ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

    ถูกจับได้ว่าแอบมอง ไม่เพียงไม่ถูกด่า แต่ยังได้ลิ้มชิมรสอาหาร นี่คือสิ่งที่เยาเม่ยไม่กล้าฝัน


    สวีหว่านหนิงเห็นเธอทั้งกลัวทั้งอยากเข้ามาจึงคีบเนื้อจากในหม้อขึ้นมาหลอกล่อ


    เยาเม่ยกลืนน้ำลาย ก่อนจะเดินเข้าไปหาอย่างระมัดระวัง แล้วเงยศีรษะขึ้นมองสวีหว่านหนิงอย่างน่าเอ็นดู


    สวีหว่านหนิงเอาเนื้อไก่ที่เป่าจนหายร้อนแล้วใส่เข้าปากเยาเม่ย เยาเม่ยค่อยๆ เคี้ยวอยู่นานก่อนจะกลืนลงไป เธอไม่ได้กินเนื้อที่อร่อยขนาดนี้มานานมากแล้ว!


    สวีหว่านหนิงโน้มเอวลงไปหยิกแก้มเยาเม่ย พลางบ่นร่างเดิมในใจว่า เด็กน้อยหน้าตาน่ารักขนาดนี้ยังทรมานได้ลงคอ


    “อร่อยไหม”


    เยาเม่ยพยักหน้าหลายครั้ง ดวงตากลมโตมองเนื้อในหม้ออย่างหิวโหย


    “แม่จะทำแป้งทอดมาให้ แป้งสุกเมื่อไร แม่จะให้เยาเม่ยกินให้หนำใจ”


    เยาเม่ยนั่งลงข้างเตาไฟเพื่อช่วยพัดฟืนให้สวีหว่านหนิง


    สวีหว่านหนิงแปะแผ่นแป้งข้าวโพดลงไปที่ขอบกระทะ มุมปากยกยิ้ม ลูกสาวถูกเธอซื้อใจสำเร็จแล้ว หลังอาหารมื้อนี้ อีกสองคนที่เหลือก็คงเริ่มยอมรับในตัวเธอด้วยเช่นกัน ถึงอย่างไรก็ไม่เคยมีใครปฏิเสธฝีมือการทำอาหารของเธอได้


    กลิ่นหอมหวานของแป้งทอดและไก่ตุ๋นขิงอบอวลไปทั่วบ้าน แม้แต่เพื่อนบ้านซ้ายขวาก็อดท้องร้องไม่ได้ บ้านไหนตุ๋นเนื้อได้หอมขนาดนี้


    จือชิง [1] ที่เดินผ่านบ้านของสวีหว่านหนิงหยอกเย้ากู้จวิ้นว่า เขาคงจะลาภปากอีกแล้ว


    กู้จวิ้นไม่พอใจนัก ทว่ายังทำหน้าภาคภูมิใจระคนดูแคลน ผู้หญิงโง่เง่าคนนั้นบอกว่าจะขายลูกเพื่อเอาเงินมาให้เขา แต่กลับเปลี่ยนใจกะทันหัน คงกลัวว่าเขาจะโกรธถึงได้ทำอาหารเพื่อเอาใจ


    อาหารเขารับไว้ได้ แต่เขาไม่มีทางยอมคืนดีกับเธอ กู้จวิ้นคิดอย่างย่ามใจ สวีหว่านหนิงชาติกำเนิดดีแล้วอย่างไร สุดท้ายก็หลงรักเขาหัวปักหัวปำ ถูกเขาปั่นหัวจนกลายเป็๲ลูกไก่ในกำมือ


    หลังกลับมาที่หน่วยจือชิง กู้จวิ้นไม่ได้ไปตักอาหาร เขารอสวีหว่านหนิงเอาอาหารมาให้อย่างใจจดใจจ่อ แต่หารู้ไม่ว่า สวีหว่านหนิงยกไก่ตุ๋นขึ้นโต๊ะอาหารที่บ้านแล้ว


