ทันทีที่พวกเขาถูกดูดเข้าไปในกระแสน้ำวน แรงดึงดูดน่าพรั่นพรึงพลันสลายหายไปในพริบตา!
จูชิงกับพวกซินต้าซานมองรอบๆ กระแสน้ำวนด้วยความประหลาดใจ มีเส้นทางหนึ่งประจักษ์ในใจกลางกระแสน้ำวนลงไปสู่ก้นทะเล!
เส้นทางมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ไม่มีใครรู้ว่ามันยาวแค่ไหน
ข้างนอกเป็กระแสน้ำวนน่าพรั่นพรึงแสนพรรณนา ใครก็ตามที่เห็นมันล้วนต้องหวั่นผวา ใครเล่าจักไปคิดว่าใจกลางกระแสน้ำวนคือทางเดินทอดตรงไปยังก้นทะเล?
ไม่รู้ว่าจอมยุทธ์ผู้นั้นเป็ผู้เหนือฟ้าทลายปฐีเพียงใด ถึงกับสามารถสร้างเส้นทางกลางกระแสน้ำวนได้!
“น่าตกตะลึงเกินไปแล้ว!” ซินิจูมองเส้นทางนั้นแล้วถอนหายใจ
“ใครเล่าจักไปคิดว่าในน้ำวนจะมีฟ้าดินอีกแห่งหนึ่งอยู่!” ซินต้าซานอดถอนหายใจไม่ได้เช่นกัน
สติปัญญาของมนุษย์แม้เลิศล้ำลึกซึ้งปานไหนก็ไม่อาจพลิกผันลิขิต์ได้ เดิมทีพวกเขาคิดว่าชีวิตจะดับสิ้นเสียแล้ว ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจักเกิดการเปลี่ยนแปลงเฉกเช่นนี้ในกระแสน้ำวน
ถ้าช้างป่าเถื่อนไม่โกหก เส้นทางนี้จะต้องนำไปสู่คลังสมบัติลับอย่างแน่นอน พวกเขามาก่อนคนอื่น นำกระทั่งจอมยุทธ์ตระกูลฮว๋าง!
ซินต้าซานกับซินต้าลี่มองดูเส้นทางนั้นอย่างตื่นเต้น คนแรกที่เข้าไปในคลังสมบัติลับย่อมได้รับสิ่งล้ำค่าที่แกร่งกล้าที่สุด มันเป็โอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต หากพวกเขาพลาดไปคงถูกฟ้าผ่าตายเป็แน่
กระแสน้ำวนน่าจะหยุดจอมยุทธ์เมืองสมุทร์ได้อีกไม่นาน ไม่ช้าพวกเขาจะต้องพบความผิดปกติของกระแสน้ำวน ถึงเวลานั้นเมื่อจอมยุทธ์เมืองสมุทร์มาถึง ของล้ำค่าก็คงถูกพวกเขาปล้นสะดมไปหมดแล้ว
“มัวรออะไรอยู่ล่ะ?” จูชิงหัวเราะเสียงดัง ลมปราณแผ่ซ่านจากฝ่าเท้า ทั้งร่างพุ่งตรงไปยังส่วนลึกของเส้นทาง
เส้นทางนี้ไม่เพียงแค่ตัดขาดกับทะเลภายนอกเท่านั้น แต่ยังตัดขาดจากแรงดันของก้นทะเลด้วย มิฉะนั้นหากดำน้ำลึกหลายหมื่นฟุตเช่นนี้ แรงดันที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันเพียงพอที่จักบดขยี้จูชิงให้แหลกเป็หมอกโลหิต
หลังจากเดินลงไปได้ประมาณสามหมื่นฟุต ในที่สุดพวกเขาก็เห็นประตูทองสัมฤทธิ์บานใหญ่ที่ปลายเส้นทาง
ประตูสูงเกือบหนึ่งร้อยฟุต บานประตูทั้งหมดฝังเป็หนึ่งเดียวกับกำแพงูเา!
จูชิงมองออกไปนอกทางเดินอย่างอดไม่ได้ ด้านหน้าของพวกเขาคือเทือกเขาใต้ทะเลขนาดใหญ่ สูงเป็หมื่นฟุต สูงกว่าูเาบางแห่งที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่หลายเท่า
และประตูทองสัมฤทธิ์เป็ทางเข้าทางเดียวสู่คลังสมบัติลับ!
