ดัชนี์หลานซี ทักษะวิชาของตระกูลโอวหยาง ในโลกโลกขั้วทมิฬถือว่าเป็วรยุทธ์ขั้นลึกลับระดับสูง ว่ากันว่าบรรพบุรุษตระกูลโอวหยางเคยใช้วรยุทธ์นี้สังหารคนร้อยคนในดัชนีเดียว สร้างความอึกทึกไปทั่วทั้งโลกา
เมื่อเผชิญหน้ากับวรยุทธ์ของโลกขั้วทมิฬ จูชิงยิ้มเล็กน้อย วรยุทธ์ของโลกขั้วทมิฬแล้วอย่างไร ไม่เห็นจะแข็งแกร่งกว่าวรยุทธ์ทวีปเฉียนหยวนตรงไหน!
“ฟึ่บ!” ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตกับฝักดาบดาบจักรพรรดิปรากฏขึ้นในมือ กายาเข้าสู่สภาวะไร้เงากลายเป็เงาทมิฬ
“โกลาหลผกผัน!” ขณะที่เข้าใกล้โอวหยางฮวา จูชิงสำแดงโกลาหลผกผันอย่างไร้ความปรานี ใช้หนึ่งในกระบวนท่ากระบี่หลักสามกระบวนท่าโจมตี แสงกระบี่กับแสงดาบผสานรวมกันเป็หนึ่งครอบคลุมโอวหยางฮวาเอาไว้ข้างใน!
“นายน้อย!” จอมยุทธ์ที่อารักขาโอวหยางฮวาใมาก รีบพุ่งเข้าไปในเงาดาบกับกระบี่โดยไม่กลัวอันตรายใดๆ!
ยังไม่ทันที่จะไปถึงร่างใหญ่ั์พลันประจักษ์เบื้องหน้า หนิวเซี่ยน หนึ่งในผู้าุโเผ่าปีศาจกระทิง ขั้นเหินนภาหกชั้นฟ้า หลังจากที่ฝึกฝน《บันทึกปีศาจกระทิง》พลังแกร่งกล้ายิ่งกว่าเดิมเป็เท่าทวี
“กล้าขวางข้างั้นรึ?” จอมยุทธ์ผู้นั้นโกรธมาก แกว่งหมัดโจมตีทันใด
หนิวเซี่ยนหัวเราะ ยังมีคนโง่คิดจะวัดพละกำลังกับเผ่าปีศาจกระทิงอีกรึ รนหาที่ตายยิ่งนัก
เดิมทีเผ่าปีศาจกระทิงแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่มี《บันทึกปีศาจกระทิง》กับ《หมัดพฤฒา》ก็สามารถจัดการกับจอมยุทธ์เผ่ามนุษย์ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเปลืองแรง
ทว่านี่เป็ครั้งแรกที่ปีศาจกระทิงจะได้แสดงฝีมือให้จูชิงเห็น ดังนั้นมันจะไม่ออมมือ
“หมัดพฤฒา!” เสียงสะท้อนดังก้องจากการเสียดสีระหว่างอากาศกับหมัด เสียงนั่นดังออกมาเก้าครั้งไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้!
หมัดพฤฒาเป็วรยุทธ์ที่เหมาะสมกับปีศาจกระทิงสุดแสน ใน่เวลาสั้นๆ หนิวเซี่ยนกลับฝึกฝน《หมัดพฤฒา》ไปสู่ระดับสูงสุด!
