ไม่ว่าอย่างไร ครั้งนี้ก็นับว่าหลงเหยียนสยบเทียนหลางไว้ได้แล้ว ถึงกระนั้น สายตาที่เทียนหลางหันมามองตนเป็ครั้งสุดท้าย เขาเห็นสายตาของเทียนหลางที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
นั่นคือสายเืพยัคฆ์ขาวที่สูงส่ง คือหัวใจผู้ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
ครั้งนี้เอาชนะเทียนหลางได้ ชื่อเสียงหลงเหยียนดังะเิ เกรงว่าไม่นานข่าวเื่นี้ก็จะแพร่กระจายไปยังสำนักอีกสามแห่ง แน่นอนว่าต้องไปถึงหูของหนานกงฉู่ เมื่อนึกถึงชายหนุ่มผู้นั้น หลงเหยียนก็หันไปมองหนานกงซวินอีกครั้ง
หนานกงซวินพยักหน้าให้หลงเหยียนเล็กน้อย
“พี่ซวิน หากเอาเ้าหลงเหยียนกลับไปฝึกให้ดี ไม่แน่อนาคตเขาอาจมีโอกาสได้คัดเลือกเข้าชั้นในตระกูล เท่ากับต้องแข่งขันกับท่านเลยนะ”
หนานกงซวินเอาแต่ยิ้มไม่ยอมพูด หากถึงวันนั้นจริงๆ เขาจะเลือกถอยออกมา เพราะดูจากตอนนี้แล้ว ตนก็เอาชนะหลงเหยียนได้ยากมากแล้ว หากตอนนั้นคงยากยิ่งกว่านี้
ระยะเวลาการเติบโตของหลงเหยียนมันเร็วเกินไปจริงๆ
ถึงกระนั้น การเข้าชั้นในของตระกูลนั้น ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมการคัดเลือกต้องเป็ผู้ที่มีพร์เหนือชั้น โดยเฉพาะซีหมัวแห่งสำนักซีเหมิน ศิษย์ของเขาเย่ซีหราน ต้องเข้าร่วมการคัดเลือกด้วยเช่นกัน เขาเป็ถึงอัจฉริยะอันดับหนึ่งที่สี่สำนักต่างก็ยอมรับ
หนานกงซวินนึกถึงเขา จากนั้นก็หันไปมองหลงเหยียนที่อยู่ไม่ไกล ส่ายหน้าเบาๆ พลางนึกในใจ ‘ล้วนเป็ยอดอัจฉริยะทั้งสิ้น คิดว่าเมื่อถึงตอนนั้น การแข่งขันต้องสนุกมากแน่’
ภายใต้สำนักตงฟางก็คือหลงเหยียนและเทียนหลาง สำนักซีเหมินคือเย่ซีหราน สำนักหนานกงคือหนานกงซวิน ส่วนสำนักเป่ยจงก็คือเหล่ยยี่
คนเหล่านี้ต่างก็มีความหวังได้เข้าชั้นในของตระกูลทั้งนั้น…
แต่เมื่อนึกถึงเย่ซีหรานที่อยู่ภายใต้การปกครองของซีหมัวแห่งสำนักซีเหมิน ทำให้หลี่เมิ่งเหยาประทับใจ เพราะเ้านั่นมีพลังระดับชีพธรณีขั้นล่าง สำคัญกว่านั้นคือเป็ยอดอัจฉริยะ ทว่ากลับชื่นชอบตนเอง
ส่วนหลี่เมิ่งเหยากลับไม่ได้ชอบเ้าหมอนั่น นางแค่อยากพยายามเลื่อนระดับพลังภายใต้ท่านผู้นำเว่ย ไม่เพียงเท่านี้ เย่ซีหรานเคยลั่นวาจาไว้ว่าหลี่เมิ่งเหยาคือผู้หญิงของเขา ชีวิตนี้เขาต้องแต่งกับนางให้ได้
ลองถามอัจฉริยะระดับชีพธรณีสักคน คาดว่าคงไม่มีใครกล้าเทียบเคียง… เกรงว่าหากหลงเหยียนนรู้เื่พวกนี้ เขาก็คงตกตะลึงเช่นกัน
เมื่อนึกถึงเ้านั่น รวมกับผู้นำเว่ยเองก็มีความคิดอยากให้นางแต่งกับเขา เพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็อัจฉริยะที่ทุกคนยอมรับและรับรู้ มิหนำซ้ำหน้าตายังหล่อเหลา
เมื่อนึกถึงตรงนี้ หลี่เมิ่งเหยาก็ปวดศีรษะเหลือเกิน
