“ไสหัวไปซะ!”
ใบหน้าเจี่ยเผิงอาบไปด้วยเื และมีสีหน้าที่ดุร้าย คราบเืเป็เส้นๆ ยังคงไหลออกมาจากปาก จูมก รูหูของเขาอย่างต่อเนื่อง
มาถึงเวลานี้ เขารู้สึกหวาดกลัวสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่ตัวเองติดแหง็กอยู่อย่างแท้จริง
เขาพบว่าเมื่ออยู่กลางสนามแม่เหล็กนี้ เขาไม่มีเรี่ยวแรงใดๆ ให้ต่อต้าน ไม่ว่าเขาจะพยายามควบคุมเช่นไรก็ล้วนไม่สามารถส่งผลกระทบต่อความบ้าระห่ำของสนามแม่เหล็กนี้ได้
เขาทำได้เพียงเลือกที่จะหนีไปให้พ้นโดยเร็วที่สุด
ทว่าขณะที่เขากำลังจะหนีไปนั้น เนี่ยเทียนที่เขาไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา กลับบังอาจเข้ามาขัดขวางเขาเอาไว้
ั์ตาของเขาที่มีเืไหลเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและฉุนเฉียว
“หึ!”
เนี่ยเทียนอุทานเบาๆ หนึ่งครั้ง ั์ตาฉายแสงแปลกประหลาด แล้วอยู่ๆ ก็หัวเราะขึ้นมาเบาๆ
เวลานี้เขามีการค้นพบใหม่อีกครั้งหนึ่งแล้ว
เพราะเวลาที่ผ่านพ้นไป สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่เดิมทีปกคลุมพื้นที่ห้าเมตรได้หดตัวลงเหลือเพียงสามเมตร
ระยะสามเมตรไม่ถือว่าปลอดภัยเท่าไหร่นัก อีกทั้งเจี่ยเผิงคิดแต่จะหนีออกไป เรือนกายที่เคลื่อนไหวยากลำบากของเขาจึงใกล้จะหลุดพ้นไปจากสามเมตรนั้นเต็มที
แต่เมื่อเนี่ยเทียนเคลื่อนไหว เขาก็พบว่าสนามแม่เหล็กสามเมตรนั้นกลับเคลื่อนตามเขาไปด้วย
ขอบเขตสามเมตรยังคงอยู่ดุจเดิม
ทว่าเมื่อเขาเข้ามาใกล้เจี่ยเผิง สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงรอบกายเขาก็ไหลกรากตามมาด้วย
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของตัวเขา เจี่ยเผิงที่ใกล้จะออกจากเขตนั้นจึงถูกปกคลุมให้อยู่ตรงกลางสนามแม่เหล็กบิดเบือนอีกครั้ง!
ดูเหมือนว่าสนามแม่เหล็กจะมีเขาเป็จุดศูนย์กลางอยู่ตลอดเวลา ขอแค่เขาขยับตัว สนามแม่เหล็กนั่น... ก็จะเปลี่ยนแปลงตามเขาไปด้วย
การค้นพบนี้ทำให้เขาฮึกเหิมเป็อย่างยิ่ง นี่หมายความว่าต่อไปหากสร้างสนามแม่เหล็กบิดเบือนได้สำเร็จ เขาก็ไม่จำเป็ต้องยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
เขาสามารถเคลื่อนไหวและต่อสู้กับศัตรูของเขาได้ตามใจชอบ เพราะสนามแม่เหล็กนั่นไล่ตามเขาอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว
“เยี่ยมไปเลย!”
เนี่ยเทียนหัวเราะฮ่าๆ อย่างร่าเริง เขาที่เขยิบเข้าไปประชิดตัวเจี่ยเผิงพลันเอื้อมมือคว้าไปที่ลำคอของเจี่ยเผิง
แสงิญญาพริบพราวเปล่งประกายออกมาจากนิ้วมือทั้งห้าของเขา เนื่องจากการไหลทะลักของพลังกล้ามเนื้อ มือของเขาจึงเปลี่ยนมาเป็เกร็งเขม็งปูดโปนไปด้วยเส้นเอ็น
ทว่ามือข้างนั้นของเขากลับเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลัง
“ไสหัวไป!”
เจี่ยเผิงคำราม ม่านแสงพลังิญญาสีเทาเหลือบเหลืองเป็ชั้นๆ คล้ายตาข่ายโปร่งบางปรากฏพรวดออกมาจากในร่างของเขา
“ฉากกำบังแผ่นดิน!”
พลังิญญาสีเทาเหลืองเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแผ่นดินที่แข็งแกร่งทนทานรวมตัวกันขึ้นมาเป็ม่านกั้นหนึ่งชั้น
เจี่ยเผิงที่มีตบะต้น์เชื่อว่าด้วยฉากกำบังที่เขาสร้างขึ้น เพียงพอที่จะต้านทานการโจมตีจากผู้ที่อยู่ในขอบเขตท้าย์ทุกคนได้
แล้วนับประสาอะไรกับเนี่ยเทียนที่เพิ่งอยู่ในขั้นท้าย์่ต้น!
“เปรี๊ยะๆ!”
ทว่าฉากกำบังที่เพิ่งจะก่อตัวสำเร็จกลับบิดเบือนไปเพราะสนามแม่เหล็กที่ยุ่งเหยิงนี้
พละกำลังที่แฝงเร้นอยู่ในฉากกั้นพลันแตกกระจุยกระจายกลายเป็จุดแสงสีเทาเหลืองปลิวว่อนไปทั่วสนามแม่เหล็ก
ฉากกำบังที่เจี่ยเผิงสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบากหายวับไปในพริบตา
ส่วนมือข้างนั้นของเนี่ยเทียนก็ยังคงค่อยๆ กดลงไปบนคอของเจี่ยเผิงช้าๆ ด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม
นิ้วมือของเนี่ยเทียนพลันบีบเข้าหากัน
เสียงกระดูกแตกตามการคาดการณ์ของเขากลับไม่ดังขึ้น มือข้างนั้นของเขา... ประดุจบีบลงไปบนเสาเหล็ก ไม่สามารถบีบกระดูกคอของเจี่ยเผิงให้แตกได้
“เอ๊ะ?” เขาแอบใอยู่กับตัวเอง
ทว่าเพียงแค่แผล็บเดียวเขาก็ตั้งตัวได้ทัน
เพราะอยู่ๆ เจี่ยเผิงก็ปลดปล่อยแสงพลังิญญาสีเทาเหลืองออกมาตรงลำคอ แสงพลังิญญาที่ไหลกรากเ่าั้จึงทะลักทลายเข้ามาที่แขนของเขาทันที
แขนข้างนั้นของเขาคล้ายถูกกรอกด้วยหินหนักนับพันชั่ง เปลี่ยนมาเป็หนักอึ้งไร้เรี่ยวแรง
ข้อต่อกระดูกของเขาคล้ายรับไม่ได้กับน้ำหนักมหาศาลนั้น จึงเริ่มมีเสียงแปลกประหลาดดัง “กึกกึก”
“หึ!” ใบหน้าที่โชกเืของเจี่ยเผิงเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม “นึกจริงๆ หรือว่าเ้าที่อยู่แค่ท้าย์่ต้นจะทำร้ายข้าได้? หากไม่เป็เพราะสนามแม่เหล็กผิดปกติของที่นี่ ด้วยความสามารถของเ้า แค่เห็นหน้าข้าก็สังหารเ้าได้แล้ว!”
“ตูม!”
พลังงานที่หนักอึ้งยิ่งกว่าเดิมไหลกรากจากมือข้างที่จับลำคอของเจี่ยเผิงมายังลำแขนของเนี่ยเทียน
แขนข้างนั้นของเนี่ยเทียนลู่ลงไปในพริบตา มิอาจยกขึ้นได้อีก
พลังแผ่นดินระลอกแล้วระลอกเล่าที่เป็ของเจี่ยเผิงะเิตูมตามอยู่ในร่างของเนี่ยเทียน ทำลายเืเนื้อและเส้นเอ็นของเขาอย่างบ้าคลั่ง
เนี่ยเทียนร้องอู้อี้อยู่ในลำคอ เพราะถูกโจมตีอย่างรุนแรงจึงทำได้เพียงหยุดชะงักชั่วคราว พยายามอย่างเต็มที่เพื่อสลัดตัวเองให้พ้นจากพลังแผ่นดินที่มาจากเจี่ยเผิง
ในใจเขาพลันสว่างวาบ เข้าใจแล้วว่าเ้าเจี่ยเผิงผู้นั้น... ลอบแว้งกัดเขา
เจี่ยเผิงรู้ั้แ่แรกแล้วว่าฉากกำบังที่เขาสร้างขึ้นไม่สามารถดำรงอยู่ในสนามแม่เหล็กได้
ฉากกำบังนั้นเป็เพียงเหยื่อล่อที่ทำให้เนี่ยเทียนคลายความระมัดระวังก็เท่านั้น
ซึ่งเจี่ยเผิงเองก็ไม่น่าจะใช้พลังแผ่นดินในการสร้างฉากกำบังมากเท่าไหร่นัก พลังที่แท้จริงของเขาล้วนมารวมกันอยู่ที่ลำคอต่างหาก
รอเพียงแค่เนี่ยเทียนบีบคอเขา แล้วใช้การัักันของเรือนกายโจมตีเข้าไปในร่างของเนี่ยเทียน!
