“ป่ะค่ะ คนสวยแต่งตัวกัน” พี่สาวประเภทสองหันมาบอกฉัน เธอพาฉันเดินออกมาอีกห้องหนึ่งซึ่งหน้าจะเป็ห้องไว้สำหรับแต่งตัว ฉันเปลี่ยนชุดเสร็จก็มานั่งแต่งหน้ากับพี่สาวประเภทสองแล้วก็สาวน้อยที่ฉันเจอเมื่อตอนมาถึงที่นี้
“นี่เรานะชื่ออะไร พี่ยังมีรู้ชื่อเราเลย” ฉันหันไปถามสาวน้อยคนสวย
“ของขวัญค่ะ” เธอหันมาตอบพร้อมกับยิ้มหวานมาให้
“ชื่อน่ารักจัง” ชื่อน่ารักจริงๆ
“ลูกสาวพี่เองแหละ ปั้นมากับมือ เขาเป็บิวตี้บล็อกเกอร์ด้วยนะ มาคอยเป็ลูกมือพี่หาวิชาเพิ่มเติม เด็กคนนี้ขยันดีนะ” พี่ช่างแต่งหน้าเล่าให้ฟัง
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่า ชมของขวัญจนตัวจะลอยแล้วนะ” ของขวัญบอกพร้อมกับขำ
“จ้า คุณลูกสาว” พี่ช่างแต่งหน้าตอบ ฉันรู้สึกถูกชะตาเด็กคนนี้จังเลยเหะ
“หน้าใสมากเลยค่ะ น้องไลลา” ช่างแต่งหน้าออกปากชม ฉันยิ้มตอบ
“เนี้ย...รู้อะไรไหม เ้าของแบรนด์นะ เขาเจาะจงมากเลยนะว่าต้องเป็เราเท่านั้นนะ” พี่ช่างแต่งหน้าบอก
“หรอค่ะ” ฉันหลับตาลงเพื่อให้ช่างแต่งกรีดตาได้สะดวก
“บอสของพวกพี่เนี้ยก็เป็เพื่อนกับเ้าของแบรนด์นั่นแหละแล้วก็เป็หุ้นส่วนกันด้วย เห็นว่าวันนี้จะเข้ามาดูเราถ่ายด้วยนะ” ใครกันนะรู้จักฉันด้วยหรอ.. ไม่ได้ดังขนาดนั้นซะหน่อย
“เอาล่ะเรามาเริ่มถ่ายกันเถอะ” เสียงพี่ตากล้องบอก
ทุกคนต่างทำงานกันอย่างขันแข็ง ฉันโพสต์ท่าทางอย่างมืออาชีพ ใช้เวลาสามชั่วโมงกว่าก็ถ่ายเสร็จ
“สวยมาครับ เอาล่ะเก็บของได้ ไลลาอยากดูรูปตัวเองหน่อยไหม” พี่ตากล้องถาม
“ค่ะ” ฉันเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างพี่ตากล้อง ว๊าว...รูปสวยมาเลยดูเป็ธรรมชาติมากอ่ะ
“สวยมากเลยนะ โพสต์ท่าเก่งนะเราเนี้ย” พี่ตากล้องออกปากชม
“ขอบคุณค่ะ ก็เพราะได้ตากล้องมืออาชีพนี้ล่ะคะรูปถึงออกมาดี” ฉันก็ชมเขากลับเหมือนกัน
“เป็ไงกันบ้างทุกคน โอเครดีไหม” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นอยู่ด้านหลัง
“โอเครครับบอส น้องไลลามืออาชีพมากเลยครับ” ฉันหันไปมองพร้อมกับยกมือไหว้บอสของพวกเขา บอสก็เดินมาอยู่ด้านหลังฉันกับพี่ตากล้องเพื่อมาดูรูปกับพวกเรา
“ถ่ายเสร็จกันแล้วใช่ไหม” แล้วก็มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น
พอได้ยินเสียงนั้น ใจฉันก็หล่นวูบ รู้สึกเหมือนมีใครมากดปุ่ม stop ร่างกายฉันไว้ เสียงนั้นฉันจำได้ดีไม่มีวันลืมหรือมันไม่เคยลืมเลยต่างหาก มิโน่ ฉันไม่กล้าหันหลังกลับไปมองด้วยซ้ำ ทำไมนะ โลกมันชั่งกลมเหลือเกิน ฉันรับรู้ได้ทันทีว่าเขามายืนอยู่ด้านหลังฉันแล้ว ก็เพราะกลิ่นตัวของเขาที่ไม่ใช่มาจากน้ำหอมฉันจำมันได้ดี
“สบายดีรึเปล่าไลลา” เขาถาม ฉันรู้สึกเหมือนว่าทั้งสูตดิโอดูเงียบลงเพื่อฟังฉันกับเขายังงั้นแหละ
“สบายดี” ฉันจำต้องหันหน้าไปคุยกับเขา เพราะไม่อยากเสียมารยาท มิโน่ เขายังดูดีรึอาจจะดูดีกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำ จู่ๆ ใจฉันก็เต้นแรงอย่างไม่รู้สาเหตุ นี่อย่าบอกนะว่าฉันหวั่นไหวกับใบหน้าคมเข้มที่เอาแต่จ้องหน้าฉันพร้อมกับอมยิ้มกรุ้มกริ่ม บ้าชะมัด ฉันเผลอยิ้มตอบอย่างไม่รู้ตัว
“ไปกินข้าวกันไหม” อยู่ดีๆ เขาก็ชวนไปกินข้าวซะงั้น เอาไงดี
“เออ..” ฉันใบ้รับประทานไปชั่วขณะ แล้วก็มีเสียงบอสพูดขึ้น
“ไปด้วยกันนะไลลา ไปกันหมดนี้แหละ” เสียงพี่ๆ ทีมงานพากันเฮยกใหญ่
“ค่ะ” เผลอตกลงไปซะงั้น อยากตบปากตัวเองชะมัด
มิโน่แอบยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนล้อเลียนฉันเลย ทำให้ฉันนึกถึงภาพในวันวานที่เขาชอบทำอยู่บ่อยๆ ไม่เคยออกไปจากใจเลยนะ
เฮ้อออ..ไลลาเอ้ย