หาก้าเข้าจากทางอื่น มีเพียงต้องทนต่อแรงดันมหาศาลจากก้นทะเลหลายนับหมื่นฟุต ลำพังแค่นี้ขั้นหลอมลมปราณสามชั้นฟ้าก็ดับสิ้นวายชีวาแล้ว ยังไม่ต้องเอ่ยถึงสัตว์อสูรทะเล แม้ว่าจักเป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้าก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับสัตว์อสูรทะเล
“ูเาลูกนี้เคยหล่อหลอมมาก่อน!” จูชิงมองอักขระิญญาประกายแสงพริบพราวอยู่บนเทือกเขา คลื่นั์ในหัวใจโถมสูงเหนือศีรษะ
จอมยุทธ์ผู้นี้เหนือฟ้าเกินหยั่งถึง เขาใช้อักขระิญญาเสริมความแข็งแกร่งให้กับเทือกเขา แม้ว่าผู้มาจักเป็ผู้ที่สามารถดึกน้ำลึกได้เป็หมื่นฟุตแล้วยังสามารถขับไล่สัตว์อสูรทะเล ทว่าหาก้าฝ่ากำแพงูเานี้ไปนั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
นอกจากจอมยุทธ์ยุคดึกดำบรรพ์ จูชิงคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีจอมยุทธ์คนใดที่มีพลานุภาพน่าพรั่นพรึงเฉกเช่นนี้!
จูชิงขยับเข้าไปใกล้ประตูทองสัมฤทธิ์ มันขนาบแนบสนิทกับกำแพงูเา ไม่มีช่องว่างเลยแม้แต่น้อย
จูชิงผลักประตูทองสัมฤทธิ์ ทว่ามันกลับไม่มีวี่แววว่าจะขยับแต่อย่างใด!
“ข้าเปิดไม่ได้ พวกเ้าลองดูสิ” จูชิงส่ายศีรษะแล้วหมุนกายยืนพิงอยู่ข้างประตู
ซินต้าซานทาบมือลงบนประตูทองสัมฤทธิ์ เส้นเืที่ขมับปูดโปน ตะเบ็งเสียงคำราม “เปิด!”
ลมปราณของขั้นหลอมลมปราณอัดกระแทกเข้าใส่ประตูทองสัมฤทธิ์ แต่ประตูก็ยังคงไม่ขยับ ไม่แม้แต่จะสั่นไหวด้วยซ้ำ
พวกจูชิงใเป็อย่างมาก คนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขาก็คือซินต้าซานขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า ถ้าซินต้าซานยังผลักประตูทองสัมฤทธิ์ไม่ได้ เช่นนั้นพวกเขาก็หมดสิ้นหนทางแล้ว
ถึงแม้จูชิงจะอยากลองใช้เจตจำนงกระบี่หญ้าแห้ง ทว่าก็เป็เพียงความคิด ถ้าทำเช่นนั้นมันแทบไม่มีประโยชน์อะไรใดๆ นอกจากสร้างความเสียหายให้กับดวงตาของเขา
หากเป็เจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งที่สมบูรณ์ กระทั่งท้องฟ้ายังฟันขาดเป็สองส่วน ประตูทองสัมฤทธิ์นั้นไม่ต้องเอ่ยถึง ทว่าเจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งที่จูชิงได้มานั้นเป็เพียงเศษเสี้ยวหนึ่ง ถ้ามิใช่เจตจำนงหญ้าแห้งที่สมบูรณ์ย่อมไม่มีทางทำลายประตูทองสัมฤทธิ์ลงได้
“ทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยา ของดีนี่!” ทันใดนั้นเสียงอันเกียจคร้านของเฒ่าปีศาจก็ดังออกมาจากศิลาผนึกิญญาพิชิต์
จูชิงตะลึงงัน จิติญญาจมจ่อมลงสู่ศิลาผนึกิญญาพิชิต์ทันใด เขามองเฒ่าปีศาจด้วยความตื่นเต้น “เ้าตื่นแล้วรึ!”
