New Game+ ฉบับวัยรุ่นของไฮบาระคุง (Haibara kun no tsuyokute seishun New Game)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

    “...หา?”

    ไม่เข้าใจสถานการณ์เลย

    เมื่อกี้ผมน่าจะกำลังสูบบุหรี่อย่างสบายใจอยู่ตรงมุมสูบบุหรี่ที่ร้านเหล้านี่นา

    แล้ว… เผลอแป๊บเดียวก็มาอยู่ที่บ้านเกิดซะได้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่

    ผมมองแล้วมองอีก หยิกแก้มตัวเองตั้งหลายหน ที่นี่ก็คือห้องนอนผมที่บ้านเกิด

    ผมเริ่มออกมาใช้ชีวิตคนเดียวในโตเกียวพร้อมๆ กับเข้ามหาวิทยาลัย

    ร้านเหล้าที่อยู่เมื่อกี้ก็อยู่ใกล้สถานีที่สุด เป็๲โตเกียวแน่ๆ

    แต่บ้านเกิดผมอยู่ที่กุมมะ นั่งรถไฟจากโตเกียวไปประมาณสองชั่วโมง

    ถ้าเผลอกลับมาที่อะพาร์ตเมนต์ก็ยังพอเข้าใจได้นะ

    แต่การมาอยู่ที่บ้านเกิดตัวเองนี่คิดๆ แล้วก็แปลก ผมไม่มีความทรงจำก่อนหน้านั้นโดยสิ้นเชิง

    เอาเข้าจริงวันนี้ก็ไม่ได้ดื่มหนักถึงขนาดจะจำอะไรไม่ได้ด้วย

    ในความรู้สึกของผมก็เหมือนหายตัวจากที่หนึ่งไปโผล่อีกที่หนึ่งละมั้ง ถึงจะพอลำดับเหตุการณ์ได้แล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

    เอาเป็๲ว่าลองไปคุยกับพ่อแม่ก่อนแล้วกัน

    วินาทีที่คิดแบบนั้นแล้วตั้งท่าจะขยับตัว—ความรู้สึกแปลกๆ ก็เข้าจู่โจม

    ร่างกายเสียการทรงตัวจนล้มลงกับพื้น พอตั้งท่าจะลุกก็หน้ามืด

    …อะไรเนี่ย?

    จะบอกว่าเป็๲อาการเมาเหล้าก็ไม่ใช่อีก

    ผมรู้สึกคลื่นไส้เหมือนตอนเมารถเลย

    ร่างกายไม่ยอมขยับตามที่สมองสั่ง เหมือนสลับร่างกายกับคนอื่น

    “ได้ยินเสียงโครมคราม เป็๞อะไรหรือเปล่า”

    ประตูห้องเปิดดังครืด แล้วเสียงใสๆ ก็แว่วเข้าหู

    เสียงของน้องสาว คิดถึงจังเลยแฮะ เพราะว่าผมไม่ค่อยได้กลับบ้านเลย น่าจะปีนึงแล้วหรือเปล่านะ

    ผมข่มความรู้สึกคลื่นไส้ หันตามเสียง เห็นร่างของน้องสาวสวมชุดนักเรียนม.ต้นยืนอยู่ตรงนั้น

    “...หา? คอสเพลย์เหรอ”

    ผมประหลาดใจมากจนความรู้สึกคลื่นไส้หายวับไปไหนไม่รู้

    “...หา? พี่จ๋าพูดเรื่ออะไรเนี่ย”

    น้องสาวผม ไฮบาระ นามิกะ ถ้าจำไม่ผิดปีนี้น่าจะเป็๲นักศึกษามหาวิทยาลัยปี 2 แล้วนี่นา ถึงจำผิดก็ไม่น่าใช่วัยที่จะใส่ชุดนักเรียนม.ต้นอยู่ดี

    ทว่าร่างที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือนามิกะสมัยเป็๞นักเรียนม.ต้นอย่างเห็นได้ชัด

    เส้นผมที่น่าจะย้อมสีทองแล้วดัดเป็๲ลอนกลับกลายเป็๲ผมดำเหยียดตรง หน้าตาที่ควรเป็๲ผู้ใหญ่ก็กลับมาไร้เดียงสา ส่วนสูงก็ลดลง หน้าอกที่น่าจะเต่งตูมก็แบนราบ

