รุ่งเช้าห่าวรันและซิงเยียนเดินทางออกจากถ้ำมาได้ไม่ไกลมากนัก
“พวกเ้าทั้งสองหยุดก่อน”เสียงเข้มของชายหนุ่มดังขึ้น เขาอยู่ในชุดสีดำพร้อมวิ่งมาดักหน้าห่าวรันและซิงเยียนไว้
“ ข้ามาขอความช่วยเหลือน่ะ คุณหนูของข้าปวดท้อง พวกเ้าของมียาหรือไม่ตอนนี้นางปวดมากจนเดินไม่ไหว”
“ ยาแก้ปวดท้องงั้นรึ นางกินอะไรเข้าไปหรือเปล่าอย่างเช่นผลไม้หรืออาหารเป็พิษ”
“ นางไม่ได้กินอะไรที่แปลกไปกว่าจากเดิมทุกวัน คุณหนูปวดท้องมาั้แ่เมื่อคืนแล้วถึงตอนนี้ก็ยังไม่หาย”
“ ข้าพอมียาแก้ปวด เ้าก็เอาไปให้คุณหนูของเ้ากินเองก็แล้วกัน”ซิงเยียนยื่นห่อยาแก้ปวดให้กับชายชุดดำไป
“ ดูเหมือนเขาจะมีวรยุทธสูงมากเลยนะเ้าคะ แค่ได้รับยาไปทะยานตัวขึ้นกิ่งไม้ก็หายตัวไปแล้ว”
“ อืม! ถ้าคนที่อยู่ใกล้บริเวณแถวนี้พวกเขาจะได้รับพลัง ที่เหมือนกับในป่าทำให้วิชาที่ฝึก แกร่งกล้ากว่าพวกเรามากนัก”
“ แสดงว่าในป่านี้ก็มีพลังถ้าอย่างนั้นถ้าเราอยู่ที่นี่นานๆ พวกเราก็จะเก่งเหมือนพวกเขาใช่ไหม”
“ ก็คงจะเป็แบบนั้นแต่เ้าอยากอยู่ในป่าตลอดไปรึ นี่แค่ทางผ่านเท่านั้นถ้าเราสามารถไปถึงหุบเขาหมื่นเมฆาได้เ้าคิดดูว่าพลังจะมากแค่ไหน”
ทั้งสองเดินทางมาได้สองวัน กลุ่มชุดดำก็ตามมาทัน พวกเขามีสี่คนผู้หญิงสองผู้ชายสอง มีคุณหนูที่หน้าตางดงามมากและหญิงสาวอีกผู้หนึ่งเป็คนรับใช้ชายหนุ่มอีกสองคนเป็องครักษ์
ทั้งสี่คนมีวรยุทธที่สูงมากจึงทำให้เดินทางได้ไว
“ ป่าที่นี่ช่างกว้างใหญ่และอันตราย พวกเราก็เดินทางไปพร้อมกันเถอะ” เสียงที่ใส เหมือนระฆังของหญิงสาวดังขึ้น พร้อมกับสายตาที่มองห่าวรันอย่างสนใจ
ซิงเยียนและห่าวรัน มองสบตากันสื่อความหมายว่าเอายังไงดี
“ พวกท่านมีวรยุทธสูงส่ง เดินทางได้ว่องไวและรวดเร็วเชิญนำหน้าไปก่อนเถอะ พวกเราจะทำให้พวกท่านเดินทางได้ช้าลง”ซิงเยียนพูดขึ้น
“ โอ้! ผู้เดินทางในป่าถึงกับมีเด็กน้อยขนาดนี้เลยรึ ทำไมเ้าไม่รอให้โตกว่านี้แล้วออกมาเดินจะได้ไม่ เป็ตัวถ่วงของผู้อื่น”
“ อ้าว! ข้าเป็ตัวถ่วงของผู้ใดกัน พี่สาวเราไม่เคยร่วมเดินทางกัน และข้าก็ไม่ได้เป็ตัวถ่วงสำหรับท่าน ข้าก็บอกแล้วให้พวกท่านเดินทางล่วงหน้าไปก่อน”
“ บังอาจเถียงกับคุณหนูได้ยังไง นางแค่แนะนำให้เ้าโตก่อนแล้วค่อยมาเดินป่าเท่านั้น”
“พี่ชายห่าวรัน เราเดินไปทางอื่นเถอะ ข้าไม่อยากเดินร่วมทางกับพวกนาง”ซิงเยียนหันกลับไปมองห่าวรัน ที่ตอนนี้ถูกสาวสวยยืนขวางหน้าอยู่
