หวังไคไท่หันมองตามอันเจิงที่เดินจากไปด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักเขายังไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นด้วยสาเหตุอะไร เห็นเพียงศพเกลื่อนกลาดอยู่ในชมรมสี่ทิศโดยเฉพาะคนสุดท้ายที่ถูกอันเจิงเด็ดหัวออกไปต่อหน้าต่อตาเขา
หวังไคไท่หันกลับไปถามชวี่ลวนด้วยสีหน้าซีดเผือด“เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่? ทำไมอันเจิงถึงมาฆ่าคนในชมรมสี่ทิศ?”
ชวี่ลวนเพิ่งจะได้สติขึ้นมาตอนนี้เอง เขาใช้มือนวดขมับพลางเล่าเื่ทั้งหมด
เมื่อได้ยินว่าคนของชมรมสี่ทิศรับจ้างไปฆ่าคนของสำนักวรยุทธ์เบิก์หวังไคไท่จึงะเิความโมโหออกมา “หน่วยทหารรับพวกระยำแบบนี้มาได้อย่างไร!”
ไกลออกไปมีเสียงใครบางคนพูดขึ้น“ต่างก็ทำเพื่อเงินทั้งนั้น ก็แค่เื่ของเจียงหู ไม่นับว่าเป็เื่ใหญ่อะไร”
หวังไคไท่ก้าวยาว ๆ เข้าไป พริบตาเดียวก็ลากเสื้อคนที่พูดแล้วยกขึ้นสูงด้วยมือข้างเดียว“เช่นนั้นให้ข้าบอกเ้าก็แล้วกัน หลังจากเข้าหน่วยทหารพวกเ้าทุกคนก็เป็คนของหน่วยทหารแล้ว ต่อให้ตายก็ต้องเป็ผีของหน่วยทหาร ตอนนั้นข้ารับปากพวกเ้าว่าจะไม่เอาเื่ที่ทำความผิดพวกเ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าตัวเองควรเอาอะไรมาแลกกับการอภัยโทษนี้! แต่ดูจากตอนนี้ยังถือว่าอันเจิงฆ่าพวกเ้าน้อยไป ข้าจะช่วยฆ่าเพิ่มอีกคน!”
หวังไคไท่เหวี่ยงตัวคนคนนั้นลงบนพื้น หัวของเขากระแทกอย่างแรงแล้วแหลกเป็เสี่ยงๆ ราวกับแก้วที่แตกออก
หวังไคไท่โยนร่างนั้นทิ้งไปด้านข้าง“นับจากวันนี้เป็ต้นไปข้าจะเป็คนดูแลที่นี่เอง เมื่อฟ้าสว่างพวกเ้าจะถูกนำตัวไปไว้ที่ค่ายทหารข้าจะอบรมทุกคนใหม่ หากใครไม่พอใจก็ตายไปซะ และหากทุกคนไม่พอใจข้าก็จะฆ่าทิ้งไม่ให้เหลือ”
เขาหันกลับ “ไปเรียกทหารม้ามาลากตัวพวกระยำนี้ไปที่ค่ายและให้ผู้ตรวจการเฝ้าเอาไว้หากใครกล้าขัดคำสั่ง ฆ่าได้ไม่เว้น!”
ทหารคนสนิทของเขารีบวิ่งออกไปทันทีคนเ่าั้ราวกับตกตะลึง ไม่มีใครกล้าพูดจามั่วซั่วอีก
“ส่วนเ้าไปกับข้า!” หวังไคไท่หันไปมองเขม่นชวี่ลวนแล้วเดินจากไป
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเฉินไจ่เหยียนที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งคืนและเพิ่งงีบไปครู่หนึ่งก็ถูกปลุกขึ้นมาเขารู้ดีว่าลูกน้องตัวเองรู้จักแยกแยะหากไม่ใช่เื่ใหญ่โตก็คงไม่กล้ามาปลุกเขาตื่นในเวลานี้แน่ เพราะมันเป็เวลาพักผ่อนอันน้อยนิดที่เขามีอยู่เมื่อเทียบเฉินไจ่เหยียนกับเสนาบดีคนเก่าอย่างห่าวผิงอันแล้ว ห่าวผิงอันเป็คนที่มีอัธยาศัยดีกว่าแต่จุดเด่นในตัวเฉินไจ่เหยียนที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ก็คือความขยัน
นับั้แ่เขาได้ขึ้นมาเป็เสนาบดีของหน่วยทหารไม่มีคืนไหนที่เขาจะหลับมากกว่าสี่ชั่วโมง
เฉินไจ่เหยียนสวมเสื้อคลุมและเดินออกจากห้องหวังไคไท่ ฟางเต้าจือ ชวี่ลวน รวมไปถึงหม่าจื่อเวย รองเ้ากรมคนใหม่ของหน่วยทหารทุกคนนั่งรออยู่ในห้องรับแขกแล้ว
“เกิดเื่อะไรขึ้น?”
