ลมพายุดุดันโหมซัดกระหน่ำทั่วทั้งฟ้าดิน แรงพลังเชี่ยวกรากแผ่ซ่านปกคลุมทั่วทุกสารทิศ ก้อนเมฆบนท้องฟ้าถูกพัดจนสลายหายไป ทุกสรรพสิ่งภายในพื้นที่โบราณถูกทำลายไปจนหมด
หัวใจขึ้งเคียดวิตกของหวังจวิ้นอี้ผ่อนคลายมากขึ้น จุดจบของการต่อสู้นี้ได้ถูกกำหนดแล้ว ของล้ำค่าชิ้นนี้ทำมาจากขนพลังชีวิตของสัตว์อสูรโบราณ อีกทั้งยังเป็ของล้ำค่าที่ผู้นำตระกูลหวังทำขึ้นด้วยตัวเอง
หวังห้าวคงสะบัดพัดล้ำค่าห้าสี ปราณพายุแตกกระจายทำใหู้เาสั่นะเื
“ของดี” ดวงตาของเต้าหลิงร้อนผ่าว ของสิ่งนี้น่ากลัวเป็อย่างมาก พลังที่ออกมาจากขนนก ผู้ใช้ไม่จำเป็ที่จะต้องใช้พลังจำนวนมากก็สามารถปลดปล่อยพลังอานุภาพ์รุนแรงออกมาได้แล้ว
ของสิ่งนี้จัดอยู่ในของล้ำค่าพิสดาร ไม่ใช่สิ่งที่อาวุธล้ำค่าจะทัดเทียมได้ ทั้งยังมีอยู่น้อยมากมีเพียงขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่เท่านั้นถึงจะมีมัน
“ข้าจะรอดูว่าเ้าจะหลบไปได้ถึงเมื่อไร” หวังห้าวคงแสยะยิ้มกล่าวอย่างไม่แยแส “ยอมให้จับเสียดีๆ เถอะ ข้าจะได้ไว้ชีวิตที่ต่ำต้อยของเ้า”
“หมัด์โจมตีสุนัข” ฝ่าเท้าของเต้าหลิงกระทืบลงพื้นร้องคำรามราวกับัที่พุ่งทะยานโผล่จากพื้นปฐี จิตสังหารตลบอบอวลไปทั่ว มวลอากาศรอบสี่ทิศสั่นไหว
“เ้ารนหาที่ตายนัก” หวังห้าวคงะเิโทสะ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว มือโบกสะบัดพัดล้ำค่าห้าสีเพื่อทำลายพลังหมัด
“หมัด์โจมตีสุนัข มีเอาไว้ใช้เพื่อกำราบเ้าพวกสุนัขโดยเฉพาะ” ปราณสลายไป ร่างของเต้าหลิงก็โจนะโ จากนั้นะเิแรงพลังออกไปข้างหน้า
“บัดซบ ไปตายซะ” ใบหน้าของหวังห้าวคงกลายเป็สีเขียวขุ่น สายตาจับจ้องร่างของเต้าหลิงที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทว่าหลังจากนั้นเขาก็เหยียดยิ้ม พัดล้ำค่าห้าสีที่อยู่ในมือขยับขึ้นพร้อมปราณพายุเส้นหนึ่งม้วนตัวตลบหลัง
ปราณพายุเริงระบำอยู่กลางอากาศ เสียงลมหวีดร้องคำราม น่าประหวั่นครั่นคร้าม
ในขณะนั้นเอง ร่างของเต้าหลิงก็หยุดลง ร่างเงาสลัวๆ ของดอกบัวเขียวปรากฏขึ้นมากลางห้วงมิติ ทั่วร่างของมันปกคลุมไปด้วยคลื่นพลังแรงกล้า ชั่วพริบตาปราณพายุก็สลายหายวับไป
หวังห้าวคงกำลังรอคอยมองดูจุดจบที่น่าอนาถของอีกฝ่าย ทว่าเมื่อเห็นว่าเบื้องหน้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขาก็ชะงักไปพลางหันมองซ้ายมองขวาแล้วกล่าวขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ “นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
จังหวะนั้น เขากำลังจะโบกสะบัดพัดล้ำค่าห้าสีในมืออีกหน กลับมีฝ่ามือยาวยื่นออกมาจับข้อมือของเขาเอาไว้ นิ้วทั้งห้าออกแรงบีบกระทั่งกระดูกข้อมือของเขาแตกหัก
