“...เจอตัวสักที เ้าั”
ทันทีที่เห็นเป้าหมายซึ่งอยู่ตรงหน้านั้น ผมก็รำพึงประโยคดังกล่าวออกมา
เลสเซอร์ดราก้อนกำลังนอนกลางวันอย่างสบายใจอยู่ใจกลางตัวเมืองของหมู่บ้านเหมืองแร่ร้างที่ถูกฝูงไฮดร้าเข้ามาถล่มเมื่อ 2 ปีก่อน
“ขอเวลาสักครู่...โอเค พร้อมแล้วละ”
เมื่อนำไอเท็มที่ขนมาในกระเป๋าออกมาวางเตรียมไว้เสร็จแล้วนั้น ผมก็ยกสัมภาระดังกล่าวเข้าไปใกล้กับตัวัด้วยความระมัดระวัง
เห็นว่าัตัวนี้มาปักหลักตั้งถิ่นฐานยังหมู่บ้านร้างแห่งนี้เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อนนี่เอง
โดยธรรมชาติแล้ว ต่อให้มีมอนสเตอร์กบดานอยู่ในเมืองรกร้างเช่นนี้ก็ตาม แต่ตราบใดที่ไม่เข้าไปใกล้มันก็จะไม่เป็ภัยอะไรทั้งสิ้น
ทว่าครั้งนี้มันต่างกันออกไป นั่นก็เพราะว่าเ้าัตัวนี้ใช้ที่นี่เป็แหล่งกบดานของมันเพื่อออกโจมตีหมู่บ้านละแวกใกล้เคียงทีละจุด โดยเริ่มจากพวกนายพราน สัตว์เศรษฐกิจ จนกระทั่งเริ่มทำร้ายชาวบ้านทั่วไป ท้ายที่สุดนี้ทางผู้ใหญ่บ้านจึงได้ส่งเื่ไปกับทางกิลด์เพื่อขอว่าจ้างให้ทางนักผจญภัยมาช่วยจัดการ
ซึ่งเควสต์ที่ว่าจ้างนั้น ก็เป็เควสต์กำจัดเลสเซอร์ดราก้อน
แม้จะเป็ัวงศ์วานต่ำก็ตาม แต่ัก็ยังเป็ัอยู่วันยังค่ำ มันไม่ใช่สิ่งที่นักผจญภัยทั่วไปจะสามารถรับมือได้
มีกลุ่มนักผจญภัยหลายกลุ่มแห่กันเข้ามาแล้วก็เผ่นกลับไปในสภาพย่อยยับครั้งแล้วครั้งเล่า
จนกระทั่งเมื่อโดนคุณพนักงานหญิงของกิลด์คนสนิทกันมาร้องขอด้วยน้ำตาที่นองหน้าผมจึงต้องจำใจยอมรับเควสต์นี้ไป
“อย่าตื่นนะเออ...”
ผมยกมือขึ้นประนมต่อัที่หลับปุ๋ยอยู่ตรงหน้า
จากนั้นก็หยิบ “พลุจรวด” ออกมาจากในกระเป๋าแล้วก็ทำการจุดชนวน
“เอ้า รับน้า!”
ผมวางขวดนมเปล่าที่มีพลุจรวดเสียบอยู่เพื่อให้พลุแต่ละลูกพุ่งไปยังทิศทางตัวของัจนเกิดเป็ประกายไฟแตกโพล่ง ถ้ามันลืมตาขึ้นมาคงพบกับภาพไม่คาดฝันอย่างแน่นอน
การเรียงตัวของเกล็ดบนิัันั้นคือเอกลักษณ์จำเพาะของสัตว์เลื้อยคลาน
เมื่อดินปืนแตกกระจุย เ้าัตัวดังกล่าวก็ตื่นขึ้น
“ัเสียขวัญแล้ว! ไงล่ะๆๆ! ัเสียขวัญแล้ว! ไงล่ะๆ เป็ไงล่ะ!”
ผมปรบมือหนึ่งครั้ง จากนั้นก็โยกบั้นท้ายเพื่อแหย่มัน
[กรืออออ...]