เฉินไจ่เหยียนก้าวเท้าเข้ามาอย่างเร่งรีบตอนที่เขานั่งลงบนเก้าอี้ ความง่วงนั้นก็หายไปหมดแล้ว
สำหรับเื่ต่าง ๆ ภายในหน่วยทหาร าามู่ฉางเยียนทรงมีอำนาจสูงสุดในการตัดสินพระทัยหลังจากทรงเลื่อนขั้นให้เฉินไจ่เหยียนเป็เสนาบดี พระองค์ก็ทรงเลื่อนขั้นให้หม่าจื่อเวยลูกศิษย์ของห่าวผิงอันเป็รองเ้ากรมคนใหม่ของหน่วยทหาร ทรงจัดการเื่ราวทั้งหมดภายในระยะเวลาอันสั้นทำให้แม้แต่ไทเฮาก็ทรงไม่อาจเข้ามาแทรกแซงได้ ฉะนั้นจนถึงตอนนี้ พระราชอำนาจในหน่วยทหารของาามู่ฉางเยียนก็ยังมั่นคงอยู่
แม่ทัพอินทรีเหล็กหวังไคไท่เล่าเื่ที่เกิดขึ้นในชมรมสี่ทิศอย่างละเอียด
เฉินไจ่เหยียนขมวดคิ้วฟังเื่ที่เล่ามาทั้งหมดจากนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันที “ชมรมสี่ทิศก่อตั้งโดยเสนาบดีคนเก่าเพื่อใช้คนเ่าั้เป็กองหนุนในาแต่พวกเขามีที่มาไม่ค่อยดีนัก ส่วนใหญ่มักไม่ชอบให้ใครมาบงการและยังมีไม่น้อยที่ฝ่าฝืนคำสั่งในสนามรบตอนที่ท่านเสนาบดีคนเก่ายังอยู่ เขาเป็คนดูแลชมรมนี้ด้วยตัวเองคนพวกนั้นถึงไม่กล้าบังอาจ ตอนนี้ข้าเป็คนรับผิดชอบชมรมสี่ทิศแทนท่านเสนาบดีคนเก่าแต่หลังจากเขาจากไป ข้าก็ยังไม่มีเวลาเข้าไปดูแลเลย นึกไม่ถึงว่ามันจะลามปามมาถึงขั้นนี้”
ชวี่ลวนคุกเข่าลง “ข้าน้อยผิดไปแล้วลงโทษข้าน้อยเถอะ”
เฉินไจ่เหยียนส่ายหน้า“เ้าก็มีเื่ต้องรับผิดชอบมากมาย ทั้งความสัมพันธ์ของหน่วยทหารกับสำนักวรยุทธ์ชางอีกทั้งหมดนี้ก็ปล่อยให้เ้าดูแลเพียงคนเดียวแล้วเ้าจะมีเวลาไปดูแลชมรมสี่ทิศได้อย่างไร ข้าผิดเองที่ละเลยลืมคำนึงถึงชมรมสี่ทิศไปจริง ๆ”
หวังไคไท่พูดขึ้น“เื่นี้ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน จะปล่อยให้ข่าวนี้ถูกแพร่งพรายออกไปไม่ได้เด็ดขาดหากมีคนรู้เื่นี้ขึ้นมาแล้วละก็ หน่วยทหารต้องลำบากแน่ ๆ”
หม่าจื่อเวยรองเ้ากรมของหน่วยทหารพูดขึ้น “แม่ทัพหวังพูดถูกแล้วตอนนี้ไทเฮาจับตาดูเราอย่างใกล้ชิด หากเื่นี้ถึงหูไทเฮาพวกเขาต้องเขียนฎีกาแล้วสั่งปิดหน่วยทหารของเราแน่นอน ทั้งผู้ที่เคยกระทำความผิดและผู้ที่กำเนิดจากชนชั้นต่ำยิ่งไปกว่านั้น ไทเฮาอาจทรงกล่าวอ้างว่าหน่วยทหารคิดก่อฏหากเราจัดการเื่นี้ไม่รอบคอบเกรงว่าจะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว”
