ส่วนวิชาลับ《กระดูกปีศาจวายุ》ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เพราะการฝึกฝนวิชาลับนี้นั้นจำเป็ต้องมีสภาพแวดล้อมบางอย่างร่วมด้วย จูชิงจึงไม่รีบร้อนเท่าไหร่นัก
“โฮ่งๆๆ!” เสียงสุนัขโลกันตร์สามหัวดังก้องมาแต่ไกล
สุนัขโลกันตร์สามหัวออกจากรังไหมมาั้แ่ครึ่งปีก่อนแล้ว นอกจากสีตัวที่เข้มขึ้นแล้วเขาก็ยังมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใดอื่นๆ
ัคะนองน้ำน้อยกับสุนัขโลกันตร์สามหัวเที่ยวเตร่รอบเกาะทุกวัน เมื่อพวกมันกลับมาก็มักจะมีเหยื่อสองสามตัวติดไม้ติดมือกลับมาด้วยเสมอ ตัวตะกละทั้งสองมองจูชิงอย่างใจจดใจจ่อ รอให้จูชิงบำเพ็ญเพียรเสร็จแล้วย่างเนื้อให้พวกมันกิน
ส่วนเถาวัลย์ปีศาจ์นั้นเป็ปีติสุดแสนเมื่อเข้ามาอยู่ในเกาะโดดเดี่ยว มันแยกตัวออกจากร่างกายจูชิง หยั่งรากลงใจกลางเกาะ
ไม่รู้ว่าเป็เพราะพลังฟ้าดินที่สมบูรณ์เหลือล้ำของที่นี่หรือเปล่า เถาวัลย์ปีศาจ์จึงผลิดอกอีกครั้ง อีกทั้งยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า ความเร็วในการดูดซับพลังปราณฟ้าดินเองก็น่าพรั่นพรึงเช่นกัน
ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็ไปในทิศทางที่ดี จูชิงกวาดสายตามองมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ทุกครั้งที่จ้องมองระยะเวลาก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากบำเพ็ญเพียรแล้ว สิ่งที่เขาทำก็คือจ้องมองท้องทะเล
หนึ่งปีผ่านไปแล้ว เขาอาศัยอยู่เพียงลำพังบนเกาะแห่งนี้มาเป็เวลาหนึ่งปีแล้ว!
เกาะโดดเดี่ยวตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่มีใครให้พูดคุยด้วย ชีวิตแสนน่าเบื่อจนจูชิงแทบตรอมใจ ถ้ามิใช่เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการบำเพ็ญเพียร จูชิงยังนึกสงสัยว่าบางทีเขาอาจเป็บ้าไปแล้วก็ได้
วันนี้จูชิงยังมิได้บำเพ็ญเพียร แววตาเลื่อนลอยมองดูมหาสมุทร
ทันใดนั้นเองมีจุดสีดำปรากฏขึ้นบนผิวน้ำ จูชิงม่านตาหดเล็กเหลือเท่ารูเข็ม ลุกขึ้นยืนโดยพลันทันใด!
สุนัขโลกันตร์สามหัวกับัคะนองน้ำน้อยที่กำลังเล่นน้ำทะเล ขณะนั้นพวกมันสังเกตเห็นความผิดปกติของจูชิงจึงวิ่งแจ้นเข้าไปหาด้วยความกระวนกระวายใจ
ตัวตะกละทั้งสองมิได้กลัวเกรงสัตว์อสูรทะเล ไม่ว่าจะเป็สุนัขโลกันตร์สามหัวหรือว่าัคะนองน้ำน้อยล้วนแข็งแกร่งด้วยกันทั้งคู่ พวกมันไม่ไปหาเื่สัตว์อสูรทะเลก็ดีเท่าไหร่แล้ว สัตว์อสูรทะเลที่ไหนจักกล้าล่วงเกินพวกมัน
จุดสีดำบนผืนน้ำขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ลักษณะคล้ายกับเรือรบเหล็ก!
“เฮ้ๆๆ!” จูชิงะโเสียงดัง
ทว่าเรือรบเหล็กไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแต่อย่างใด เนื่องจากระยะห่างกันเกินไป เสียงของจูชิงจึงส่งไปไม่ถึงเรือรบ
แขนขวาของจูชิงสั่นะเื ลมปราณัแปรเปลี่ยนเป็ธนูหลัวโหว จูชิงเหนี่ยวสายธนู หยดเืัในตันเถียนสั่นไหวไม่หยุด
“วิ้ง!” ลูกธนูพวยพุ่งดั่งอัสนีโลหิตทะยานขึ้นฟ้าในชั่วพริบตา!
