ฮวาเหยียนไม่รู้ว่าตกลงแล้วมู่ชิงอวิ้น้าทำสิ่งใดกันแน่ ทว่าท่าทีเสแสร้งแกล้งทำเช่นนี้ไม่พึงใจนางเป็อย่างยิ่ง!
เมื่อมองไปยังท่าทางเยี่ยงวีรบุรุษช่วยสาวงามของเจียงจื่อเฮ่า ยิ่งเห็นได้ชัดว่าเขามีใจต่อมู่ชิงอวิ้น
น่าเสียดายนัก บุรุษที่สตรีผู้นี้ปรารถนาจะแต่งให้กลับเป็องค์รัชทายาท!
เฮอะ…
นางเค้นเสียงเยาะเย้ย “ในเมื่อเ้ารนหาเื่เอง หากข้าไม่สนองให้เป็จริง ก็คงเป็การทรยศต่อความตั้งใจนี้ของเ้า”
สิ้นเสียง ฮวาเหยียนพลันพุ่งตัวมาทันที นางไม่พูดพร่ำทำเพลง หมัดซ้ายกระแทกเข้าเต็มใบหน้าของเจียงจื่อเฮ่า เจ็บจนคนกรีดร้องโหยหวน
เวลาที่ฮวาเหยียนโกรธ หากในใจของนางโมโหมากเท่าไร ใบหน้าของนางก็จะยิ่งนิ่งมากเท่านั้น วิถีลงมือก็ยิ่งเหี้ยมโหดมากขึ้นเช่นกัน “เจียงจื่อเฮ่า ข้าจะบอกเ้าให้ ข้าผู้นี้รู้สึกว่าเ้าเกะกะสายตาข้ามานานแล้ว เ้าไม่มีสมองก็ช่างเถิด ทว่ากลับกล้ายั่วโทสะข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เ้าคิดว่าข้าเป็คนอารมณ์ดีเช่นนั้นหรือ?”
ฮวาเหยียนยิ่งกระหน่ำชกแรงขึ้น จนเจียงจื่อเฮ่านอนทรุดอยู่บนพื้น จมูกและใบหน้าบวมช้ำ
แท้จริงแล้วเสียงของการต่อสู้นั้นดังยิ่ง พาให้คนทั้งจวนตระกูลมู่ตื่นตระหนก ลานเรือนรายล้อมไปด้วยผู้คน สีหน้าของพ่อบ้านลุงหวังตกตะลึงเป็อย่างยิ่ง
“ไอ้หยา คุณหนูใหญ่ มีอันใดก็กล่าววาจากันดีๆ อย่าลงมือเลยขอรับ”
“ท่านนี้คือคุณชายเจียงนะขอรับ คุณหนูใหญ่โปรดระงับโทสะด้วยเถิด...”
พ่อบ้านลุงหวังรีบพุ่งเข้ามา เอ่ยเตือนอย่างร้อนรน
มู่ชิงอวิ้นเองก็สะอื้นไห้จนน้ำตาอาบแก้มอยู่ข้างๆ “พี่หญิง ท่านรีบหยุดมือเถิด คงมิได้คิดจะตีคุณชายเจียงจนถึงตายหรอกนะเ้าคะ?”
ฮวาเหยียนปล่อยหมัดอีกครั้ง นางชกจนใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาบวมเป่ง ในที่สุดฮวาเหยียนก็หยุดมือ เห็นเพียงนางเชิดคางขึ้นมองเจียงจื่อเฮ่า “เจียงจื่อเฮ่า ไม่มีผู้ใดเต็มใจให้เ้ารั้งอยู่ที่จวนตระกูลมู่ วันนี้เ้าจงย้ายออกไปเสีย อย่าให้ข้าเห็นหน้าเ้าอีก!”
“ข้าไม่ไป เ้าถือสิทธิ์อันใดมาไล่ข้า? พอเ้าตีคนจนหนำใจ เ้าก็มีเหตุผลขึ้นมาแล้วหรือ?”
