มีเงิน ทุกอย่างก็ราบรื่น
ภายในไม่กี่วัน โรงหมอของตระกูลหานทางตะวันตก ทางเหนือ และทางตะวันออกของเมืองก็เปิด ด้วยวิธีนี้ ตระกูลหานจึงมีโรงหมอทั้งสี่ทิศทางของเทียนหนิง ซึ่งเรียกว่าโรงหมอสี่ทิศ
เดิมทีโรงหมอเฉิงหนานเป็โรงหมอกึ่งแสวงหากำไรและกึ่งรัฐบาล เมื่อมีการชดใช้ค่าเสียหายจากศาลต้าหลี่เป็ฐานหนุน ตอนนี้จึงกลายเป็โรงหมอไม่คิดเงินอย่างสมบูรณ์แบบ แค่เป็ครอบครัวที่ยากจน ก็จะไม่เก็บค่ารักษาพยาบาลแม้แต่อีแปะเดียว
เป็เพราะกฎนี้ หานอวิ๋นซีจึงไม่จำเป็ต้องทำการประชาสัมพันธ์มากนัก ภายในไม่กี่วันโรงหมอสี่ทิศของตระกูลก็กลายเป็ข่าวพาดหัวในเมืองหลวง ทุกคนในถนนและตรอกซอกซอยต่างพูดถึงเื่นี้ แม้ว่าจะมีการพูดคุยที่หลากหลาย แต่ความนิยมก็เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
“หวังเฟย คนพวกนั้นทำกันเกินไปแล้ว พวกเขาพูดกันที่หน้าประตูใหญ่ว่าถึงพวกเราจะรักษาโดยไม่เสียเงิน ก็ไม่มีใครกล้ามาขอรับการรักษา!” เสี่ยวเฉินเซียงบ่นอย่างโกรธเกรี้ยว
“ปล่อยพวกเขาให้พูดไปเถอะ”
หานอวิ๋นซียิ้มและไม่ถือสา มีคนดูแคลนก็ย่อมมีคนชมเชย ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอย่างไร ตราบใดที่ความนิยมเพิ่มขึ้น ตราบใดที่โรงหมอทั้งสี่แห่งนี้ยังคงเปิดอยู่ ตระกูลแพทย์อย่างตระกูลหานก็จะไม่ถูกลืม
เสี่ยวอี้เอ๋อร์เป็ผู้สืบทอดทักษะทางการแพทย์ของตระกูลหานเพียงหนึ่งเดียว และยังต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ ใน่เวลานี้ตระกูลหานคงไม่อาจถอนตัวไปจากอาชีพแพทย์อย่างเงียบๆ หรอกใช่หรือไม่?
นอกจากนี้ ไม่ใช่ว่าไท่เฮาเห็นตระกูลหานขวางหูขวางตาหรือไร? นาเพียง้าทำให้ตระกูลหานเป็ที่นิยมในเมืองหลวงและกอบกู้ศักดิ์ศรีในอดีตกลับมาก็เท่านั้น!
