“ทำไมกลับมาเล่า ไม่ไปแล้วหรือ” เว่ยซื่อถามกู้หงหย่ง
กู้เหยากำลังจะเดินไปหาเว่ยซื่อ แต่ท่านแม่ได้ส่งสายตาให้นางไปนั่งข้างๆ ท่านพ่อ กู้เหยาจึงรีบยกเก้าอี้ตัวมานั่งข้างท่านพ่อ
กู้หงหย่งเมื่อได้ยินภรรยาถาม เขาก็โมโหจนแทบอยากจะกระอักเืออกมา แต่พอเห็นบุตรสาวคนเล็กมานั่งข้างๆ จึงอารมณ์ค่อยดีขึ้น “ไหนเมื่อครู่เ้าบอกว่าจะไม่ไปกับพ่อนี่?”
“ลูกหยอกเล่นเ้าค่ะ” แม้ว่ากู้เหยาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางมีนิสัยขี้อ้อนอยู่แล้ว นางจึงรีบพูดประจบเอาใจท่านพ่อของนาง “ลูกต้องติดตามท่านพ่ออยู่แล้วเ้าค่ะ” นางว่าพลางคลอดเคลียประจบบิดารอฟังทุกคนคุยกัน
กู้หงหย่งมองไปทางกู้เจิงอย่างโกรธเคือง
“ท่านพ่ออย่าโกรธลูกเลย ในฐานะพี่คนโต ข้าย่อมต้องช่วยน้องสามอยู่แล้วเ้าค่ะ” กู้เจิงรู้จักนิสัยบิดาดี ตอนนี้เขาคงอยากกู้หน้าคืนมา
“เพราะเป็พี่ใหญ่ ยิ่งต้องเป็ตัวอย่างที่ดี”
"ท่านพ่อสั่งสอนถูกแล้วเ้าค่ะ” กู้เจิงทำท่าทางเชื่อฟัง
กู้หงหยงแค่นเสียงเย็น และไม่พูดอะไรอีก
“เจิงเอ๋อร์ บุตรเขยใหญ่พูดอะไรเกี่ยวกับเื่นี้ไหม?” เว่ยซื่อถาม นับั้แ่บุตรสาวถูกจับไปบนูเาตอนคราวที่มีเื่ของเสี่ยนอ๋อง นางนั้นผิดหวังกับตวนอ๋องผู้เป็บุตรเขยนัก
กู้เจิงไม่อาจพูดสิ่งที่เสิ่นเยี่ยนกล่าวออกมาได้ทั้งหมด นางจึงเอ่ยขึ้นว่า “เขาให้ข้าทำใจให้กว้าง และบอกว่าจะไม่เป็ไรเ้าค่ะ”
เว่ยซื่อพยักหน้ารับรู้
“จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ น่ะหรือ? องค์รัชทายาทจะไม่ทรงพาลโกรธมาถึงตระกูลเราหรอกหรือ?” สิ่งที่กู้หงหย่งกังวลมากที่สุดก็คือเื่นี้
“เื่นี้ลูกไม่ได้ถาม แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็เช่นนั้นเ้าค่ะ” กู้เจิงตอบตามความคิดของตนเอง
“ท่านพ่อ มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือเ้าคะ?” กู้อิ๋งเห็นบิดามีสีหน้ากลัดกลุ้ม จึงถามด้วยความไม่สบายใจ
เว่ยซื่อมองสามีก่อนจะกระแอมไอเบาๆ เป็สัญญาณ กู้หงหย่งได้แต่บ่นในใจว่าเมื่อครู่ภรรยายังไม่ไว้หน้าเขาอยู่เลย แล้วมาตอนนี้จะให้เขาช่วยปลอบกู้อิ๋งอีก “ไม่นับว่าร้ายแรงอะไร แต่ทุกสิ่งก็ยังต้องระวังให้มาก”
กู้อิ๋งโล่งใจไปเปลาะหนึ่งเมื่อได้รับคำตอบจากท่านพ่อ
