ทุกอย่างเงียบลงราวกับโลกทั้งใบกำลังกลั้นหายใจ เสียงของสายฝนค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับร่างของหวังเฉียง แต่ทว่าตัวเมืองในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งการต่อสู้และคราบเื กลิ่นคาวจาง ๆ ลอยปะปนอยู่ในอากาศ ชาวเมืองทั้งหมดยังคงมีพิษอยู่ภายในร่างกาย
บรรยากาศหลังจากพายุแห่งการต่อสู้ยังคงโหมกระหน่ำและหนักอึ้ง แต่ความโกลาหลที่เคยปกคลุมเมืองดาบ์เริ่มคลี่คลายลงทีละน้อย
อีกด้านหนึ่ง ภายในหอการค้าัขาว ห้องโถงชั้นบนสุดที่ถูกปิดผนึกอย่างแ่า ิหยวนนั่งอยู่ริมหน้าต่างสูง มองผ่านกระจกวิเศษไปยังภาพเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาสงบนิ่ง รอบตัวเขามีอีกาทั้งหมด 24 ตัวเกาะอยู่ตามราวไม้ เสา และขอบหน้าต่าง ดวงตาสีดำสนิทของพวกมันสะท้อนภาพภายนอกอย่างเงียบงัน
ทันใดนั้น เสียงของจางเหวินดังขึ้นในจิตสำนึกของเขาอย่างแ่เบาแต่ชัดเจน
“ตอนนี้ร่างแยกน้ำของข้าทำหน้าที่ครบแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาของพวกเ้าแล้ว”
ิหยวนลุกขึ้นยืนช้า ๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ
“รับทราบ”
เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา เงาของิหยวนและอีกาทั้ง 24 ตัวก็บิดเบี้ยว ก่อนจะหายวับไปพร้อมกัน
ในเวลาเดียวกัน ภายในม่านพลังสีดำสนิทของหอการค้านกยูง 7 สี หลิวหลงเพิ่งช่วยรักษาอาการาเ็ของเฉินเหยาและหลิวชิงเสร็จ ทั้งสองคนยังคงนอนพักอยู่ แม้ใบหน้าจะซีดเล็กน้อยแต่พลังชีวิตกลับมามั่นคงขึ้นมาก
ฟิ่วว!
แหวนมิติบนมือของหลิวหลงส่องแสงขึ้นอย่างนุ่มนวล พร้อมข้อความจากจางเหวินที่ส่งเข้ามา เขากวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ก่อนจะตอบกลับเพียงสั้น ๆ
“เข้าใจแล้ว…”
ทันทีที่ข้อความถูกส่งกลับ แหวนมิติส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง หยดน้ำใสหยดหนึ่งลอยออกมาอย่างเงียบงัน ก่อนจะพุ่งเข้าสู่ร่างของหลิวหลงในทันที
พลังบางอย่างแผ่กระจายไปทั่วร่างของเขา
รูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็สภาพที่เต็มไปด้วยาแ เสื้อผ้าขาดวิ่น เืเปื้อนทั่วร่างเหมือนผ่านศึกหนักมาอย่างโชกโชน
หลิวหลงไม่พูดอะไร เขาเพียงก้าวออกไปหนึ่งก้าว ร่างกายก็หายวับไปทันที
…
…
บนท้องฟ้าเหนือเมือง ร่างของหลิวหลงค่อย ๆ ลอยลงอย่างช้า ๆ ท่ามกลางสายฝนที่หายไปหมดแล้ว เขาลงจอดข้างร่างกายของคังห่าวที่นอนอยู่บนพื้นหินแตกกระจาย
ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนหยอกล้อ
“ดูไม่ได้เลยนะท่านเ้าเมือง”
คังห่าวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก มองไปที่หลิวหลงที่าเ็เต็มตัว ก่อนจะยิ้มจาง ๆ
“เ้าก็ดูไม่ต่างจากข้านักหรอก”
แต่ขณะหลิวหลงหันไปอีกด้านหนึ่ง สายตาของเขาก็หยุดชะงัก เมื่อเห็นกลุ่มคนสวมชุดสีขาวประมาณ 4 คนกำลังเดินเข้ามาอย่างเป็ระเบียบ
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะถามขึ้น
“พวกเ้าเป็ใครกัน”
ทันใดนั้น เสียงของคังห่าวก็ดังขึ้นอย่างแ่เบา
“พวกเขา…เป็พันธมิตรของพวกเรา”
ในจังหวะนั้น หญิงสาวคนที่เป็หนึ่งในทั้ง 4 คนก็รีบวิ่งเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเร่งรีบ
“ท่านเ้าเมือง ข้าสามารถหายาถอนพิษแห่งสายฝนได้ตามคำขอของท่านแล้ว!”