“ในที่สุด ของล้ำค่าก็กลายมาเป็ของข้า” เต้าหลิงคว้าพัดล้ำค่าห้าสีมาด้วยความปีติ เขากวาดสายตาสำรวจ ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ร่างของหวังห้าวคงก็พลันสั่นเทา ฝีเท้าของเขาเหยียดก้าวถอยหลัง พัดล้ำค่าห้าสีเป็ของล้ำค่าพิสดาร ในภายหลังพลังอานุภาพของมันจะต้องน่ากลัวมากจนถึงขีดสุด ทว่าตอนนี้กลับถูกอีกฝ่ายแย่งไปแล้ว
“อะไรกัน แย่ละสิ” พวกหวังจวิ้นอี้ใจนหน้าเปลี่ยนสี ขนทั่วร่างลุกซู่ ก่อนที่พวกเขาจะรีบวิ่งหนีอย่างไม่ลังเล
เมื่อเห็นดังนั้น เต้าหลิงก็ขยับพัดเบาๆ เพียงเท่านั้นก็บังเกิดปราณพายุที่น่ากลัวแผ่พุ่งออกไปหอบม้วนร่างของพวกหวังอี้จวิ้น และด้วยพลังอานุภาพของมัน ร่างของพวกเขาสะบักสะบอมเละไม่เป็ท่า ดูแล้วน่าอนาถเป็อย่างยิ่ง
หลินซือซือใจสั่น โชคดีที่เต้าหลิงแย่งชิงของล้ำค่านี้มาได้ ไม่เช่นนั้น ผลจะเป็อย่างไรนางไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ
“เ้า เ้า” สีหน้าของหวังห้าวคงขาวซีด ชี้นิ้วไปที่เต้าหลิง ขาทั้งสองสั่นเทิ้ม ความหวาดกลัวเข้าปกคลุมในจิตใจ อีกฝ่ายได้เอาของล้ำค่าของเขาไป แล้วยังมีทางใดให้เขามีชีวิตรอดได้อีก
เมื่อคิดได้ดังนั้น ยันต์หยกอันหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นในมือของเขา ทว่าเต้าหลิงไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสได้ใช้งาน หมัดพุ่งโจมตีเข้าใส่อกของหวังห้าวคง แรงพลังรุนแรงเข้าปะทะทำให้ิัของเขาปริแตก
หวังห้าวคงสำรอกเืออกมา ดวงตาแดงก่ำจับจ้องไปที่เต้าหลิงพลางแหกปากอย่างเคียดแค้นว่า“เ้าตายแน่ ถ้าเ้ากล้าฆ่าข้า ไม่ว่าใครก็ช่วยเ้าไม่ได้ทั้งนั้น ตระกูลหวังไม่ใช่ตระกูลที่เ้าจะสามารถล่วงเกินได้”
ร่างของเขาสั่นเทา แต่เดิมทีเขาคิดไม่ถึงเลยว่าคนต่ำต้อยไร้ชื่อเสียงเรียงนามจะเอาชนะเขาได้ อีกทั้งที่น่าโมโหยิ่งกว่าก็คือ อีกฝ่ายได้มาแย่งของล้ำค่าจากมือของเขาไป ทำให้เขาโกรธจนควันออกหู
“ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าตระกูลหวังของพวกเ้าจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน” เต้าหลิงส่งเสียงฮึ แววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขาไม่ใช่คนขี้ขลาด ถึงตอนฆ่าก็ต้องฆ่า
“ของสิ่งนี้เองก็เป็ของดี” เต้าหลิงหยิบยันต์หยกซึ่งตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาและฉีกยิ้ม ของที่เอาไว้ใช้ช่วยชีวิตในยามฉุกเฉินเขาเองก็อยากได้เอาไว้สักอัน
