หานอวิ๋นซีกระวนกระวายมาก ความจริงแล้วเมื่อครู่นางลังเลอยู่ในรถม้า ในแง่ของจริยธรรมทางการแพทย์ นางต้องช่วยมู่หรงหว่านหรู ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ามู่หรงหว่านหรูได้รับาเ็จากนางโดยบังเอิญแบบนี้เลย
ต้องรู้ว่าปริมาณของพิษยาสลบรุนแรงทั้งห้าชนิดนั้นเพียงพอที่จะทำให้มู่หรงหว่านหรูหมดสติและกลายเป็ผักได้ เวลาก็เหลือไม่มากแล้วเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นางรู้ด้วยว่าสภาพที่เป็ผักเป็วิธีที่ดีที่สุดในการปิดปากของนาง
นางรู้ว่านางไม่ควรคิดแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกหรือสติปัญญา นางก็คิดเช่นนั้น จุดจบของมู่หรงหว่านหรูในวันนี้เกิดจากตัวนางเอง การฆ่าอี้ไท่เฟยเพื่อใส่ร้ายนาง จะให้ทนได้อย่างนั้นหรือ?
เอาเถอะ เื่นี้ซับซ้อนเกินไป ความแค้นส่วนตัวระหว่างนางกับมู่หรงหว่านหรูต้องระงับไว้ชั่วคราว นางให้ทางเลือกแก่หลงเฟยเยี่ย
ความลับของพื้นเพ น่ากลัวกว่าสิ่งอื่นใด
หลังจากได้ยินคำอธิบายของหานอวิ๋นซี เจตนาสังหารในดวงตาของหลงเฟยเยี่ยก็ไม่จางหายไป ในทางกลับกัน มันกลับมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ แม้ว่าเขาจะมอบหมีเตี๋ยเมิ่งให้กับสตรีผู้นี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสตรีผู้นี้ควรจะรู้มากเช่นนี้!
เขาไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากอี้ไท่เฟยและไม่ใช่สายเืราชวงศ์เทียนหนิง อี้ไท่เฟยคิดว่านางปกปิดมันได้ดี แต่เมื่อคนจากสำนักถังเข้ามาหาเขาเมื่อสิบปีก่อน เขาจึงได้รู้
“อย่างมากที่สุดก็ชาหนึ่งถ้วย หลังจากนั้นก็ไม่มีใครสามารถช่วยนางได้แล้ว!” หานอวิ๋นซีจริงจังมาก
และในขณะนี้ องครักษ์และคนรับใช้ต่างเดินเข้ามาและกำลังจะช่วยคนออกมา เมื่อเห็นเช่นนี้หลงเฟยเยี่ยก็เดินไปโดยไม่พูดอะไร
เมื่อมองไปที่ด้านหลังของเขา หานอวิ๋นซีก็ยังไม่สังเกตเห็นว่ามีอะไรผิดปกติ แต่ชายผู้นี้ก็คงใเช่นกัน จู่ๆ วันหนึ่งก็มาพบว่าตัวเองไม่ใช่บุตรแท้ๆ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะโเี้แค่ไหนก็ตาม คงต้องน้อยใจกันบ้างใช่หรือไม่?
หานอวิ๋นซีรีบตามหลงเฟยเยี่ยไป โบกมือให้องครักษ์และคนรับใช้ทั้งหมดออกไป เขาปรับรถม้าให้ตรง ยกม่านขึ้นเพื่อดู จึงได้เห็นมู่หรงหว่านหรูและอี้ไท่เฟยยังอยู่ในอาการหมดสติ มีรอยฟกช้ำบนใบหน้าและร่างกาย
หานอวิ๋นซีแค่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ส่งเสียง เวลาผ่านไปทีละนิด ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันไปหมด จนถึงตอนนี้นางยังสับสนเล็กน้อย มองไปที่ดวงตาสีดำเ็าของชายผู้นั้น นางไม่สามารถเดาความหมายของเขาได้
ทันใดนั้น หลงเฟยเยี่ยก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ขึ้นมา”
ขึ้นรถม้า? เขาตัดสินใจที่จะช่วยอย่างนั้นหรือ?