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง หานอวิ๋นซีก็พูดว่า “เสี่ยวเฉินเซียง เ้าไปติดประกาศว่าจากนี้ไป วันที่สิบห้าของทุกเดือน ข้าจะมาที่โรงหมอเฉิงหนานเพื่อทำการรักษาให้ด้วยตนเอง”
“ท่าน?” เสี่ยวเฉินเซียงไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ
“ไม่ได้หรือ? เ้าเองก็สงสัยในทักษะทางการแพทย์ของข้าอย่างนั้นหรือ?” หานอวิ๋นซีหรี่ตาถาม แพทย์และนักพิษอยู่ในตระกูลเดียวกัน นางเชี่ยวชาญในทักษะการใช้พิษและเข้าใจทักษะทางการแพทย์เช่นกัน อีกทั้งนางกับเสี่ยวอี้เอ๋อร์ก็อ่านตำราการแพทย์ของตระกูลหานด้วยกัน ทักษะทางการแพทย์จึงดีขึ้นไม่น้อย การจัดการกับโรคทั่วไปบางโรคก็ไม่ใช่ปัญหา
“ไม่เลยเพคะ ไม่เลย! หากนายหญิงมาด้วยตัวเอง ต้องมีคนมาเยอะแน่ๆ เพคะ!” เสี่ยวเฉินเซียงมีความสุขมากจนจินตนาการไปถึงคิวยาวเหยียดที่ประตูโรงหมอเฉิงหนานในวันที่สิบห้า
พวกคนที่ดูถูกตระกูลหานเ่าั้จะไม่ได้รังแกตระกูลหานอีกต่อไป ครั้งนี้ต้องทำให้พวกเขารู้ว่าฉินหวังเฟยเองก็เป็คนของตระกูลหาน และสามารถเป็ตัวแทนของตระกูลหานได้
เมื่อเห็นใบหน้าที่มีความสุขของเสี่ยวเฉินเซียง รอยยิ้มที่มีความสุขก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของหานอวิ๋นซี
ในความเป็จริง การรักษาโรคด้วยตนเองเป็เพียงขั้นตอนเล็กๆ ในแผนของนางเท่านั้น
นางคิดว่า รอให้นางเริ่มทำการรักษาขึ้น นางก็จะชักชวนให้กู้เป่ยเยวี่ยกำหนดเวลามาออกตรวจที่โรงหมอตระกูลหาน หากกู้เป่ยเยวี่ยที่เป็หัวหน้าโรงหมอหลวงออกโรง ผลที่ได้ก็จะยิ่งแตกต่างกันมากขึ้น เมื่อเขามา หมอหลวงคนอื่นๆ ก็จะตามมา ไม่ต้องพูดถึงที่จะเป็ที่พูดถึงไปทั้งเมืองเลย อย่างน้อยก็ไม่มีใครซุบซิบนินทาเื่ของพวกเขา
ถึงเวลานั้น บรรดาผู้ที่ปฏิเสธตระกูลหานเนื่องจากการวินิจฉัยผิดพลาดของหานฉงอันก็จะเต็มใจมาเช่นกัน
ด้วยเช่นนี้ การรักษาโดยไม่คิดเงินของตระกูลหานจะไม่เป็เพียงกิจกรรมการกุศลที่ได้รับการสนับสนุนจากคนยากจนเท่านั้น แต่ยังเป็กิจกรรมการกุศลที่ได้รับการสนับสนุนจากคนทั้งเมืองด้วย ถึงเวลานั้นทั้งไท่เฮาและฮ่องเต้ก็ไม่อาจแทรกแซงได้ และนอกจากจะไม่สามารถแทรกแซงได้ ก็ยังจะต้องยกย่องอีกด้วย
และในระยะต่อมา เมื่อเงินชดเชยของศาลต้าหลี่หมดลง หานอวิ๋นซีจะยื่นขอเงินช่วยเหลือจากราชสำนักอย่างแน่นอน!
วิธีการทำกุศลนั้น แท้จริงแล้วไม่สามารถใช้ความเมตตาหรือความใจดีได้เลย!
ไม่รู้ว่าหากไท่เฮารู้เกี่ยวกับแผนของหานอวิ๋นซี จะโกรธเป็ฟืนเป็ไฟขนาดไหน แต่เมื่อโรงหมอสี่ทิศของตระกูลหานเปิด ข่าวที่ผู้คนทั้งเมืองพูดคุยกันแพร่กระจายไปยังพระราชวัง หญิงชราผู้นั้นต้องโกรธจัดจนตบโต๊ะซ้ำแล้วซ้ำเล่า โกรธจนเป็ลมไปอย่างแน่นอน!
เดิมทีตระกูลหานกำลังจะถูกตัดสิทธิ์จากการประกอบวิชาชีพแพทย์ แต่นี่เป็สิ่งที่ดี พวกเขาเปิดโรงหมอสามแห่งติดต่อกัน ไม่ต้องพูดถึงไท่เฮาหรอก ไม่ว่าจะเป็ใครก็คงโกรธจนกระอักเืออกมา
“ให้ตายเถอะ! หานอวิ๋นซีผู้นี้ช่างน่ารังเกียจจริงๆ!”