นางยื่นโอสถรักษาร่างกายให้คังห่าวทันที
คังห่าวรับมันโดยไม่ลังเล ก่อนจะกลืนลงคอ
เพียงไม่นาน พลังอุ่นบางอย่างก็แผ่กระจายไปทั่วร่าง าแบางส่วนเริ่มสมานตัวอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่หญิงสาวจะยื่นยาอีกเม็ดที่เป็ยาถอนพิษให้
คังห่าวรับมาและกลืนลงไปอีกครั้งต่อหน้าสายตาผู้คนแถวนั้น
ทันใดนั้น ของเหลวสีดำสนิทค่อย ๆ ไหลออกจากรูขุมขนทั่วร่างของคังห่าว ก่อนจะระเหยหายไปในอากาศ
คังห่าวเบิกตาเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยเสียงหนักแน่น
“…พิษในร่างกายของข้าหายไปแล้ว”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที ดวงตาของชาวเมืองเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง แต่ก็ยังมีบางสายตาที่แฝงความระแวงอยู่ เนื่องจากเหตุการณ์ของหอการค้าเมฆาก่อนหน้า
“พวกเรารอดแล้ว… พวกเรารอดแล้ว”
“พวกเรา...กำลังจะรอดจริงๆ แล้วใช่ไหม?”
“พวกนั้นเป็ใครกัน… พวกเราเชื่อใจพวกเขาได้งั้นเหรอ!?”
“ดูแล้วท่านเ้าเมืองไว้ใจพวกเขา… ดังนั้นไม่น่ามีปัญหา…”
หลิวหลงก้าวเข้ามาเล็กน้อย
“ข้าขอตรวจสอบโอสถนั้นได้หรือไม่”
หญิงสาวยื่นให้เขาทันทีโดยไม่ลังเล หลิวหลงตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“โอสถเม็ดนี้ราคาเท่าไหร่ ข้าขอซื้อต่อได้หรือไม่”
หญิงสาวยิ้มเล็กน้อย
“หอการค้าัขาวได้รับคำสั่งจากท่านเ้าเมืองให้ค้นคว้ายาถอนพิษสายฝน เขาได้มอบหินิญญาจำนวนมหาศาลให้เพื่อการวิจัย และในที่สุดก็สำเร็จ ตอนนี้นักปรุงยาทั้งหมดภายในหอการค้ากำลังเร่งผลิตเพื่อแจกจ่ายให้ชาวเมืองตามคำสั่งของท่านเ้าเมือง”
“ดังนั้นทั้งหมดจึงฟรี ท่านลองกินดูสิ”
หลิวหลงขอบคุณนางพร้อมกับกลืนเม็ดยาลงไปทันที ก่อนที่ของเหลวสีดำไหลออกจากร่างเขาเช่นกัน และในเวลาต่อมามันจะสลายหายไปเมื่อกระทบกับอากาศ
หลิวหลงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขและความตื่นเต้นสุดขีด
“มันได้ผล ฮ่าฮ่า…มันได้ผลจริง ๆ”
เสียงตื่นเต้นของผู้คนในเมืองดังขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าท่านหลิวหลงบอกว่ามันได้ผล… ก็น่าจะเชื่อถือได้”
“ครั้งนี้พวกเราจะรอดกันแล้ว ขอบคุณท่านเ้าเมือง”
ในจังหวะเดียวกัน กลุ่มชายหญิงชุดขาวจำนวนมากเริ่มบินตรงเข้ามาจากระยะไกล
หญิงสาวคนเดิมเงยหน้ามอง
“ดูเหมือนโอสถชุดแรกจะมาถึงแล้ว”
คังห่าวยิ้ม ก่อนจะพูดด้วยเสียงหนักแน่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกสั่นไหว
“ข้าขอเป็ตัวแทนชาวเมืองทั้งหมด ขอบคุณพวกเ้าจริง ๆ”
หญิงสาวรีบส่ายมือ
“ไม่… ไม่เป็ไร… ท่านเ้าเมือง นี่คือสิ่งที่พวกเราควรทำอยู่แล้ว”
หลังจากนั้น การฟื้นฟูเมืองก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็รูปธรรม ผู้คนจากหอการค้าัขาวเริ่มช่วยกันเคลื่อนย้ายผู้าเ็ แจกจ่ายโอสถ และซ่อมแซมพื้นที่เสียหาย ความหวังที่เคยมืดดับค่อย ๆ ถูกจุดขึ้นอีกครั้งทีละดวง
ในขณะเดียวกัน จากมุมสูงที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ิหยวนกำลังมองภาพทั้งหมด ก่อนจะส่งรายงานกลับไปยังจางเหวินอย่างเงียบงัน
…
…
อีกสถานที่หนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปจากเมืองดาบ์ บรรยากาศกลับตึงเครียดจนเหมือนอากาศเองก็ไม่มีพื้นที่หายใจ คลื่นพลังที่มองไม่เห็นกดทับพื้นที่โดยรอบจนพื้นดินแตกร้าวเป็เส้นใยละเอียด ราวกับโลกทั้งใบกำลังเฝ้ารอการปะทะของสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์
จางเหวินลอยอยู่บนอากาศ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มบาง ๆ ขณะมองไปยังร่างแสงบริสุทธิ์ตรงหน้า แสงนั้นสว่างจนแทบมองไม่เห็นรูปร่างชัดเจน มีเพียงเงาร่างคล้ายมนุษย์ที่ปล่อยออร่าเย็นะเืออกมา สายตาที่จ้องมองลงมานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่า
ด้านหลังจางเหวิน หลินไท่จี๋กับหลงหยานเทียนยืนอยู่เงียบ ๆ แม้จะไม่พูดอะไร แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างแสงทำให้แม้แต่พวกเขายังรู้สึกตึงเครียดลึกลงไปถึงจิติญญา
ทันใดนั้น
ฟิ่ววว!!
