วิหคเพลิงร้องอย่างน่าเวทนา ทั่วร่างเต็มไปด้วยคราบเื ขนนกร่วงหล่นหลุดโรยออกมาเป็จำนวนมาก ร่างของมันหมอบนอนอยู่กับพื้น
เมื่อมันสังเกตเห็นเด็กหนุ่ม วิหคเพลิงจดจ้องไปหลายต่อหลายครั้งก่อนที่จะแผดเสียงร้องแหลม ร่างทั้งร่างสั่นเทา ทำไมถึงได้มาเจอเ้าปีศาจใจโฉดนี่ได้อีก ทั้งเ้านั่นก็ยังอยู่เหนือหัวของมันอีกด้วย
วิหคเพลิงฝังใจกับเ้าาาปีศาจนี้เป็อย่างมาก ในตอนที่เข้าการสอบมันถูกคนคนนี้แย่งชิงเหรียญตราไปจนหมด ทั้งๆ ที่มันใช้เวลาทั้งคืนแล้วยังไม่ได้หลับไม่ได้นอนกว่าจะได้เหรียญตรามา หลังจากนั้นพอมันทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาได้ มันก็อยากจะลบล้างความอัปยศของมันแต่ใครเล่าจะรู้ว่ามันเกือบจะถูกฝ่ามือฆ่าตายซึ่งในตอนนี้วิหคเพลิงได้เอาเด็กหนุ่มมาไว้ในรายชื่อของศัตรูที่ห้ามไปมีเื่ด้วยเด็ดขาด
เมื่อเห็นว่าฝ่ามือเรืองรองยื่นเข้ามาวิหคเพลิงก็รีบแผดเสียงร้องคำรามดังลั่น “หยุด หยุด อย่าตีข้า อย่าตีข้าเลยมีอะไรก็พูดกันดีๆ”
เต้าหลิงทำหน้ามุ่ย ร่างของเขาหายแว็บไปปรากฏอยู่ข้างๆ ร่างของมันพร้อมใช้ฝ่ามือตบเข้าไปที่ร่างของวิหคเพลิงความเ็ปทำให้ร่างของมันไหวระริกเืสำรอกออกมาจากปาก
มันค่อยๆ ใช้ปีกพยุงร่างของตัวเองหมายจะหนีถ้าเ้าาาปีศาจนี่มาแย่งของของมันละก็ ได้ขาดทุนย่อยยับแน่อย่างไรเสียหนีก่อนน่าจะเป็การดี
“กลับมา” เต้าหลิงยื่นมือออกไปจับเข้าที่ปีกของมันแล้วดึงมันกลับมาก่อนขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “เ้าจะหนีทำไม”
ได้ยินดังนั้นวิหคเพลิงแทบจะพ่นเืออกมาจากปาก ถ้าไม่หนีจะรอให้เ้ามาขโมยของของมันหรืออย่างไร มันกล่าวกระอึกกระอัก “ไม่ได้หนีข้าแค่ออกกำลังกายเฉยๆ ก็แค่ยืดเส้นยืดสาย”
พูดจบมันก็แกล้งทำท่าขยับซ้ายขยับขวาและยื่นกรงเล็บยาวทว่าภายในใจนั้นเ็ปจนถึงขีดสุดเืไหลออกมาจากปาก
“เ้าเจออะไรข้างบนนั่น” เต้าหลิงมองไปข้างบนแม่น้ำดาราพลางเอ่ยถามขึ้น
“ข้างบนมีสมบัติล้ำค่าอยู่ เมื่อครู่ข้าไม่ระวังจึงพลัดตกลงมา เ้ารีบไปเอาสิสมบัติล้ำค่าเชียวนะ” วิหคเพลิงกล่าวอย่างมีลับลมคมในทั้งยังเน้นคำว่าสมบัติล้ำค่าเป็พิเศษ
ั์ตาของเต้าหลิงเป็ประกายในฉับพลัน วิหคเพลิงเห็นดังนั้นมันก็เอากรงเล็บมาทาบปากเอาไว้พลางแอบหัวเราะเพื่อไม่ให้เสียงดังเล็ดลอดออกไป
แต่ใครจะรู้เล่า จู่ๆ เต้าหลิงก็ะโขึ้นมาข้างหลังมัน จากนั้นออกคำสั่งว่า “เร็วรีบพาข้าขึ้นไป”
วิหคเพลิงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ดวงตาของมันแดงก่ำในใจนึกอยากจะด่าแต่ปากกลับเพียงกล่าวออกมาด้วยความโกรธ “เ้าขึ้นไปเองสิ!”
มันหาญกล้าขึ้นมาในทันที มันเป็ถึงสัตว์อสูรโบราณจะให้มันไปเป็สัตว์ขี่ได้อย่างไร มันส่ายหัวเหมือนกับรัวกลอง ตระกูลวิหคเพลิงก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน!
