ครืด… ครืด…
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นพร้อมเสียงเรียก ย่าหลี่ชุ่ยเสียที่กำลังนั่งเย็บพื้นรองเท้าอยู่ในเรือนใหญ่ พอได้ยินเสียงลูกชายคนเล็กหัวแก้วหัวแหวน ร่างท้วมก็รีบกุลีกุจอวางมือวิ่งปรี่ออกไปรับหน้าทันที
ถังกุ้ยฮวาเหล่มองมารดาที่รีบร้อนราวกับไฟลนก้นแล้วแอบเบ้ปาก นึกค่อนขอดในใจ ใครเขาว่าแม่รักลูกสาวกัน? แค่ปิ่นปักผมอันเดียว แม่ยังไม่ยอมควักเงินซื้อให้เลย ผิดกับพี่ชายฝาแฝดของเธอที่ไม่ได้เื่ได้ราวสักอย่าง แต่แม่กลับประคบประหงมราวไข่ในหิน ไม่รู้หน้ามืดตามัวไปรักลงได้ยังไง
“นังตัวดี รีบออกมาได้แล้ว เดี๋ยวพวกี้เีสันหลังยาวนั่นจะแย่งกินหมดก่อน” เสียงแหลมปรี๊ดของย่าหลี่ชุ่ยเสียลอยตามลมมาแต่ไกล
ถังกุ้ยฮวารู้ทันทีว่าแม่กำลังกระทบกระเทียบพี่สะใภ้รอง เธอไม่คิดจะต่อปากต่อคำ กัดด้ายจนขาด ตบเสื้อผ้าให้เข้าที่ แล้วเดินนวยนาดออกมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน
ทางด้านเถียนจ้าวตี้ หน้าตาถมึงทึงทันทีที่ได้ยินเสียงแม่ผัวแขวะ ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานพลันะเิออก พอหันไปเห็นลูกชายคนรองที่ยืนสูงตระหง่านอยู่ข้างๆ ก็พาลโมโหขึ้นมา
เพียะ
ฝ่ามือหนักๆ ฟาดลงกลางกระหม่อมของถังเสี่ยวกวนที่กำลังยกน้ำดื่มอึกๆ ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกด้วยความใ ทัพพีน้ำเต้าในมือร่วงกระแทกพื้นแข็งจนแตกกระจาย
เศษทัพพีที่เกลื่อนพื้นเปรียบเสมือนสัญญาณระฆังยกแรก เถียนจ้าวตี้โถมตัวเข้าใส่ลูกชายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
“ฉันทำเวรทำกรรมอะไรไว้ฮะ ถึงได้มีแกเป็ลูก ไอ้ลูกเต่าเอ๊ย ทั้งโง่ ทั้งบื้อ เก่งแต่เื่กินเหล้าเข้าสังคม ทำไมไม่เอาหัวมุดน้ำตายๆ ไปซะ จะได้ไม่เปลืองข้าวสุกฉัน”
ยิ่งตีก็ยิ่งมันมือ ในเมื่อเถียงแม่ผัวไม่ได้ ก็ขอระบายกับลูกตัวเองหน่อยเถอะ ลูกชายคนรองมันโง่เง่าไม่รู้ร้อนรู้หนาว ด่าไปก็เหมือนด่าท่อนไม้ ถือเสียว่าเป็ที่รองรับอารมณ์ก็แล้วกัน
เมื่อใช้มือไม่สาแก่ใจ เถียนจ้าวตี้จึงถอดรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ออกมาระดมฟาดลงบนร่างลูกชายไม่ยั้ง เสียงกรีดร้องและเสียงครวญครางด้วยความหวาดกลัวของชายหนุ่มดังก้องไปทั่วลานบ้าน
ฝ่ายย่าหลี่ชุ่ยเสียได้ยินคำด่ากระทบกระเทียบก็รู้ทันทีว่าลูกสะใภ้กำลังด่าตนทางอ้อม หญิงชรามองซ้ายมองขวา ไม่สนว่าพื้นจะเฉอะแฉะแค่ไหน ทิ้งตัวลงนั่งตบขาตัวเองฉาดใหญ่ แล้วแผดเสียงร้องไห้โวยวาย
“โอ้ย… อกอีแป้นจะแตก ดูมันทำ ลูกเต้าเหล่าใครทำไมนรกส่งมาเกิดแบบนี้”
ลานบ้านที่เคยสงบเงียบกลับกลายเป็จลาจลย่อมๆ ไก่บินว่อน หมาเห่าขรม ชาวบ้านร้านตลาดเริ่มมามุงดู แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากห้าม ส่วนถังฟู่กุ้ยยืนกอดอก กระดิกเท้านับหนึ่งถึงสาม มองดูละครฉากใหญ่อย่างสบายอารมณ์
ถังซานโฉ่วที่เพิ่งแบกจอบเสียมกลับมา เห็นความวุ่นวายในบ้านก็หน้าตึงเครียดทันที เขาตวาดเสียงดังลั่นจนหน้าดำหน้าแดง
“พวกแกทำบ้าอะไรกัน ไม่อยากอยู่บ้านนี้แล้วใช่ไหม? ถ้าไม่อยากอยู่ก็ไสหัวออกไปให้หมด”
สิ้นเสียงคำรามของประมุขบ้าน เถียนจ้าวตี้ก็หยุดมือทันที เธอรู้ดีว่าขืนทำพ่อผัวโกรธจะมีจุดจบยังไง แต่ย่าหลี่ชุ่ยเสียเห็นสามีมาก็เหมือนมีเกราะกำบัง รีบลุกขึ้นชี้หน้าด่าลูกสะใภ้ต่อ