ต้องบอกว่าหานอวิ๋นซีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ด้วยนิสัยของชายผู้นี้ นางยังคงเชื่อว่าเขาจะเลือกที่จะฆ่าปิดปาก หากช่วยใครสักคน เื่ที่ตามมาคงจะเป็ปัญหาอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองจากอีกมุมหนึ่ง หากอี้ไท่เฟยไม่รับเลี้ยงเขา เขาก็คงไม่สามารถมีอำนาจและสถานะอย่างที่เขามีอยู่ในตอนนี้ได้ไม่ใช่หรือ มู่หรงหว่านหรูเป็บุตรสาวของอี้ไท่เฟย ไม่ว่าจะพูดอย่างไรเขาก็ไม่สามารถตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้นได้
“ขึ้นมา!” ทันใดนั้นหลงเฟยเยี่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเ็า
เช่นนี้หานอวิ๋นซีจึงจะรู้สึกตัวและรีบเข้าไปในรถม้า นางคงคิดมากเกินไป และในไม่ช้า หานอวิ๋นซีก็ตระหนักว่านางไม่ได้คิดมากไป แต่คิดเกินไปมากๆ!
หลังจากที่นางขึ้นรถม้า หลงเฟยเยี่ยก็เข้ามานั่งเช่นกันและออกรถม้าโดยไม่พูดอะไรสักคำ ความเร็วนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็ลูกธนูที่ยิงออกไป
หานอวิ๋นซีจับธรณีประตูเพื่อทรงตัวให้มั่นคงเพื่อที่นางจะได้ไม่ตก เมื่อมองไปยังหลงเฟยเยี่ยที่ใบหน้าเด็ดเดี่ยวและเ็า หัวใจของนางก็เต้นแรง
ชายผู้นี้้าทำอะไร? คิดไม่ออกเลยหนีอย่างนั้นหรือ?
เวลากำลังจะหมดลง จะปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปไม่ได้ เขาต้องตัดสินใจ!
หานอวิ๋นซีดึงความกล้าออกมาและเอื้อมมือไปจับมือของหลงเฟยเยี่ยที่ดึงบังเหียน “หลงเฟยเยี่ย ท่านใจเย็นๆ ก่อน! ข้ารู้ว่ามันยากสำหรับท่านที่จะยอมรับความจริงนี้ แต่ท่านควรใจเย็นก่อน...”
ก่อนที่จะพูดจบ หลงเฟยเยี่ยก็ดึงสายบังเหียนและหยุดกะทันหัน หานอวิ๋นซีเกือบจะหน้าคะมำลงไป แต่โชคดีที่หลงเฟยเยี่ยยื่นแขนออกมากั้นไว้ทัน
นางหันหน้ามามอง หลงเฟยเยี่ยเองก็มองมาที่นางเช่นกัน สองสายตาประสานกัน ในที่สุดหานอวิ๋นซีก็เห็นเจตนาฆ่าที่เ็าและไร้ความปรานีในดวงตาที่ลึกล้ำของหลงเฟยเยี่ย
วินาทีนั้นหัวใจเต้นไม่เป็จังหวะ หานอวิ๋นซีใและถอยห่างออกไปโดยไม่รู้ตัว ถอยหลังเข้าไปในรถม้า
ชายผู้นี้ หรือว่า...
หลงเฟยเยี่ยเปิดม่านรถ ดวงตาอันเ็าของเขากวาดมองอี้ไท่เฟยและมู่หรงหว่านหรูที่หมดสติ แล้วมองมาที่ใบหน้าหานอวิ๋นซี หานอวิ๋นซีอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทา ทันใดนั้นก็ตาสว่างขึ้นและเห็นอย่างชัดเจนว่าหลงเฟยเยี่ยหมายถึงอะไร
ชายที่โเี้ผู้นี้ เขาคือใครน่ะหรือ หลงเฟยเยี่ยผู้หงายมือขึ้นก็เป็เมฆ คว่ำมือลงก็เป็ฝน[1] เขาจะยอมให้ใครรู้ความลับของพื้นเพชีวิตของเขาได้อย่างไร?