“ตู้มม!” เสียงกัมปนาทอึกทึก ลูกธนูโลหิตะเิสลายไปในอากาศ เสียงดังสะท้องก้องไปหลายสิบลี้
ทันทีที่ลูกธนูโลหิตะเิ ท้องฟ้าถูกย้อมเป็สีแดงฉาน ลมปราณัแตกเป็เสี่ยงๆ ประหนึ่งดอกไม้ไฟขนาดใหญ่!
“ลุงสอง ดูนั่นสิ!” บนเรือรบเหล็ก เด็กสาวผิวคล้ำชี้ไปที่ดอกไม้ไฟบนฟ้า
“มีคนอยู่บนเกาะ!” ชายอีกคนหนึ่งบนเรือมีดวงตาเฉียบคมราวกับเหยี่ยว เขาเห็นจูชิงยืนโบกมือะโอยู่บนเกาะแม้ว่าจะอยู่ไกลออกไปหลายสิบลี้
“เจอเรืออับปางงั้นรึ!” เด็กสาวผิวคล้ำเอ่ยถาม
“ไม่แน่ใจ!” ชายผู้นั้นส่ายหัว
“เทียบฝั่ง!” เด็กสาวผิวคล้ำสั่งการ ลูกเรือหมุนหางเสือทันที แล่นตรงไปยังเกาะที่จูชิงอยู่
ครั้นเห็นว่าเรือมุ่งหน้าตรงมา จูชิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดเขาก็ได้ออกไปจากเกาะผีสิงนี่แล้ว
เมือเรือเทียบฝั่ง สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของจูชิงก็คือเด็กสาวคนนั้น แม้ว่าผิวกายจะดำคล้ำ ทว่าดวงตากลับกระจ่างใสบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน
“เ้าเป็จอมยุทธ์งั้นรึ?” เด็กสาวมองกล้ามเนื้อแขนซึ่งมีแค่เล็กน้อยของจูชิงแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
จูชิงพยักหน้า “ข้าเป็จอมยุทธ์ ทว่าขั้นบำเพ็ญเพียร...”
“หลอมกายาเก้าชั้นฟ้า? นับว่าไม่เลว เข้าร่วมกับสกุลซินสิ แล้วข้าจะพาเ้าไปจากที่นี่” เด็กสาวชี้เรือลำใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง
“เข้าร่วม? หมายความว่าอย่างไร” จูชิงถาม
“หมายความว่าเ้าต้องเป็ลูกเรือให้กับพวกเรา” เด็กสาวตอบ
“ไม่มีปัญหา!” จูชิงยิ้ม มือหนึ่งอุ้มสุนัขโลกันตร์สามหัว อีกมือหนึ่งอุ้มัคะนองน้ำ ะโขึ้นไปบนเรือรบเหล็ก
“สัตว์เลี้ยง? บนเรือของพวกเราไม่ได้มีอาหารมากนัก ถ้าเอาพวกมันมาเป็อาหารก็ว่าไปอย่าง” เด็กสาวทำหน้าไร้เดียงสามองสุนัขโลกันตร์สามหัว น้ำลายไหลหยดจากมุมปาก
สุนัขโลกันตร์สามหัวแยกเขี้ยว มันเห่าสองสามครั้งอย่างไม่พอใจ ถ้าไม่ใช่เพราะจูชิงกดหัวมันไว้มันก็คงกินผู้หญิงหน้าโง่นี่ไปแล้ว
“มีของกินมากมายบนเกาะนี้ ไม่จำเป็ต้องกินสัตว์เลี้ยงของข้าหรอก” จูชิงยิ้ม
“เ้าบอกว่ามีของกินอยู่บนเกาะ เป็เื่จริงงั้นรึ?” ดวงตาของเด็กสาวเป็ประกายจับจ้องมองจูชิง
สายตาของเด็กสาวที่มองมาทำให้จูชิงขนลุกเล็กน้อย เขาพยักหน้าหงึกหงัก “มีกระต่ายป่า ไก่ป่า มีทั้งกวางแล้วก็ผลไม้...”