“ ถ้าเห็นสาวสวยดีกว่าข้าก็เชิญอยู่กับพวกเขาไปเถอะ”ซิงเยียนรีบวิ่งออกจากตรงนั้น
นางวิ่งด้วยความไวและโมโห ที่เห็นคนอื่นดีกว่านางที่อยู่ด้วยกันมานานเป็ปี นางไม่รู้วิ่งมาไกลเท่าไหร่
ทันทีที่ซิงเยียนวิ่งออกไป ท้องฟ้าที่สว่างสดใสก็เต็มไปด้วยฝูงนกอสูรฝูงใหญ่ที่บินจู่โจมมาหาคนทั้งกลุ่ม
“ซิงเยียนคงจะวิ่งไปไกลมาก แค่คุยกันไม่กี่คำเองก็โมโหขนาดนั้นเลยรึ ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าป่านี้อันตรายถ้าไปกันเป็กลุ่มจะปลอดภัยกว่า”ห่าวรันได้แต่คิดในใจ
“ แต่… ถ้าอยู่ใกล้นางจะปลอดภัยที่สุด ไปตามหานางตอนนี้ไม่ทันแล้วนกั์ มาเต็มท้องฟ้าขนาดนี้”
“ พวกเราหนีเร็ว!นกมาเยอะขนาดนี้สู้มันไม่ไหวหรอกต้องหนีเอาตัวรอดก่อน” เสียงหนึ่งในองครักษ์ดังขึ้นเขาวิ่งคุ้มกันหญิงสาวออกไปไกล
“ เอ๊ะ! องครักษ์มีสองคนไม่ใช่หรือแล้วอีกคนหนึ่งหายไปไหน หรือว่า”คิดได้ดังนั้นห่าวรันก็ออกวิ่ง เขาไม่ได้หนีนก แต่วิ่งตามหาซิงเยียน โดยมีสามคนตามวิ่งตามมาด้วย
ซิงเยียนที่วิ่งออกมาไกลแล้ว มองป่ารอบๆ“ มันคือป่าที่ไหนกัน ต้นไม้ก็ไม่ได้สูงใหญ่หรือว่าจะเป็ป่าปกติธรรมดาแล้ว”
“ จะเป็ป่าที่ไหนก็ช่างมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเป็พอ”ซิงเยียนเดินเข้าในป่าแห่งใหม่ ลึกไปเรื่อยๆโดยไม่รู้ว่ามีคนสะกดรอยตามหลังมา
เขาได้รับคำสั่งจากคุณหนูหรือองค์หญิง ของแคว้นป๋อหลิน ให้มาจัดการสั่งสอนกับเด็กที่กล้าพูดขึ้นเสียงและเถียงกับองค์หญิง
เห็นว่าไกลพอได้ที่แล้ว ชายหนุ่มที่องค์หญิงพอใจจะตามมาไม่ทันเขาก็เริ่มจู่โจมทันที
“ นี่ท่านตามข้ามาเพื่อที่จะสังหารข้าด้วยความผิดอะไร เมื่อพูดกันไม่รู้เื่ข้าก็เดินจากมายังต้องตามมาสังหารข้าอีกรึ” ระหว่างที่พูดโต้ตอบซิงเยียนจับที่คันธนูด้านหลังออกมาเตรียมพร้อม
ชายหนุ่มชุดดำตรงหน้าไม่ได้กลัวอยู่แล้ว เขาถือกระบี่เตรียมสังหารให้จบไปจะได้กลับไปคุ้มกันองค์หญิงต่อ
ซิงเยียนไม่มีจังหวะได้ใช้ธนูยิงตอบโต้ ได้แต่หลบการจู่โจมที่รวดเร็วว่องไวและแข็งแกร่ง ถ้าหลบไม่ทันถูกตรงไหนก็คงจะขาดตรงนั้น
ซิงเยียนเดินถอยหลังไปสองสามก้าว หลบคมกระบี่ ทำให้เท้าสะดุดกับเถาวัลย์ที่อยู่ข้างหลังล้มหงายหลังลง
ชายชุดดำใช้จังหวะนี้ะโลอยตัว เพื่อที่จะแทงตรงจุดตายทีเดียวจะได้ไม่ทรมานเด็กจนเกินไป
ซิงเยียน เห็นว่าไม่รอดแล้วแต่ก็ต้องเสี่ยงหมุนตัวแล้วปล่อยลูกธนูยิงสวนออกไป
“อ้ากกก!! กรี๊ดดด!!”