“นังมารร้าย ถ้าแกไม่อยากอยู่บ้านฉัน ก็ไสหัวไปซะ”
“เธอก็หุบปากซะที” ถังซานโฉ่วหันมาตวาดภรรยา สายตาดุดันจนหญิงชราต้องสงบปากสงบคำ
ถังหว่านยืนมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความปวดเศียรเวียนเกล้า เส้นเืที่ขมับเต้นตุบๆ นี่เธอมาอยู่ในนรกขุมไหนกัน? พี่ชายคนรองแม้สติปัญญาจะไม่สมประกอบ แต่ขยันขันแข็ง ทำงานแลกแต้มแรงงานได้เท่าผู้ชายอกสามศอกแท้ๆ แต่ครอบครัวนี้กลับเห็นเขาเป็แค่ที่ระบายอารมณ์ ทั้งลำเอียง ทั้งอกตัญญู
เธออยู่ไม่ได้แล้ว... ต้องรีบหาเงิน แล้วพาตัวเองหนีไปจากครอบครัวประสาทแดกนี้ให้เร็วที่สุด
เมื่อบ้านกลับมาเงียบสงบ ถังซานโฉ่วก็กวาดตามองรอบๆ พอเห็นว่าข้าวปลายังไม่ตั้งโต๊ะ อารมณ์ที่เริ่มเย็นลงก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง เขาจ้องเขม็งไปที่เถียนจ้าวตี้จนสะใภ้รองตัวสั่นงันงก รีบหันไปะโใส่ครัว
“นังเด็กบ้า ข้าวยังไม่เสร็จอีกหรือไง”
“เสร็จแล้วค่ะ”
ถังหว่านสะบัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง สองมือเร่งพัดไฟในเตาจนลุกโชน น้ำในหม้อเดือดพล่าน เธอใช้ที่กดเส้นบะหมี่กดแป้งลงหม้ออย่างคล่องแคล่ว เส้นบะหมี่เรียาวลอยฟูฟ่องเต็มหม้อ ส่งกลิ่นหอมฉุย
อาหารมื้อนี้สร้างความประหลาดใจให้คนบ้านถังไม่น้อย แม้จะเป็บะหมี่เปล่าๆ ไม่มีน้ำจิ้มรสเลิศ แต่เส้นกลับนุ่มลื่นคอ เคี้ยวหนึบหนับ ไม่ฝืดคอเหมือนธัญพืชหยาบๆ ที่เคยกิน ถังซานโฉ่วกับถังเอ้อหนิวคีบเส้นเข้าปากไม่หยุด เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย
คนในบ้านต่างก้มหน้าก้มตากิน แม้แต่ถังกุ้ยฮวาที่ปกติเื่มาก ก็ยังกินอย่างรวดเร็ว เพราะขืนชักช้าคงไม่ทันคนอื่น ส่วนถังฟู่กุ้ยนั้นมูมมามที่สุด กินเส้นแถมกระเทียมเคี้ยวเสียงดังจนน่ารำคาญ
ภาพที่ทุกคนแย่งกันกินอย่างตะกละตะกลาม ตัดกับภาพถังเสี่ยวกวนที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่มุมกำแพง ทำให้ถังหว่านแสยะยิ้มสมเพช อย่างน้อยในบ้านนี้ก็ยังมีคนที่น่าเวทนาพอๆ กับเธอ
หน้าที่ของเธอคือต้องทำเส้นบะหมี่เติมไม่ให้ขาด มือไม้ปวดร้าวแต่ก็หยุดไม่ได้ ถังซานโฉ่วฟาดไปคนเดียวถึงสามชามพูนๆ ก่อนจะวางตะเกียบ เรอเสียงดังเอิ๊กอ้ากแล้วเดินลูบท้องเข้าห้องไป
ทว่าความสงบสุขดำรงอยู่ได้ไม่ถึงสิบนาที…
ขณะที่ถังหว่านกำลังง่วนอยู่กับการลวกเส้นหม้อใหม่ สมาธิจดจ่ออยู่กับน้ำเดือดพล่าน เธอก็ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ย่ำเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด
เพียะ
ริอ่านเป็ขโมยแล้วรึไง”
ถังหว่านถูกลากจนสะดุดล้มลุกคลุกคลาน เจ็บจนน้ำตาเล็ด แต่เมื่อได้ยินคำด่าทอที่ไม่เป็ธรรม เืในกายก็เดือดพล่าน เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ตวัดมือกลับไปปัดฝ่ามือของหญิงชราออกเต็มแรง
เพียะ
เสียงตบดังสนั่นลานบ้าน ย่าหลี่ชุ่ยเสียยืนตะลึงตาค้าง แม้แต่เถียนจ้าวตี้ที่ว่าปากเก่งยังอ้าปากค้างพูดไม่ออก
“นังเด็กเปรต กล้าตบย่าแกเหรอ วันนี้ถ้าฉันไม่ได้สั่งสอนแกจนจำแม่ไม่ได้ อย่ามาเรียกฉันว่าแซ่หลี่”
หญิงชราถ่มน้ำลายใส่มืออย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ถังหว่านราวกับหมาบ้าหลุดโซ่
