เกิดใหม่ครั้งนี้ ฉันถูกบังคับให้เป็นคุณหนูมาเฟีย

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์


    ดักเจอทนายที่หน้าศาล

    

    หลังจากหลิวหยูถงกำชับเ๹ื่๪๫งานที่ต้องทำต่อไปกับพวกอวิ๋นเฉิงเรียบร้อย เธอก็กลับเข้าโรงเรียน

    

    ๰่๭๫สามสัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย บรรยากาศในโรงเรียนตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ในอากาศยังอบอวลไปด้วยความกดดัน

    

    หลิวหยูถงเองก็กระโจนเข้าสู่บรรยากาศนั้นและตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนอย่างจริงจัง

    

    ส่วนพวกจ้าวซู หลังจากกลับมาจากโรงพยาบาลก็สงบเสงี่ยมลงมาก ไม่กล้ามาตอแยเธออีกเลย

    

    ไม่รู้ว่าเป็๞เพราะเข็ดหลาบจากการโดนหลิวหยูถงสั่งสอนคราวก่อน หรือเพราะสูญเสียที่พึ่งอย่างหลิวฮ่าวไปกันแน่ ท่าทางเลยเปลี่ยนไปราวกับคนละคน

    

    สรุปคือ ในที่สุดหลิวหยูถงก็ได้อยู่อย่างสงบและมีสมาธิกับการเตรียมสอบเสียที

    

    ณ หน้าศาลจังหวัด

    

    หม่าต๋ายังคงทำตัวเหมือนเดิม ทุกครั้งที่ว่าง เขาจะมานั่งยองๆ อยู่หน้าศาล คอยสังเกตผู้คนที่เดินผ่านไปมา

    

    เขายังคงครุ่นคิดว่า "กฎหมาย" ที่คุณหนูพูดถึงนั้นมันคืออะไรกันแน่

    

    ถึงตอนนี้จะยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้งก็ไม่เป็๞ไร การได้มานั่งดูละครชีวิตหน้าศาลก็เพลินดีเหมือนกัน

    

    อย่างวันนี้ เขาเพิ่งเห็นคุณตาคนหนึ่งกำลังดึงทึ้งทนายของตัวเองพลางโวยวายลงไปนอนดิ้นกับพื้น

    

    ทำเอาทนายความคนนั้นปวดหัวตึบ

    

    “คุณตาครับ เลิกอาละวาดเถอะครับ? ข้อเท็จจริงก็ชัด หลักฐานก็มัดตัวแน่นขนาดนี้ จะให้ผมช่วยยังไงล่ะครับ!”

    

    คุณตา “ข้าไม่สน! ข้าไม่ใช่หัวขโมย ข้าไม่ได้ขโมยของ! ข้าแค่เห็นเชือกเส้นหนึ่งวางอยู่บนพื้นเลยหยิบขึ้นมา ทำไมต้องให้ข้าชดใช้เงินด้วย!”

    

    ทนาย “แล้วทำไมตาไม่บอกด้วยล่ะครับว่าปลายเชือกอีกด้านน่ะ มันผูกควายไว้อยู่ตัวหนึ่ง!”

    

    ไม่ว่าทนายจะหว่านล้อมด้วยเหตุผลยังไง คุณตาก็ไม่ฟัง แถมทำท่าเหมือนจะเป็๞ลมล้มพับไปจริงๆ

    

    ทนายความจนปัญญา สุดท้ายต้องยอมคืนค่าทนายให้คุณตาไป

    

    พอเห็นเงินปุ๊บ คุณตาก็ลุกพรึบขึ้นมาทันที คว้าเงินพันกว่าหยวนที่ได้คืนมาแล้วเดินจากไปหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    

    ทนายความได้แต่ส่ายหัวอย่างระอาแล้วเดินเลี่ยงไป

    

    ก็นะ ต่อให้เป็๞ทนายความ บางเ๹ื่๪๫พวกเขาก็อับจนหนทาง

    

    อย่างกรณีคุณตาคนนี้ อายุก็มากแล้ว ถ้าเกิดไปโต้เถียงจนแกเป็๞อะไรขึ้นมา ตัวทนายเองนั่นแหละที่จะซวย

    

    เพื่อตัดรำคาญ เลยต้องยอมคืนเงินให้เ๹ื่๪๫จบๆ ไป

    

    หม่าต๋าที่นั่งเฝ้าหน้าศาลมาเกือบทั้งวัน กำลังจะลุกเดินจากไป จู่ๆ ก็มีทนายความท่าทางหนุ่มแน่นคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางทางไว้

    

    “น้องชาย พี่สังเกตเห็นเรามานานแล้ว มีคดีอะไรที่จัดการยากหรือเปล่า? ปรึกษาพี่ได้นะ” ทนายหนุ่มพูดพลางยื่นนามบัตรให้หม่าต๋าทันที

    

    หม่าต๋ารับนามบัตรมาดู “สำนักงานกฎหมายเทียนอี, ทนายความชื่อดัง จ้าวเทียนอี”

    

    “คุณเป็๞ทนายเหรอ?”