“เอาเงินของข้าไปทำให้ตระกูลหานดูดีขึ้น ทำตัวเป็คนดี...ข้า...ข้าต้องฆ่านาง!”
“ปังปังปัง! ปังปังปัง!”
ไท่เฮาตบโต๊ะอย่างแรงราวกับว่าโต๊ะนั้นเป็หานอวิ๋นซี สาวใช้ทุกคนในห้องต่างคุกเข่าลงบนพื้น ไม่มีใครกล้าส่งเสียงใดๆ
“วันนี้วันที่เท่าไร?” ไท่เฮาถามอย่างเ็า
จากนั้นเหล่ามามาที่อยู่ด้านข้างจึงจะกล้าพูดออกมาว่า “ทูลนายหญิง วันนี้วันที่ยี่สิบห้าเพคะ มะรืนนี้ คุณหนูหว่านหรูจากจวนฉินอ๋องจะแต่งงานเพคะ”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ ไท่เฮาก็โกรธมากขึ้น นางอดทน นางรอ รอการแก้แค้นของมู่หรงหว่านหรูหลังจากที่นางแต่งงานแล้ว
นางได้ผลักมู่หรงหว่านหรูไปถึงทางตันแล้ว นางไม่เชื่อว่ามู่หรงหว่านหรูจะไม่ต่อสู้กับหานอวิ๋นซีจนถึงที่สุด...
หลังจากเสร็จสิ้นเื่ของโรงหมอสี่ทิศของตระกูลหานแล้ว หานอวิ๋นซีก็ไม่มีเวลาได้พักผ่อน มู่หรงหว่านหรูกำลังจะแต่งงาน ดังนั้นนางซึ่งเป็พี่สะใภ้จึงต้องทำงานกับอี้ไท่เฟยโดยธรรมชาติ
สินสอดทองหมั้น ชุดแต่งงาน เครื่องประดับ สาวใช้ที่ร่วมทางไปด้วยและแม่นมล้วนถูกจัดเตรียมโดยอี้ไท่เฟย แน่นอนว่าอี้ไท่เฟย้ามอบสินสอดให้มู่หรงหว่านหรูเท่าไรนั้น มันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนาง อี้ไท่เฟยไม่ได้กล่าวถึงและนางก็ไม่มีเหตุผลที่จะถาม
สิ่งที่นางช่วยจัดการคือการจัดงานแต่งงานของมู่หรงหว่านหรู เื่ของงานเลี้ยงที่บ้านและจัดการกับของขวัญแสดงความยินดีมากมายในทุกวัน
ในเวลานี้ ฉินอ๋องควรที่จะอยู่และควรได้รับของขวัญแสดงความยินดีจากแขกด้วย ต้องรู้ว่าทุกคนกำลังใช้โอกาสนี้เพื่อเข้าเฝ้าฉินอ๋อง ประจบประแจงและทำให้รู้ว่าตัวเองมีตัวตน
ทว่ากลับช่วยไม่ได้ จนกระทั่งถึงตอนนี้หลงเฟยเยี่ยก็ยังไม่ปรากฏตัว แม้แต่อี้ไท่เฟยก็หาเขาไม่พบ
อี้ไท่เฟยที่ยุ่งมาก หานอวิ๋นซีที่เป็พี่สะใภ้ทำได้เพียงนั่งเฉยๆ ด้วยเช่นนี้ ข่าวลือที่ว่านางเป็ที่โปรดปรานก็ได้รับการยืนยันอีกครั้ง สามารถดูแลเื่ในจวนฉินอ๋องได้ หากไม่เรียกว่าเป็ที่โปรดปรานแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ?
ในที่สุด ทุกอย่างก็เตรียมพร้อม และพรุ่งนี้มู่หรงหว่านหรูจะต้องแต่งงานอย่างสวยงาม!