“ข้าสูญเสียพลังมากเกินไปหน่อย โชคดีที่มีศิลาผนึกิญญาพิชิต์ปกป้องเศษเสี้ยวจิติญญาของข้าไว้ มิฉะนั้นข้าคงมลายสูญเป็ผุยผงไปแล้ว” เฒ่าปีศาจกล่าวเสียงราบเรียบ
จูชิงถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ พอเฒ่าปีศาจไม่อยู่ เขาก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นักว่าควรทำสิ่งใด
“ทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยาที่เ้าพูดถึง ทำลายยากงั้นรึ?” จูชิงเอ่ยถาม
“ทำลายงั้นรึ ทำไมเ้าถึงคิดจะทำลายมัน ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้วหรือไง” เฒ่าปีศาจหัวเราะ
“ไม่รู้ว่าเ้าตะลุมพุกคนไหนหลอมทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยาเป็ประตูทองสัมฤทธิ์บานใหญ่ขนาดนี้ ข้าว่าเ้าตัวยังไม่รู้เลยกระมังว่านี่คือทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยา!” เฒ่าปีศาจเบะปาก
จูชิงกลอกตา ผู้ที่สามารถสร้างคลังสมบัติลับใต้ก้นทะเลได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ แต่ว่าเฒ่าปีศาจกลับเรียกผู้น่าพรั่นพรึงเช่นนั้นว่าตะลุมพุก
ทว่าจูชิงคุ้นชินกับความจองหองของเฒ่าปีศาจแล้ว เห็นบ่อยซะจนไม่คิดว่าเป็เื่แปลก ถ้าเฒ่าปีศาจพูดว่าเขาเป็ตะลุมพุก ดังนั้นคนผู้นั้นก็คือตะลุมพุกอย่างที่เขาพูดนั่นแหละ
“เ้าผสานอักขระาหลัวโหวได้แปดอักขระแล้วรึ คงเห็นสองภาพที่เหลือแล้วใช่หรือไม่” เฒ่าปีศาจถาม
“อืม อันหนึ่งเป็วิชาหลอมธนูหลัวโหว ส่วนอีกอันหนึ่งเป็วิชาหลอมธนูยิงตะวัน” จูชิงพยักหน้า
“แต่เดิมหลัวโหวยิงตะวันต้องใช้ร่วมกับธนูหลัวโหวและลูกธนูยิงตะวันถึงจักสามารถสำแดงพลานุภาพได้สูงสุด เดิมข้านึกว่าเ้าจะตระหนักรู้วิชาหลอมสองศัสตราวุธนี้ได้ตอนอยู่ในขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ ไม่คิดเลยว่าจักหยั่งรู้ได้ระหว่างที่ข้ากำลังหลับใหล!” ถึงเป็เฒ่าปีศาจยังต้องชื่นชมจูชิงอย่างอดไม่ได้
จูชิงยิ้มเจื่อน “ตอนแรกข้ากะว่าจะทะลวงขั้นพลังหลังจากผสานอักขระาหลัวโหวอักขระที่เก้า ใครเล่าจะไปคิดว่าพอผสานอักขระาหลัวโหวอักขระที่แปดแล้ว ข้าก็ไม่สามารถยับยั้งขั้นบำเพ็ญเพียรของตัวเองได้ ดังนั้นข้าก็เลยทะลวงขั้นพลังเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า”
“แค่หนึ่งอักขระเอง ไม่ใช่เื่ใหญ่ อย่างไรเสียฐานพลังของเ้าก็มั่นคงมากแล้ว ข้าว่าในโลกบำเพ็ญเพียรไม่มีใครมีฐานพลังมั่นคงเท่าเ้าอย่างแน่นอน” เฒ่าปีศาจยิ้ม
“อีกเื่หนึ่ง ตันเถียนของข้ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ!” จูชิงหน้าเปลี่ยนสี
“ตันเถียนวิวัฒน์ั!” เฒ่าปีศาจม่านตาหดเล็ก แทบกระอักโลหิตบนศิลาผนึกิญญาพิชิต์!
ถึงเป็เฒ่าปีศาจที่มีนิสัยยโสโอหังก็ยังอยาก่ชิงร่างกายของจูชิง ศักยภาพของเด็กคนนี้ไร้ขีดจำกัด เหลือล้ำมิอาจทัดเทียม!
ปรากฏการณ์นภาของตันเถียน สำหรับจอมยุทธ์ทั่วไปแล้วนั้นมันเป็สิ่งที่แทบไม่มีทางเกิดขึ้น ความเป็ไปได้มีแค่หนึ่งในแสน ยากยิ่งกว่าสำเร็จเป็นักรบิญญาอสูรหลายร้อยเท่า!
