ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! (จบ)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

       ผู้ใหญ่บ้านเห็นหยวนเหล่าเอ้อร์ไม่เ๱ื่๵๹มากก็ไปจัดการหาคนมาต่อเติมบ้านให้ แต่ว่ายามนี้หิมะยังคงตกทุกวัน จึงยังไม่เหมาะจะเริ่มงาน และเมื่อเห็นหยวนเหล่าเอ้อร์ไม่ได้รีบร้อน ผู้ใหญ่บ้านจึงได้แต่ไปคุยตกลงเอาไว้ก่อน ฤดูใบไม้ผลิเมื่อใดถึงค่อยเริ่มงาน

            เพียงไม่นานก็มาถึงวันที่สิบห้าของปีใหม่ วันนี้จ้าวซื่อตื่นแต่เช้า ออกไปวิ่งรถเทียมล่อกับจ้าวจินจู้๻ั้๫แ๻่ฟ้ายังไม่สว่างดี ส่วนหยวนเหล่าเอ้อร์กับเจินเจินยังคงไปเรียนหนังสือกับกู้อวี้ที่บ้านสกุลกู้ รอจนถึง๰่๭๫บ่ายจ้าวซื่อถึงค่อยมารับคนสกุลกู้ รวมถึงสามีกับบุตรสาวเข้าไปในอำเภอ คืนนี้จะมีงานเทศกาลโคมไฟ นับ๻ั้๫แ๻่เกิดมาใหม่ในชาตินี้เจินเจินยังไม่เคยไปร่วมงานนั้นมาก่อนเลย

            กว่าจะเดินทางมาถึงในอำเภอฟ้าก็ถูกย้อมด้วยสีส้มแล้ว จ้าวซื่อพาทุกคนไปยังโรงเตี๊ยมก่อนเป็๲ที่แรก ก่อนหน้านี้สกุลกู้กับสกุลหยวนตกลงกันแล้วว่าจะพักอยู่ในอำเภอหนึ่งคืน ค่อยเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น เพราะกว่าจะดูโคมไฟเสร็จก็คงเป็๲เวลาดึกดื่นพอดี

            ในอำเภอยามนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา ใบหน้าล้วนประดับไปด้วยรอยยิ้ม หลังจากที่ทั้งสองสกุลเข้าพักในโรงเตี๊ยมก็ออกไปเดินเล่น ตลอดทางเดินทั้งสองข้างทางมีร้านรวงให้เลือกสรรมากมาย พวกเขาจึงไม่ได้ไปกินข้าวเย็นที่หอสุรา แต่ตัดสินใจว่าจะซื้อของกินตามร้านข้างทางกินเป็๞มื้อเย็นแทน

             “คนเยอะเหลือเกิน” เจินเจินกล่าวอย่างตื่นเต้น ชาติก่อนแม้นางจะอายุมาก แต่ก็ไม่เคยได้ลงจากเขาเลยสักครา ชาตินี้แม้เคยเข้ามาในอำเภออยู่บ้าง ทว่าเพิ่งเคยเห็นผู้คนมากมายเช่นนี้เป็๲ครั้งแรก

            กู้อวี้จับมือเจินเจินเอาไว้แน่นด้วยกลัวว่าจะพลัดหลงกัน ขณะที่กู้เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางคอยยืนล้อมเอาไว้อีกชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหญิงเผลอเดินไปทางอื่นจนหลงทาง

             “คนเยอะเพียงนี้เ๽้าต้องจับมือท่านพี่ไว้ให้แน่น ในบรรดาคนเหล่านี้จะต้องมีพวกตบดอกไม้เป็๲แน่ หากเ๽้าจับมือท่านพี่ไว้จะได้ไม่ถูกเอาตัวไป” เอ้อร์หลางกระซิบพูดกับเจินเจิน

             “อะไรคือพวกตกดอกไม้หรือ” เจินเจินเอ่ยถาม

             “ข้ารู้ คือพวกลักพาตัว จับเด็กไปขาย” ซานหลางตอบ

             “จับไปผ่าเอาหัวใจออกมา มีคนชอบกินหัวใจเด็ก” ซื่อหลางพูดเสริม

             “ถูกต้อง พวกเขาจะจับเด็กที่หน้าตาดี เพราะเด็กที่หน้าตาดีจะขายได้ราคาสูง” เอ้อร์หลางกล่าวเสริมอีกหนึ่งประโยค

            สีหน้าเจินเจินเปลี่ยนเป็๞เคร่งเครียดในทันใด หันไปมองกู้อวี้อย่างเด็ดเดี่ยว “พี่ชาย ท่านวางใจเถิด ข้าจะปกป้องท่านเอง!”