“ลุยกันเลย!” จูชิงยังพูดไม่ทันจบเด็กสาวก็หยิบมีดสั้นออกมาจากเอวแล้วะโลงไปจากเรือ
ชายร่างใหญ่สามคนะโตามลงมา ดวงตาเขียวคล้ำราวกับหมาป่าหิวโหยไม่ได้กินอะไรมาหลายเดือน
“ตื่นเต้นขนาดนั้นเชียว!” จูชิงชำเลืองมองปลาตัวใหญ่ที่ห้อยอยู่บนเสากระโดงเรือ ปลาตัวนั้นดูท่าจะหนักหลายร้อยชั่ง แบ่งกันกินได้อย่างสบายๆ
“ปลาตัวนั้นกินไม่ได้ ต่อให้พวกเราต้องอดตายก็ห้ามแตะต้องมันเด็ดขาด” ชายคนหนึ่งยิ้มให้กับจูชิง
“ข้าซินต้าลี่!” ชายคนนั้นยื่นมือ
“ข้าจูชิง!” จูชิงยิ้มตอบแล้วจับมือกับเขา
เรือลำนี้เป็เรือล่าสัตว์ มีคันศรั์สองคันสลักอักขระิญญาไว้ คันศรแต่ละคันมีโซ่หนาหนึ่งแขนขึงตรึงอยู่ บนโซ่เหล็กเองก็มีอักขระิญญาสลักอยู่เช่นเดียวกัน
“ลุงสอง ลุงสอง ที่นี่มีของกินอยู่เต็มไปหมด พอให้กินได้ตลอดทั้งปีเลย!” เด็กสาววิ่งกลับมาพร้อมผลไม้ป่ากองใหญ่ มีสองลูกคาบอยู่ในปาก
สภาพดูไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ในทางกลับกันกลับให้ความรู้สึกไร้เดียงสาน่าเอ็นดู
“ที่นี่อยู่ห่างจากเส้นทางเดินเรือของพวกเราแค่ไม่กี่สิบลี้ แต่ข้ากลับไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน ใช้ที่นี่เป็จุดพักชั่วคราวเลยก็แล้วกัน” ซินต้าลี่ยิ้ม
“ต่อจากนี้ไปพวกเราไม่ต้องทนกินกากเหล้าแล้ว!” เด็กสาวตบหน้าอกแบนราบบ่งบอกว่านางมีความสุขมาก
ถ้าให้จูชิงบรรยายรูปร่างของเด็กสาว คงอธิบายแค่ว่า...ราบพอจะเฆี่ยนม้าห้อเหยียดได้ เรียบยิ่งกว่าผู้ชายเสียอีก เทียบกับสาวงามอย่างซั่งกวานจือหนิงกับจ้าวจิ้งไม่ได้เลยสักนิด
พวกเขากลับมาทีละคนสองคน แต่ละคนต่างถืออาหารเต็มสองมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม พวกเขามีความสุขมากเหลือเกิน จากนี้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่บนเรือเหมือนก่อนแล้ว
เรือล่าสัตว์ลำนี้เป็ของสกุลซิน คนที่อยู่บนเรือมีทั้งคนสกุลซินแล้วก็คนที่สกุลซินว่าจ้างเป็ลูกเรือ
สกุลซินไม่ใช่ตระกูลใหญ่ ทั้งสกุลมีเพียงเรือล่าสัตว์ลำนี้ลำเดียวเท่านั้น พวกเขาต้องส่งมอบทรัพยากรทุกเดือนทำให้พวกเขาแทบไม่มีเวลาได้พักเลยตลอดทั้งปี
เนื่องจากเป็ตระกูลเล็กๆ ทำให้สกุลซินไม่มีเงินมากพอที่จะว่าจ้างจอมยุทธ์ได้ อีกทั้งปกติแล้วจอมยุทธ์ก็ไม่ค่อยเต็มใจทำงานกับสกุลซินเท่าไหร่นัก ประการแรกก็คือเรือเล็กมิได้ปลอดภัยมากพอ ประการที่สองก็คือผลตอบแทนที่ได้รับนั้นน้อยมาก
ดังนั้นเมื่อเด็กสาวเห็นจูชิง นางจึงไม่รอช้ารีบรับสมัครจูชิงเป็ลูกเรือ แม้ว่าจะเป็ขั้นหลอมกายาเก้าชั้นฟ้าซึ่งมิได้แข็งแกร่งเท่าไหร่นัก ทว่าเขาก็สามารถทำอะไรได้มากมายบนเรือล่าสัตว์
