“มีเื่อะไรอย่างนั้นรึ”
นางเอ่ยถามเขาอีกครั้งด้วยความใคร่รู้ เมื่อไม่มีผู้อื่นแล้ว
“...”
เหอชางที่ถูกเลือกให้จัดการเื่นี้ หันมองหม่าเจี่ยซินด้วยความหนักใจ เขาเม้มปากตนเองเล็กน้อยคล้ายยังตัดสินใจไม่ได้ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
“อันที่จริงเื่นี้ข้าควรจะถามเ้าก่อน แต่ก่อนหน้านี้ข้าเห็นแก่ตัวจึงพาเ้ากลับมาโดยไม่ได้บอกอะไร”
นางไม่อาจเข้าใจได้ทันที ว่าเขาหมายความเช่นไร
“เื่นี้ส่วนหนึ่งเป็เพราะข้าสงสารที่เ้าไม่เหลือใคร แต่ส่วนหนึ่งก็เป็เพราะความเห็นแก่ตัวของข้า ซินซินข้า..”
เมื่อแววตาของเหอชางสั่นไหว หัวใจของหม่าเจี่ยซินก็พลันกระตุก แม้นางไม่รู้ว่าเขาจะพูดเื่อะไร แต่ลางสังหรณ์ที่ผุดขึ้นมาบอกนางว่ามิใช่เื่ดีอย่างแน่นอน ในใจจึงเริ่มรู้สึกแย่
“มีอะไร ท่านก็พูดออกมาเถอะ อย่าได้กลัวว่าข้าจะรับไม่ได้”
“ได้ ซินซินเ้าเห็นหรือไม่ว่าข้ามีบิดาสองคน”
หม่าเจี่ยซินพยักหน้า นางจ้องมองเขานิ่ง ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
“อันที่จริงแล้วั้แ่เกิดมาข้ามีบิดาทั้งหมดสามคน มีท่านปู่ทั้งหมดสี่คน แต่ว่ากลับมีท่านย่าและท่านแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น... เ้าเข้าใจเื่นี้หรือไม่”
นางตั้งใจฟังเขาพูดเป็อย่างยิ่ง แต่กลับไม่เข้าใจเลยเื่ที่เขาพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร
“ซินซิน หากเ้าแต่งงานกับข้า เ้าจะต้องแต่งกับพี่ชายทั้งสามของข้าด้วย เ้าเข้าใจหรือไม่”
ตึง ตึง ตึง
หม่าเจี่ยซินแทบล้มทั้งยืน เข่าของนางทรุดลงพื้นไปในทันทีที่เข้าใจคำพูดของเขากระจ่าง เหอชางจึงตวัดมือมารับร่างผอมบางของนางเอาไว้อย่างรวดเร็วด้วยความใ
จะต้องแต่งกับพี่ชายทั้งสามของเขาด้วยเช่นนั้นรึ?
นี่มันเื่บ้าอะไร
เหอชางกำลังล้อนางเล่นอยู่ใช่หรือไม่?
ไม่เช่นนั้นการแต่งงานที่มีบุรุษมากกว่าหนึ่งคนจะเป็ไปได้อย่างไร
แล้วหม่าเจี่ยซินก็นึกไปถึงเื่ราวแปลกประลาดของบางชนเผ่าที่กำหนดให้ภรรยาหนึ่งคนสามารถแต่งงานสามีได้หลายคนจากสื่อต่างๆ ที่เธอเคยได้เห็นและได้ฟังในชาติก่อน ซึ่งเื่เช่นนี้ในบางพื้นที่ที่มีความจำเป็บางอย่างก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร
เพียงแต่ตระกูลเหอก็มีค่านิยมเช่นนั้นด้วย อย่างนั้นรึ?