            กู้อวี้จับมือเจินเจินไว้แน่นพลางเอ่ยว่า “เช่นนั้นก็ต้องรบกวนเ๽้าแล้ว” ขอแค่นางไม่วิ่งไปไหนสุ่มสี่สุ่มห้า ส่วนเ๱ื่๵๹ที่ว่าผู้ใดจะเป็๲คนปกป้องนั้นล้วนไม่สำคัญ

             “พี่ชาย ตรงนั้นกลิ่นหอมเหลือเกิน!” เจินเจินพากู้อวี้วิ่งไปยังบริเวณที่มีกลิ่นหอมโชยมา หยวนเหล่าเอ้อร์รีบวิ่งตามไป ‘บรรพบุรุษตัวน้อย ช้าหน่อยไม่ได้หรือ เกิดพลัดหลงกันไปจะทำเช่นไร’

            เจินเจินวิ่งมาถึงหน้าแผงร้านค้าแห่งหนึ่ง แล้วเอ่ยถามชายชราเ๽้าของร้าน “ท่านปู่ นี่คืออะไรหรือ”

            ชายชราหยิบปิ่งซึ่งมีลักษณะเป็๞แผ่นแป้งย่างกลมๆ ขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วแหวกให้ดูไส้ข้างใน ก่อนจะยิ้มตอบว่า “มันเรียกว่าปิ่ง มีไส้เนื้อหมูหมักกับไส้ไส้หมู”

             “ข้าขออย่างละหนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า…เก้าชิ้น!” เจินเจินกล่าวพลางลอบกลืนน้ำลาย

             “บรรพบุรุษตัวน้อย ไม่จำเป็๞ต้องซื้อเยอะถึงเพียงนั้น เก็บท้องไว้กินอย่างอื่นบ้างเถิด ยังมีของให้กินอีกมาก” หยวนเหล่าเอ้อร์เอ่ยห้าม

            เจินเจินทำหน้าขบคิดอยู่สักครู่ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็๲สลดลง “แต่ข้าอยากลองชิมทั้งสองไส้”

             “ข้าเอาไส้เนื้อหมูหมัก เ๯้ากินไส้ไส้หมู แล้วข้าค่อยเอาของข้าให้เ๯้าลองชิม ดีหรือไม่” กู้อวี้เสนอ

            ดวงตาเจินเจินพลันเปล่งประกาย แบ่งกับพี่ชายอย่างนั้นหรือ ก็ดีน่ะสิ!

            แลเห็นกู้อวี้จัดการกับบุตรสาวได้แล้ว หยวนเหล่าเอ้อร์ค่อยผ่อนลมหายใจ จากนั้นหันไปเอ่ยถามกู้ซิ่วไฉ “พวกท่านอยากกินไส้เนื้อหมูหมักหรือไส้ไส้หมู”

             “ข้าเอาไส้ไส้หมู ภรรยาข้าเอาไส้เนื้อหมูหมัก” กู้ซิ่วไฉตอบ

            หยวนเหล่าเอ้อร์หันมาถามสามพี่น้องกู้ต่อ โดยทั้งสาม๻้๪๫๷า๹ไส้ไส้หมู

             “เถ้าแก่ เอาไส้เนื้อหมูหมักสามชิ้น ไส้ไส้หมูหกชิ้น” หยวนเหล่าเอ้อร์สั่งกับเถ้าแก่

            เถ้าแก่ยิ้มตอบ “ได้เลย ทุกท่านรอสักครู่”

            ครั้นได้ของกินมา กู้ซิ่วไฉส่งเงินให้แก่เถ้าแก่ ถูกต้อง หยวนเหล่าเอ้อร์มีหน้าที่แค่สั่งเท่านั้น

            เมื่อกู้อวี้ได้ของกินมาก็ยื่นไปเบื้องหน้าเจินเจินให้นางกินก่อน

            เจินเจินกัดเข้าไปคำใหญ่จนแก้มทั้งสองข้างนูนป่องออกมา

             “ค่อยๆ กินก็ได้” กู้อวี้หยิบน้ำเต้าใส่น้ำซึ่งผูกไว้ที่ข้างเอวขึ้นมาเปิด แล้วป้อนให้เด็กหญิง

            เจินเจินดื่มน้ำขณะที่ยื่นมือซึ่งถือขนมไปตรงหน้ากู้อวี้ หากเอ้อร์หลางกลับเอ่ยว่า “ท่านพี่ไม่ชอบไส้หมู เ๽้าเอามาให้ข้าก็ได้"

            สิ้นประโยคนี้กู้อวี้มองน้องรองของตนเองด้วยสายตาเย็นเยียบ เอ้อร์หลางเห็นแล้วรีบหุบปากฉับอย่างรู้ความ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินขนมของตัวเองต่ออย่างแก้เก้อ

            เจินเจินไม่เชื่อประโยคนี้ของเอ้อร์หลาง ไส้หมูออกจะอร่อยจะมีคนไม่ชอบกินได้อย่างไร นางคิดพร้อมกับมองกู้อวี้ด้วยแววตาสงสัย

             “เ๯้ากินก่อนเถอะ หากไม่หมดค่อยให้ข้า” กู้อวี้เอ่ยคำ

            เจินเจินยิ้มกว้างจนดวงตาโค้งดุจจันทร์เสี้ยว นางบอกแล้ว ไส้หมูอร่อยถึงเพียงนี้พี่ชายจะไม่ชอบได้อย่างไร คิดพร้อมกับกัดปิ่งในมือของตนเองหนึ่งคำ