เขาจะไปมีทางเลือกอะไรดีๆ ได้อีก นางคิดบ้าอะไรกัน? หากความลับอันเลวร้ายดังกล่าวถูกเปิดเผย เขาต้องฆ่าปิดปากแน่ๆ!
เขาจะไม่เพียงฆ่ามู่หรงหว่านหรูเท่านั้น แต่ยังฆ่านางด้วย!
พระเ้า สมองของนางเลอะเลือนไปแล้วหรือไม่? ทำไมถึงได้โง่เง่าขนาดนี้ แค่ชีวิตตัวเองก็เอาไม่รอดแล้ว คิดไม่ถึงว่านางยังจะพูดถึงจรรยาบรรณทางการแพทย์กับคนอย่างมู่หรงหว่านหรู ไหนจะคิดมากเกี่ยวกับชายผู้น่ากลัวอย่างหลงเฟยเยี่ยอีก?
นางควรจะทำให้มู่หรงหว่านหรูกลายเป็ผักเพื่อขู่อี้ไท่เฟย แล้วทำเป็ไม่ได้ยิน ไม่เห็นอะไร และเก็บเป็ความลับต่อหลงเฟยเยี่ยไปตลอดชีวิต
หานอวิ๋นซีตระหนักว่าตัวเองช่างโง่เขลาจนน่าอายเสียจริง!
ภายใต้การตรวจสอบอย่างไร้ความปรานีของหลงเฟยเยี่ย นางถอยหลังอย่างต่อเนื่องและพิงไปกับอี้ไท่เฟย
“เวลาหมดแล้วอย่างนั้นหรือ?” ทันใดนั้น หลงเฟยเยี่ยก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบาทว่ากลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกขนลุก
หานอวิ๋นซีกลืนน้ำลายและรีบตอบกลับไปว่า “มันจบลงแล้ว ไม่มีใครสามารถช่วยนางได้ ชีวิตนี้นางจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก นางจะค่อยๆ แก่ตายไป! ท่านอ๋องสบายใจได้!”
หลงเฟยเยี่ยพยักหน้าแล้วถามว่า “แล้วเ้าล่ะ?”
“ข้าจะเก็บเป็ความลับไว้ ไม่บอกใครอย่างเด็ดขาด ท่านส่งอาวุธลับให้ข้า ข้าจะตั้งใจฝึกฝน จะไม่ทำให้ท่านอ๋องผิดหวังอย่างแน่นอน ข้ายินดีลุยไฟลุยน้ำเพื่อท่านอ๋อง ข้าจะทำทุกอย่าง!”
หานอวิ๋นซีพูดโดยไม่หยุดหายใจ พูดจนแทบจะขาดอากาศหายใจ นางมองหลงเฟยเยี่ยด้วยสายตาที่ใสสะอาดเหมือนเด็กน้อย
แม้แต่ตอนที่สาบานว่าจะเรียนแพทย์ ก็ไม่เคยจริงจังและเคร่งครัดขนาดนี้
อย่างไรก็ตาม ดวงตาของหลงเฟยเยี่ยยังคงเ็าและถามอย่างเฉยเมยว่า “ทำไมข้าต้องเชื่อใจเ้าด้วยล่ะ?”
“เพราะว่า ข้ากับท่านเป็สามีภรรยากัน อยู่บนเรือลำเดียวกัน ตระกูลหานก็ล่มสลายไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างข้าต้องพึ่งพาท่าน ความปลอดภัยและเกียรติยศของท่านก็คือความปลอดภัยและเกียรติยศของข้า ถ้าท่านอยู่ข้าก็จะอยู่ ถ้าท่านตายข้าก็จะตาย ข้าไม่มีเหตุผลใดที่จะทรยศท่าน!” หานอวิ๋นซีอธิบายอย่างเร่งรีบ
“ต่อให้เ้าตาย เ้าก็ไม่มีทางทรยศข้าได้!” หลงเฟยเยี่ยพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย นี่ไม่ใช่การย้อนถาม แต่เป็การบอกความจริงแก่นาง!