เห็นได้ชัดว่าจอมยุทธ์จากโลกขั้วทมิฬคิดไม่ถึงว่าหมัดของหนิวเซี่ยนจะทรงพลังมากถึงเพียงนี้ ครั้นเขาคิดจะใช้ลมปราณต่อต้าน มันก็สายไปเสียแล้ว พลังอันน่าสะพรึงกลัวถั่งโถมระลอกแล้วระลอกเล่า กลืนกินจอมยุทธ์ขั้นเหินนภาในพริบตาเดียว
ร่างกายของจอมยุทธ์ขั้นเหินภาเปลี่ยนรูปร่างอย่างต่อเนื่องในอากาศ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“เฮือก!” จอมยุทธ์คนอื่นๆ ที่อยู่ข้างกายโอวหยางฮวาใจหล่นวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม พวกเขาผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน มีหรือจะมองไม่ออกถึงความน่ากลัวจากหมัดของหนิวเซี่ยน
แม้ว่าสหายของพวกเขาจะประเมินพลังของศัตรูต่ำไปใน่แรกเริ่ม ทว่าในเสี้ยววินาทีชีวิต จอมยุทธ์ขั้นเหินนภาขับเคลื่อนลมปราณสร้างเกราะลมปราณคุ้มกันกายต่อต้านพลังหมัด หากแต่พลังหมัดของหนิวเซี่ยนน่ากลัวมากเกินไป ลมปราณคุ้มกันกายแหลกสลายพร้อมกับกายาที่มลายสูญกลายเป็หมอกโลหิต
ลมปราณของขั้นเหินนภาถูกหล่อหลอมจนแกร่งกล้าควบคู่กับการยับยั้งลมปราณในร่างกาย ถ้าเป็สถานการณ์ปกติน่าจะาเ็เพียงเล็กน้อย ไม่มีทางที่จะาเ็สาหัส นี่เป็ครั้งที่พวกเขาเห็นหมัดที่สามารถะเิคนจนตาย
“ปีศาจร้าย...!” จอมยุทธ์โลกขั้วทมิฬมองหนิวเซี่ยนที่อาบชโลมชุ่มโลหิตด้วยความหวาดกลัว
ปีศาจร้ายสูญพันธุ์ไปนานแล้ว ความแข็งแกร่งของพวกมันมีอยู่เพียงในตำนาน ทุกวันนี้จอมยุทธ์ส่วนใหญ่ล้วนแล้วดูถูกพลังของพวกมัน บ้างก็ว่าเป็แค่คำลวง ไม่ใช่ความจริง
โลกขั้วทมิฬแตกต่างจากทวีปเฉียนหยวน พวกเขาไม่เคยประสบกับการสูญสิ้นในสมัยโบราณกาลหรือการล่มสลายในสมัยดึกดำบรรพ์ มรดกของพวกเขายังคงสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งยังพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง คนรุ่นหลังนับวันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น พวกเขาต่างก็คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนรุ่นก่อนอย่างสิ้นเชิง สำหรับปีศาจร้ายที่มีอยู่ในตำนานก็แค่เื่เกินจริง พวกเขาคิดว่าถ้าพวกเขาเจอปีศาจร้าย พวกเขาย่อมต้องสามารถฆ่าพวกมันได้อย่างแน่นอน!
ทว่าพอได้เห็นปีศาจร้ายกับตาพวกเขาถึงได้รู้ว่าสิ่งที่ถูกบันทึกเอาไว้ในคัมภีร์ทุกสำนักในโลกขั้วทมิฬนั้นเป็ความจริง มันสามารถฆ่าจอมยุทธ์ขั้นเหินนภาได้ในหมัดเดียว ซึ่งไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
“หนิวเวย เ้ากับข้ามาร่วมมือกัน จะให้พวกมันเข้าถึงตัวนายท่านไม่ได้เด็ดขาด!” หนิวเซี่ยนคำราม
หนิวเวยยิ้มกว้าง “ไอ้ขยะพวกนี้ข้าคนเดียวก็เกินพอแล้ว อ่อนแอเหมือนมดปลวก อาจหาญกล้าล่วงเกินนายท่านได้อย่างไร?”
ถึงหนิวหงกับหนิวกังเลี่ยจะแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว แต่ขั้นพลังยังไม่สามารถประมือกับจอมยุทธ์ขั้นเหินนภาได้ ทว่าแม้มีแค่หนิวเซี่ยนกับหนิวเวยสองคนพวกมันก็ไม่หวั่นเกรง ถึงอีกฝ่ายจะมีจำนวนมากกว่าก็ตาม
“เคร้ง เคร้ง เคร้ง!” เสียงแหลมเล็กดังสะท้อนจากแสงดาบกับเงากระบี่
โอวหยางฮวาใช้โล่ทองสัมฤทธิ์ป้องกันตัว ไม่ว่าง้าวปีศาจิญญาอำมหิตหรือฝักดาบดาบจักรพรรดิจะฟาดฟันอย่างไร โล่ทองสัมฤทธิ์ก็ไม่สะทกสะท้าน
วัสดุที่ใช้สร้างโล่ทองสัมฤทธิ์แข็งมาก กระทั่งง้าวปีศาจิญญาอำมหิตกับฝักดาบดาบจักรพรรดิยังทำได้แค่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น!