สีหน้าของเต้าหลิงซีดขาวลง เมื่อครู่เขาใช้ดอกบัวเขียวทำให้กินพลังไปไม่น้อย ถึงแม้ว่าดอกบัวเขียวจะแข็งแกร่ง แต่ในการใช้มันนั้นจะต้องใช้พลังมหาศาล ถ้าไม่ถึงยามวิกฤติจริงๆ เขาจะไม่ใช้ของสิ่งนี้อย่างเด็ดขาด
“เต้าหลิง เมื่อครู่เ้าใช้วิธีอะไรจัดการกับปราณพายุนั่นอย่างนั้นหรือ” หลินซือซือบินทะยานเข้ามา มือของนางจับชายกระโปรงเอาไว้พร้อมกล่าวถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ความลับ” เต้าหลิงหัวเราะฮี่ๆ จากนั้นหยิบกระเป๋าห้วงมิติของหวังห้าวคงที่คาดอยู่บริเวณเอวขึ้นมา เขาจะต้องมีของล้ำค่าอยู่ไม่น้อยแน่
“ผีขี้งก” หลินซือซือทำหน้ามุ่ย “เ้าไม่อยากบอก ข้าก็ไม่อยากรู้”
“เ้านั่นแหละขี้งก เอาแบบนี้ไหม ถ้าเ้าบอกข้าเื่กระบี่ล้ำค่าสีเขียวนั่น ข้าก็จะบอกเ้าว่าข้าทำอย่างไร” เต้าหลิงมองใบหน้าขาวนวลของเด็กสาว ส่งรอยยิ้มยั่วอย่างเป็ต่อ
“ช่างเถอะ ช่างเถอะ ข้าไม่ถามแล้ว” หลินซือซือส่งเสียงฮึ “รีบไปเถอะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวก็มีคนถูกถ้ำิญญานี่ดึงดูดมาอีกหรอก”
เต้าหลิงพยักหน้า เขาเตะศพของหวังห้าวคงกระเด็นลอยออกไป พวกเขาทั้งสองขึ้นมาบนูเาเล็ก หลินซือซือใช้มือลูบผม ภายในมือปรากฏค่ายกลธงอันหนึ่งขึ้น นางปักมันไว้บนพื้น พลังลึกลับเอ่อล้นพรั่งพรู นิมิตน้ำพุิญญาสลายหายไป บรรยากาศโดยรอบกลับกลายมาเป็ดั่งเดิม นี่ก็คือค่ายกลลวงตาปกปิดฟ้าดินชนิดหนึ่ง คนปกติถ้าไม่ได้สังเกตก็จะไม่รู้เลยว่าด้านล่างนี้มีถ้ำิญญาอยู่
เต้าหลิงะโลงไป ร่างลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ เขาััได้ถึงพลังรุนแรงที่อยู่ข้างใต้ อีกทั้งพลังต้นกำเนิดเองก็เข้มข้นมากเช่นเดียวกัน
เขา้าใช้พลังต้นกำเนิดที่อยู่ข้างในนี้มาทำให้พลังศักยภาพของเขาแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น จากนั้นค่อยออกจากที่นี่เพื่อไปตามหาของเหลวดารา์
ด้านล่างเป็ถ้ำที่เกิดขึ้นมาจากฟ้าดิน ขนาดของมันไม่ได้ใหญ่มากเท่าไรนัก ทว่าภายในนี้มีพลังงานไหลเวียนอย่างไม่ขาดสายราวกับแม่น้ำพลังิญญาขนาดใหญ่
“พลังงานเข้มข้นมากจริงๆ” ฝีเท้าของหลินซือซือแตะลงบนพื้นดิน ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจเพราะััได้ถึงพลังชีวิตซึ่งไหลเวียนอยู่กลางอากาศ
เต้าหลิงทรุดนั่งขัดสมาธิ เขาเปิดกระเป๋ามิติของหวังห้าวคงตรวจดูทรัพย์สิน ในนั้นมีของอยู่เป็จำนวนมาก
“หินต้นกำเนิด” หลินซือซือใมาก นางชี้นิ้วไปที่หินสองก้อนซึ่งส่องแสงระยิบระยับ “หินต้นกำเนิดห้าชั่ง! พวกเรารวยแล้ว”