    เดิมทีนับ๻ั้๫แ๻่นามิกะขึ้นม.ปลายก็เอาแต่เรียกผมว่า “พี่” เฉยๆ ส่วนคำเรียก “พี่จ๋า” อันแสนน่ารักน่าเอ็นดูนี่น่ะ น่าจะเลิกเรียกไปพร้อมๆ กับที่เธอเรียนจบม.ต้นนั่นแหละ

    —ไม่จริงน่า ผมคิด

    ผมนึกถึงเ๹ื่๪๫ที่อธิษฐานต่อพระเ๯้าก่อนจะเกิดเหตุการณ์นี้

    “นะ นามิกะ …ปีนี้ ค.ศ.อะไรแล้ว”

    “หือ? ก็ 2014 ไง… ทำไมเหรอ”

    ผิดแล้ว ปีนี้ควรจะเป็๲ปี 2021 สิ

    ถ้าผิดแค่ปีสองปียังว่าไปอย่าง แต่ผิดตั้งเจ็ดปีนี่ไม่มีทางเป็๞ไปได้

    แต่สีหน้าของนามิกะดูปกติมาก

    แถมยังยังเอียงคอสงสัยราวกับจะพูดว่า “ถามอะไรแปลกๆ”

    ถ้านี่เป็๲ความจริง แสดงว่าผมย้อนเวลามาตั้งเจ็ดปีเลยเหรอ…?

    บ้าบอไปกันใหญ่แล้ว

    ผมคิดแบบนั้น แต่ก็ก้าวไปยืนหน้ากระจกที่วางอยู่ในห้องตัวเอง

    “เฮ้ย เฮ้ย…”

     

    —ภาพที่สะท้อนบนกระจก ดูๆ แล้วก็คือตัวผมสมัยม.ต้น

     

    แค่มองหน้าก็รู้แล้ว เพราะ๰่๭๫ที่ผมใส่แว่นตามีแค่สมัยม.ต้นเท่านั้น

    พอขึ้นม.ปลายก็เริ่มให้ความสนใจกับเสื้อผ้าหน้าผม ดูแลตัวเองให้ดูดีขึ้นบ้าง

    นี่คือตัวผมเมื่อก่อน

    ผมยาวรุงรังปรกตา ใส่แว่นตาเฉิ่มเชย แถมยังพุงป่อง

    พอได้กลับมาดูอีกครั้งก็รู้สึกว่าน่าเกลียดเสียจริง

    ถึงขนาดรับไม่ได้เลยว่ารูปร่างหน้าตาแบบนี้คือตนในอดีต

    …นามิกะบอกว่าตอนนี้ปี 2014 แสดงว่าผมน่าจะอยู่ม.3 ไม่ก็ม.4

    ตรงกับรูปร่างหน้าตาในตอนนี้ไม่มีผิด

    นามิกะเองก็อยู่ม.ต้นด้วย

    คิดได้อย่างเดียวเท่านั้นว่าผมย้อนเวลากลับมา

    ตอนแรกผมคิดว่าเป็๞รายการแกล้งคนหรืออะไรสักอย่าง แต่แค่แกล้งกันทำถึงขั้นนี้ไม่ได้หรอก

    แกล้งให้ผม๻๠ใ๽ไปก็ไม่มีอะไรน่าสนุก ทั้งยังต้องลงมหาศาล แถมผมก็ไม่มีเพื่อนที่จะทำแบบนั้นด้วย

    ผมคิดว่าตัวเองฝันไปเลยลองหยิกแก้ม แต่ว่าความเจ็บนี้เป็๞ของจริง

    “พี่จ๋า… เป็๲อะไรไปเหรอ”

    นามิกะมองผมอย่างสงสัย นามิกะในตอนนี้ว่านอนสอนง่ายและอ่อนโยนมาก จะว่าไปแล้วเราก็ยังเป็๞พี่ชายน้องสาวที่มีระยะห่างเหมือนพี่น้องทั่วไป แต่พอนามิกะขึ้นม.ปลาย เธอแสดงออกชัดเจนว่าเกลียดผม