ฟางเต้าจือพูดขึ้น“เดิมทีอยากจะรีบส่งคนพวกนั้นไปในสนามรบ แต่นึกไม่ถึงเลยว่า หลังจากที่กองทัพอัศวินเพลิงเหล็กเดินทางไปชายแดนที่ติดกับแคว้นโยวแคว้นโยวก็ถอนทัพทันที ซึ่งแปลกไปจากเดิมมาก ถึงแม้การสู้รบระหว่างสองแคว้นจะยังไม่จบแต่สถานการณ์ก็สงบลงมากแล้ว จึงไม่มีโอกาสส่งคนพวกนั้นไปสักที ตอนนั้นแถบชายแดน้ากองทัพหนุนเราก็ควรจะส่งคนพวกนั้นไปเสีย แต่ั้แ่ตอนนั้นถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการขอเพิ่มกำลังทหารที่ชายแดนอีกเลยฉะนั้นคนเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากการถูกทิ้ง”
เฉินไจ่เหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง “ขังคนพวกนี้ไว้ในค่ายเถอะแม่ทัพหวังคิดได้รอบคอบมาก อย่าให้คนพวกนั้นโผล่หน้าออกมาได้อีกแม้แต่คนเดียวไม่อย่างนั้นพวกเราคงต้องแบกโทษหนักเอาไว้แน่”
หวังไคไท่พยักหน้ารับคำ “โชคดีที่เกิดเื่ใน่ดึกหากเป็่เช้า เื่นี้ต้องกลายเป็เื่ใหญ่แน่”
เฉินไจ่เหยียนถามต่อ “ฝั่งชมรมสี่ทิศเป็อย่างไรบ้าง?”
หวังไคไท่ตอบ “ข้าคิดดูแล้วคนในชมรมสี่ทิศไม่ควรเก็บไว้แม้แต่คนเดียว ควรพาออกมาทั้งหมด เมื่อคืนเืนองไปทั่วพวกหมาบ้านั่นต้องดมมาจนเจอแน่ ก่อนข้าจะมาที่นี่ได้ส่งคนไปโรงจวี้ฉ่างแล้วบอกให้จวงเฟยเฟยมาหน่วยทหารแล้ว”
ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้นจวงเฟยเฟยที่แต่งกายเป็ชายก็เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ จากนั้นก็ยกมือขึ้นคารวะ “ท่านเสนาบดีท่านรองเ้ากรม ท่านแม่ทัพ”
เฉินไจ่เหยียนโบกมือส่ง ๆ“เวลานี้ไม่ต้องมีพิธีรีตองแล้ว นั่งก่อนเถอะ เ้ารู้เื่หมดแล้วสินะ?”
จวงเฟยเฟยตอบโดยไม่ได้นั่งลง “ข้าน้อยรู้แล้วระหว่างทางได้ยินคนสนิทของแม่ทัพหวังไคไท่พูดถึง ข้าน้อยคิดวิธีรับมือมาหลายวิธีแต่ไม่รู้ว่าจะใช้ได้บ้างหรือไม่?”