สีหน้าของเต้าหลิงพลันปรากฏความปีติ เขาเคยได้ยินมูลค่าของของสิ่งนี้ ภายในหินอุดมไปด้วยพลังต้นกำเนิดจำนวนมหาศาล อีกทั้งพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในนั้นก็ยังถูกสั่งสมมานานหลายยุคสมัย
เมื่อเห็นว่าเต้าหลิงยื่นหินต้นกำเนิดมาให้กับตน หลินซือซือดีใจเป็อย่างมาก นางรับมันเอาไว้อย่างไม่เกรงใจ
หวังห้าวคงยังมียาโอสถและสมุนไพริญญาอยู่บางส่วน ทว่าของเ่าั้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรต่อพวกเขาเท่าไรนัก
ในกระเป๋าของหวังห้าวคงเต็มไปด้วยของล้ำค่าจำนวนมาก ภายในนั้นยังมีอาวุธล้ำค่าระดับสูงอยู่อีกสองชิ้น เต้าหลิงนำของเ่าั้มอบให้หลินซือซือ
สุดท้ายสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่หินก้อนหนึ่งที่ส่องประกายแสงสีเงินออกมา “หินนภาเงิน ดูแล้วน่าจะหนักราวๆ สามชั่งเห็นจะได้” เต้าหลิงฉีกยิ้มกว้าง ถ้ามีหินนภาเงินก้อนนี้ กระดูกของเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง มาได้จังหวะเหมาะจริงๆ
“เ้าจะเอาของสิ่งนี้ไปทำอะไรอย่างนั้นหรือ” หลินซือซือขบริมฝีปากสีแดงเบาๆ นางถามอย่างไม่เข้าใจนัก
“ของสิ่งนี้มีไว้สำหรับฝึกฝนสามทิศกายทองคำ มันมีประโยชน์กับข้ามาก” เต้าหลิงอธิบาย ฝ่ามือของเขาหงายขึ้น ทันใดนั้นก็มีเปลวเพลิงโอสถปรากฏกลางอากาศ มันได้ห่อหุ้มหินนภาเงินเอาไว้เพื่อเริ่มทำการหลอม “อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะครั้งก่อนเ้าถึงได้ประมูลหินนภาเงิน” หลินซือซือพยักหน้า หลังจากนั้นนางก็ถือหินต้นกำเนิดเอาไว้แล้วเริ่มปิดขั้นพลังฝึกฝน
สายตาของเต้าหลิงจับจ้องไปที่หินต้นกำเนิดอีกก้อนหนึ่ง หินต้นกำเนิดก้อนนี้มีสีฟ้า สภาพของมันเก่าแก่เป็อย่างมาก เปลือกภายนอกมีรอยร้าวเล็กน้อย นอกจากนั้นยังมีแสงสว่างจ้าส่องประกายออกมาเป็เส้นๆ ทำให้เขาชื่นชมความมหัศจรรย์ของโลกในการฝึกยุทธ์ขึ้นมาอย่างห้ามใจไม่ได้
ฝ่ามือของเต้าหลิงเองก็ถือหินต้นกำเนิดเอาไว้ คอยดูดซับพลังต้นกำเนิดเส้นหนึ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมามันได้ไหลแล่นเข้าไปในร่างของเขาแล้วไหลเวียนไปมาก่อนจะปะทุพวยพุ่ง
“ของดี” สีหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความยินดี เมื่อครู่เขาแค่ดูดซับพลังต้นกำเนิดไปแค่เส้นพลังเดียวเท่านั้น แต่กลับรู้สึกได้ว่าพลังภายในร่างขยายใหญ่มากขึ้น ถ้าเป็เช่นนี้ต่อไป ขั้นพลังในการฝึกฝนของเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวะโแน่
แต่เต้าหลิงก็ไม่ได้ใช้มันเพิ่มความแข็งแกร่งในการฝึกฝน อีกทั้งยังเอาพลังของหินต้นกำเนิดมารวมเอาไว้ ทั่วร่างพลางใช้พลังต้นกำเนิดบริสุทธิ์กลั่นหลอม แล้วจึงเริ่มเข้าสู่การฝึกฝน