“พวกเราก็ควรกลับกันได้แล้ว” เว่ยซื่อกล่าวก่อนลุกขึ้น
“ท่านแม่จะไปแล้วหรือเ้าคะ?” กู้เหยามองบิดามารดาอย่างคิดถึงนิดๆ
“เ้าอยู่บ้านพี่ใหญ่มาหลายวัน ก็ควรถึงเวลากลับบ้านได้แล้วกระมัง?” เว่ยซื่อมองบุตรสาวคนเล็กที่เหมือนจะอ้วนขึ้นมาหน่อย เจิงเอ๋อร์ให้ซู่หลันคอยรับใช้นาง แล้วซู่หลันก็มารายงานเื่เหยาเอ๋อร์ให้นางฟังทุกวัน บุตรสาวคนเล็กของนางช่างเป็จิ้งจอกตาขาว* ตัวน้อยเสียจริง ของกินของใช้ในบ้านดีกว่าที่นี่ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ แต่กลับเป็ว่านางอยู่ที่นี่สบายใจกว่าอยู่ที่บ้านเสียอีก
(*คนที่ไม่รู้จักบุญคุณคน)
“ไม่เ้าค่ะ ข้ายังอยากอยู่ที่นี่ต่อ” นางไม่อยากกลับไปถูกอบรมต่างหากเล่า
สามพี่น้องมายืนส่งท่านพ่อท่านแม่ขึ้นรถม้าที่หน้าประตู พวกนางยืนส่งจนรถม้าลับไปจากสายตา
“พี่ใหญ่ สิ่งที่ท่านพูดเมื่อครู่จริงหรือเปล่าเ้าคะ?” กู้อิ๋งถามด้วยความกระดากอายอยู่บ้าง
“เื่อะไรหรือ?”
“ที่ท่านบอกว่าจะเลี้ยงข้า ให้ข้ามีชีวิตที่สุขสบาย”
กู้เจิงหลุดยิ้ม เดิมทีนางคิดจะตอบปฏิเสธเพื่อหยอกแกล้งกู้อิ๋งเล่นนิดหน่อย แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของกู้อิ๋ง นางจึงพยักหน้าอย่างแข็งขัน “แน่นอนว่าเป็ความจริง”
“ขอบคุณพี่ใหญ่เ้าค่ะ” กู้อิ๋งรู้สึกอบอุ่นในใจมาก นับั้แ่เกิดเื่ของเสี่ยนอ๋อง จนกระทั่งทำให้นางต้องเสียลูกไปและไหนจะเื่ตวนอ๋องอีก ปัญหาทุกอย่างประเดประดังเข้าหานางจนนางรู้สึกเป็ทุกข์มาโดยตลอด แต่เพียงแค่ประโยคเดียวของพี่ใหญ่ ก็ทำให้ความทุกข์ทั้งหมดจางหายไป
“หากเ้าอยากจะขอบคุณข้าจริงๆ ก็จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกวัน” กู้เจิงพูดยิ้มๆ
“เ้าค่ะ” กู้อิ๋งซาบซึ้งใจจริงๆ
ขณะที่พวกนางพูดคุยกันอยู่ที่หน้าประตู รถม้าของจวนตวนอ๋องก็เข้ามาจอดเทียบ ชิวจื้อรีบไปยืนที่ข้างรถม้าเพื่อจะประคองกู้อิ๋งขึ้นรถ
กู้อิ๋งหันมายิ้มให้กู้เจิงกับกู้เหยาอีกครั้งก่อนจะขึ้นรถม้าไป
หลังจากยืนส่งรถม้าของจวนตวนอ๋องจนลับตา กู้เหยาจึงถามกู้เจิงว่า “พี่ใหญ่ เกิดเื่อะไรขึ้นหรือเ้าคะ? ทำไมจู่ๆ ถึงได้พูดถึงองค์รัชทายาทกัน? เกี่ยวกับิ่หรูใช่ไหมเ้าคะ?”