เจียงจื่อเฮ่ากระเด้งขึ้นจากพื้นร้องโวยวาย ทว่าเพราะฝืนใช้แรงมากเกินไปจึงล้มลงบนพื้นอีกครั้ง
เขากอดขาตนเองพลางจ้องเขม็งไปทางฮวาเหยียน สายตาของเขาเปี่ยมด้วยความไม่ยอมใจ
“ถือสิทธิ์อันใด? ก็ถือสิทธิ์ที่จวนนี้เป็จวนของข้าอย่างไรเล่า!”
ฮวาเหยียนพ่นลมหายใจเ็า ก่อนจะเปิดปากตอบ
เมื่อเห็นท่าทางอันน่าสังเวชของเจียงจื่อเฮ่า ในใจของนางพลันรู้สึกสบายใจขึ้นมา ที่แท้กำปั้นก็คือคำตอบที่ดีที่สุด “มู่อันเหยียน เ้ามีสิทธิ์อันใดถึงได้เอาแต่ใจเช่นนี้? เฮอะ? ถึงคราแรกจะนับว่าข้าเข้าจวนตระกูลมู่เพราะท่านพ่อบีบบังคับ ทว่าตอนนี้ข้าเป็ถึงสหายของแม่นางชิงอวิ้น เ้าไล่ข้า ข้าก็ต้องไปหรือ? เฮอะ! ข้าไม่ไป!”
เจียงจื่อเฮ่าะโอย่างไม่ยอมจำนน
เมื่อถูกขานนาม มู่ชิงอวิ้นก็รีบร้อนพุ่งเข้ามาขวาง “พี่หญิง ท่านอย่าได้โกรธาไปเลยเ้าค่ะ เป็ความผิดของอวิ้นเอ๋อร์เองทั้งหมด”
นางพูดเสียงสะอื้น น้ำตาไหลอาบ เจียงจื่อเฮ่ามิอาจทนมองไหว
เขาพยายามลุกกะโผลกกะเผลกขึ้นจากพื้น สีหน้าเปี่ยมด้วยความขุ่นเคือง “มู่อันเหยียน เหตุใดเ้าจึงเอาแต่ใจเช่นนี้? ไม่ใช่แค่เื่ที่กินขนมของเ้าเข้าไปไม่กี่ชิ้นเองหรือ? เ้าตีข้าก็นับว่าช่างเถิด ทว่ากลับแสดงสีหน้าเ็าใส่น้องหญิงของเ้าเช่นนี้ มิใช่ว่ารังแกกันเกินไปหรอกหรือ?”
เสียงของเจียงจื่อเฮ่าดังยิ่ง มันเปี่ยมด้วยโทสะและสะท้อนก้องไปทั่วทุกมุมเรือน
เนื่องจากเสียงที่ฮวาเหยียนทุบตีเจียงจื่อเฮ่านั้นดังเกินไป เหล่าคนรับใช้ครึ่งหนึ่งในเรือนจึงกรูกันเข้ามา ในตอนนี้พวกเขาทั้งหมดล้วนยืนฟังอยู่ใกล้ๆ เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงจื่อเฮ่า สายตาของคนส่วนใหญ่ก็จดจ้องไปที่ฮวาเหยียนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
คุณหนูรองตระกูลมู่เป็สตรีอ่อนแอบอบบาง เื่นี้ทุกคนในจวนตระกูลมู่ล้วนทราบดี เมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของเจียงจื่อเฮ่า ทุกคนจึงมองไปที่มู่ชิงอวิ้นโดยไม่รู้ตัว เห็นเพียงดวงตาของนางแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้า ท่าทางราวกับถูกกลั่นแกล้งรังแก
มองกลับไปที่คุณหนูใหญ่ ท่าทางของนางหยิ่งผยองเอาแต่ใจ
คนที่ฉลาดเฉลียวสักหน่อยเห็นแค่นี้ก็ย่อมทราบว่าเกิดเื่อันใดขึ้น เมื่อรวมเข้ากับคำพูดของเจียงจื่อเฮ่า พวกเขาต่างเข้าใจในทันที ว่าเื่นี้เกิดขึ้นเพราะคุณหนูรองตระกูลมู่กับคุณชายเจียงจื่อเฮ่ากินขนมไม่กี่ชิ้นเข้าไป ดังนั้นคุณหนูใหญ่ต้องบันดาลโทสะถึงขั้นนี้เชียวหรือ?