ตันเถียนวิวัฒน์มหาสมุทรนั้นเป็ปรากฏการณ์ที่ยากจะพบเห็น ลำพังแค่มหาสมุทรก็แทบเป็ไปไม่ได้แล้ว ทว่าตันเถียนของจูชิงกับวิวัฒน์ัน่าพรั่นพรึงยิ่งกว่าวิวัฒน์มหาสมุทรหลายเท่านัก อีกทั้งยังเป็ัที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรโลหิต!
มันเป็ปรากฏการณ์ที่มีอยู่ในตำนานเท่านั้น กระทั่งเฒ่าปีศาจผู้ยิ่งใหญ่แห่งลัทธิปีศาจ ตันเถียนของเขายังมิเคยวิวัฒน์เป็มหาสมุทรมาก่อน แน่นอนว่าไม่ต้องกล่าวถึงัผงาดมหาสมุทรโลหิต
“สมกับที่เป็กายศักดิ์สิทธิ์!” เฒ่าปีศาจถอนหายใจ
“เ้าพึมพำอะไร สรุปแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกับตันเถียนของข้าคือดีหรือว่าไม่ดี” จูชิงเอ่ยถาม
“แน่นอนว่าดีสิ ดีแบบที่ว่าไม่มีอะไรดีไปมากกว่านี้แล้ว” เฒ่าปีศาจหัวเราะ
“ไม่มีปัญหาจริงๆ หรือ?” จูชิงถามต่อ
“ไม่มีปัญหา”
“จริงรึ?”
“จริงสิ!”
“แน่ใจ...”
“เ้ากวนประสาทข้าหรือไง ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องถาม!” เฒ่าปีศาจหน้ามืดทะมื่น ถ้าจูชิงยังถามไม่เลิก เขาจักบันดาลโทสะเสียบัดเดี๋ยวนี้ ไม่เคยเจอใครน่ารำคาญขนาดนี้มาก่อน
วกกลับเื่เดิม เฒ่าปีศาจชี้ประตูทองสัมฤทธิ์ มันคือทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยา ของล้ำค่าฟ้าดินที่หาได้ยากยิ่งในยุคดึกดำบรรพ์!
“เหมาะที่จะเป็วัสดุหลอมศัสตราวุธของเ้า” เฒ่าปีศาจพูด
“ไม่ไหวหรอก แค่เปิดมันข้ายังทำไม่ได้” จูชิงตอบ
“นั่นมันเ้า อย่าเหมารวมข้าสิ” เฒ่าปีศาจกวาดสายตามองอย่างเหยียดหยาม
“เ้ามีวิธีรึ?” จูชิงตาเป็ประกาย
เฒ่าปีศาจหัวเราะ “ข้าเป็ใคร แน่นอนว่าข้าย่อมมีวิธีของข้า”
“เอาตราประทับหินฟ้าทะมึนมา!” เฒ่าปีศาจกล่าว
“จะทำอะไร?”
“บอกให้เอามาก็เอามาสิ!” เฒ่าปีศาจแค่นเสียง
จูชิงหยิบตราประทับหินฟ้าทะมึนออกมา “แล้วยังไงต่อ?”
“ใช้ตราประทับทุบประตูซะ!” เฒ่าปีศาจหัวเราะเสียงดังลั่น
“ทุบ?” จูชิงมองเหรียญตราประทับในมือแล้วมองประตูทองสัมฤทธิ์ ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็สีตับหมู
“เ้าล้อข้าเล่นรึ ทำไปเพื่ออะไร?” จูชิงคำราม
“ข้าบอกให้ทุบก็ทุบสิ ยังมาต่อปากต่อคำกับข้าอีก” เฒ่าปีศาจพูด
“ก็ได้!” จูชิงยิ้มเจื่อน เขาฉงนสงสัยว่าเพราะเฒ่าปีศาจหลับใหลนานเกินไปหรือเปล่า สมองถึงมีปัญหา ตราประทับอันเดียวจะทำลายประตูใหญ่ขนาดนั้นได้อย่างไร
“แคร่ก!” ครั้นตราประทับหินฟ้าทะมึนกระแทกลงบนบานประตูทองสัมฤทธิ์ บานประตูทองสัมฤทธิ์กลับแตกเป็เสี่ยงอย่างง่ายดาย!