“ข้าขึ้นไปไม่ได้” เต้าหลิงถลึงตาและพูดข่มขู่ “จะขึ้นไปดีๆ หรือว่าจะขึ้นไปด้วยน้ำตา?”
“ข้าาเ็หนักบินไม่ได้ เหตุใดเ้าถึงไม่ใช้ของล้ำค่าบินขึ้นไปเล่า” วิหคเพลิงทรุดลงไปที่พื้น ร่างของมันอาบไปด้วยเื จึงแสร้งกล่าวด้วยน้ำเสียงอิดโรย
“อย่างนั้นก็ได้” เต้าหลิงพยักหน้า วิหคเพลิงดีใจเป็อย่างยิ่งทว่าคำพูดต่อจากนั้นก็พลันทำให้ใบหน้าของมันเขียวขุ่น
“เอาของล้ำค่าที่ใช้บินได้มา” เต้าหลิงยื่นมือออกไป เขาสังเกตเห็นว่าแม่น้ำดาราที่ลอยอยู่บนวิหารนั้นมีแรงกดดันหนักหน่วงเป็อย่างมาก จำต้องใช้ของล้ำค่าบินขึ้นไปเท่านั้นถึงจะได้
ร่างของวิหคเพลิงสั่นเทามันสบถด่าเด็กหนุ่มในใจพลางกล่าวตะกุกตะกัก “ข้าไม่มี”
“เช่นนั้นก็บินไปเร็วๆ เข้าสิ อย่าได้มาเล่นลูกไม้กับข้า” นิ้วมือของเต้าหลิงกดไปที่คอของมัน
วิหคเพลิงใสะดุ้งโหยง มันััได้ถึงแรงกดดันของลมปราณซึ่งกำลังกดทับ ร่างของมันสั่นเป็เ้าเข้า มันรีบกระพือปีกมุ่งหน้าไปที่แม่น้ำดารา้า
ในตอนที่บินขึ้นไปนั้น ภายในแม่น้ำดาราก็มีเปลวเพลิงดาราเส้นหนึ่งตกลงมา ระหว่างที่เต้าหลิงกำลังจะซึมซับเปลวเพลิง วิหคเพลิงกลับอ้าปากพลางใช้แรงดูดกลืนมันเข้าไป เปลวเพลิงได้ไหลเข้าไปในร่างของมันจนประกายแสงสว่างวาบ พลังของมันแข็งแกร่งขึ้นในทันที
เต้าหลิงอึ้งไปหลังจากนั้นเขาก็เข้าใจได้ วิหคเพลิงนี้เป็นกธาตุไฟภายในร่างของมันมีเปลวเพลิงต้นกำเนิดอยู่ซึ่งสามารถที่จะพัฒนาขึ้นได้ในภายหลัง
“เปิดช่องแสงนั่นเร็วตอนนี้พลังของข้าอ่อนแอเกินไป ข้าบินขึ้นไปไม่ได้” ทั่วร่างของวิหคเพลิงชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เต้าหลิงกวาดสายตาไปรอบๆ พลังงานพุ่งออกมาจากั์ตาของเขา ชั่วพริบตาช่องแสงที่ว่าก็ถูกทำลายจากนั้นวิหคเพลิงก็กระพือปีกแล้วบินขึ้นไป
ภายในนั้นกว้างขวางเป็อย่างมากทั้งพลังงานที่อยู่ข้างในก็น่าเกรงขามพื้นมีแม่น้ำดาราผสานเข้าด้วยกันสวยงามไร้ที่เปรียบ
“เป็วิชามหาอำนาจที่ใหญ่มาก” เต้าหลิงชะงักงัน ใช้แม่น้ำดารามาทำเป็ทางไม่อยากคิดเลยว่าเป็ยอดยุทธ์ที่เก่งกาจขนาดไหนเป็คนทำ
อีกทั้งภายในวิหารนี้ก็ถูกสร้างขึ้นด้วยแม่น้ำดาราเช่นเดียวกัน แสง์ไหลเวียนไปมาสว่างจ้าละลานตาดูแล้วน่าใเป็อย่างยิ่ง
“อยากจะร่วมมือกับข้าหรือไม่ ข้าเห็นห้องหลอมโอสถอยู่ห้องหนึ่งเป็ไปได้ว่าข้างในนั้นจะมียาโอสถโบราณอยู่” วิหคเพลิงกลอกตาพร้อมพูดพึมพำ
“ห้องหลอมโอสถ” เปลือกตาของเต้าหลิงกระตุกขึ้นเล็กน้อย และกล่าวต่อ “เปลวเพลิงดาราเหล่านี้ออกมาจากห้องหลอมโอสถสินะ”
“ก็ประมาณนั้นทว่าก็ไม่ได้อันตรายมากเท่าไหร่” วิหคเพลิงกลัวว่าเขาจะกลัวเปลวเพลิงจนไม่ยอมเข้าไปทว่าท่าทีของเต้าหลิงหลังจากนั้นเกินความคาดหมายของมันมาก เขารีบเร่งมันให้เดินไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว
ความเร็วของวิหคเพลิงเร็วมากขึ้นหลายเท่าราวกับเปลวเพลิงที่พุ่งทะยานออกไป ทางที่มันเลือกเดินไปนั้นมีเปลวเพลิงดาราจำนวนมาก สายตาของเต้าหลิงจ้องมองไปในส่วนลึกในตอนนั้นเขาก็สังเกตเห็นประตูเปลวเพลิงบานหนึ่งขึ้น
อุณหภูมิโดยรอบร้อนแรงไม่น้อย บานประตูถูกสร้างขึ้นมาจากเปลวเพลิงดารา เส้นแสงความร้อนถูกปลดปล่อยออกมาเป็ริ้ว เมื่อเข้าไปก็รู้สึกเหมือนกับว่าเดินเข้ามาในมหาสมุทรลาวารอบๆ เต็มไปด้วยเปลวอัคคีลุกโชน
“เข้มข้นมาก” เต้าหลิงรู้สึกดีใจเป็อย่างยิ่ง เปลวเพลิงที่นี่มีอยู่เยอะมากทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็เปลวเพลิงดาราบริสุทธิ์ถึงแม้ว่าจะหาเปลวเพลิงต้นกำเนิดไม่เจอ ทว่าหากเปลวเพลิงแก้วสามารถกลั่นหลอมเปลวเพลิงข้างในนี้ได้พลังเปลวเพลิงย่อมแข็งแกร่งขึ้น
วิหคเพลิงสูดเปลวเพลิงเข้ากลืนกิน สายตาจ้องมองผ่านบานประตูด้วยความหวาดผวา ด้านในนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ มีร่างเงาอสูรลอยขึ้นมาร่างเงาอสูรเ่าั้ถูกสร้างขึ้นมาจากเปลวเพลิงสีทอง ดูแล้วน่ายำเกรงเป็อย่างมาก
“เพลิงอสูรทองคำ” เต้าหลิงเอามือลูบคาง สัตว์อสูรทองคำเป็สัตว์อสูรโบราณที่พบเจอได้ยากเป็อย่างมากซึ่งมันเองก็เป็สัตว์อสูรธาตุไฟพลังภายในร่างของมันนั้นแข็งแกร่งเป็อย่างยิ่ง
หลังจากนั้นเต้าหลิงก็ใจสั่นขึ้นมาสัตว์อสูรทองคำได้ดูดกลืนเปลวเพลิงดาราเข้าไปเส้นหนึ่งเปลวเพลิงดาราเส้นนั้นเปล่งแสงระยิบระยับดุจอัญมณีคล้ายทำมาจากหยกดารา์ หมอกหลากสีปลดปล่อยออกมาเป็ไปได้ว่ามันจะเป็เปลวเพลิงต้นกำเนิด
เมื่อมีคนเดินเข้ามาชายหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็ลืมตาขึ้น ครั้นแววตาคมกริบฉายแสงสว่างออกมาเขาที่สังเกตเห็นวิหคเพลิงถึงได้เอ่ยเสียงเย็นว่า “เ้าสัตว์เดรัจฉานเมื่อครู่ข้ายังสั่งสอนเ้าไปไม่พออีกอย่างนั้นหรือ”
เขาไม่แม้จะชำเลืองมองเต้าหลิง ครู่ก่อนวิหคเพลิงได้ต่อสู้กับเขาที่นี่และโจมตีกลับไป ตอนนี้ที่วิหคเพลิงกลับมาอีกครั้งจึงทำให้ความขุ่นใจปะทุ
วิหคเพลิงโมโหเป็ฟืนเป็ไฟ เปลวเพลิงทั่วร่างถูกปลดปล่อยออกมามันคำรามในลำคอเสียงต่ำ “เป็มนุษย์ก็อย่าได้อวดดีนักขั้นพลังของเ้าสูงกว่าข้าแค่ไม่กี่ขั้น”
ใบหน้าของชายหนุ่มพลันเย็นะเืกระนั้นเปลวเพลิงโทสะกลับพลุ่งพล่าน ในตอนนี้ได้มาถึง่การดูดซับเปลวเพลิงดาราต้นกำเนิดที่สำคัญที่สุดแต่วิหคเพลิงกลับมารบกวนเขาเสียได้ เขาลุกยืนขึ้นขณะพูดด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง “อยากตายนักข้าจะสงเคราะห์ให้”
กล่าวจบสายตาของเขาก็มองไปที่เต้าหลิงพลางตวาดด่า “ข้าคือชิงอี้หยุนเ้าไสหัวไปได้แล้ว”
วิหคเพลิงใช้ั์ตาเขม่นมองตอบกลับ มันไม่กล่าวอะไร สาเหตุที่มันพาเต้าหลิงมาก็เพื่อจัดการกับชายหนุ่มตรงหน้าแต่คิดไม่ถึงเลยว่าเ้านี่จะโอหังถึงขนาดแผดเสียงด่า