ถึงการออกล่าสัตว์ทะเลจะมีข้อกำหนดบางอย่างที่ต้องใช้ผู้บำเพ็ญเพียรยุทธ์ ทว่านั่นมิได้สำคัญ พวกเขามีคันศรั์เป็อาวุธหลัก ตราบใดที่ยังสามารถใช้คันศรั์ได้ พลานุภาพก็ไม่ได้แตกต่างกับขั้นหลอมกายาเก้าชั้นฟ้ากับเคลื่อนขั้นย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรือล่าสัตว์ก็คือคันศรั์ที่ติดตั้งอยู่บนเรือ มันเป็กุญแจสำคัญซึ่งทำให้พวกเขาสามารถล่าสัตว์อสูรทะเลได้
ท้ายที่สุดแล้วมหาสมุทรก็เป็โลกของสัตว์อสูริญญา ไม่ว่าจะเป็จอมยุทธ์สร้างลมปราณหรือหลอมลมปราณ เมื่อใดที่ย่างก้าวเข้ามาในมหาสมุทรความแข็งแกร่งก็จักลดด้อยถอยลง การเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรทะเลนั้นมิต่างอันใดกับฆ่าตัวตาย
จำนวนคันศรั์บนเรือล่าสัตว์เป็ตัวกำหนดความสามารถในการล่าสัตว์อสูร อย่างสกุลซินที่มีคันศรั์เพียงสองคันนับว่าเป็เรือล่าสัตว์ขนาดเล็กที่สุด อีกทั้งสภาพของคันศรั์ก็ทรุดโทรมมาก อักขระิญญาส่วนใหญ่ถูกทำลายจวนจะหมดแล้ว
“อักขระิญญาพวกนี้ไม่ได้ซับซ้อนเท่าไหร่” จูชิงมองคร่าวๆ ก็รู้โครงสร้างของอักขระิญญาได้อย่างชัดเจน
อักขระิญญาบนคันศรั์เพียงผสมผสานอักขระิญญาทั่วไปหลากหลายแบบ ซึ่งสามารถขับเคลื่อนพลังได้จากการกระตุ้นด้วยลมปราณเพื่อยิ่งลูกธนูออกไป
อย่างไรก็ตาม อาจเพราะมันเป็คันศรั์ระดับต่ำสุด ดังนั้นอักขระิญญาจึงไม่ได้ซับซ้อนเท่าไหร่นัก ให้จูชิงศึกษาสักสิบครั้งก็น่าจะเข้าใจรูปแบบการผสานการอักขระิญญาได้แล้ว
“ดูจากร่างกายเ้าแล้วคงไม่มีเรี่ยวแรงสักเท่าไหร่” ชายตัวใหญ่คนหนึ่งมองจูชิงอย่างเหยียดหยาม
“อย่างน้อยๆ ก็แข็งแกร่งกว่าเ้าแล้วกัน” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
ทันใดนั้นใบหน้าของชายผู้นั้นก็แปรเปลี่ยนเป็อัปลักษณ์ “ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มางัดข้อกับข้าสักหน่อยเป็ไง!”
การงัดข้อเป็วิธีการประลองรูปแบบหนึ่งบนเรือล่าสัตว์ บนเรือล่าสัตว์นั้นลมปราณเป็เื่รอง สิ่งสำคัญที่สุดก็คือพละกำลัง ไม่ว่าจะต่อสู้กับสัตว์อสูรทะเลหรือแบกร่างของมันล้วนแล้วต้องใช้พลังทั้งสิ้น ใครหมัดใหญ่กว่าผู้นั้นก็คือผู้แข็งแกร่ง
“เอาสิ!” จูชิงยิ้มแล้วยื่นมือออกไป
“แขนเล็กเท่าไม้จิ้มฟัน ข้าจะหักมือเ้าให้ดู!” ครั้นเห็นแขนของจูชิง ชายร่างกำยำก็หัวเราะสะใจ แขนของเขาใหญ่เกือบเท่าต้นขาของจูชิง เพียงมองก็เห็นได้ว่าผู้ชายคนนี้แข็งแกร่งมาก จูชิงยังห่างชั้นอีกหลายขุม