เขาไม่ได้ขยับแม้แต่นิด ทว่ากลับทำร้ายเนี่ยเทียนในสนามแม่เหล็กบิดเบือนได้สำเร็จ
“ไอ้หนู! เ้ายังอ่อนด้อยเกินไปนัก!”
เจี่ยเผิงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาเต็มไปด้วยประกายเ้าเล่ห์ มองเห็นว่าเนี่ยเทียนทำได้เพียงพยายามต้านทานพลังแผ่นดินที่รุกรานเข้าไปในร่างอย่างยากลำบาก เขาจึงขยับกายอย่างยากเย็นอีกครั้ง ไม่สนใจเืที่ไหลอาบไปทั่วร่าง ค่อยๆ ถอยไปด้านหลังทีละนิด
ดูเหมือนว่าเหลืออีกแค่ก้าวเดียวเขาก็จะสลัดหลุดจากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงนั่นแล้ว
“ใกล้แล้ว!” ในใจเจี่ยเผิงร้องอุทานด้วยความดีใจ
เขาเชื่อว่าหากพ้นไปจากสนามแม่เหล็กพิสดาร ไม่ได้รับอิทธิพลจากมันเมื่อใด เมื่ออยู่ในระยะที่รักษาตัวได้ปลอดภัย เขาก็จะสามารถฆ่าเนี่ยเทียนได้ทันที!
ทว่าขณะที่เขากำลังจะหลุดพ้นนั้นเอง เจิ้งปินแห่งอารามเสวียนอู้กลับโบกสะบัดกระบี่แหลมคมทิ่มแทงเข้ามา
“เคร้ง!”
กระบี่เล่มนั้นแทงตรงเข้ามาที่หัวใจด้านหลังของเจี่ยเผิง จุดแสงสีเทาอมเหลืองด้านหลังเจี่ยเผิงพลันสาดกระเซ็นออกไปสี่ทิศ
ทว่ากระบี่นั่นไม่ได้แทงทะลุหัวใจจากด้านหลังของเจี่ยเผิง กลับกลายเป็ว่าตัวกระบี่เสียอีกที่ถูกดีดกลับมา
“ไอ้เด็กสารเลว เ้ารนหาที่ตาย!”
เจี่ยเผิงหันขวับกลับไป ไอดุร้ายในดวงตาตลบอบอวล หมายมั่นว่าหากไปจากสนามแม่เหล็กได้เมื่อใดจะจัดการเจิ้งปินก่อนเป็อันดับแรก
ตอนที่เนี่ยเทียนััได้ถึงลางไม่ดีก็ได้หยิบเอายันต์วิเศษที่อาจารย์เขามอบให้ซึ่งอยู่ในกำไลเก็บของออกมา เตรียมตัวพร้อมรับมือกับการแก้แค้นอย่างบ้าคลั่งจากเจี่ยเผิง
ทว่าเวลานี้เอง เนี่ยเทียนก็ต้องอึ้งตะลึง มองเหม่อไปที่เจิ้งปิน
เจิ้งปินคำรามกร้าว สะบัดข้อต่อกระดูกสีเทาซีดที่เรียงร้อยกันเป็เส้นออกมา ใช้ปลายแหลมของข้อต่อกระดูกแทงมายังเจี่ยเผิงอีกครั้ง
“พรวด!”
หางของสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าที่ไม่รู้ว่าเจิ้งปินบั่นออกมาได้อย่างไรนั้นแทงทะลุเข้าที่หัวใจด้านหลังของเจี่ยเผิงอย่างแรง
ข้อต่อกระดูกสีเทาซีดหลายข้อทะลุทะลวงเข้าไปในร่างของเจี่ยเผิงทั้งหมดโดยไม่สนใจการป้องกันจากพลังแผ่นดินของเจี่ยเผิง
เจี่ยเผิงที่อยู่ในสภาพคลุ้มคลั่ง ประกายชีวิตชีวาในดวงตาพลันมืดสลัวลง
เขาที่หันหน้ากลับมา มองเจิ้งปินด้วยแววตาเลื่อนลอยเล็กน้อย มองกระดูกสีขาวท่อนหนึ่งที่แทงทะลุออกมาจากหน้าอก อึ้งค้างอยู่ครู่ใหญ่ร่างก็ร่วงตุบลงไปบนพื้น
เจี่ยเผิงผู้มีตบะต้น์่กลางซึ่งมาจากอาณาจักรคุนหลัวโดนไข่มุกน้ำแข็งะเิทำร้ายก่อนเป็อันดับแรก จากนั้นก็โดนโจมตีจากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง ตามมาด้วยถูกกระดูกหางของสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าแทงทะลุร่าง จึงถูกสังหารจนตายในที่สุด
เจิ้งปินนั่งแปะลงไปกับพื้น หอบหายใจฮักๆ ขวัญที่กระเจิงไปยังไม่กลับคืนมาเต็มที่
ส่วนเนี่ยเทียนกลับรวบรวมพลังิญญา พลังกล้ามเนื้อมาต้านทานพลังแผ่นดินที่เจี่ยเผิงปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง
เนิ่นนานหลังจากนั้น ในที่สุดเขาก็ระงับความผิดปกติในร่างกายได้ ส่วนสนามแม่เหล็กบิดเบือนก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยนานแล้ว
ห่างออกไปไม่ไกล เจิ้งปินมองเขา เขาก็มองเจิ้งปิน
“ไม่คิดเลยว่าขอบเขตต้น์จะน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้” เนี่ยเทียนทอดถอนใจ
เพื่อสังหารเจี่ยเผิงคนเดียว เขาต้องใช้ไข่มุกน้ำแข็งะเิหนึ่งเม็ด รวบรวมสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง สุดท้ายหากไม่ใช่เพราะการโจมตีของเจิ้งปิน ทุกอย่างที่ทำมาก็เกือบจะเสียเปล่าไปเสียแล้ว
อีกทั้งเจี่ยเผิงยังไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกต่างอาณาจักร เพียงแค่ขอบเขตต้น์่กลางเท่านั้น
และการที่เจี่ยเผิงโดนสังหารก็ยังเป็เพราะนึกไม่ถึงว่าเขามีไข่มุกน้ำแข็งะเิ ทะเล่อทะล่าเข้ามาในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง
มิฉะนั้นพวกเขาที่เผชิญหน้ากับเจี่ยเผิง ย่อมกลายเป็ลูกแกะที่รอถูกเชือดแน่นอน
ในบรรดาคนต่างอาณาจักร มีผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์่ท้าย หากคราวนี้คนที่พวกเขาเจอไม่ใช่เจี่ยเผิงที่ประมาทเลินเล่อ แต่เป็ผู้แข็งแกร่งจากต่างอาณาจักรขอบเขตต้น์่ท้าย พวกเขาจะยังคว้าชัยชนะมาได้อย่างยากลำบากเช่นนี้หรือ?
เนี่ยเทียนสีหน้ากลัดกลุ้ม
เจิ้งปินเองก็ได้แต่ยิ้มขื่น กล่าว “ขอบเขตต่างกันมากเกินไป เหตุใดประตู์ต้องเอาท้าย์ กลาง์และต้น์มาปะปนกันด้วย? คู่ต่อสู้ของพวกเราควรจะมีแค่ขอบเขตท้าย์เท่านั้น นี่ต้องมาเจอกับกลาง์และต้น์ ช่างไม่ยุติธรรมกับพวกเรายิ่งนัก!”
“ตอนนี้ที่พวกเรารอดชีวิตมาได้ก็ถือว่าเป็โชคมหาศาลแล้ว” เนี่ยเทียนค่อยๆ เดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างกายเจี่ยเผิง
เขากระชากกำไลเก็บของบนข้อมือของเจี่ยเผิงออกมา ปลดปล่อยกระแสจิตเข้าไปตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ด้านใน
“รวยแล้ว!”
เพียงแค่มองปราดๆ ร่างเขาก็พลันสั่นเยือก ร้องอุทานเสียงหลง
-----