“เสียเวลาเปล่า โล่เขี้ยวั์ทองสัมฤทธิ์ของข้าตระกูลโอวหยางไม่มีทางถูกทำลาย” โอวหยางฮวาหัวเราะลั่น
“งั้นรึ สุดท้ายไม่ว่าจักเป็ศัสตราวุธิญญาที่แข็งแกร่งเพียงใดก็ต้องใช้ลมปราณในการหล่อเลี้ยง มาดูกันว่าระหว่างเ้ากับข้า ใครจะทนได้นานกว่ากัน” จูชิงแสยะยิ้ม
“ลมปราณ จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าคิดจะวัดลมปราณกับข้างั้นรึ ฮ่าๆๆ ข้ามียาโอสถมากกว่าที่เ้าจะจินตนาการได้เสียอีก ถึงจะต้องต่อสู้นานเป็ร้อยปี ข้าก็ไม่กลัว” โอวหยางฮวาหัวเราะเสียงดัง
“มลายสูญ!” จูชิงเหยียดยิ้ม กระบวนท่าแปรเปลี่ยนทันใด เขาฟาดฟันง้าวปีศาจิญญาอำมหิต แสงโลหิตเส้นหนึ่งพุ่งเข้าใส่โล่เขี้ยวั์ทองสัมฤทธิ์
“ตู้มมม!” แขนของโอวหยางฮวาที่ถือโล่เขี้ยวั์ทองสัมฤทธิ์ชาไปชั่วขณะ ฝีเท้าเหยียดถอยสองก้าว สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“โอ้ ยังต้านเอาไว้ได้อีกรึ ดูเหมือนโล่เขี้ยวั์ทองสัมฤทธิ์จะยอดเยี่ยมอย่างที่เ้าว่าจริงๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าร่างกายของเ้าจะทนการโจมตีได้อีกสักกี่ครั้ง?” จูชิงพูดยียวนกวนประสาท
โอวหยางฮวารู้สึกอัปยศสุดแสน ขั้นพลังของเขาสูงกว่าจูชิงหลายเท่า ทว่าั้แ่ต้นจนจบเขาไม่เคยได้โจมตีจูชิงเลย มีแต่ถูกอีกฝ่ายไล่ต้อนไม่หยุด ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก เพราะอะไร เหตุใดถึงแพ้ให้กับจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า จนสุดท้ายไม่ทางเลือกอื่นต้องใช้โล่เขี้ยวั์ทองสัมฤทธิ์ปกป้องตัวเอง
โอวหยางฮวามั่นใจยิ่งยวดว่าหากเขาใช้ดัชนี์หลานซีโจมตีจูชิงได้ จูชิงจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เมื่อเผชิญหน้ากับแสงดาบกับเงากระบี่ เขากลับไม่กล้าแม้แต่จะยกนิ้ว
เขาคือโอรสจาก์ของตระกูลโอวหยาง ผู้ที่ถูกกำหนดให้เป็ผู้สืบทอดตระกูลโอวหยางั้แ่เกิด ชีวิตของเขานั้นต่างกับจอมยุทธ์สวะต่ำต้อยอย่างสิ้นเชิง!
“โกลาหลผกผัน มลายสูญ!” จูชิงรวมสองกระบวนท่าเป็หนึ่งเดียว แสงโลหิตพร่างพรายฟันใส่โล่เขี้ยวั์ทองสัมฤทธิ์ครั้งแล้วครั้งเล่า
จูชิงรู้สึกเบื่อหน่ายกับการต่อสู้ในครั้งนี้ แม้ว่าโอวหยางฮวาจะเป็ขั้นสั่งสมสี่ชั้นฟ้า แต่กลับเป็พวกรักตัวกลัวตาย ไม่กล้าแม้แต่จะประจันหน้ากับดาบหรือกระบี่ของเขา ตัวเองเป็ถึงขั้นสั่งสมสี่ชั้นฟ้า หากกลับไม่กล้าสำแดงพลานุภาพประมือกับขั้นหลอมลมปราณ ถ้าไม่ใช่เพราะโล่เขี้ยวั์ทองสัมฤทธิ์ จูชิงสามารถสังหารโอวหยางฮวาได้ในสามกระบวนท่า
ถ้าโอวหยางฮวาพบจอมยุทธ์ทั่วไป เขาย่อมเป็ผู้ไร้เทียมทาน ด้วยศัสตาวุธิญญาไม่กี่ชิ้น บางทีอาจเป็ผู้ชนะเสียด้วยซ้ำ
ทว่าผู้ที่เขาเผชิญหน้าก็คือจูชิง ผู้ที่ใช้ความตายขัดเกลาวรยุทธ์ในโลกหินโลหิต์ ประสบการณ์ในการต่อสู้เหนือชั้นยิ่งกว่าจอมยุทธ์ทั่วไป
คนหนึ่งขี้ขลาดไร้ความสามารถ ส่วนอีกคนกล้าหาญประสบการณ์ล้นเหลือ ช่องว่างระหว่างทั้งสองนั้นไม่มีสิ้นสุด!