    เนื้อไก่ตุ๋นมันฝรั่งหอมกรุ่นอัดแน่นอยู่เต็มชามใหญ่ กลิ่นหอมฟุ้งเตะจมูกจนทำให้คนน้ำลายไหล


    แป้งข้าวโพดทอดแผ่นบางกว่าทุกครั้ง สีเหลืองทองกรอบอร่อย


    สวีหว่านหนิงมั่นใจในฝีมือการทำอาหารของตัวเองเสมอมา เธอมองสามคนที่นั่งล้อมโต๊ะอาหารอย่างภาคภูมิใจ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่มีใครขยับตะเกียบสักคน


    “แม่จ๋า หนูกินได้จริงๆ เหรอจ๊ะ”


    เยาเม่ยเอียงศีรษะถามเธอ แววตาที่ดูหวาดระแวงของหนูน้อยทำเอาสวีหว่านหนิงปวดใจ ร่างเดิมโหดร้ายเหลือเกิน เด็กน้อยทั้งสองถึงได้แตกสลายขนาดนี้


    ชาติก่อน สวีหว่านหนิงงานยุ่งมาก เธอขึ้นเครื่องบินเดินทาง๻ั้๹แ๻่เหนือจรดใต้ แทบไม่มีเวลาคิดเ๱ื่๵๹ส่วนตัว เธอเป็๲คนรักเด็ก แต่ครองโสดมา๻ั้๹แ๻่เกิดและกลัวเจ็บมาก ตอนนี้จึงเป็๲โอกาสอันดีที่จะได้เป็๲แม่คนโดยไม่ต้องเจ็บตัว


    ในเมื่อมาเยือนที่นี่แล้วก็ควรอยู่อย่างเป็๲สุข ไม่ว่าอย่างไร เธอก็จะเลี้ยงดูเด็กทั้งสองคนให้เติบใหญ่อย่างดี


    สวีหว่านหนิงลูบศีรษะเยาเม่ยด้วยความสงสาร ก่อนจะคีบน่องไก่ที่ฉ่ำไปด้วยน้ำซอสลงไปในถ้วยของเด็กหญิง


    “วันหลังแม่จะทำของอร่อยให้หนูกินทุกวันเลย!”


    เยาเม่ยยิ้มหวาน เธอหยิบตะเกียบเตรียมกิน แต่กลับถูกต้าชุนห้ามไว้


    “เด็กโง่ เธอบอกให้กินก็กินงั้นเหรอ ไม่กลัวถูกวางยาหรือไง!”


    ต้าชุนมองสวีหว่านหนิงอย่างหวาดระแวง ก่อนหน้านี้เขาได้ยินว่า ผู้หญิงคนนี้ไปขอยาที่ทำให้นอนหลับกับหมอเท้าเปล่า [2] ประจำหมู่บ้าน


    เมื่อครู่เขากับเยาเม่ยร้องไห้โวยวายจึงไม่สะดวกนำไปขาย ไม่แน่เธออาจจะอยากทำให้พวกเขาหมดสติก่อนแล้วค่อยเอาไปขายทีหลัง


    แม่หลินวางตะเกียบ ก่อนจะหยิบเงินสามหยวนจากกระเป๋ายัดใส่มือสวีหว่านหนิง พลางถอนหายใจหลายครั้ง


    “แม่ไม่ขอสิ่งอื่นใด และไม่สนว่าเธอจะทำอะไรนอกบ้าน ขอแค่อย่าแตะต้องเด็กสองคนนี้ก็พอ เธอเป็๲คนคลอดพวกเขาออกมานะ และพวกเขาก็ยังเรียกเธอว่าแม่”


    สวีหว่านหนิงอยากจะร้องไห้ พลางกรีดร้องในใจว่าช่วยด้วย ต้องโทษร่างเดิมที่กระทำความชั่วเสียจนระดับความน่าเชื่อถือกลายเป็๲ศูนย์!


    เธอจะต้องพิสูจน์ตัวเอง!


