและเต็มไปด้วยอันตราย
แต่สิ่งที่น่ายินดีกว่านั้นคือ ด้วยการร่วมมืออย่างดีของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว ในที่สุดทั้งสองก็ได้รับการยินยอมจากแม่ทัพเยี่ยน การแข่งขันขี่ม้าตีคลีจึงมีชื่อของทั้งสองคน และไม่ได้ร่างหนังสือสัญญาเอาชีวิตเป็ประกันอีกด้วย
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่กำลังครวญเพลงเบาๆ ขณะเดินกลับที่พักของตนอยู่ นั้นก็ถูกแม่ทัพเยี่ยนหิ้วคอโดยที่จับหลังคอของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วแล้วลากมาตามทาง เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วใกลัวแทบตายคาที่ “ท่านพ่อ ท่านทำอะไร”
“ลูกเนรคุณ!” แม่ทัพเยี่ยนโกรธจัดและอยากพูดอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเื่วันนี้ อยากจะยกมือฝ่ามือขึ้นมาตบเพื่อให้สร่างเมา “นี่เ้าดื่มมากเกินไปใช่หรือไม่? ทำไมเ้าถึงได้ลงเล่นกับฮ่องเต้?”
“เื่นั้นข้าไม่ใช่คนต้นคิดสักหน่อย… ฮ่องเต้ทรงอยากเล่นจึงให้ข้าช่วย” เมื่อพูดถึงเื่นี้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็เริ่มรู้สึกน้อยใจเป็อย่างมาก ตอนอยู่บ้านต้องเป็ตัวกลางรองรับอารมณ์ก็ไม่เป็ไรหรอก แต่ไม่ง่ายเลยที่จะออกจากจวนเยี่ยนมาถึงลานเขามู่หลาน และคาดไม่ถึงว่าจะต้องเป็ตัวกลางรองรับอารมณ์อีก มันน่าน้อยใจและน่ารำคาญที่สุด!
เมื่อแม่ทัพเยี่ยนได้ยินคำตอบของลูกตัวเองก็ไม่มีอะไรจะพูด เขาจึงกำมือยกขึ้น เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรีบถอยออกไปสามก้าวด้วยความใ เพียงแค่ฟังแม่ทัพเยี่ยนะโด้วยเสียงอันแหลมคมว่า “เ้ามานี่!” ตามด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่นว่า “ข้าจะไม่ตีเ้า”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเดินตัวสั่นเข้าไปหา และค่อยๆ ทำหน้าบึ้งใส่พ่อตัวเองด้วยความน้อยใจ “ข้ายังเป็เด็กผู้หญิง… ทีหลังท่านอย่าตีข้าบ่อยๆ ได้หรือไม่?”
จริงๆ แล้ว นี่เป็ครั้งแรกที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วต่อต้านแม่ทัพเยี่ยน ั้แ่เด็กจนโตแม่ทัพเยี่ยนเป็ผู้มีอำนาจเด็ดขาดในครอบครัว ครั้งนี้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วได้ฟังคำพูดมากเล่ห์ของฮ่องเต้ จึงได้ถูกล่อลวงโดยไม่รู้ตัว ถึงขนาดกล้าต่อต้านบิดาจนน่ากลัว
แต่ถึงอย่างไรเมื่อท่านแม่ทัพเยี่ยนเห็นเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเบะปากอย่างน้อยใจ ก็เริ่มรู้สึกใจอ่อนอย่างและทุกข์ใจเล็กน้อยโดยไม่มีเหตุผล จึงปล่อยมือแล้วพูดว่า “ได้ ข้าจะไม่ตีเ้า แต่หลังจากนี้ห้ามเ้าทำอะไรไม่เจียมตัวแบบนี้อีก เห็นได้ชัดว่าวันนี้เ้าถูกฮ่องเต้หลอกใช้เป็เครื่องมือ เ้าดูไม่ออกหรืออย่างไร?”