ในความเงียบสงัดของค่ำคืน จวนฉินอ๋องยังคงเต็มไปด้วยบรรยากาศรื่นเริง การแต่งงานของบุตรบุญธรรมผู้นี้จะด้อยไปกว่าการแต่งงานของลูกสะใภ้ไม่ได้ หานอวิ๋นซีที่จัดการเื่ในมือเสร็จและเหนื่อยจนแทบทรุด นางบิดี้เีและกำลังจะกลับไปที่ลานดอกบัว ใครจะคิดว่ามู่หรงหว่านหรูจะเดินเข้ามาต้อนรับทันทีหลังจากที่เข้าประตู
หานอวิ๋นซีจำได้ว่าหลังจากเหตุการณ์ที่งานเลี้ยงเหมยฮวา นางแทบไม่เห็นมู่หรงหว่านหรูเลย เวลาเช่นนี้ ว่าที่เ้าสาวยังไม่หลับอีกหรือ?
มู่หรงหว่านหรูดูเหมือนจะผอมลงไปมาก นางสวมชุดผ้าโปร่งสีเหลือง ดูอ่อนแอยิ่งกว่าเดิมราวกับว่าหากลมพัดมาก็คงปลิวไปตามลม
“พี่สะใภ้ สองวันนี้ลำบากท่านแล้ว ตอนที่ท่านอภิเษก ข้าแทบไม่ได้ช่วยอะไรมากมายเลย”
เมื่อนางพูดขึ้นมา ท่าทางที่ดูสงบเสงี่ยมและเชื่อฟัง ยังคงดูน่ารักมากๆ แต่สิ่งที่นางพูดออกมานั้น...
หานอวิ๋นซีได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ
หากนางจำไม่ผิด ตอนที่นางอภิเษกเข้าจวนฉินอ๋อง ไม่มีโคมสีแดงแม้แต่ดวงเดียว และไม่มีแม้แต่คนที่ให้ของขวัญ เมื่อเทียบกับงานปัจจุบันที่เต็มไปด้วยงานเฉลิมฉลองและโคมแดงที่แขวนอยู่สูง เรียกได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว
นางยอมรับว่างานแต่งงานของมู่หรงหว่านหรู ไม่ว่าจะเป็พิธีแต่งงานหรือพิธีต้อนรับญาติๆ ล้วนทำให้ผู้คนอิจฉา
อย่างไรก็ตาม แล้วอย่างไรล่ะ?
หานอวิ๋นซียิ้ม “ทำไมล่ะ? พี่สะใภ้แต่งเข้ามาในระดับสูง ส่วนน้องสาวแต่งงานออกไปในระดับต่ำ แค่น้องสาวมีความสุข ไม่ว่าพี่สะใภ้จะเหนื่อยแค่ไหนก็ถือว่าคุ้มค่า”
การแต่งงานที่สูงส่ง การแต่งงานที่ต่ำต้อย เรียกได้ว่าจี้ใจดำของมู่หรงหว่านหรูโดยตรง ฝีปากเช่นนี้ มู่หรงหว่านหรูยังถืออ่อนหัดกว่ามาก!
สีหน้าของมู่หรงหว่านหรูซีดเซียว แต่ในไม่ช้านางก็ยิ้มอีกครั้ง นางยังมีอะไรให้อวดอีกมากมาย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหานอวิ๋นซีจะเมินเฉยขนาดนี้!
“พี่สะใภ้ ฉินอ๋องกลับมาแล้ว ตอนนี้กำลังคุยกับหมู่เฟยเื่ของพรุ่งนี้อยู่ในห้องของหมู่เฟย เขาบอกว่าเขายุ่งมาก แต่เขาก็ยังรีบกลับมา!”
มู่หรงหว่านหรูตั้งใจเดินมาหาหานอวิ๋นซีที่นี่โดยเฉพาะ ก็เพราะเื่นี้
ชายผู้นั้นกลับมาแล้วหรือ?
