‘ที่แท้ก็มีคนที่ต้านทานพิษและขับพิษออกจากร่างกายได้ด้วย’ กลยุทธ์นี้ทำให้ลู่เต้ารู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง
หลังจากขับพิษออกมาแล้ว นักพรตชุดเหลืองก็ลอบเหลือบมองลงไปที่พื้นดิน อดทึ่งไม่ได้ว่าลู่เต้าทำให้เขาเสียเืมากมายเช่นนี้ได้ และเมื่อพิษหยดลงสู่พื้น ดอกไม้และพืชพรรณโดยรอบก็เหี่ยวเฉาแห้งตาย แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของพิษเป็อย่างดี
‘แค่การปะทะฝ่ามือกันเพียงครั้งเดียวก็มีพิษร้ายแรงเช่นนี้ หากถูกกรงเล็บข่วนเข้าคงไม่เป็เื่ดีแน่!’ นักพรตชุดเหลืองหวาดหวั่นอยู่ในอก
แม้ว่าเขาจะหวั่นเกรงกรงเล็บพิษของลู่เต้า แต่ปากก็ยังคงดีดั่งเดิม “ดูเหมือนว่ากรงเล็บพิษของสำนักพิษก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร”
นักพรตชุดเหลืองรู้ว่าสำนักพิษให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของสำนักเป็อย่างยิ่ง รับไม่ได้ที่จะให้คนภายนอกดูิ่ เมื่อเขาเห็นลู่เต้าใช้เคล็ดวิชาของสำนักพิษ จึงคิดว่าอีกฝ่ายเป็ศิษย์ของสำนักนี้ ก็จงใจดูถูกสำนักของอีกฝ่ายเพื่อยั่วโมโห
เขาคงไม่คิดว่าเคล็ดวิชานี้ลู่เต้าเพียงแค่่ชิงมาจากผู้อื่นเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักนี้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเมื่อได้ยินอีกฝ่ายดูถูกก็ไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งสิ้น จิตใจยังคงสงบนิ่ง
“แปลก ทำไมคนผู้นี้ถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยเล่า” นักพรตชุดเหลืองพึมพำ
ลู่เต้าถือโอกาสที่อีกฝ่ายกำลังเหม่อลอย ฝืนทนความเ็ปดึงเข็มเงินที่ปักอยู่บนมือและเท้าออก เืพุ่งออกมาประดุจน้ำพุทันที
“เล่นสนุกพอหรือยัง!” นักพรตชุดเหลืองพุ่งเข้ามาฉับพลัน กระบี่พุ่งไปที่หัวใจของลู่เต้า
กระบวนท่านี้ถึงแม้จะรวดเร็ว แต่ข้อเสียคือเรียบง่ายเกินไป ง่ายต่อการมองทะลุ ลู่เต้าเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เขามองออกว่ากระบี่เล่มนี้พุ่งตรงมายังจุดตายที่หัวใจ จึงกำไม้สะกดมารแน่น เตรียมรับกระบี่ของอีกฝ่าย
หากเป็ไป๋เสียคงจะมองเห็นช่องโหว่ แต่น่าเสียดายที่ลู่เต้ามีประสบการณ์ในยุทธภพและการต่อสู้น้อยมาก ยังอยู่ในขั้นที่มองูเาก็ยังเป็ูเา
และแล้วในขณะที่กระบี่กำลังจะแทงเข้ามา นักพรตชุดเหลืองสะบัดข้อมือ ปลายกระบี่แยกออกเป็สอง พุ่งออกไปเป็สองทิศทาง
ลู่เต้าที่ตั้งรับไม่ทันทำได้เพียงปัดป้องกระบี่เดียว เสียง “ฉึก” ดังขึ้น เสื้อผ้าบริเวณหน้าอกถูกปลายกระบี่กรีดจนเปิดออก เผยให้เห็นเสื้อตัวในสีขาว ไม่นานนักเืที่ไหลออกมาจากาแก็ย้อมเสื้อผ้าสีขาวให้เป็สีแดงฉาน
เขาทนความเ็ป สะบัดไม้สะกดมารสีดำในมือ นักพรตชุดเหลืองถอยหลังหนึ่งก้าว หลบการโจมตีได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นว่าลู่เต้ามีาแเืไหลถึงสามแผล นักพรตชุดเหลืองก็แอบยินดี เขาตั้งใจจะเพิ่มาแให้มากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้ลู่เต้าต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด จนกระทั่งเสียเืมาก และสิ้นใจตายในที่สุด
ในเวลานี้เห็นได้ชัดว่าลู่เต้าเสียเปรียบ ในหัวจึงคิดถึงวิชาไม้สะกดมารที่ไป๋เสียถ่ายทอดให้ หวังจะเรียนรู้ให้ทันเวลา