ร่างแสงหายไปจากตำแหน่งเดิมก่อนจะปรากฏตรงหน้าจางเหวินในระยะประชิดอย่างฉับพลัน
นิ้วของมันดีดเข้าไปที่ศีรษะของจางเหวิน
แป๊ะ!!
ศีรษะของจางเหวินะเิออกทันที ร่างไร้หัวกระตุกเล็กน้อย เืและหยดน้ำสีแดงกระจายออกไปกลางอากาศอย่างเงียบงัน
หลงหยานเทียนพยายามจะขยับตัว แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย เหมือนถูกตรึงด้วยกฎบางอย่างที่ไม่อาจต่อต้านได้
หลินไท่จี๋เบิกตาเล็กน้อย เพราะในวินาทีนั้น ดวงตาแห่งอนาคตของนางมืดสนิท ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางใด ๆ ได้เลย
แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ร่างไร้หัวของจางเหวินกลับยกแขนขึ้น ร่มแยก์ถูกฟาดใส่ร่างแสงอย่างเต็มแรง
ตูม!!
แรงปะทะทำให้อากาศโดยรอบบิดเบี้ยว แต่ร่างแสงเพียงยกแขนขวาขึ้นรับเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย ราวกับรับแรงลมเบา ๆ
ฟู่วว!
ร่างแสงเหวี่ยงแขนสวนกลับอย่างรุนแรงเพื่อสะบัดลมสีดำนั้นออกจากแขน แต่ก็ไม่ทันเวลาแขนของมันถูกตัวร่มดูดกลืนเข้าไปทันที พลังบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลถูกกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ร่างแสงชะงักเล็กน้อยก่อนจะดึกแขนกลับเต็มแรง
ร่างไร้หัวของจางเหวินขยับร่มอีกครั้ง แต่คราวนี้ ร่างแสงพุ่งถอยออกไปในเสี้ยววินาที
มันมองร่มในมือจางเหวินก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉย
“ช่างเป็อาวุธที่ทรงพลังจริง”
ขณะนั้นเอง ศีรษะของจางเหวินเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่จากหยดน้ำบริสุทธิ์ที่รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว กลายเป็หน้ากากสีดำสนิทที่คุ้นเคยอีกครั้ง
เขาหมุนคอเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม
“เป็การทักทายที่ไร้มารยาทที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตที่ข้าเคยเจอเลย”
เมื่อพูดจบแผงข้อมูลก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าสายตาของเขา
[ชื่อ: เต๋าเทียน สือจิ่ว โลกชะตาฟ้า]
[ระดับการบ่มเพาะ: -]
[ร่างกายพิเศษ: -]
[โชค:???]
[ความชื่นชอบ: 0]
จางเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย ค่าความชื่นชอบภายในข้อมูลนั้นทำให้แม้แต่เขายังรู้สึกแปลกใจ
ทันใดนั้น สือจิ่วก็พูดขึ้น
“สามารถสอดส่องข้อมูลของข้าได้ด้วย ไม่ธรรมดาจริง ๆ … ข้าละอยากเห็นร่างจริงของเ้าบ้างแล้วสิ”
จางเหวินยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น
“เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน เข้าเื่เลยดีกว่า ตอนนี้เ้าจะเอายังไงกับข้าต่อดีล่ะ”
สือจิ่วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นดีดนิ้ว
แป๊ะ!!
ทันใดนั้น เวลาทั้งหมดเหมือนถูกหยุดนิ่ง
สายลมที่พัดผ่านหยุดค้าง พลังิญญาที่ลอยอยู่กลางอากาศแข็งตัว แม้แต่คลื่นพลังที่สั่นไหวก็หยุดนิ่งราวกับภาพวาด
โลกทั้งใบเหมือนถูกตัดออกจากกระแสเวลา และในพื้นที่ที่หยุดนิ่งนั้น มีเพียงจางเหวินและสือจิ่วเท่านั้นที่ยังคงเคลื่อนไหวได้
การสนทนาที่แท้จริงระหว่างทั้งสองคนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น โดยไม่มีผู้ใดสามารถรับรู้ถึงผลลัพธ์ของการสนทนาได้เลย นอกจากพวกเขาทั้งสองคน