ไม่รู้ว่าทำไมหานอวิ๋นซีรู้สึกกลัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะนี้ หัวใจของนางบีบรัดแน่น ความโศกเศร้าที่อธิบายไม่ได้ก็เพิ่มขึ้น จนทำให้นางรู้สึกอึดอัดมากกว่ากลัว
หานอวิ๋นซีไม่พูดอีกต่อไป นางมองไปที่หลงเฟยเยี่ยอย่างเงียบๆ ดวงตาใสสะอาด หาได้ยากที่จะเผชิญหน้าอย่างใกล้ชิดเป็เวลานาน และมองเขาอย่างใกล้ชิดเช่นนี้
ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกไม่คุ้นเคย ั์ตาลึกเ็าจนแทบมองไม่เห็นก้นบึ้งหัวใจ ความเย็นะเืไปจนถึงกระดูกที่มีมาั้แ่กำเนิด และความเย็นะเืของความเฉยเมยนี้จะเป็การต่อสู้ระหว่างราชวงศ์ในภายหลัง หากไม่ระวังชีวิตอาจตกอยู่ในอันตรายได้
หลงเฟยเยี่ย ท่าน้าจะฆ่าข้าจริงๆ หรือ?
กลายเป็ว่าในเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับข้าเป็เพียงธุรกิจแค่นั้นสินะ เงื่อนไขต่อเงื่อนไข ไม่มีแม้แต่มิตรภาพ
หากถังลี่หรือฉู่ซีเฟิงเห็นฉากนี้ พวกเขาจะต้องประหลาดใจอย่างแน่นอน ด้วยนิสัยของหลงเฟยเยี่ย จะไปพูดเื่ไร้สาระมากขนาดนี้ได้อย่างไร นอกจากอี้ไท่เฟยแล้ว ใครก็ตามที่รู้พื้นเพชีวิตของเขาจะถูกฆ่าโดยไม่มีข้อยกเว้น!
เขาคงจะลงกระบี่ไปตั้งนานแล้ว! คิดไม่ถึงว่าจะให้พื้นที่หานอวิ๋นซีพูดเช่นนี้?
เมื่อเห็นหานอวิ๋นซีเงียบไปอย่างกะทันหัน ดวงตาของหลงเฟยเยี่ยก็ฉายแววไม่พอใจ สตรีที่สมควรตายผู้นี้พูดเก่งมาตลอดไม่ใช่หรือไร? เขาอยากจะเห็นเหลือเกินว่านางจะเกลี้ยกล่อมเขาได้ดีแค่ไหน นางจะเลิกโต้เถียงไปง่ายๆ ได้อย่างไร หรือนางไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วอย่างนั้นหรือ?
กระบี่ของเขาพุ่งเข้ามาอย่างกะทันหันตรงหน้าหานอวิ๋นซี และพูดอย่างเ็าว่า “ตอบคำถามข้า!”
หานอวิ๋นซีที่ถูกเรียกสติ นางยังไม่อยากตายตอนนี้นะ!
ในฐานะหมอ แม้ว่าจะมีความหวังเพียงน้อยนิดในการช่วยชีวิตใครสักคน นางจะยึดมั่นอย่างแน่นแฟ้น ตอนนี้ เมื่อถึงเวลาต้องช่วยตัวเอง นับประสาอะไรกับความหวังเล็กๆ แม้ว่าจะไม่มีความหวัง นางก็ยังต้องพยายามอย่างหนักเพื่อสร้างความหวัง!