แต่นักพรตชุดเหลืองจะให้เวลาเขาได้อย่างไร มันพุ่งเข้ามาพร้อมกับแทงกระบี่ ในชั่วพริบตาก็มาถึงเบื้องหน้าแล้ว ลู่เต้าทำได้เพียงทำตามความทรงจำที่เลือนรางในหัว ยกไม้สะกดมารขึ้นป้องกันและสะบัด
เสียง “เคร้ง” ดังขึ้นสองครั้ง กระบี่ของนักพรตชุดเหลืองถูกทำลาย ลู่เต้าปลื้มปีติอย่างยิ่ง และตั้งใจว่าจะไม่ี้เีฝึกฝนอีกต่อไป
นักพรตชุดเหลืองพลันตกตะลึง อีกฝ่ายพัฒนาฝีมือรวดเร็วเกินไป แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาชื่นชมศัตรู เขาตวาดลั่นแล้วแทงกระบี่ใส่ลู่เต้าอีกหลายครั้ง
ทั้งสองคนต่อสู้กันไปมาสามสิบกว่ากระบวนท่า และยังคงเสมอกัน เมื่อเห็นว่าตนเองไม่มีความได้เปรียบอีกต่อไป กระบี่ในมือนักพรตชุดเหลืองก็เริ่มสั่นไหว ในขณะที่ลู่เต้าอาศัยเพียงความทรงจำที่เลือนรางเกี่ยวกับวิชาไม้สะกดมาร ก็ต่อกรกับอีกฝ่ายได้สูสีจนเขามีกำลังใจสู้ต่อ
หลังจากประมือกันไปหนึ่งรอบ ลู่เต้าก็พอจะเข้าใจกระบวนท่าของอีกฝ่าย เขาเลียนแบบนักพรตชุดเหลืองที่ใช้ทั้งกระบี่และฝ่ามือ งอห้านิ้วมือซ้าย เล็งไปที่ช่องโหว่ของอีกฝ่ายระหว่างที่เปลี่ยนกระบวนท่า ทั้งไม้และกรงเล็บพุ่งออกไปพร้อมกัน
ลู่เต้าสะบัดไม้สะกดมาร ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังก้มตัวหลบ เขาก็ใช้กรงเล็บพิษตะปบเข้าหา เมื่อนักพรตชุดเหลืองเหลือบเห็นลู่เต้าใช้กรงเล็บพิษก็หวาดผวาใจยิ่ง เขาก้มตัวใช้มือทั้งสองยันพื้นแล้วตีลังกาหลบ
กรงเล็บเมื่อครู่นี้ ไม่ต้องพูดถึงการตะปบโดน แค่เพียงเฉียดิัก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้นักพรตชุดเหลืองต้องรับมืออย่างยากลำบาก
ประสบการณ์เฉียดตายทำให้เขาระมัดระวังมากขึ้น ไม่กล้าเข้าประชิดตัวลู่เต้าอีก เขาสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ในมือปรากเข็มยาวแปดเล่ม แล้วพุ่งเข้าใส่ลู่เต้าโดยไม่ลังเล
ลู่เต้าไปวิ่งไปสู้ มือก็ปัดเข็มยาวทั้งหมดร่วงลงพื้น ทันใดนั้นมือซ้าย แขนซ้ายและหลังก็รู้สึกเจ็บแปลบ เมื่อก้มลงมองก็พบว่าถูกเข็มปักเข้าแล้ว ที่แท้หลังจากที่นักพรตชุดเหลืองพุ่งเข็มออกไป เขาก็พุ่งไปทางขวาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ลู่เต้ากำลังยุ่งอยู่กับการปัดเข็มที่อยู่ตรงหน้า เขาก็ปาเข็มอีกสามเล่มเข้าใส่ ซึ่งปักโดนทั้งสามจุดอย่างแม่นยำ
ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว ร่างกายด้านขวาก็ถูกเข็มปักเข้ามาเช่นกัน ลู่เต้ากัดฟันแน่นพยายามยกไม้สะกดมารขึ้นป้องกัน แต่เส้นชีพจรที่มือขวาถูกเข็มยาวผนึกไว้จนยกไม่ขึ้น
นักพรตชุดเหลืองคงไม่อยากเสียเวลาต่อสู้กับลู่เต้าอีกต่อไป เขาใช้เคล็ดวิชาพุ่งตัวไปข้างหน้า ร่างกายกลายเป็เงา วิ่งวนรอบลู่เต้า มือซ้ายและขวาปาเข็มเงินออกมาไม่ให้พักหายใจ
สำหรับลู่เต้าแล้ว เข็มยาวพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง ตอนนี้เขาทำได้เพียงฟังเสียงเพื่อหลบเลี่ยงการาเ็ที่จุดสำคัญ แต่ร่างกายก็ยังคงถูกเข็มปักเข้าอย่างต่อเนื่อง ไม่นานนักทั่วร่างก็เต็มไปด้วยเข็มยาวหลายสิบเล่ม ดูราวกับตัวเม่นก็มิปาน
จนกระทั่งเข็มในมือหมด นักพรตชุดเหลืองจึงหยุดฝีเท้า แล้วมองดูลู่เต้าประหนึ่งกำลังชื่นชมผลงานของตัวเองพลางหัวเราะ “ไม่เลว!”