บางทีมันอาจจะหงุดหงิดกับท่าทีของผมกระมัง ตอนนี้เ้าัเลยอ้าปากกว้างเพื่อสูดลมหายใจเข้าปอดลึก
“เดี๋ยวนะ นี่ตั้งใจจะพ่นไฟั้แ่แรกเลยเรอะ... เอาเถอะ มันก็ดีแล้วละ”
นี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักผจญภัยส่วนใหญ่ต่างก็ไม่คิดที่จะรับเควสต์นี้ ซึ่งนั่นก็คืออาวุธติดตัวของัั้แ่ถือกำเนิด “ดราก้อนเบรธ*” สุดยอดอาวุธทรงพลัง
ลมหายใจัไฟนั้น— เมื่อถูกปลดปล่อยออกมาเมื่อไรจะทำการเผาผลาญสิ่งแวดล้อมรอบข้างเป็วงกว้างอย่างรวดเร็ว
[กรืออออ!!]
สังเกตเห็นได้ชัดเลยว่าภายในปากของันั้นมีเปลวไฟไหลเวียนอยู่ อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าเ้าัตัวนี้ต้องปล่อยเปลวไฟขนาดมหึมาเข้าใส่ตัวของผมอย่างจังๆ แน่นอน
แต่ว่า—
“ตอนนี้ละ! เอาไปซ้า!!”
ผมหยิบสิ่งนั้นขึ้นมาประคองเอาไว้
จากนั้นก็ใช้คาถาบูสต์พลังร่างกายให้กับตัวเองแล้วก็เหวี่ยงไอเท็มอย่างหนึ่งที่แบกอยู่ออกไปอย่างสุดแรง
ไอเท็มที่ผมปาออกไปนั้นพุ่งเข้าเป้าซึ่งเป็ปากของัอย่างงดงาม
“เยี่ยม!”
จากนั้นในวินาทีต่อมา—
บรึ้ม!!
เสียงะเิดังกึกก้องไปทั่วบริเวณรอบข้าง ร่างของัสั่นะเือย่างรุนแรงจนล้มลงกับพื้นในที่สุด
“เฮ้อ นัดเดียวจอด...สินะ? ถังแก๊สที่บรรจุตะปูไปมันคงเจ็บน่าดูสิท่า”
สิ่งที่ผมเหวี่ยงเข้าใส่ปากของมันคือถังแก๊สหุงต้มขนาด 10 กิโลกรัมมูลค่า 20,000 เยน
เมื่อถังแก๊สเข้าไปในปากของัที่กำลังจะพ่นไฟออกมานั้นมันจึงะเิออกอย่างไม่ต้องพูดถึง
นอกจากนั้นผมยังทำการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายล้างให้สูงขึ้นไปอีกด้วยการใส่ทั้งมีด ตะปูและสรรพสิ่งของมีคมต่างๆ ใส่กล่องแล้วติดไปกับถังแก๊สเพื่อให้มันมีอานุภาพคล้ายคลึงกับทุ่นะเิเคลย์มอร์
แม้ผิวเปลือกนอกของมันจะมีความคงกระพันก็ตามแต่ภายในปากกลับไม่ใช่เช่นนั้น เพราะฉะนั้นกลยุทธ์ในการจัดการมันนั้นจึงแสนเรียบง่าย หากทำอะไรภายนอกไม่ได้ก็จงเล่นงานมันจากข้างในแทน
เพียงแต่ในคราวนี้...
“อ้าว...นี่ทำเกินกว่าเหตุรึเปล่าเนี่ย?”
บางทีผมอาจจะทำเกินกว่าเหตุกระมัง
เมื่อผมเข้าไปใกล้ตัวของัที่ไม่ได้ขยับตัวอีกแล้ว ก็พบว่าศีรษะของมันอยู่ในสภาพที่งดงามไม่มีชิ้นดี
“เท่านี้เควสต์ก็ถือเป็อันเสร็จสิ้น ลงทุนไป 20,000 เยนเพื่อแลกกับ 100 เหรียญทองมันก็ไม่ได้แย่อะไรนักหรอกมั้ง”
มิหนำซ้ำชิ้นส่วนของัแต่ละอย่างนั้นถือว่าเป็ของที่มีราคา
ั้แ่ที่เดินทางมายังโลกต่างมิติเซฟีเน่แห่งนี้นั้นใกล้จะครบ 1 ปีแล้วกระมัง ดูเหมือนว่าชีวิตของผมจะเข้าใกล้ความเป็นักผจญภัยมากขึ้นแล้วละนะ
“ฮืม~ ฮึฮืม~”
ระหว่างที่ผมเริ่มแยกชิ้นส่วนของัออกมานั้น ในหัวก็พลางนึกถึงเื่ราวเมื่อ 1 ปีก่อนตอนที่ได้เดินทางมายังโลกต่างมิติ “เซฟีเน่” แห่งนี้เป็ครั้งแรก
*ดราก้อนเบรธ : ลมหายใจัไฟ