“ใช้ข้าเป็เครื่องมือ?” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังคงมีสายเืที่เหมือนกับแม่ทัพเยี่ยนคือความบุ่มบ่าม และไม่สามารถมองทะลุปรุโปร่งเข้าไปในความคิดทั้งหมดของฮ่องเต้ได้ ดังนั้นเมื่อแม่ทัพเยี่ยนพูดเช่นนี้ เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยิ่งสับสนไม่เข้าใจว่าจริงๆ แล้วเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ “ใช้ข้าเป็เครื่องมือทำร้ายใคร?”
“นี้เ้าดูไม่ออกอย่างนั้นหรือ? เ้านำหอกขว้างใส่คู่ต่อสู้ก็คือพ่อของเ้า ขว้างอย่างแม่นยำไม่มีทางให้หนีเสียด้วย”
แม่ทัพเยี่ยนถอนหายใจและอธิบายอย่างละเอียด จริงๆ แล้วฮ่องเต้ทรงอยากเข้าร่วมแข่งขันขี่ม้าตีคลี แต่ไม่มีวิธีไหนจะผ่านดแม่ทัพเยี่ยนได้ วิธีที่ดีที่สุดก็คือลากเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วมาขวางหอก ใช้ชีวิตและคำสัญญาของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วสร้างความกดดันให้แม่ทัพเยี่ยน
ถ้าหากแม่ทัพเยี่ยนไม่ยอมทำตาม ทุกคนจะคิดว่าแม่ทัพเยี่ยนไม่จงรักภักดี ไม่กล้าให้ลูกชายของตัวเองเข้ามาเสี่ยงเหตุการณ์อันตรายกับฮ่องเต้ หรือไม่ก็อาจจะบอกเป็อีกนัยหนึ่งว่า “เยี่ยนอวิ๋นเฟย” ไม่มีความสามารถมากพอ ก็แค่ใช้เส้นบิดาติดตามมาล่าสัตว์ด้วย
ทันใดนั้นเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็ตบหัวตัวเอง พูดอย่างเสียใจว่า “โธ่เอ๊ย! ทำไมข้าใจร้อนเช่นนี้ ทั้งหมดเป็เพราะถูกฮ่องเต้ล่อลวง!”
เมื่อพูดถึงตอนนี้ ในใจของแม่ทัพเยี่ยนก็ไม่อยากจะโกรธลูกตัวเองอีกต่อไป ทำได้เพียงพยักหน้าแบบช่วยอะไรไม่ได้ และยังลูบผมของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว “ใช่ ทรงมีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย ตอนแรกที่ฝ่าามีรับสั่งให้เ้ามาด้วย ข้าก็รู้ว่าต้องเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น”
“ท่านพ่อ ข้าขอโทษ ข้าไม่ทันรู้ตัว” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วแสดงการขอโทษด้วยท่าทางออดอ้อน และถือว่าเื่นี้ผ่านไปแล้ว
เป็ความโชคดีของแม่ทัพเยี่ยนเช่นกันที่เชื่อในความสามารถของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว จิตใจก็เริ่มผ่อนคลายลงจึงพูดว่า “ถ้าอยากให้พ่อสบายใจจริงๆ หลังจากนี้เ้าต้องระวังคำพูดและการกระทำมากกว่านี้ พรุ่งนี้ตอนแข่งขี่ม้าตีคลี เ้าต้องดูแลฮ่องเต้แทนข้าให้ดี ต้องไม่มีอะไรผิดพลาด เข้าใจหรือไม่?”
“ลูกเข้าใจ ท่านพ่อโปรดวางใจ การแข่งขันวันพรุ่งนี้ข้าจะเป็คนคุมสนามเอง!” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตบหน้าอกตัวเองพร้อมพูดกับแม่ทัพเยี่ยนอย่างมั่นใจ
แม่ทัพเยี่ยนยิ้มออกมาอย่างจำใจ และปล่อยนางไปในที่สุด