ซิงเยียนกรีดร้องดังลั่นเมื่อเห็นร่างของชายชุดดำ แทงกระบี่เฉียดหัวไหล่ข้างซ้ายนางไปแค่นิดเดียว แถมไม่พอชายคนนั้นยังนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ถ้านางเบี่ยงตัวหลบไม่ทันเขาคงทับร่างของนางพอดี
“ เกิดอะไรขึ้น! ทำไมเขาถึงนอนแน่นิ่งไปล่ะ”ซิงเยียนรีบลุกนั่งและสำรวจตัวเองว่าเจ็บตรงไหนบ้าง
“ เืไหลมาจากชายผู้นี้ ถูกลูกธนูยิงแต่ไหนไม่เห็นลูกธนู ดูเหมือนเืจะไหลออกมาจากข้างหลังเขาด้วย”ชุดดำทำให้ซิงเยียน มองไม่เห็นรอยทะลุของลูกธนู
“ เท้าดันมาเจ็บตอนนี้ น่าจะตอนล้มหงายหลังลง ต้องรีบออกที่นี่ก่อนกลิ่นเืแรงมาก”ซิงเยียน ใช้คันธนูค้ำยันเพื่อให้ตัวเองยืนขึ้นและเดินออกไปจากตรงนั้น
“ เอ๊ะ! ลูกดอกธนูปักอยู่ตรงนี้มีรอยเืติดเล็กน้อยแสดงว่าทะลุร่างของชายคนนั้นมา” ถ้าเราไม่ฆ่าเขา เราก็ถูกฆ่าอยู่ดี คุยกันไม่กี่คำอุตส่าห์หนีแล้วยังตามมาฆ่า เป็มนุษย์ประเภทไหนกันนะ
ซิงเยียนเก็บลูกธนู แล้วเดินกะเผลกด้วยความเ็ปข้อเท้าข้างขวาออกจากตรงนั้น พอรู้สึกว่าไกลพอสมควร แล้ว นางนั่งลงหายาแก้ปวดมากิน
“ ยาแก้ปวดไม่มีแล้ว ห่อสุดท้ายให้กับใช้ชายชุดดำอีกคนหนึ่งไปเมื่อวันก่อน ยาทาแก้บวมช้ำไม่มี สมุนไพรดิบล่ะตัวไหนมีสรรพคุณแก้อาการปวดช้ำเคล็ดขัดยอกได้บ้างน่ะ”
“ สมุนไพรมีแต่ไม่เคยผ่านตาเลยแล้วจะเดินยังไงไหวเนี่ยเท้าขวาก็เจ็บ”
“ซิงเยียนเ้าอยู่ไหน!ซิงเยียน!” เสียงร้องะโเรียกชื่อนางก้องไปทั่วป่า
“เสียงพี่ห่าวรันนี้ ”ซิงเยียนกำลังจะตอบออกไป ก็เห็นคนทั้งสามยืนอยู่ตรงร่างของชายชุดดำ พวกเขาพลิกร่างไปมาและเหมือนจะหยิบจับอะไรบางอย่างออกจากตัว
“ เป็ใครกันที่สังหารเขา ดูจากแผลแล้วน่าจะเป็ธนูที่ยิงทะลุหน้าอกด้านซ้ายทะลุไปด้านหลัง คนที่ยิงต้องมีแรงอย่างมาก”ชายชุดดำพูดขึ้น เพื่อนเขามีฝีมือที่ร้ายกาจหาตัวจับยาก
“ แล้วนังเด็กผู้หญิงคนนั้นล่ะ หายไปไหนเขาได้สังหารเด็กนั่นไปหรือยัง หรือว่ามีคนมาช่วยไปแล้ว ดูจากมือที่ถือกระบี่ก็น่าจะอยู่ในระหว่างการต่อสู้” หญิงสาวหน้าตางดงามพูดขึ้น