หานอวิ๋นซีรู้สึกประหลาดใจ
“พี่สะใภ้ ฉินอ๋องไม่ชอบความรื่นเริง ในตอนที่พวกท่านอภิเษก เขาอยู่ในจวนไม่ได้ด้วยซ้ำ ข้าเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะมา แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะรีบกลับมาเช่นนี้ ข้าดีใจเหลือเกิน!”
มู่หรงหว่านหรูแทบรอไม่ไหวที่จะแสดงความดีใจของตัวเองและคว้ามือของหานอวิ๋นซีอย่างตื่นเต้น “พี่สะใภ้ ไปกันเถอะ เราไปด้วยกัน”
หานอวิ๋นซีที่กำลังตกตะลึง ปล่อยให้มู่หรงหว่านหรูลากนางไป ต้องยอมรับว่านางไม่สามารถโต้เถียงกลับไปได้
ไม่ใช่มู่หรงหว่านหรูที่เป็คนเปิดเผยรอยแผลเก่าของนางหรอก แต่เป็คนเลวหลงเฟยเยี่ยที่ทำร้ายนางต่างหาก
เขามาทำอะไรที่นี่ในเวลานี้? คงเป็หน้าที่ของเขาในฐานะพี่ชายสินะ นางทำทุกอย่างแทนเขาแล้ว เขาจะกลับมาทำไมอีก จะมาเข้าร่วมงานแต่งงานในวันพรุ่งนี้อย่างสบายๆ อย่างนั้นหรือ?
คนที่ไม่แม้แต่จะมางานอภิเษกของตัวเอง คิดไม่ถึงว่าจะเอาเวลาว่างมาร่วมงานแต่งของคนอื่น นางคิดว่าสิ่งที่เขาไม่ให้นางก็คงไม่ให้คนอื่นได้ง่ายๆ เช่นกัน สิ่งที่เขาไม่ชอบ ไม่ว่าจะถูกบังคับหรือไม่ถูกบังคับเขาก็คงไม่ทำ
อย่างไรก็ตาม กลับกลายเป็ว่านางคิดมากไปเองและเขาก็กลับมา!
ตลอดทางจนถึงลานของอี้ไท่เฟย หานอวิ๋นซีเงียบมาตลอด นางอยากจะทำตามใจตัวเองจริงๆ หากหลงเฟยเยี่ยเข้าร่วมงานแต่งงานในวันพรุ่งนี้จริงๆ นางจะไม่เข้าร่วม!
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้เห็นอี้ไท่เฟย สุดท้ายนางก็บอกตัวเองว่าอย่าเอาแต่ใจและอย่าสร้างปัญหาโดยไม่มีเหตุผล
มู่หรงหว่านหรูเป็น้องสาวบุญธรรมของหลงเฟยเยี่ย เติบโตมาด้วยกันั้แ่ยังเด็ก ถึงจะไม่ได้เป็ญาติทางสายเืแต่นางก็ยังคงเป็ครอบครัวเดียวกัน และแม้ว่าจะมีข่าวลือไปทั่วเมืองว่านางเป็ที่โปรดปราน แต่ในความเป็จริง ในใจของหลงเฟยเยี่ย นางไม่ได้เป็อะไรเลย มีประโยชน์เพียงบางครั้งเท่านั้น
“พี่สะใภ้ ฉินอ๋องอยู่ในห้อง ข้าไม่ได้โกหกท่านนะ” มู่หรงหว่านหรูพูดด้วยเสียงเบาเมื่อเห็นท่าทางเหม่อลอยของหานอวิ๋นซี นางก็พึงพอใจเป็อย่างมาก
“เ้าจะร้อนตัวทำไม?”
หานอวิ๋นซีถ่มน้ำลายใส่ตัวเองอยู่ในใจ และรีบเรียกสติกลับคืนมา นางยิ้มอย่างสดใสให้มู่หรงหว่านหรู “ข้าก็ไม่ได้บอกว่าเ้าโกหกข้าเสียหน่อย!”