ชั่วขณะนี้เองที่เหล่าคนรับใช้ในจวนล้วนมองฮวาเหยียนด้วยความขลาดกลัว
เนื่องจากฮวาเหยียนเพิ่งกลับมาไม่นาน เหล่าข้ารับใช้ในจวนจึงรู้จักตัวตนของคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่จากคำบอกเล่าเท่านั้น มาวันนี้ได้ประจักษ์แก่ตาตนเอง กลับรู้สึกว่าข่าวลือดูท่าจะผิดเพี้ยน คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ช่างเอาแต่ใจเสียจริง
ฮวาเหยียนกวาดตามอง ทำเพียงเท่านี้ก็ทราบว่าพวกเขาคิดอันใดอยู่
สิ่งที่เรียกว่าข่าวลือล้วนทำร้ายคน วันพรุ่งเกรงว่าชื่อเสียงของนาง ข้อหารังแกคุณหนูรองคงแพร่กระจายไปทั่วจวน
หากกล่าวไปแล้ว นางมิได้สนใจชื่อเสียงของตนเลยสักนิด ทว่าก็มิอาจทนต่อการถูกใส่ร้ายได้เช่นกัน
การนินทาว่าร้ายที่ออกมาจากจวนของตนเองนั้น อย่างไรก็ไม่น่าฟัง
เมื่อต้องเผชิญกับใบหน้าก้าวร้าวของเจียงจื่อเฮ่า และสายตาที่มิอาจสงบนิ่งน่าสงสารของมู่ชิงอวิ้น ในใจของฮวาเหยียนลอบหัวเราะเสียงเย็น อ่อนแอบอบบางหรือ มีผู้ใดบ้างที่ทำไม่เป็? นางสามารถเป็ได้ทั้งคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ผู้เย่อหยิ่งจองหอง และคุณหนูในห้องหอที่งดงามอ่อนโยน ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของนาง
“มู่อันเหยียน เหตุใดเ้าถึงไม่พูดอันใดบ้างเล่า มิใช่ว่ารู้สึกผิดหรอกนะ ข้าจะบอกเ้าให้ เ้าตีข้าจนเป็เช่นนี้ ข้าย่อมไม่ยอมจบโดยง่ายแน่!”
เมื่อเห็นว่าฮวาเหยียนมิเอ่ยคำใดอยู่เป็นาน เจียงจื่อเฮ่าก็ะโเสียงดัง
เห็นคนในจวนมุงดูเยอะเช่นนี้ ทำให้เขามีความมั่นใจมากทีเดียว
“คุณชายเจียง ท่าน ท่านกล่าววาจาน้อยลงสักนิดเถิด อย่าทำให้พี่หญิงโกรธเลยเ้าค่ะ”
เป็ตอนนี้เองที่มู่ชิงอวิ้นพลันพูดขึ้น เพียงเห็นนางบิดนิ้วของตนไปมา ท่าทางอ่อนแอน่าทะนุถนอมยิ่ง
หลังเอ่ยวาจาเช่นนี้ ฟังแล้วคล้ายว่านางเป็น้องสาวที่เชื่อฟังยิ่ง ทว่าอันที่จริงกลับเป็การผลักนางให้อยู่ปากเหว
มู่ชิงอวิ้นผู้นี้ กำลังใช้เล่ห์กับนางใช่หรือไม่?
ั์ตาของฮวาเหยียนมีแววขบคิดวาบผ่าน
“เ้าคิดว่าเหตุใดจึงไม่จบเล่า?”