“ ใครที่สังหารองครักษ์ฝีมือดีได้ก็ต้องเป็ยอดฝีมือแล้ว คุณหนูข้าขอเวลาฝังร่างเขาสักครู่”ชายชุดดำ ใช้เวลาไม่นานในการขุดดินที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น เขาลากร่างผู้เสียชีวิตลงไปในหลุม
“ พวกเราเดินทางกันต่อเถอะ เสียเวลามากไปแล้ว” สาวสวยเดินนำหน้าทั้งสองคนไป
“ แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องะโเรียกชื่อซิงเยียนเข้ามาใกล้ นางก็หยุดฝีเท้าลงเหมือนจะยืนรอ ชายหนุ่มเ้าของเสียง”
“ ท่านตามหาเด็กคนนั้นอยู่รึนางน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว ท่านเห็นรอยเืตรงนั้นไหมไม่ใช่ว่ามีสัตว์ลากไปกินแล้วรึ”สาวสวยซี้ให้ดูรอยเื
แต่…ห่าวรันเห็นรอยเท้าที่เล็กกว่า เดินออกมาจากตรงนั้น ซึ่งแสดงว่ารอยเืนี้ไม่ใช่ของซิงเยียน
“ นางเหมือนจะได้รับาเ็หรือเปล่าสังเกตรอยเท้าหนักเมาไม่เท่ากันน่าจะอยู่แถวนี้”เขาได้แต่คิดในใจไม่พูดออกไปเพราะเขาไม่เชื่อใจคนพวกนี้อีกแล้ว
“ไหนๆ นางก็ตายไปแล้วเ้าก็เดินทางไปพร้อมกับพวกเราเถอะ อีกไม่นานก็คงจะถึงหุบเขาหมื่นเมฆาแล้วดูจากพลังที่อยู่แถวนี้ ” สาวสวยผู้เชิญชวนพร้อมกับดวงตาที่หวานหยาดเยิ้ม ที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ตรงหนัาเลย
“ เชิญพวกเ้าเดินทางไปเถอะ ข้าไม่สามารถทิ้งนางให้อยู่คนเดียวได้ ถึงตายก็ต้องเห็นร่าง แม้สัตว์ป่าจะกินนางไปเสื้อผ้าและข้าวของนางก็ต้องอยู่”ห่าวรันหนีออกไป เขายังไม่อยากจะต่อสู้กับใครตอนนี้
สาวสวยยืนกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจ“ ข้าอุตส่าห์ให้คนสังหารเด็กนั่นทิ้ง เ้าก็ยังไม่ละทิ้งคนที่ตายไปแล้วอีก”
“ คุณหนูเด็กผู้หญิงคนนั้น อาจจะเป็ญาติคนเดียวที่เขาเหลืออยู่ก็ได้น่ะเ้าค่ะ”
“ เดินทางกันเถอะ ถึงเขาจะมีหน้าตาที่ถูกใจข้าแต่ดูจากนิสัยแล้ว เขาคงไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจข้า”