แม้ว่าหลงเฟยเยี่ยจะอยู่ตรงหน้า แต่หานอวิ๋นซียังคงเชิดคางอย่างกล้าหาญและพูดอย่างจริงจังว่า “ท่านอ๋อง ข้าตายไป ใครจะช่วยท่านจัดการกับจุนอี้เสีย เขาเป็เ้าแห่งพิษ ข้ามั่นใจว่าในแผ่นดินใหญ่หยุนคงมีคนไม่เกินสามคนที่สามารถแข่งขันกับเขาในด้านวิชาพิษได้และข้าเป็หนึ่งในนั้น! บางทีวิชาพิษของข้าอาจเหนือกว่าเขาก็ได้”
หานอวิ๋นซีต้องไม่รู้ว่าตอนนี้นางมีเสน่ห์เพียงใดเมื่อนางเต็มไปด้วยความมั่นใจเช่นนี้
“อีกอย่าง หมีเตี๋ยเมิ่ง ในเมื่อท่านอ๋องมอบสิ่งนั้นให้ข้าแล้ว ท่านต้องเชื่อถือวิชาพิษของข้าและข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยท่านค้นหาความลับของพิษนี้ นอกจากนี้…”
เมื่อพูดถึงเื่นี้ หานอวิ๋นซีก็หยุด ผลักกระบี่ของหลงเฟยเยี่ยออกไปเบาๆ ยิ้มอย่างใจเย็นและพูดว่า “นอกจากนี้ ข้ารับประกันได้ว่าถ้าท่านฆ่าข้าละก็ ตัวท่านเองก็คงต้อง...ตายในอีกไม่ช้า!”
ทันทีที่พูดจบ นางก็เผยยาพิษออกมาทันที ถ้าเขากล้าฆ่านาง นางก็กล้าวางยาเขา! แม้ว่าจะไม่เร็วเท่ากระบี่ของเขา แต่อย่างน้อยก็สามารถอยู่ในระดับเดียวกันได้
หลงเฟยเยี่ยมองและหลบในทันที จากนั้นก็ออกจากรถม้า
เมื่อเห็นเช่นนี้ หานอวิ๋นซีก็ยิ้มกว้างยิ่งขึ้น มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ถึงความขมขื่นที่ซ่อนอยู่ในใจของนาง
ประกายแห่งความพึงพอใจฉายแววในดวงตาของหลงเฟยเยี่ย ทว่ามันก็หายไปอย่างรวดเร็ว “หานอวิ๋นซี เ้ามีโอกาสมากมายที่จะวางยาพิษ ทำไมเ้าไม่ทำล่ะ?”
ในตอนที่เขาเข้าไปใกล้ นางอาจวางยาเขาอย่างเงียบๆ แม้ว่าเขาจะไม่อยากยอมรับ แต่ให้ตายเถอะ เขาลืมป้องกันตัวจากสตรีที่มีพิษผู้นี้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม สตรีผู้นี้แค่นำพิษออกมาในตอนท้ายเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ลงมือแต่อย่างใด
“ข้าบอกแล้ว ว่าข้ากับท่านลงเรือลำเดียวกัน” นางพูดไปพลาง และคิดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงพูดอย่างติดตลกว่า “ไม่หรอก ท่านเป็เรือของข้า แม่น้ำใหญ่ขนาดนี้ ข้าจะไปฆ่าตัวตายได้อย่างไรกัน?”
ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ของเทียนหนิง เขาคือเรือของนาง...
หลงเฟยเยี่ยไตร่ตรองประโยคนี้ด้วยความสนใจ แม้ว่าจะไม่ได้อธิบายทัศนคติออกมาอย่างชัดเจน ทว่าในที่สุดเขาก็วางกระบี่ลง
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ในที่สุดหานอวิ๋นซีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางคิดว่านางพูดถูกแล้ว ต่อหน้าชายผู้นี้ นางต้องมีค่าในการมีชีวิตอยู่
หลงเฟยเยี่ยเดินเข้ามาและโยนกระบี่ยาวให้นางอย่างไม่ตั้งใจ หานอวิ๋นซีรีบรับมันไว้ มันหนักมาก!
ชายผู้นี้หมายความว่าอย่างไร ก่อนหน้านี้ยังอยากจะฆ่านางอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับโยนกระบี่มาให้นางราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาขึ้นรถม้า ชำเลืองมองคนสองคนข้างใน แล้วพูดอย่างเฉยเมยว่า “กลับไปค่อยคุยกัน”
-----------------------------
[1] หงายมือขึ้นก็เป็เมฆ คว่ำมือลงก็เป็ฝน เป็คำอุปมาที่แปลว่า ทำตามอำเภอใจ หรือเก่งในการเล่นกลเล่ห์เหลี่ยม