    

    จ้าวเทียนอีพยักหน้า “ใช่ครับ ผมเป็๞ทนายความ เชี่ยวชาญคดีอาญาโดยเฉพาะ”

    

    เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าหม่าต๋าคือนักเลงหัวไม้

    

    คนประเภทนี้มาด้อมๆ มองๆ หน้าศาล เ๹ื่๪๫ที่กังวลคงหนีไม่พ้นคดีอาญาแน่ๆ ไม่แน่ว่าลูกพี่หรือพี่น้องอาจจะเพิ่งโดนจับข้อหาฟันคนไป

    

    เขาเลยอยากลองทักทายดู เผื่อจะได้งาน

    

    ความจริงในฐานะเ๯้าของสำนักงานกฎหมายส่วนตัว การมาเดินหาลูกค้าหน้าศาลมันดูเสียศักดิ์ศรีไปหน่อย

    

    แต่ก็นะ... สำนักงานของเขาแทบจะไม่มีอะไรตกถึงท้องอยู่แล้ว

    

    เดิมทีจ้าวเทียนอีทำงานอยู่ที่สำนักงานกฎหมายใหญ่ แต่ถูกลูกพี่ที่นั่นเขม่นและกลั่นแกล้งสารพัดจนทนไม่ไหว ประกอบกับถือใบอนุญาตทว่าความครบห้าปีพอดี เลยตัดสินใจลาออกมาเปิดสำนักงานเองด้วยความโมโห

    

    โบราณว่า "โทสะคือปีศาจ" ตอนนี้เขารู้ซึ้งถึงคำนี้แล้วจริงๆ

    

    สำนักงานไม่มีรายได้ที่แน่นอน แต่ต้องเลี้ยงพนักงานอีกสองสามคน แถมวงการทนายความ๰่๭๫ไม่กี่ปีมานี้ก็ไม่ได้ทำเงินมากมายอะไร เขาเลยไม่มีทางเลือก ต้องมาดักรอลูกค้าหน้าศาลแบบนี้ ได้เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี

    

    จ้าวเทียนอีเห็นหม่าต๋ามาปูเสื่อนั่งหน้าศาลบ่อยๆ เลยเดาว่าต้องมีคดีชัวร์ และอาจจะเป็๞คดีใหญ่ด้วย

    

    ไม่งั้นใครจะขยันมาศาลบ่อยขนาดนี้?

    

    แถมดูจากโหงวเฮ้ง แม้จะดูเป็๞นักเลงแต่ท่าทางน่าจะเป็๞คนรักพวกพ้องมาก

    

    ปกติพวกนักเลงที่ไหนจะมาใส่ใจว่าลูกพี่หรือพี่น้องจะโดนตัดสินยังไง?

            และเพราะเขารักพวกพ้องนี่แหละ... เงินมันถึงจะหาได้ง่ายขึ้น!

    

    ตอนแรกหม่าต๋าว่าจะปัดรำคาญแล้วเดินหนี แต่พอได้ยินว่าเป็๲ทนายสาย "คดีอาญา" ดวงตาเขาก็ลุกวาวทันที

    

    หรือว่านี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงที่คุณหนูให้พวกเรามาดูที่ศาลบ่อยๆ?

    

    หาทนายที่รู้กฎหมายอาญาแม่นๆ มาสักคน แล้วให้เขาติวเข้มให้ จะได้เข้าใจแก่นแท้ของ "กฎหมาย" อย่างถ่องแท้

    

    คิดได้ดังนั้น…

    

    หม่าต๋าก็ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ “สมองข้านี่มันทึบจริงๆ ทำไมเพิ่งมาคิดออกเอาป่านนี้ว่าคุณหนูวางแผนอะไรไว้!”

    

    จ้าวเทียนอีเห็นหม่าต๋าจู่ๆ ก็ตบหน้าตัวเองโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ก็ยิ่งมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเดา

    

    คนนี้ต้องเป็๲นักเลงที่ยึดมั่นในคุณธรรมแน่ๆ แล้วที่พี่น้องหรือลูกพี่ต้องติดคุกไป ต้องมีความเกี่ยวข้องกับเขาชัวร์ เช่น ติดคุกแทน หรือติดคุกเพราะช่วยเขาไว้…

    

    เพราะความรู้สึกผิด เลยต้องตบหน้าตัวเองระบายอารมณ์แบบนี้แหละ!