ซิงเยียนที่แทบจะไม่กล้าหายใจแรงกลัวพวกเขาจะจับได้ว่านางซ่อนตัวอยู่ตรงนี้ ดีที่ชายหนึ่งชุดดำผู้นั้น ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการขขุดหลุมฝังศพ จึงไม่มีเวลาตรวจสอบ
“ แค่คำพูดไม่กี่คำถึงกับสังหารทิ้งเลยรึ แล้วข้าก็เดินหนีออกมาแล้วยังไม่พอใจอีก วันข้างหน้าอย่าให้ได้เจออีกไม่เ้าก็ข้าต้องตายกันไปข้างหนึ่ง รอให้ข้าโตและเก่งกว่านี้ก่อนเถอะ”
ซิงเยียนออกมาจากที่ซ่อน ข้อเท้าเริ่มบวมแดง “ซิงเยียนเ้าปลอดภัยดีใช่ไหม”ห่าวรันที่เดินหลบออกไปเพื่อให้พวกเขาออกไปจากที่นี้ พอเห็นทุกคนไปแล้วจึงเดินย้อนกลับมา
“โอ๊ย!”ซิงเยียนใที่ห่าวรันโผล่มาตรงหน้า จนเท้าไปโดนกับกิ่งไม้
“ ท่านจะโผล่มาทำไม ไม่ให้สุ้มเสียงแบบนี้ข้ายังเจ็บเท้าอยู่”ซิงเยียนต้องนั่งลงกับพื้น
“ เท้าเ้าได้รับาเ็อย่างงั้นรึ ขอข้าดูหน่อยเ้าได้กินยาแก้ปวดไปหรือยัง”
“ ยาแก้ปวดข้า ห่อสุดท้ายได้ให้กับพวกคนสารเลวพวกนั้นไปแล้ว”
ห่าวรันรีบหยิบยาแก้ปวด พร้อมทั้งเทน้ำจาก ถุงกระเพาะวัวให้ซิงเยียนกิน
“ ข้าไม่ได้าเ็อะไรมากหรอกแค่ข้อเท้าแพลงตรงที่ล้มหงายหลังไปเท่านั้น พวกจิตใจโเี้มาก แค่พูดไม่ถูกใจไม่กี่คำ ทั้งที่ข้าก็เดินหนีแล้วยังจะตามมาสังหารอีก”
“ เ้าถอดรองเท้าให้ข้าดูหน่อย ว่าเท้าแพลงหรือว่าเท้าหักกันแน่”ซิงเยียนถอดรองเท้านางก็อยากเห็นเหมือนกัน
“โอ๊ย! ขนาดค่อยๆถอนแล้วก็ยังเจ็บอีกสงสัยจะหักแน่แล้วเท้าข้า”
“ โอ้!บวมแดง จนออกเขียวค้ำไปหมดเ้าแน่ใจนะว่ากระดูกเ้าไม่ได้แตกข้าขอจับดูหน่อย”ห่าวรันจับข้อเท้าข้างขวาของนาง เขาหลับตาแล้วใช้มือคลำ
“ก๊อบแก๊บ!”
“โอ๊ยย!! ท่านจะฆ่าข้าหรือยังไง”ซิงเยียนร้องดังลั่น เมื่อได้ยินเสียงกระดูกลั่นและความเ็ปที่แปล๊บขึ้นมา จนน้ำตาซึม
“ ข้าแค่จัดกระดูกให้มันเข้าที่เข้าทางเท่านั้น ไม่กี่วันก็หายแล้ว ตอนนี้ทางที่ดีเ้าควรงดใช้เท้าไปก่อน”
“เ้ามาขี่บนหลังข้า เราต้องหาที่พักเป็ถ้ำสักแห่งหนึ่งก่อนมืด ข้างหน้าคงจะมีสักถ้ำที่ให้พักได้”