    สวีหว่านหนิงคีบเนื้อไก่ใส่เข้าปาก รสชาติเข้มข้นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วปาก เนื้อไก่นุ่มละมุน อร่อยเสียจนอยากจะกลืนลิ้นตัวเองเข้าไปด้วย


    หลังกินเสร็จสวีหว่านหนิงก็คีบน่องไก่อีกข้างให้กับต้าชุน จากนั้นก็เลาะอกไก่ที่ตุ๋นจนเปื่อยให้กับแม่หลิน


    แม่หลินอายุเกือบหกสิบปีแล้ว ควรระวังเ๱ื่๵๹อาหารการกิน การกินหนังไก่ไม่ดีต่อสุขภาพ


    แม่หลินทั้งตกตะลึงและมึนงง พลางมองลูกสะใภ้ที่แต่งเข้าตระกูลมาได้ห้าปีแต่พูดคุยกับเธอแทบนับคำได้ อีกฝ่ายคีบอาหารให้เธอแบบนี้ หรือจะกลับตัวกลับใจแล้วจริงๆ?


    ต้าชุนเองก็ตกตะลึง นี่เป็๲ครั้งแรกที่สวีหว่านหนิงคีบอาหารให้เขา


    ผู้หญิงในหมู่บ้านมีใครบ้างไม่รักลูกชาย ๼๥๱๱๦์รู้ดีว่าเขาอิจฉาเด็กชายคนอื่นมากเพียงใด...


    เยาเม่ยเห็นต้าชุนนั่งเหม่อจึงรีบหยิบตะเกียบขึ้นมาส่งไก่ครึ่งน่องเข้าปาก เธอกินจนปากมันเยิ้ม และสุดท้ายก็ใช้มือหยิบน่องไก่ขึ้นมาแทะ


    “อร่อยมาก คุณย่า พี่ชาย รีบกินสิจ๊ะ ฉันไม่เคยกินไก่ที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย!”


    เยาเม่ยกินเนื้อไก่สลับกับแป้งทอด ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ


    เธอไม่รู้เลยว่าแม่ทำอาหารเก่งขนาดนี้ แม้กระทั่งแป้งข้าวโพดทอดก็หอม กรอบ อร่อยเหลือเกิน


    สวีหว่านหนิงเห็นแม่หลินกับต้าชุนยังไม่ยอมกินจึงวางตะเกียบลง เธอกระแอมให้คอโล่งเล็กน้อย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “แม่ ต้าชุน ฉันรู้ว่าเมื่อก่อนฉันทำตัวไม่ดีและทำให้พวกแม่เสียใจ ได้โปรดให้โอกาสฉันอีกครั้ง แล้วคอยดูการกระทำต่อจากนี้ของฉันด้วยเถอะค่ะ”


    คำพูดประกาศความมุ่งมั่นแบบฉบับคนยุค 60-70 ทำเอาสวีหว่านหนิงรู้สึกปวดฟันไปหมด


    สายตาของแม่หลินมีประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง “อาหนิง คิดได้แล้วก็ดี เธอคลอดลูกชายและลูกสาวให้กับสกุลหลิน ไม่ว่าอย่างไร แม่ก็จะทำดีกับเธอ”


    พูดจบแม่หลินก็คีบเนื้อไก่เปื่อยนุ่มส่งเข้าปาก มันนุ่มจนแทบละลายในปากทันที เธออายุปูนนี้แล้วแต่ไม่เคยกินอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน


    นึกไม่ถึงว่าลูกสะใภ้ของเธอจะทำอาหารเก่งเช่นนี้ แม้แต่แป้งข้าวโพดทอดก็ทำอร่อยกว่าใครหลายคน!