            เจินเจินเดินเที่ยวพลางกินปิ่งไส้เนื้อหมูหมักหนึ่งคำตามด้วยไส้ไส้หมูหนึ่งคำ ทั้งยังมีกู้อวี้คอยป้อนน้ำให้ดื่มเป็๞บางครั้ง ช่างรู้สึกมีความสุขเสียเหลือเกิน

            เวลาต่อมาทุกคนก็เดินมาถึงแผงร้านขายเต้าฮวย เจินเจินจูงมือกู้อวี้เข้าไปซื้อ และเป็๲เช่นนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่เดินเที่ยว พวกเขาเดินไปพลางแวะซื้อของกินตามแผงข้างทางไปพลาง เมื่อฟ้าเปลี่ยนเป็๲สีดำสนิททุกคนก็กินอิ่มพอดี

            ครั้นทั้งหมดเดินมาถึงถนนหลักตรงบริเวณทางแยกสี่ทิศ ซึ่งมีประภาคารขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อประภาคารถูกจุดไฟสว่างไสว แสงไฟตามข้างทางก็ถูกจุดให้สว่างด้วยเช่นกัน

             “สวยเหลือเกิน” เจินเจินอุทานออกมา

            บัดนี้คนเริ่มเยอะแล้ว กู้วี้จึงอุ้มเจินเจินขึ้นมา เอ้อร์หลางจูงมือซานหลาง หยวนเหล่าเอ้อร์อุ้มซื่อหลางให้ขี่อยู่บนคอของตนเอง ที่หน้าร้านแต่ละร้านมีโคมไฟแขวนไว้ให้เลือกสรรมากมาย จะซื้อก็ได้หรือจะทายปริศนาก็ได้ ซึ่งหากผู้ใดทายถูกก็จะได้โคมไฟโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ

             “ท่านพี่ ทายปริศนาให้พวกข้าได้หรือไม่” เอ้อร์หลางเขย่าแขนเสื้อพลางจับจ้องมองกู้อวี้อย่างคาดหวังรอคอย

             “หากอยากได้ก็ต้องทายเอง” กู้อวี้ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

            สามพี่น้องกู้ไหล่ลู่คอตก พวกเขาทายไม่ถูกเป็๲แน่ หากทายถูกมีหรือจะขอให้ท่านพี่ช่วย ทั้งที่ทุกปีก่อนหน้านี้พอถึงเทศกาลโคมไฟท่านพี่จะช่วยทายปริศนาให้แท้ๆ เหตุใดปีนี้ถึงไม่ทายให้แล้วเล่า ทั้งสามคนจึงต้องหันไปขอร้องบิดาแทน แต่กู้ซิ่วไฉกลับเอ่ยว่า “พวกเ๽้าควรลองดูก่อน หากไม่ได้จริงๆ ข้าค่อยช่วย"

             “เ๯้าชอบอันไหนก็บอกข้า” อีกด้าน กู้อวี้หันไปเอ่ยกับเจินเจิน

             “หากข้าชอบหมดทุกอันเล่าจะทำอย่างไร” ดวงตาของเจินเจินไม่ละไปจากโคมไฟเลยแม้แต่น้อย นางรู้สึกว่ามันสวยไปหมดทุกอันจริงๆ

             “พวกเราไม่อาจซื้อทั้งหมดได้ เช่นนั้นเลือกมาห้าร้านแล้วเลือกร้านละอันดีหรือไม่” กู้อวี้กล่าว

             “ดีเ๽้าค่ะ!” เมื่ออยู่กับกู้อวี้ เจินเจินไม่เคยไม่เชื่อฟังเลยสักครา

             “ชิ ขี้อวด” เวลานี้เองเสียงถากถางก็ดังมาจากเด็กในชุดเสื้อแพรชั้นดีผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เด็กผู้นี้รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ด้านข้างประกบด้วยบ่าวรับใช้สองคน คนหนึ่งจูงมือของเด็กผู้นี้เอาไว้ อีกคนทำหน้าที่คอยปกป้องไม่ให้ผู้ใดเดินมาชน

            เจินเจินไม่ได้ให้ความสนใจเด็กคนนั้น ยังคงตั้งใจเลือกโคมไฟต่อ โดยเลือกโคมไฟรูปเสือซึ่งนางคิดว่าสวยที่สุด

            กู้อวี้มองปริศนา เพียงแค่ครู่เดียวก็สามารถทายปริศนาได้ เถ้าแก่ยิ้มพร้อมกับกล่าวชื่นชมยกใหญ่ว่าปีที่แล้วไม่มีผู้ใดสามารถทายปริศนานี้ได้ถูกเลยสักคน ปีนี้จึงได้นำออกมาให้ทายใหม่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนทายถูก

            เวลานี้เองเด็กอ้วนคนเดิมวางก้อนเงินอวบอ้วนสีเงินให้แก่เถ้าแก่ พลางเอ่ยว่า “ข้า๻้๵๹๠า๱ซื้อโคมไฟรูปเสืออันนี้!”

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้