สายตาของเต้าหลิงมองไปยังเปลวเพลิงดาราที่ตกลงมาจากท้องฟ้า ดวงตาของเขาลุกโชน เด็กหนุ่มััได้ถึงพลังิญญาธาตุไฟจากในเปลวเพลิงต้นกำเนิด มันเข้มข้นกว่าเปลวเพลิงธรรมดาหลายร้อยเท่า อีกทั้งจิติญญาของเปลวเพลิงต้นกำเนิดก็ยังสูงมากถ้าหากเพลิงโอสถดูดกลืนเปลวเพลิงนี้เข้าไปพลังจะต้องเพิ่มพูนมหาศาล
สีหน้าของชิงอี้หยุนขึงขังขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจตนเลยสักนิด สายตาจึงจ้องมองเด็กหนุ่มที่กำลังจดจ้องเปลวเพลิงที่เขาหมายตาเอาไว้ สีหน้าของเขาอัปลักษณ์ขึ้น คิดไม่ถึงเลยว่าชื่อของตนจะไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ ทั่วทั้งสำนักไม่มีใครที่จะกล้าแส่หาเื่เขาชิงอี้หยุน
“เ้าหนูเ้าเป็คนแรกที่กล้าเมินข้า ข้าจะทำให้เ้าจดจำวันนี้ไปชั่วชีวิต” ทั่วร่างของชิงอี้หยุนปลดปล่อยคลื่นพลังออกมาพร้อมร่างเงาอสูรปรากฏรอบๆ กาย นั่นก็คือเปลวเพลิงโอสถของเขา
วิหคเพลิงแอบฉีกยิ้ม มันได้ดูดซับเปลวเพลิงดาราที่อยู่รอบทิศเข้ามาฟื้นฟูอาการาเ็ของตัวเอง
“เ้าคือนักปรุงโอสถ” สายตาของเต้าหลิงมองไปที่เขา นอกจากเย่ยวิ้นแล้วนี่ก็เป็ครั้งแรกที่เขาเจอนักปรุงโอสถคนอื่น ถ้าสามารถดูดกลืนเปลวเพลิงอสูรนี้ได้เปลวเพลิงโอสถแก้วจะต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่
ครั้งก่อนที่หลอมของเหลวกายทองแดง เต้าหลิงรู้สึกว่าเปลวเพลิงโอสถยังแข็งแกร่งไม่พอ ถ้าหากเปลวเพลิงโอสถของเขาแข็งแกร่งขึ้นอีกระดับหนึ่งความเร็วในการหลอมสมุนไพริญญาก็จะเร็วมากขึ้นหลายเท่า
“ใช่ข้าเป็นักปรุงโอสถระดับสองสูงสุด” สีหน้าของชิงอี้หยุนเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง มือทั้งสองไขว้ไว้ข้างหลัง ร่างเงาอสูรที่อยู่รอบๆ สำแดงพลังร้ายกาจทำให้มวลอากาศแต่ละชั้นถูกบดสลาย
นักปรุงโอสถระดับสองสูงสุดนั้น ถึงแม้ว่าในโลกนี้จะไม่ได้สูงส่งอะไรมากนักแต่ในสำนักซิงเฉินนอกจากชายชราแล้ว การพัฒนาของเขานั้นถือว่าสูงมากถ้าหากเขาได้ก้าวเข้าไปเป็ระดับสามเมื่อไหร่สถานะของเขาจะต้องน่ายำเกรงมากกว่านี้หลายเท่า
สีหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความตกตะลึง ก่อนหน้านี้เขาสามารถหลอมโอสถขยายจิตซึ่งถือว่าเป็โอสถระดับหนึ่งสูงสุดแต่คนคนนี้กลับอยู่ในระดับสูงกว่าเขาอีกขั้นหนึ่ง
“ดูท่าเ้าจะไม่รู้สถานะของข้าเช่นนั้นตัดแขนของตัวเองทิ้งแล้วไสหัวไปซะ” ชิงอี้หยุนกล่าวเสียงเย็นออกมา ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายมีความผิดอะไรแต่เป็เพราะท่าทีของเด็กหนุ่ม เขาจึงอยากจะสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้าง
เต้าหลิงชะงักไป จากนั้นหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “เ้านี่มันบัดซบจริงๆ”