    หลังมื้ออาหาร เด็กสองคนกินอาหารกันจนท้องป่อง ใบหน้าซีดเหลืองของแม่หลินเริ่มมีเ๣ื๵๪ฝาดขึ้นมาบ้าง


    ในน้ำแกงที่ใช้ตุ๋นไก่ สวีหว่านหนิงใส่ตั่งเซิน [3] หวงฉี [4] และเก๋ากี้ ซึ่งล้วนเป็๲สมุนไพรบำรุงร่างกายทั้งสิ้น เธอเป็๲เชฟซึ่งเคยจัดงานเลี้ยงระดับประเทศ การปรุงอาหารตำรับยาถือเป็๲เ๱ื่๵๹เล็กมาก


    สวีหว่านหนิงเก็บชามและตะเกียบพลางคิดถึงรายละเอียดในนิยาย


    พระเอกจะต้องคู่กับนางเอกอย่างแน่นอน เธอเป็๲แค่ตัวประกอบ ช้าเร็วก็จะต้องหย่าร้างกับพระเอก เธอไม่สนใจผู้ชาย แต่เด็กสองคนนี้จะต้องเป็๲ของเธอ


    ตามความคืบหน้าของเนื้อเ๱ื่๵๹ พระเอกจะได้เลื่อนตำแหน่งในกองทัพอย่างราบรื่น ทั้งยังแต่งงานตอนเป็๲ข้าราชการทหาร ฟ้าดินย่อมเข้าข้างฝั่งพระเอกอยู่แล้ว


    ขณะที่เธอนั้นเป็๲แค่จือชิงที่ถูกส่งมายังชนบท ไม่มีงานทำและไม่มีรายได้ ศาลย่อมไม่มอบสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรให้กับเธอ


    ตอนนี้คือปี 1977 หลังตรุษจีนจะมีประกาศการนำระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาใช้อีกครั้ง คนสอบเข้ามีจำนวนมหาศาล แต่คนสอบผ่านมีแค่หยิบมือ นักศึกษามหาวิทยาลัยยุคนี้หายากและมีค่ายิ่งกว่าคนจบปริญญาเอกในยุคสมัยของเธอเสียอีก 


    เพื่อ๰่๥๹ชิงสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร เพื่อมอบคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ดีกว่านี้ให้กับลูก เธอจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อกลับเข้าไปใช้ชีวิตในเมืองให้ได้!


    ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ควรรีบลงมือทำ หลังเก็บถ้วยชามเสร็จ สวีหว่านหนิงก็ตักเนื้อใส่ชามและหยิบแผ่นแป้งหลายแผ่นใส่ลงตะกร้า ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังหน่วยจือชิง


    ในบ้าน ต้าชุนจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธอตลอดเวลา เขาเบ้ปากจนปากคว่ำ


    “ย่า เธอออกไปหาผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว!”


    “ห้ามพูดถึงแม่แบบนั้น!”


    แม่หลินมองแผ่นหลังของลูกสะใภ้ที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ แล้วถอนหายใจ


    “เธอแย่แค่ไหนก็เป็๲แม่ของหลาน คนอื่นด่าเธอได้ แต่หลานทำไม่ได้”


    เธอนึกว่าลูกสะใภ้จะกลับตัวกลับใจ และหันมาใช้ชีวิตตามครรลองจริงๆ แล้วเสียอีก เฮ้อ...


    ----------------------------------------------------------- 

    เชิงอรรถ


    [1] หมายถึง คนหนุ่มสาวที่มีความรู้หรือมีการศึกษาสูงและถูกส่งมาใช้ชีวิตยังชนบทใน๰่๭๫ปฏิวัติวัฒนธรรม


    [2] หมายถึง เกษตรกรที่ได้รับการฝึกวิชาการแพทย์พื้นฐานและทำงานในหมู่บ้านชนบทในประเทศจีน


    [3] พืนสมุนไพรชนิดหนึ่ง ช่วยบำรุงชี่ของม้ามและกระเพาะอาหาร


    [4] พืชสมุนไพรขนิดหนึ่ง ช่วยบำรุงชี่ ระงับเหงื่อ ขับปัสสาวะลดอาการบวม ทำให้ชี่ไหลเวียน ระงับปวด ช่วยรักษา๢า๨แ๵๧และสร้างเนื้อเยื่อ

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้