“พูดถึงิ่หรู เมื่อครู่เ้าไปพบนางที่จวนเซี่ยแล้วใช่ไหม?” กู้เจิงไม่ตอบแต่ถามกลับ
กู้เหยาส่ายหัว “ิ่หรูนั้นข้าไม่ได้พบเ้าค่ะ พบแต่ฮูหยินเซี่ย นางชวนข้าดื่มชาและถามคำถามบางอย่างกับข้าด้วยเ้าค่ะ”
“ถามอะไรเ้า?” กู้เจิงถามอย่างสนใจ
“ก็ถามข้าเื่ที่ไปเที่ยวเล่นกันในป่า ข้าก็เล่าไปตามจริงเ้าค่ะ” กู้เหยานึกถึงสีหน้าของฮูหยินเซี่ย ก่อนจะเอ่ยด้วยความสงสัยว่า “ไม่รู้ทำไม สีหน้าท่าทางของฮูหยินเซี่ยในตอนท้ายถึงได้เปลี่ยนไป ดูน่ากลัวมากเลยเ้าค่ะ”
จะไม่น่ากลัวได้หรือ? ฮูหยินเซี่ยไม่ใช่ฮูหยินธรรมดาทั่วไป เกรงว่านางคงคาดเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น กู้เจิงทอดถอนใจ ในฐานะมารดา หากทราบว่าบุตรสาวถูกคนวางแผนชั่วใส่เช่นนี้ เกรงว่าคงโกรธเป็ฟืนเป็ไฟเลยกระมัง ไม่รู้ว่าแม่ทัพเซี่ยจะคิดอย่างไรบ้าง
“พี่ใหญ่ สาวรับใช้คนนี้ของท่าน” สายตาของกู้เหยาจับจ้องไปที่เฟิงไหล “ช่างไม่มีตัวตนเลย ท่าทางดูซื่อบื้อ ท่านเอาสาวใช้แบบนี้มาอยู่ข้างกายจะไม่ถูกคนหัวเราะเยาะเข้าหรือเ้าคะ?”
กู้เจิง “...”
เฟิงไหลมุมปากกระตุก คุณหนูสี่ผู้นี้ช่างพึลึกคนเสียจริง เหตุใดจู่ๆ ก็มาว่ากระทบนางได้
“ข้าคืนซู่หลันให้ท่านดีไหมเ้าคะ?” ข้างกายพี่ใหญ่มีสาวใช้ที่ดูโง่งมเช่นนี้ กู้เหยารู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
“ไม่ต้องหรอก เป็เฟิงไหลก็ดีอยู่แล้ว” กู้เจิงยิ้มขันพลางจับผมของกู้เหยาทัดไว้ที่หลังใบหู “นี่ก็สายมากแล้ว ข้าต้องแวะไปที่หอสมุดทางใต้เพื่อตรวจสอบใบเรียกเก็บเงินของเดือนนี้เสียหน่อย”
“ข้าจะไปกับพี่ใหญ่ด้วยเ้าค่ะ”
“ได้สิ”
เมื่อกู้เจิงกับกู้เหยามาถึง พวกนางก็เห็นชุนหงกับอวิ๋นเหนียงกำลังแปะบทความที่เขียนโดยบัณฑิตบนกระดานติดประกาศพอดี
“บันทึกสวนบุปผากับวิถีเซียนฉบับใหม่ออกแล้ว” มีคนะโขึ้น
ทันทีที่สิ้นเสียง คนจำนวนมากก็วิ่งออกมามุงดู แม้จะผู้คนจะไม่ได้ถึงขนาดล้นหลาม แต่ก็ทำให้ทางเดินเล็กๆ นี้เบียดเสียดกันไปหมด
“คุณหนูใหญ่ คุณหนูสี่” ชุนหงเห็นทั้งสองคนมาก็ดีใจนัก หลายวันมานี้นางยุ่งมากจนไม่อาจปลีกตัวไปหาคุณหนูใหญ่ที่จวนได้เลย