ฮวาเหยียนยกแขนกอดอก เงยหน้าขึ้นมองเจียงจื่อเฮ่า พลางเปล่งเสียงถามอย่างเ็า
ไม่รอให้เขาตอบ ฮวาเหยียนก็เปิดปากกล่าวต่อว่า “ขนมในตะกร้านี้ เป็ขนมที่พี่หญิงมู่เฉิงอินมอบให้พี่ใหญ่ของข้า ขนมบนจานรูปหัวใจทั้งสองจานเปี่ยมล้นด้วยความรัก ผลสุดท้ายพี่ใหญ่ของข้าแม้แต่ขนมสักชิ้นก็ยังมิทันได้เห็น กลับถูกพวกเ้าสองคนกินจนเรียบ
คุณชายเจียงได้รับการสอนสั่งมาอย่างไร ข้าไม่อยากทราบ เพียงแต่ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณหนูรองตระกูลข้าก็เป็พวกตะกละโลภมากกับเขาด้วยเช่นกัน?”
ดวงตาของฮวาเหยียนเหลือบมองมู่ชิงอวิ้น
ทันทีที่คำพูดนี้กล่าวจบ สีหน้าของมู่ชิงอวิ้นพลันแปรเปลี่ยน ใบหน้าของนางขาวซีด
นางไม่นึกว่าฮวาเหยียนจะเล็งหอกพุ่งมาหานางโดยตรง หากลองคิดตามวาจาเมื่อครู่ให้ดี ยามนี้นางยังมิได้ออกเรือน หากชื่อเสียงเื่ที่นางตะกละโลภมากถูกเผยแพร่ออกไปจะเป็เช่นไร? พริบตานั้นนางพลันร้อนรนจนเหงื่อไหลซึมบนหน้าผาก
เจียงจื่อเฮ่าก็ตกตะลึงไปพักหนึ่งเช่นกัน เขาไม่นึกว่าขนมในตะกร้าจะมิใช่ขนมที่โรงครัวตระกูลมู่เป็คนทำ แต่กลับเป็ของที่คุณหนูใหญ่มู่เฉิงอินมอบให้คู่หมั้นของนาง ชั่วขณะนั้นภายในใจเขาพลันปรากฏความขุ่นเคือง
"เจียงจื่อเฮ่า ขนมนี้ถูกส่งมอบถึงมือข้า ทว่าข้ากลับมิได้ปกป้องมันให้ดี เื่นี้เป็ข้าบกพร่องในหน้าที่ ทว่าการที่ข้าสั่งสอนเ้านั้นผิดด้วยหรือ? น้องรองของข้าตะกละกินเข้าไป ข้ายังนับว่าช่างเถิด ผู้ใดใช้ให้นางเป็คุณหนูรองตระกูลมู่เล่า? แต่เ้ามีสิทธิ์อันใด? คุณชายตระกูลเจียงเช่นเ้าวิ่งโร่มาพึ่งพิงตระกูลมู่ของข้า ดื่มกินอย่างสุขสบาย และยังกระทำตัวกำเริบเสิบสานเช่นนี้ หากข้าไม่สั่งสอนเ้า เ้าคิดจริงหรือว่าคนในใต้หล้าจะปล่อยเ้าไป”
เสียงก้องของฮวาเหยียนดังขึ้น
แม้จะเป็การต่อว่าเจียงจื่อเฮ่า มิได้มุ่งเป้าไปที่มู่ชิงอวิ้นสักนิด ทว่าคำหนึ่งก็ตะกละ อีกคำก็โลภมาก นั่นทำให้สีหน้าของมู่ชิงอวิ้นเปลี่ยนไปจนไม่น่ามอง
เจียงจื่อเฮ่าบ่นอุบอิบว่า “ก็ข้าไม่รู้นี่ว่านั่นคือขนมที่คุณหนูใหญ่มู่เฉิงอินมอบให้พี่ใหญ่ของเ้า”