เพราะอะไรล่ะ
และเมื่อพยายามเค้นหาเื่ราวสถานะทางสัมคมของคนในยุคนี้จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม หม่าเจี่ยซินกลับไม่พบเื่ราวทำนองนี้อยู่ในหัวเลย
ในยุคนี้เป็ยุคสมัยที่สังคมตีกรอบเื่ในเรือนเอาไว้อย่างชัดเจน โดยอนุญาตให้บุรุษสามารถมีภรรยาได้หลายคน แต่กลับเคร่งครัดให้หญิงสาวมีสามีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น แล้วตระกูลเหอที่เป็คนในโลกนี้ยุคนี้เหตุใดถึงได้มีธรรมเนียมที่ผิดแปลกไปเช่นนี้
มันจึงมีความเป็ไปได้เดียวว่าตระกูลเหออาจจะไม่ได้มีธรรมเนียมเหมือนกับผู้อื่นและอาจจะเป็เหตุผลที่ทำให้พวกเขามาอาศัยอยู่ในป่าลึกเยี่ยงนี้
เพียงแต่ชาติก่อนหม่าเจี่ยซินเป็คนยุคสองพันยี่สิบเอ็ด เกิดมาในสังคมที่นิยมสามีภรรยาหนึ่งต่อหนึ่ง เมื่อต้องมารับรู้ว่าครอบครัวของบุรุษที่นางตัดสินใจตัดงานด้วยอย่างรวดเร็วมีธรรมเนียการแต่งภรรยาเช่นนี้ หม่าเจี่ยซินก็รู้สึกตกตะลึงและอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
“ซินซิน”
เห็นนางเงียบไป แววตาเต็มไปด้วยความใและหวาดหวั่น เหอชางก็เอ่ยเรียกสติของนางให้กลับมาพูดคุยกับเขา หม่าเจี่ยซินจึงเงยหน้ามองบุรุษที่เมื่อวานนางเพิ่งตอบตกลงเป็ภรรยาของเขาด้วยความเสียใจ สายตาเต็มไปด้วยการตำหนิและต่อว่า
หลอกลวง เขาจงใจหลอกลวงนางชัดๆ
เพราะเห็นนางไม่มีใครให้พึ่งพา เขาถึงได้ทำเช่นนี้ใช่หรือไม่
“ท่าน...”
ยังไม่ทันได้ต่อว่าเขา สติของหม่าเจี่ยซินก็ดับวูบ เหอชางจึงรับร่างที่กำลังจะร่วงลงไปอย่างกระทันหันเอาไว้ด้วยความใ แล้วร้องเรียกเหอหยวนพี่ใหญ่ของเขาซึ่งมีวิชาแพทย์ออกมาดูอาการของนางด้วยความร้อนใจ
“นางไม่ได้เป็อะไรมาก เพียงถูกทำให้ตื่นตระหนกมากเกินไปเท่านั้น”
ตรวจดูอาการของหม่าเจี่ยซินแล้ว เหอหยวนก็หันมาบอกน้องชายและบิดาทั้งสองที่กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยกับเื่ที่เพิ่งค้นพบบนร่างกายของหม่าเจี่ยซิน
“เหตุใดร่างกายนางถึงได้มีรอยฟกช้ำมากมายถึงเพียงนี้”
เหอหยวนจ้องมองเหอชาง ราวกับผู้ที่กระทำเื่นี้เป็น้องชายตน ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าไม่ใช่
หลังตรวจร่างกายของหม่าเจี่ยซินไปรอบหนึ่ง เขาก็พบว่าร่างกายของนางเพิ่งถูกทำร้ายมาอย่างหนักมา แม้าแภายนอกในตอนนี้จะเริ่มหายแล้ว แต่โดยรวมร่างกายยังคงในสภาพอ่อนแอ
“ตอนที่ข้าไปถึงซินซินก็ถูกป้าสะใภ้ของนางทุบตีจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว ยังดีที่มียาของพี่ใหญ่ที่ให้ข้าพกติดตัวเอาไว้ หลังพานางออกมาจากบ้านหลังนั้นข้าก็แบ่งให้กินไปเม็ดหนึ่ง แต่ซินซินก็ยังคงหมดสติไปนานถึงสามวัน ตลอดทางข้าจึงจำต้องแบกนางเอาไว้แล้วค่อยๆ เดินกลับมาทีละก้าว ด้วยเหตุนี้ถึงได้ใช้เวลาเดินทางกลับมานานมากกว่าปกติไปถึงสองวัน”