            แค่เขาใช้ฝีปากที่คมกริบหว่านล้อมอีกนิด รับรองว่าคนนี้เปย์ไม่อั้นแน่

            สำนักงานกฎหมายรอดตายแล้วโว้ย!

    

    “น้องชาย พี่ไม่พูดจาโอ้อวดนะ พี่มีประสบการณ์สายคดีอาญามาเกือบสิบปี ทำคดีมานับไม่ถ้วน เลือกพี่รับรองไม่ผิดหวัง!” จ้าวเทียนอีรวบยอดตัวเลขทันที

    

    จากประสบการณ์ทนายความห้าปีเศษๆ ในปากของเขาเลยกลายเป็๲สิบปีไปเฉยๆ

    

    หม่าต๋าเองก็ไม่รู้เ๱ื่๵๹พวกนี้ พอได้ยินว่าจ้าวเทียนอีประสบการณ์โชกโชน ก็รีบคว้ามือเขาไว้ทันที “ตกลง เอาพี่นี่แหละ! เดี๋ยวผมโทรเรียกคนขับรถมารับเรานะ”

    

    จ้าวเทียนอีได้ยินว่ามีรถมารับด้วยก็ยิ่งหน้าบาน นึกในใจว่าเจอเศรษฐีเข้าแล้ว!

    

    ต้องเข้าใจว่าสมัยนั้นคนที่มีรถขับถือว่าไม่ธรรมดา คราวนี้กำไรงามแน่นอน

    

    เขาต้องรีบคิดแผนว่าจะเรียกเงินจากพวกนี้ให้ได้มากที่สุดยังไงดี

    

    ไม่นานนัก…

    

    รถตู้สภาพใกล้เคียงกับรถไถเดินตามก็มาจอดอยู่ตรงหน้าคนทั้งสอง

    

    จ้าวเทียนอีถึงกับยืนอึ้ง “เอ่อ... นี่... นี่คือรถของพวกคุณเหรอครับ?”

    

    หม่าต๋า “ใช่พี่ ถึงจะดูเยินไปหน่อยแต่สมรรถนะนี่ไม่ต้องพูดถึง ไม่เชื่อเดี๋ยวผมให้พี่ชายคนขับดริฟต์โชว์สักรอบเอาไหม?”

    

    จ้าวเทียนอีรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่เป็๲ไรครับๆ เ๱ื่๵๹คดีสำคัญกว่า เราไปที่สำนักงานผมก่อนดีกว่าไหม?”

    

    หม่าต๋าพยักหน้า “ได้ครับ ได้เลย!”

    

    ในที่สุด…

    

    กลุ่มของหม่าต๋าก็มาถึงสำนักงานกฎหมายของจ้าวเทียนอี

    

    พอเห็นภาพสำนักงานตรงหน้า หม่าต๋ากับพวกถึงกับยืนสตั้น

        “เดี๋ยวนะ... นี่คือสำนักงานกฎหมายจริงๆ เหรอพี่?”

    

    ในมโนภาพของพวกเขา สำนักงานกฎหมายควรจะดูหรูหรา อลังการ ตกแต่งสวยงาม

    

    แต่สำนักงานของจ้าวเทียนอีกลับมีแค่โต๊ะไม่กี่ตัว คอมพิวเตอร์สองเครื่อง แทบจะไม่มีอะไรเลย แม้แต่ผนังห้องยังเป็๞ปูนเปลือยที่ยังไม่ได้ฉาบเรียบด้วยซ้ำ

    

    จ้าวเทียนอีหน้าแดงระเรื่อ รีบแก้ตัวพัลวัน“สมัยนี้เขากำลังฮิตสไตล์ 'มินิมอล' กันน่ะครับ”

    

    หม่าต๋าพยักหน้าเออออ “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง! มินิมอลจริงๆ ด้วย!”

    

    จ้าวเทียนอี๻ะโ๷๞เรียกเข้าไปข้างใน “คุณผู้ช่วยหวัง! มาย้ายเก้าอี้รับรองแขกหน่อย แล้วชงน้ำชามาให้ด้วย”

    

    จากนั้นก็มีผู้หญิงวัยป้าคนหนึ่ง เดินหยิบเปลือกเมล็ดทานตะวันออกจากปากพลางเดินออกมาช้าๆ ท่าทางรำคาญสุดขีด เธอคว้าเก้าอี้พลาสติกที่วางซ้อนกันมาวางโครมลงบนพื้นว่างกลางห้อง

    

    แล้วเธอก็ใช้แก้วกระดาษรินน้ำเปล่ามาให้พวกหม่าต๋า ไม่รู้ไปขุดใบชามาจากไหน โปรยลงไปในแก้วคนละสองสามใบ...

    

    หม่าต๋า “.........”

    

    นี่มัน... จะมักง่ายเกินไปไหม?

    

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้