เฉินไจ่เหยียนพยักหน้า “ว่ามา”
จวงเฟยเฟยรวบรวมความคิดทั้งหมดแล้วพูด“ข้าน้อยคิดว่า เราเก็บคนในชมรมสี่ทิศไว้ไม่ได้สักคน”
“ข้าสั่งให้นำตัวคนทั้งหมดมาขังไว้ในค่ายและเฝ้าอย่างเข้มงวดแล้ว”หวังไคไท่พูด
จวงเฟยเฟยส่ายหน้า “ความหมายข้าคือไม่ให้พวกเขามีชีวิตอยู่เลย”
สีหน้าเฉินไจ่เหยียนเปลี่ยนทันที“นั่นเป็ร้อยชีวิตเชียวนะ”
“ข้าน้อยรู้ว่านั่นคือร้อยชีวิตแต่หากเื่นี้แพร่ออกไปแล้วคนของไทเฮารู้เื่นี้ขึ้นมาละก็ถึงตอนนั้นคนที่ตายจะเป็กี่ชีวิตกัน? คนของไทเฮาต้องบอกว่าหน่วยทหารคิดก่อฏการรวมตัวของคนที่เคยกระทำความผิดเ่าั้ หากไม่ใช่ก่อฏแล้วจะเป็อะไร?โทษของการฏ...หน่วยทหารคงต้องกลายเป็ขุมนรกแน่ข้าน้อยขอพูดตามตรง...ท่านเสนาบดีและท่านแม่ทัพที่รู้เื่นี้ไม่มีใครจะหนีพ้นแม้แต่คนเดียว โทษฏคือปะาเก้าชั่วโคตรเมื่อรวมทั้งหมดแล้วจะเป็จำนวนคนเท่าไหร่กัน?”
เมื่อนางพูดจบทุกคนต่างก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่มีใครคัดค้านแม้แต่คนเดียว
จวงเฟยเฟยพูดต่อ “นี่เป็เื่ที่ควรตัดหากไม่ตัดจะต้องเจอกับหายนะแน่นอน ทุกท่านมีจิตใจเมตตาไม่อยากฆ่าคนเ่าั้แต่หากใต้เท้าทุกท่านเมตตาในตอนนี้ ภายหลังจะมีคนเดือดร้อนมากยิ่งกว่า”
หลังจากในห้องเงียบเป็เวลานานท่านรองเ้ากรมหันไปพูดกับเฉินไจ่เหยียน “เื่นี้ก็ทำตามที่จวงเฟยเฟยพูดเถอะ พวกเรา...รับมันไม่ไหวแน่”
เฉินไจ่เหยียนมองไปยังหวังไคไท่หวังไคไท่มองไปที่ฟางเต้าจือ หลังจากทั้งสองจ้องหน้ากันแล้วจึงพยักหน้า “งั้นก็ได้อีกประเดี๋ยวข้าจะพาพวกเขาออกมาทั้งหมด จากนั้นก็ฆ่าเสีย”
จวงเฟยเฟยพยักหน้า “ไม่ใช่ข้าน้อยใจดำ ในค่ายทหารดูเหมือนจะปลอดภัยทว่ามากคนมากปาก คนในหน่วยทหารมีมากมาย หากสักคนในนี้เป็ไส้ศึกของไทเฮาแล้วเห็นทหารม้าพาคนของชมรมสี่ทิศเข้าไปในค่ายละก็พวกเขาต้องสงสัยและหาวิธีสืบเื่นี้จนได้”
นางมองไปที่หวังไคไท่“รบกวนท่านแม่ทัพไปจัดการั้แ่ตอนนี้ พาคนกลับชมรมสี่ทิศทั้งหมดแล้วให้ผู้ตรวจการลงมือฆ่าซะหลังจากตายแล้วก็นำมาใส่ในรถม้าของโรงจวี้ฉ่าง เมื่อฟ้าสางรถม้าจะออกเดินทางทันทีข้าน้อยสั่งให้รถม้าเข้าไปรอในชมรมสี่ทิศตอนฟ้าสางแล้วข้าบอกพวกเขาว่าเป็สาขาใหม่ของโรงจวี้ฉ่าง”
หวังไคไท่พยักหน้า “งั้นก็ตกลงตามนี้ผู้ตรวจการทุกคนเชื่อใจได้ เื่นี้ข้าก็ปล่อยให้ผู้ตรวจการไปจัดการแล้วกัน”
เฉินไจ่เหยียนกล่าวสรุป “ในเมื่อตัดสินใจแล้วงั้นก็รีบจัดการเลย จวงเฟยเฟย เ้าไปจัดการเื่ในโรงจวี้ฉ่าง หวังไคไท่เ้าไปจัดการฝั่งของชมรมสี่ทิศ”