“อ๊ากกก!” โอวหยางฮวาโอดครวญ เพราะไม่สามารถรับแรงกระแทกที่ส่งผ่านจากโล่ั์อย่างต่อเนื่องไหว กระดูกที่แขนขวาเริ่มแตกเป็เสี่ยงๆ
โอวหยางฮวาถือโล่เขี้ยวั์ทองสัมฤทธิ์ไม่ไหวแล้ว เมื่อสูญเสียการหล่อเลี้ยงของลมปราณ โล่เขี้ยวั์ทองสัมฤทธิ์ก็ไร้พลังต่อต้านจูชิงเช่นกัน โล่เขี้ยวั์ทองสัมฤทธิ์ถูกกระบี่ฟันกระเด็น ปลายแหลมของง้าวปีศาจิญญาอำมหิตจ่ออยู่ที่คอของโอวหยางฮวา
“จอมยุทธ์โลกขั้วทมิฬไม่เห็นจะเท่าไหร่” จูชิงเหยียดมอง
พูดกันตามตรงโอวหยางฮวาทำให้จูชิงผิดหวังเป็อย่างมาก เดิมทีนึกว่าจะได้ประมือกับยอดฝีมือจากโลกขั้วทมิฬ ได้เห็นวรยุทธ์น่าพรั่นพรึงที่ไม่มีในทวีปเฉียนหยวน กลายเป็ว่านอกจากดัชนี์หลานซีแล้ว โอวหยางฮวาทำอะไรไม่เป็สักอย่าง ห่วยแตก ห่วยจนไม่รู้จะพูดอย่างไร
ก่อนหน้านี้โอวหยางฮวาที่ทำตัวจองหอง จูชิงนึกว่าอีกฝ่ายจะมีความสามารถ กลายเป็ว่าอีกฝ่ายแค่แสร้งแกล้งทำ ถ้าไม่มีคนคอยอารักขาคงถูกฆ่าตายไปนานแล้ว
“จะ...เ้า เ้าฆ่าข้าไม่ได้ แม่ข้าเป็เทพีแห่งสำนัก์สราญรมย์ ถ้าเ้าฆ่าข้า เ้าจะซวยทั้งชีวิต” โอวหยางฮวาอกสั่นขวัญแขวน ปลายง้าวปีศาจิญญาอำมหิตห่างจากคอของเขาเพียงนิ้วเดียว แค่จูชิงขยับมือเล็กน้อยก็สามารถตัดหัวโอวหยางฮวาได้ในทันที
“สำนัก์สราญรมย์ เ้าเป็คนตระกูลโอวหยางไม่ใช่รึ?” จูชิงขมวดคิ้ว
“ข้า...” โอวหยางฮวากลัวจนฉี่ราด น้ำสีเหลืองขุ่นไหลชุ่มเต็มขา
“หนิวเวย จับตัวมาคนนึง ข้าอยากรู้ว่าสำนัก์สราญรมย์คืออะไร” จูชิงแค่นเสียง
ด้วยพละกำลังของหนิวเวย การจับคนเป็สักคนไม่ใช่เื่ยาก พริบตาเดียวหนิวเวยก็บดขยี้จอมยุทธ์ขั้นเหินนภาคนหนึ่งจนกระดูกแตกแล้วโยนไปตรงหน้าจูชิง เพราะจูชิงอยากได้คนที่ยังมีชีวิต หนิวเวยก็เลยหาคนที่มีชีวิตอยู่ให้เพียงเท่านั้น แม้ว่าร่างกายจะพังไปแล้วก็ตาม
“เ้าชื่ออะไร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับโอวหยางฮวา?” ไม่รู้ว่าหนิวกังเลี่ยหาเก้าอี้มาจากไหน กระนั้นจูชิงก็นั่งลงแล้วยกขาไขว้ทับกันกวาดสายตามองจอมยุทธ์ผู้นั้น
“ข้าน้อยชื่อว่าหวังสุ่ย เป็คนรับใช้ของตระกูลโอวหยาง ถูกส่งมาเพื่อปกป้องความปลอดภัยของนายน้อยฮวา” อย่างไรเสียขั้นเหินนภาก็คือขั้นเหินนภา ถึงกระดูกทั่วร่างจะแหลกละเอียด แต่ยังคงกัดฟันตอบคำถามได้ ลำพังแค่นี้ก็แข็งแกร่งกว่าโอวหยางฮวาที่ตัวสั่นฉี่ราดเป็ไหนๆ
“แต่เหมือนพวกเ้าจะปกป้องเ้าขยะนี่ไม่ได้เลยไม่ใช่รึ” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
รอยยิ้มขมขื่นปรากฏบนใบหน้าของหวังสุ่ย ใครเล่าจะไปคิดว่านายน้อยของพวกเขาจะไร้ประโยชน์เฉกเช่นนี้ ถูกขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าไล่ต้อนจนหมดสภาพ พวกเขาถูกปีศาจร้ายขัดขวางจึงไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ทั้งปีศาจทั้งสองก็ยังแข็งแกร่งมาก บดขยี้พวกเขาราบคาบไม่ต่างอะไรกับลูกนก ถ้าไม่ใช่เพราะถูกสั่งให้จับเป็ เกรงว่าจอมยุทธ์ขั้นเหินนภาที่เหลือคงกลายเป็ศพจนหมดแล้ว