เหอชางบอกเล่าเื่ราวหลายวันมานี้คร่าวๆ ให้ทุกคนได้รับรู้ ก่อนจะบอกเล่าเื่ราวชีวิตที่สูญเสียครอบครัวไปอย่างไม่คาดฝันของนางและความสัมพันธ์ของตนกับหม่าเฉิงหนิงผู้เป็พี่ชายของหม่าเจี่ยซินต่อไปอีกหลายประโยค
หลังได้ฟังเื่ราวต่างๆ จากปากเหอชางแล้ว เหอคงกับเหอเจาก็พาถอนหายใจ ด้วยไม่คิดว่าเด็กสาวผู้หนึ่งจะต้องมาพบเจอกับเื่ราวเลวร้ายเช่นนี้ ในใจจึงอดนึกสงสารหม่าเจี่ยซินไม่ได้
ผู้อื่นมีชะตาชีวิตรันทดถึงเพียงนี้แล้ว พวกเขายังจะบังคับให้นางแต่งงานกับลูกชายสี่ของตนอีกได้อย่างไร
“หากไม่แต่งงานกับพวกเ้า เช่นนั้นนางจะทำอย่างไรต่อ เ้าจะส่งนางกลับไปอยู่กับผู้ใด”
เหอเจาเอ่ยถามบุตรชายคนที่สี่ เหอชางนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วจึงส่ายหน้าเบาๆ เป็คำตอบให้บิดา
บ้านท่านลุงของหม่าเจี่ยซินหลังนั้น นางไม่อาจกลับไปได้แล้ว มิเช่นนั้นคงหนีไม่พ้นต้องโดนกู้ซื่อใช้งานเยี่ยงวัวและถูกทุบตีจนตาย แต่หากไม่พานางกลับไปที่นั่น เหอชางก็ไม่รู้ว่าควรพาหม่าเจี่ยซินกลับไปส่งที่ใด เพราะเขาไม่ได้รู้จักกับญาติคนอื่นของนาง ดังนั้นตอนนี้เหอชางจึงไม่มีคำตอบใดๆ ให้บิดา ทำได้เพียงรอให้หม่าเจี่ยซินตื่นขึ้นมาเสียก่อน แล้วค่อยคุยเื่นี้กับนางอีกครั้ง
อันที่จริงเหอชางไม่เคยมีความคิดที่จะส่งนางกลับคืนไปมาก่อน ั้แ่ไปรับคนแทนเหออันแล้วพบว่าสตรีผู้นั้นคือ น้องสาวของสหายที่เขาไม่ได้เจอั้แ่หม่าเฉิงหนิงจากไป เหอชางก็คิดเพียงแต่จะพานางกลับมาเท่านั้น
ส่วนเื่การแต่งงาน หลังได้รับคำตอบตกลงจากหม่าเจี่ยซินเขาก็เริ่มมองนางเป็คนของตนเองไปแล้ว ยามนี้เมื่อบิดากล่าวว่าหากนางไม่ยินยอมตกลงก็ให้ส่งคนกลับไป เหอชางก็พลันมีความรู้สึกไม่ยินยอมผุดขึ้นมาในใจ
เพียงแต่เขาไม่ยินยอมแล้วอย่างไร หากสุดท้ายนางยอมรับเื่ที่ต้องตบแต่งกับพี่ชายของเขาด้วยไม่ได้ เื่ของเขาและนางก็ย่อมเป็ไปไม่ได้อยู่ดี
“หากไม่้าส่งนางกลับไป เื่นี้ยังไงก็คงต้องให้นางค่อยๆ คิดและทำใจยอมรับ เมื่อก่อนมารดาของพวกเ้าก็ใช่ว่าจะยินดีและยินยอมตบแต่งให้พวกข้าสามพี่น้องในทันทีเช่นกัน เอาล่ะ ค่ำมากแล้วพวกเราออกไปกินมื้อค่ำกันเถอะ”
เหอคังเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเหอเจา ในห้องจึงเหลือสามพี่น้องสกุลเหอนั่งและยืนอยู่เงียบๆ
___________________________________________
ฝากกดติดตามและหัวใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