คนที่ยืนอยู่ข้างกายหนานกงซวินก็คือเย่ซีหนาน ยอดอัจฉริยะอันดับสองภายใต้การปกครองของซีหมัวแห่งสำนักซีเหมิน
เย่ซีหนานคือน้องชายของเย่ซีหราน เมื่อครู่เขาเห็นอย่างชัดเจน ท่าทีที่หลี่เมิ่งเหยาแสดงต่อเ้าหมอนั่นคล้ายกำลังมีใจ ทำให้เขาไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร
“ผู้หญิงของพี่ชาย เ้าก็กล้าแตะต้องด้วยหรือ?” เย่ซีหนานกำหมัดแน่น ครั้งนี้เขามาในตัวแทนของสำนักซีเหมิน
เทียนหลางถูกเว่ยเชียนมู่แบกไปแล้ว ต่อจากนี้ก็คือชิงมีดอัคคี ถึงกระนั้น เพราะรังสีอันน่าเกรงขามของหลงเหยียนทำให้ตอนนี้ไม่มีใครกล้าต่อกรกับเขา ต่อให้เป็หลี่เมิ่งเหยา นางก็ไม่กล้าแย่งชิงกับหลงเหยียน
คนของหน่วยกฎระเบียบเ่าั้มองหลงเหยียน ความแค้นฉายแววออกมาทางสายตา ทว่าเพียงแค่มองไป พวกเขาก็เดินตามหลังเว่ยเชียนมู่ไปแบบเงียบๆ แล้ว
“ถึงกับไม่มีใครกล้าแย่งชิงกับเ้านี่เลยหรือ? เช่นนั้นก็ดี ถือเสียว่าทำเพื่อพี่ชาย ข้าจะหาเื่เขาหน่อย ไม่อย่างนั้นมันก็คงคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุดในนี้แล้ว หยิ่งผยอง ชั้นนอกตระกูลอู่ตี้แบ่งออกเป็สี่สำนัก ในนี้ยังมียอดอัจฉริยะอีกมากมาย เ้าคงยังไม่ได้ััถึงมันด้วยซ้ำ”
เมื่อนึกเช่นนั้น เย่ซีหนานพุ่งลอยเข้าไปหาหลงเหยียน หนานกงซวินพอเดาได้แล้ว เขาอยากห้ามไว้ ทว่าก็ไม่ทันการณ์
“สหายหนาน นี่เ้า…” เมื่อเขานึกได้ ร่างก็หยุดลง อยากรู้ว่าครั้งนี้หลงเหยียนจะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้อย่างไร ในเมื่อการรับมือกับเย่ซีหนานก็ไม่ใช่เื่ง่าย รวมทั้งพลังปราณหลงเหยียนที่ลดไปมาก เกรงว่าทางด้านพลังปราณ หลงเหยียนคงเทียบไม่ได้
การเข้าฝึกในครั้งนี้ หลงเหยียนมีอายุเพียงสิบหกปีเท่านั้น ต่อให้พละกำลังเหนือชั้น อย่างไรเสียอายุก็ยังน้อย การที่เขาเป็ผู้ได้มีดอัคคีไป อาจทำให้หลายๆ คนไม่พอใจและไม่ยอมรับเื่นี้ เห็นเย่ซีหนานพุ่งเข้ามา หลี่เมิ่งเหยาจึงอยากเข้าไปห้าม ทว่าเย่ซีหนานกลับใช้แขนกันนางไว้
“พี่เมิ่งเหยา ท่านคือผู้หญิงของพี่ชายข้า แล้วเหตุใดถึงเกิดความรู้สึกกับมัน หากพี่ข้ารู้เข้า เขาต้องเสียใจแน่”
หลี่เมิ่งเหยาถอนหายใจ “พี่ชายเ้าเก่งกาจมากจริงๆ ถึงอย่างไรข้าก็ไม่เคยบอกว่าจะแต่งกับเขามาก่อน ยิ่งไม่เคยบอกว่าข้าชอบเขา”
การที่หลี่เมิ่งเหยาพูดเช่นนี้ ยิ่งทำให้เย่ซีหนานโมโหยิ่งกว่าเดิม
“ดูเหมือนพี่ชายข้ายังทำให้ท่านเปิดใจไม่ได้” เมื่อเย่ซีหนานนึกถึงพี่ชายที่คลั่งรักอย่างเย่ซีหราน เขาก็รู้สึกปวดหัวใจขึ้นมาทันที “พี่ชาย เพื่อพี่สะใภ้ในอนาคต วันนี้ข้าคงทำได้เพียงเท่านี้แล้ว”
จากนั้นเย่ซีหนานก็มองหลงเหยียนอย่างมีมารยาท
“ไอ้หนุ่ม เ้าคิดว่าตัวเองใหญ่สุดในนี้ใช่หรือไม่ เ้าแกร่งสุดอย่างนั้นหรือ?”