“ชุนหง ทุกคนกำลังมุงดูอะไรอยู่หรือ?” กู้เหยาเงยหน้ามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“หนังสือแต่งเ้าค่ะ ไม่เหมาะที่คุณหนูสามจะอ่านนัก” ชุนหงตอบ
“อาเจิง คุณหนูสี่” อวิ๋นเหนียงเบียดตัวจากฝูงชนมาทักทาย นางได้ยินสิ่งที่กู้เหยาถาม จึงตอบอย่างกระตือรือร้นว่า “จะเหมาะหรือไม่ อ่านดูก็จะรู้เองเ้าค่ะ คุณหนูสาม ข้าจะไปดูเป็เพื่อนท่านเอง”
“ดีเลย” กู้เหยาพยักหน้าอย่างยินดี
ซู่หลันที่อยู่ข้างๆ รีบตามไปด้วย
ชุนหงมองซู่หลันที่เดินตามกู้เหยาไปทุกที่ นางเลยเห็นว่าคุณหนูใหญ่เปลี่ยนสาวใช้ข้างกายแล้ว นางรู้สึกว่าหญิงรับใช้คนใหม่ของกู้เจิงดูสงบเงียบยิ่งนัก ที่จริงคุณหนูออกจะชอบคนที่มีชีวิตชีวา อย่างเช่นแบบนาง
กู้เจิงเดินขึ้นไปบนชั้นสอง และเข้าไปในห้องเล็กทางปีกข้าง ชุนหงตามเข้ามารินชาให้คุณหนูใหญ่ “ลุงหม่าไปคุมงาน ตอนบ่ายถึงจะกลับมาเ้าค่ะ”
กู้เจิงพยักหน้ารับรู้ “หลายวันมานี้หอสมุดเป็ยังไงบ้าง?”
“ดีมากเลยเ้าค่ะ นี่คือสมุดบัญชีของที่นี่” ชุนหงเอาสมุดบัญชีสองเล่มออกมาให้กู้เจิง
“ไม่ต้องดูแล้ว เ้าเป็คนที่ข้าสอนมา ข้าจะมีอะไรไม่วางใจ อวิ๋นเหนียงเป็ยังไงบ้าง?” ความจริงนี่คือจุดประสงค์หลักที่กู้เจิงมาในวันนี้
“ทำงานได้คล่องแคล่วหนักเอาเบาสู้ดีมากเ้าค่ะ” ชุนหงพอใจกับการทำงานของอวิ๋นเหนียงมาก “จะมีก็เพียงแต่ นางมักพูดถึงลุงใหญ่ของนางอยู่เสมอ นางกับลุงใหญ่คนนั้นคงมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันมาก ลุงหม่าบอกว่าอวิ๋นเหนียงพูดถึงลุงใหญ่กับคุณหนูมาสองครั้งแล้ว”
“ให้ลุงหม่าลองไปสืบดูลุงใหญ่นางดูหน่อย ถ้าช่วยได้ข้าก็จะช่วย” กู้เจิงสั่งความกับชุนหง
ชุนหงพยักหน้ารับทราบ
“ครึ่งเดือนให้หลัง ข้าอยากให้เ้าไปดูงานที่หอสมุดทางตะวันตกของเมือง เ้าว่าอวิ๋นเหนียงจะสามารถอยู่จัดการที่นี่ได้ไหม?”
“ข้าสอนอวิ๋นเหนียงเื่การทำบัญชีหมดแล้ว และอันที่จริงงานที่หอสมุดก็ไม่ได้มากอะไรหรอกเ้าค่ะ มีแค่ต้องจัดหนังสือบ้าง และคอยทำความสะอาดโดยรอบสักหน่อย นางทำจนคุ้นเคยบ้างแล้วน่าจะรับมือได้เ้าค่ะ”
กู้เจิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “รอลุงหม่ากลับมา เ้าค่อยนำสิ่งที่ข้าพูดไปถามความเห็นของเขา”
“เ้าค่ะ”