จากนั้นเขาก็กระตุ้นพลัง ยื่นมือทั้งสองออกไป ห้านิ้วงอเป็กรงเล็บแล้วดึงกลับมา แรงดึงดูดอันทรงพลังดึงลู่เต้าเข้าหาตัวนักพรตชุดเหลือง!
เขากระตุ้นพลังที่ฝ่าเท้า ยึดเกาะพื้นดินเพื่อให้ร่างกายมั่นคง ถึงแม้ว่าเขาจะยืนอยู่กับที่ แต่เข็มยาวที่ปักอยู่บนร่างกายก็ถูกแรงดูดดึงออกไปในเวลาเดียวกัน ทั่วร่างกายมีาแที่กำลังเืไหลเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบแห่ง
นักพรตชุดเหลืองหัวเราะ เพราะนี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของเขา เืที่ไหลออกมาจากร่างกายของลู่เต้าไม่ได้หยดลงสู่พื้น แต่ค่อยๆ รวมตัวกันเป็ก้อนกลม และลอยเข้าหานักพรตชุดเหลือง
นี่...ลู่เต้าพยายามใช้พลังลมปราณห้ามเื แต่าแทั่วร่างมีมากเกินไป ถึงจะปรามก็ไม่ไหว เืถูกดูดออกจากาแไม่หยุด ิัที่เคยเปล่งปลั่งก็หมองคล้ำลง กล้ามเนื้อที่เคยแข็งแรงก็เหี่ยวแห้งราวกับกิ่งไม้ มองดูแล้วราวกับชายชราที่ผ่านโลกมามาก
ยิ่งก้อนเืที่ลอยอยู่ตรงหน้าของนักพรตชุดเหลืองใหญ่ขึ้นเท่าใด ร่างกายของลู่เต้าก็ยิ่งผ่ายผอมลงเท่านั้น ไม่นานนัก ก้อนเืก็มีขนาดใหญ่เท่าแตงโม ส่วนลู่เต้าก็ยืนอยู่ราวกับเทียนไขที่กำลังจะดับ
เขาที่เสียเืไปมากก็รู้สึกหน้ามืด ดวงตาพร่ามัว แค่เพียงทรงตัวให้อยู่ได้ก็แทบจะถึงขีดจำกัด
นักพรตชุดเหลืองเห็นว่าตนเองกำชัยแล้วก็แผดเสียง “เป็อย่างไร อยากจะขอความเมตตาหรือไม่ เช่นนั้นข้าอาจจะทำให้เ้าตายอย่างสงบ ไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน!”
ร่างกายของลู่เต้าเหี่ยวแห้ง ริมฝีปากสั่นเทา “ฝัน...ไปเถอะ...”
นักพรตชุดเหลืองประคองก้อนเืยิ้มเยาะ “เ้าทำให้ข้าต้องเสียเืไปหลายอึกเพราะพิษ ตอนนี้ก็ใช้เืของเ้ามาชดใช้ซะ!”
เขาสูดลมปราณเข้าไป ก้อนเืก็ถูกนักพรตชุดเหลืองดูดเข้าไปทั้งหมด เืสดๆ ที่มีพลังลมปราณของลู่เต้าถูกดูดซับในทันทีที่เข้าสู่ร่างกาย เห็นเพียงร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง รู้สึกสดชื่นไปทั่วร่างอย่างบอกไม่ถูก
ในเวลานี้ลู่เต้าไม่มีแม้แรงจะยืนด้วยซ้ำ เขาล้มร่วงลงไปกับพื้นแล้ว
นักพรตชุดเหลืองสาวเท้าเข้าไปคิดจะปลิดชีพลู่เต้า แต่พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็รู้สึกเืลมปั่นป่วน หน้ามืด กระอักกระไอออกมาอย่างหนัก ฝ่ามือที่ยกปิดปากเปียกชื้น เมื่อเห็นเืสีดำบนฝ่ามือ เขาก็ตกตะลึง “เป็ไปได้อย่างไร ข้าไม่ได้...”
ลู่เต้าที่ล้มอยู่กับพื้นหัวเราะเบาๆ “เื...ของข้า รสชาติเป็อย่างไรบ้างเล่า”
“บัดซบ!” นักพรตชุดเหลืองไม่คิดว่าลู่เต้าจะผสมพิษลงในเื! พิษร้ายแรงที่เขาพยายามป้องกัน กลับถูกเขาดื่มเข้าไปอย่างโง่เขลา!