หลงเหยียนมองเขาด้วยสายตาสงสัย ก่อนจะตอบกลับด้วยความสุภาพ “เห็นท่านยืนอยู่ข้างพี่ซวิน ข้ารู้ว่าพวกท่านเป็สหายกัน อย่างไรก็ตาม ข้าขอเตือนว่าข้าไม่ใช่ไอ้หนุ่มอะไรนั่น ข้ามีนามว่าหลงเหยียน และข้าก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองใหญ่ที่สุดในนี้มาก่อน หากเพื่อหลี่เมิ่งเหยา ข้าขอบอกได้เลยว่าท่านคิดมากไปแล้ว เพราะข้ามีคนที่ชอบแล้ว หากมาเพราะมีดอัคคี เช่นนั้นต้องขอโทษด้วย ข้ายอมไม่ได้”
หลงเหยียนมองเพียงครู่เดียวก็พอเดาเื่ราวได้แล้ว ทั้งมยังรู้สึกได้ว่าอย่างน้อยเ้าหมอนี่ก็มีพลังระดับชีพธรณีเริ่มแรก นั่นเท่ากับเทียนหลางอีกคนเชียวนะ
“หืม? ยอมไม่ได้? หมายความว่าอย่างไร เ้าคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์หรือ!” เย่ซีหนานโมโหหลงเหยียนั้แ่แรกอยู่แล้ว เ้านี่มันไม่ไว้หน้าตนเลยสักนิด
ทว่าเพราะเมื่อครู่หลงเหยียนแสดงออกถึงความแข็งแกร่ง ทำให้เขาไม่มั่นใจว่าตนจะรับมือเขาได้หรือไม่ เมื่อลองไตร่ตรองดูแล้ว เขาจึงพูด “ก็ได้ เ้าชื่อหลงเหยียนใช่ไหม คิดว่าเ้าคงเคยได้ยินชื่อเสียงพี่ชายข้าแล้วกระมัง เย่ซีหราน ศิษย์แห่งใต้เท้าซีหมัว เขามีพลังระดับชีพธรณีขั้นล่าง อีกอย่างหนึ่ง ข้าจะบอกเ้าก็ได้ สหายพี่ชายข้าก็คือตงฟางเยียนหราน”
“หากเ้ายอมมอบมีดอัคคีให้หลี่เมิ่งเหยา ข้าจะแนะนำตงฟางเยียนหรานให้เ้า ได้รับความสนใจจากพี่ตงฟางเยียนหราน ไม่แน่นางอาจให้ความสำคัญเ้าก็เป็ได้”
ความจริงเ้าหมอนี่ก็แค่อยากให้คนมอบมีดอัคคีให้กับหลี่เมิ่งเหยาอย่างนั้นหรือ ความจริงหลงเหยียนก็คิดแบบนั้นเช่นกัน ทว่าหากหลงเหยียนยอมมอบมีดอัคคีให้หลี่เมิ่งเหยาด้วยวิธีที่คนอื่นบอก ก็คงไม่ใช่นิสัยของหลงเหยียน และหลี่เมิ่งเหยาต้องไม่ยอมรับแน่ อีกอย่าง ด้วยน้ำเสียงของเ้าหมอนี่แล้ว เหมือนไม่เห็นตนในสายตาเลยแม้แต่น้อย
นี่คือสิ่งที่หลงเหยียนไม่อาจยอมรับได้… เขาใช้มีดอัคคีให้หลี่เมิ่งเหยาเพื่อเรียกความดีความชอบให้พี่ชาย ตนลำบากมาทั้งวัน แล้วจะไม่ได้อะไรตอบแทนเลยหรือ? หลงเหยียนจะพอใจได้อย่างไร แม้จะมอบให้ ถึงอย่างไรก็ต้องให้เพราะความ้าของหลงเหยียนเอง
“ตงฟางเยียนหราน? น่าเสียดายยิ่งนัก ตัวข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน คิดว่าคงเป็สตรีที่งดงามมากกระมัง เขาเป็เพื่อนกับพี่ชายเ้าได้อย่างไร? หรือเพราะนางเคยชอบพี่ชายเ้ามาก่อน ทว่าพี่เ้ากลับชอบหลี่เมิ่งเหยาหรือ?”
หลงเหยียนมองเย่ซีหนาน แหงนหน้าหัวเราะเสียงดัง ต่อให้สตรีจะเก่งกาจเพียงใด สุดท้ายก็ต้องสยบอยู่แทบเท้าบุรุษอยู่ดี หลงเหยียนไม่มีทางเห็นตงฟางเยียนหรานนั่นอยู่ในสายตาหรอก
--------------------