นางผละออกจากมือของมู่หรงหว่านหรู แล้วเดินเข้าไปในห้องอย่างไม่สนใจใคร พลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านอ๋อง ในฐานะพี่ชาย ท่านได้เตรียมของขวัญสำหรับน้องสาวหว่านหรูหรือยัง?”
ตราบใดที่ไม่สนใจ ไม่ว่าอะไร ไม่ว่าคำพูดใดก็ไม่สามารถทำร้ายนางได้!
แต่ใครจะรู้ หลงเฟยเยี่ยเลิกคิ้วและเหลือบมองนาง แล้วตอบอย่างราบเรียบว่า “ลืมไปแล้ว”
เอ่อ…
หานอวิ๋นซีไม่คาดคิดและตกตะลึงไป หลงเฟยเยี่ยมาร่วมงานแต่งจริงหรือ?
ด้านข้าง อี้ไท่เฟยรู้นิสัยของบุตรชายดี เมื่อเห็นมู่หรงหว่านหรูเข้ามา นางจึงรีบจัดการสถานการณ์ให้ราบรื่น “เขางานยุ่ง แค่กลับมาหาหว่านหรูได้ก็มีความสุขมากแล้ว”
แน่นอนมู่หรงหว่านหรูได้ยินสิ่งที่พูดไปเมื่อครู่ นางก็รู้นิสัยของฉินอ๋องดีเช่นกัน ดังนั้นนางจึงไม่ถือสาอะไรและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แค่ท่านอ๋องกลับมาทัน ก็เป็ของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว”
หลงเฟยเยี่ยที่กลับมา ความจริงแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจมาที่นี่ ทว่าบังเอิญเจอกับอี้ไท่เฟยแล้วถูกลากตัวมาที่นี่ เมื่อครู่สองแม่ลูกกำลังพูดคุยเกี่ยวกับตำแหน่งอย่างเป็ทางการของจ่างซุนเช่อ
แค่หลงเฟยเยี่ยออกตัว แม้ว่าไท่เฮาจะห้ามปรามเขา ก็จะไม่ใช่เื่ยาก
ทันทีที่มู่หรงหว่านหรูมา อี้ไท่เฟยก็หยุดพูด นางปกป้องมู่หรงหว่านหรูมากเกินไปเพราะกลัวว่านางจะได้ยินแล้วคิดไม่ตก และจะก่อปัญหาขึ้นมาด้วยตัวเอง
“เฟยเยี่ย เื่ที่แม่พูด แม่ฝากเ้าด้วยล่ะ นี่ก็ดึกแล้วไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เ้าจะต้องสดใสนะ” อี้ไท่เฟยพูดด้วยรอยยิ้ม
แม้ว่าจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแต่งงาน แต่ในเมื่อต้องแต่งงานแล้ว ก็ต้องมีความสุขและมีชีวิตชีวา ไม่สามารถปล่อยให้ผู้คนในวังเห็นเื่ตลกได้ใช่หรือไม่?
นางคิดว่าตราบใดที่นางช่วยจ่างซุนเช่อให้อยู่ในตำแหน่งสูงได้ หว่านหรูก็คงไม่ได้เสียเปรียบอะไร ความบริสุทธิ์ที่แปดเปื้อน ก็จะสามารถกลับคืนมาดังเดิม
มู่หรงหว่านหรูที่เสียใจมานาน ในที่สุดก็มีบางอย่างที่จะปลอบโยนนาง เมื่อใดก็ตามที่นางเห็นหลงเฟยเยี่ย นางก็เต็มไปด้วยความสุขและกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เมื่อกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกลับยืนขึ้นและพูดอย่างเฉยเมยว่า “เสด็จแม่ ลูกกับหานอวิ๋นซีกำลังจะเดินทางไกล แล้วเราก็จะออกเดินทางคืนนี้ เื่ในจวนคงต้องลำบากท่านแล้วล่ะ”
อะไรนะ เขากำลังจะไปอย่างนั้นหรือ?