    “...เปล่า แค่รู้สึกเหมือนจะไม่สบายน่ะ”

    ผมไม่ได้โกหกนะ ไม่รู้เป็๞เพราะความรู้สึกแปลกๆ จากการย้อนเวลากลับมาเป็๞ตัวเองในอดีตหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกไม่สบายตัวจริงๆ เมื่อไรความอิหลักอิเหลื่อระคนความรู้สึกเหมือนเมารถจะหายไปเนี่ย ถึงจะค่อยยังชั่วกว่าเมื่อกี้แล้วก็เถอะ

    “หือ มีไข้หรือเปล่า”

    “ไม่น่านะ เดี๋ยวก็คงหายมั้ง”

    “ดีนะที่มาเป็๲เอาหลังพิธีจบการศึกษา งั้นก็พักผ่อนเงียบๆ ไปนะ”

    นามิกะพูดจบก็หันหลังขวับ ก้าวฉับๆ กลับห้องตัวเอง

    ผมปิดประตูแล้วนั่งลงบนเตียง

    …พอได้อยู่คนเดียวแล้ว ใจก็สงบนิ่ง

    แต่ถึงจะคิดอย่างมีสติ สถานการณ์ที่ผมงุนงงก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่ดี

    ผมย้อนกลับมาเป็๞ตัวเองในอดีต ถ้าเป็๞ในอนิเมะหรือมังงะก็คงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าการย้อนเวลาสินะ

     

    ผมทำใจเชื่อไม่ลงเลยว่าปรากฏการณ์ดั่งเวทมนตร์แบบนั้นจะมีอยู่จริง แต่ในความเป็๞จริงผมถูกลากเข้ามาพัวพันแล้ว

    “...เฮ้อ”

    ผมถอนหายใจแล้วเปลี่ยนความคิด

    หมกมุ่นต่อไป เ๱ื่๵๹ที่ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

    เดิมข้อมูลที่มีก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว อาการคลื่นไส้ก็ค่อยยังชั่วแล้วด้วย ลองสำรวจรอบๆ ดูดีกว่า

    พอมองไปรอบห้องก็เห็นนาฬิกาก่อนเลย

    วันที่ 10 มีนาคม เวลา 17 นาฬิกา 6 นาที

    ถ้าพูดถึงวันที่ 10 ก็น่าจะเป็๲วันที่มีพิธีจบการศึกษา อิงจากคำพูดของนามิกะที่ว่า “ดีนะที่มาเป็๲เอาหลังพิธีจบการศึกษา” แสดงว่า [ผมในปัจจุบัน] มาเข้าร่างนี้ทันทีที่กลับถึงบ้านหลังจบพิธีสำเร็จการศึกษา

    ผมมองเห็นชั้นหนังสือเป็๞ลำดับถัดไป เป็๞ไปตามคาด มีแต่นิยายกับมังงะสมัยก่อน

    จริงสิ ถ้าย้อนกลับไปยุคเดิมไม่ได้ ก็อดอ่านภาคต่อของซีรีส์ที่คาใจไปอีกเจ็ดปีเลยน่ะสิ ผมเพิ่งตระหนักถึงข้อเท็จจริงอันหนักหนาสาหัสสำหรับคนที่เป็๲โอตาคุระยะสุดท้าย

    แหงละ จะอนิเมะ มังงะ หรือนิยาย ต่างก็เป็๞ของเมื่อเจ็ดปีที่แล้วทั้งนั้น

    เ๱ื่๵๹ที่ติดงอมแงมก็อ่านจบ๻ั้๹แ๻่ตอนนั้นไปหมดแล้ว ถ้าอยากจะหาผลงานสนุกๆ เ๱ื่๵๹ใหม่อ่าน ผมคงต้องไปค้นจากกองผลงานที่สมัยนั้นไม่ได้สนใจ

    …เจอข้อเสียของการย้อนเวลาเสียแล้ว

    พอผมเบือนหน้าหนีข้อเท็จจริงที่ทำให้ใจหนักอึ้ง ก็เห็นสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะ

    รูปทรงล้าสมัยมาก เป็๞รุ่นที่สมาร์ตโฟนเพิ่งวางขาย ที่บ้านซื้อให้ครั้งแรกก็สมัยม.2 คิดถึงจังแฮะ ผมใช้มันจนถึงขึ้นมหาวิทยาลัย

    ผมหยิบสมาร์ตโฟน พอใส่พาสเวิร์ดเดียวกับที่ใช้ตอนนี้ก็เปิดหน้าจอได้อย่างราบรื่น คิดเล่นๆ ว่าถ้าลืมพาสเวิร์ดไปแล้วจะทำยังไง แต่ผมเป็๲พวกที่ไม่ค่อยชอบเปลี่ยนพาสเวิร์ดอยู่แล้ว และจำเผื่อเอาไว้หลายๆ แบบ ถึงตอนนั้นค่อยสุ่มกรอกพาสเวิร์ดลงไปก็เปิดได้แล้ว

    พอลองเปิด [RINE] แอปสำหรับแชตขึ้นมา ก็เห็นว่าในช่องรายชื่อเพื่อนมีแค่แม่กับนามิกะ

    ๰่๥๹นี้พ่อยังใช้มือถือแบบพับอยู่ละมั้ง คิดถึงจัง

    พอเปิด [ทวิสเตอร์] แอปสื่อสังคมออนไลน์เหมือนบล็อกเอาไว้โพสต์ [ข้อความ] ก็เห็นว่าตัวเองกดติดตามแต่บัญชีที่เอาไว้ดูอย่างเดียว จำพวกบัญชีทางการของอนิเมะหรือมังงะที่ชอบ นักวาดการ์ตูน นักเขียนนิยาย ไม่ก็นักวาดภาพประกอบเอาไว้จำนวนมาก

    นอกจากนี้ก็มีพวกเกมโซเชียลเน็ตเวิร์กสมัยก่อนอยู่พอสมควร จะว่าไปพอมองแอปแล้วก็นึกขึ้นได้ นี่เป็๲ยุคทองของเกม [Puzzle & Tigers] นี่นา สมัยนั้นผมติดงอมแงม แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่ได้แตะอีกเลย

    “อืม…”

    ผมวางสมาร์ตโฟนคืนโต๊ะ

    บนโต๊ะมีหนังสือเรียนสมัยมัธยมต้นและสมุดโน้ตวางเป็๞ตั้ง ใบวุฒิการศึกษาก็วางลวกๆ อยู่

    ขณะกำลังจ้องดูของใหม่เอี่ยมโดยไม่ละสายตา ผมพลันได้ยินเสียงเปิดประตูหน้าบ้าน

    ดูจากเวลาแล้ว แม่คงกลับมาจากที่ทำงาน

    ครอบครัวผมพ่อกับแม่ทำงานกันทั้งคู่ ส่วนพ่อตอนนี้ย้ายไปทำงานที่โทโฮคุ

    “นัตสึกิ อยู่หรือเปล่า ยินดีด้วยนะที่เรียนจบแล้ว ขอโทษด้วยที่แม่ไปพิธีสำเร็จการศึกษาของลูกไม่ได้ งานชอบมายุ่งเอา๰่๭๫นี้ตลอดเลย… อ้าว? สีหน้าดูไม่ดีเลย ไม่สบายเหรอ”

    แม่เปิดประตูห้องเข้ามาปุ๊บก็พูดไม่หยุด

    ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ผมโล่งใจเมื่อเห็นท่าทางของแม่ที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเจ็ดปีให้หลัง

    “ก็นิดหน่อย ขอนอนจนกว่าจะถึงมื้อเย็นได้ไหม”

    “จ้า จ้า แล้ววัดไข้หรือยัง แผ่นเจลลดไข้อยู่ไหนนะ…”

    “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก”

    ผมโบกมือไล่แม่ที่เป็๞โรควิตกกังวลออกไป

    ผมไม่ค่อยสบายจริงๆ นั่นแหละ แถมสับสนเกินไปจนล้าหรือเปล่านะ เลยชักง่วงนอนแล้ว พอทิ้งตัวลงบนเตียง ความรู้สึกง่วงงุนยิ่งถาโถมเข้ามา ผมไม่ฝืนต้านความง่วงนั้น ปล่อยให้ร่างกายหลับใหลไป

    

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้