“วันนี้น้าเดือนยังต้องไปทำงานอีกหรือครับ… ”
พิงค์ถามด้วยความสงสัย เพราะได้ยินเดือนวาดบอกว่าหล่อนลาออกจากงานแล้วนี่นา
ทุกวันนี้เดือนวาดทำงานเป็นักร้องกลางคืนอยู่ที่ร้านอาหารกึ่งบาร์เบียร์แห่งหนึ่ง
“วันนี้น้าทำงานวันสุดท้ายแล้วจ้ะพิงค์… ”
เดือนวาดตอบคำถามที่พิงค์สงสัย…
ก่อนจะก้าวเดินออกมาจากประตูบ้านเพื่อมาโบกเรียกรถแท็กซี่อย่างที่เคยทำเป็ประจำทุกค่ำคืนเมื่อใกล้ถึงเวลาทำงาน ก็คือการร้องเพลงที่จะเริ่มในตอนสองทุ่ม ยาวไปจนถึงเที่ยงคืนซึ่งเป็เวลาร้านปิด
ด้วยสายตาเห็นห่วง…
พิงค์มองตามรถแท็กซี่สีเขียวสลับเหลืองที่โฉบเข้ามาจอดข้างทาง รับเดือนวาดไปส่งยังร้านอาหารซึ่งเป็ที่ทำงานของหล่อน
ถ้าเลือกได้…
พิงค์ไม่เคยอยากให้เดือนวาดต้องออกไปทำงานกลางคืน เพราะว่าอาชีพเต้นกินรำกินที่ต้องอวดเรือนร่างอยู่ท่ามกลางบรรดาอาเสี่ยกระหายกามทั้งหลาย
ที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดมาแล้วหลายครั้ง เมื่อลูกค้าจอมหื่นบางรายเมามากจนขาดสติ ห้ามใจไม่ไหวพยายามลวนลามหล่อน แต่โชคดีที่เดือนวาดรอดมาได้ตลอด
พิงค์นึกสงสารเดือนวาด…
อดไม่ได้ที่จะเปรียบความงามของหล่อนกับดอกไม้งามที่ต้องกลายเป็ดอกไม้ราตรี ทุกค่ำคืนต้องเบ่งบานอยู่ท่ามกลางแสงสีของราตรีกาลอันหม่นมัว
ถ้าเลือกได้...
พิงค์ไม่อยากให้ดอกไม้งามดอกนี้ต้องมาเบ่งบานอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้าเคล้าควันบุหรี่ รายล้อมไปด้วยหมู่ภมรซึ่งล้วนเป็ชายชาตรีมากหน้าหลายตา เห็นแล้วพิงค์ยิ่งรู้สึกเป็ห่วงเดือนวาดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ในเวลาต่อมา
ขณะที่เดือนวาดกำลังยืนอยู่บนเวที เป็เพลงสุดท้ายที่ต้องร้องก่อนจะเลิกงาน
แต่แล้วจู่ๆ ก็มีผู้ชายร่างท้วมใหญ่มาดอาเสี่ยคนหนึ่งเดินเข้ามาทรุดกายลงนั่งภายในร้าน
“สวัสดีค่ะเสี่ยพจน์… ”