จวงเฟยเฟยยกมือคารวะ “ข้าน้อยจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เมื่อผู้ตรวจการจัดการเสร็จแล้ว คนของโรงจวี้ฉ่างจะเข้าไปทันที เมื่ออาทิตย์ขึ้นรถม้าของโรงจวี้ฉ่างก็จะเดินทางออกจากเมืองหลวง ต้องไม่มีใครสงสัยแน่”
หวังไคไท่กล่าวต่อ “คนสนิทของข้าจะเก็บกวาดในชมรมทั้งหมดเอง”
เฉินไจ่เหยียนหันไปพูดกับทั้งสองคน“ก่อนอาทิตย์ขึ้นต้องจัดการให้เสร็จทั้งหมด”
หวังไคไท่ลุกขึ้น“งั้นข้าไปจัดการเื่นี้ก่อนแล้วกัน”
ฟางเต้าจือลุกขึ้นตาม “ข้าจะไปกับเ้าด้วย”
ทั้งสองทำความเคารพเฉินไจ่เหยียนจากนั้นก็กอดไหล่กันจากไป สองคนนี้เป็หมากตัวสำคัญในหน่วยทหาร หากไม่มีเขาทั้งสองคาดว่าหน่วยทหารก็คงวุ่นวายไม่น้อย เฉินไจ่เหยียนตั้งมั่นในใจ หากอำนาจยังอยู่ในมือเขาอย่างไรก็ต้องจบเื่นี้ลงให้ได้เพราะหากเื่นี้ถูกแพร่ออกไป คนของหน่วยทหารคงไม่มีใครรอดชีวิตแน่
หม่าจื่อเวยเอ่ยถามขึ้น “แล้วเราจะจัดการอันเจิงที่เป็เ้าสำนักวรยุทธ์เบิก์อย่างไร?เื่นี้เกิดขึ้นเพราะเขา หากจัดการไม่ได้คาดว่าต้องเป็ภัยร้ายสำหรับทุกคนแน่”
จวงเฟยเฟยรู้สึกหม่นหมองในใจทันที นางรู้ว่าความหมายที่หม่าจื่อเวยสื่อออกมาคืออะไรฉะนั้นนางจึงอดเสียใจไม่ได้ หากเมื่อครู่นางไม่บอกให้กำจัดคนในชมรมสี่ทิศคาดว่าหม่าจื่อเวยคงไม่คิดจะลงมือกับอันเจิง
ไม่รอให้เฉินไจ่เหยียนพูดจวงเฟยเฟยก็พูดขึ้นก่อน “ทางอันเจิงไม่มีปัญหา ข้ารับประกันได้”
หม่าจื่อเวยหรี่ตามองจวงเฟยเฟยแวบหนึ่ง“ข้าเชื่อใจความซื่อสัตย์ของเ้า แต่เ้าจะเอาอะไรมารับประกัน?ใช้เพียงแค่ปากพูดรึ หรือจะรับประกันด้วยบ้านของเ้า? จวงเฟยเฟย ต่อให้เ้าจะใช้ชีวิตตัวเองมารับประกันการเก็บอันเจิงไว้ก็ไม่ได้ทำให้คนอื่นสบายใจหรอก”
เขามองไปที่เฉินไจ่เหยียน “ใต้เท้าในเมื่อเื่ก็มาถึงขั้นนี้ อย่างไรเสียการฆ่าครั้งใหญ่ก็เปิดฉากแล้วข้าคิดว่าควรกำจัดให้สะอาดไปในทีเดียวเลย หากพวกข้าต้องตายกันหมดในราชสำนักจะมีใครกล้าต่อต้านไทเฮาอีก? ใครจะยังรักษาความปลอดภัยของาาได้?ในเมื่อคนในชมรมสี่ทิศตายได้ อย่างนั้นอันเจิงก็ตายได้แต่เราจะตายไม่ได้ หากคนของหน่วยทหารตายไป าาก็จะทรงสูญเสียทั้งหมด”
สีหน้าเฉินไจ่เหยียนเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องเขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “เื่ของอันเจิง...ตอนนี้ปล่อยเขาไปก่อนเถอะท่านเสนาบดีคนเก่าให้ความสำคัญกับเขามาก พวกเราทำลายชมรมสี่ทิศของท่านเสนาบดีไปแล้วอย่าทำลายความตั้งใจของเขาอีกเลย”
หม่าจื่อเวยอ้าปากราวกับอยากจะพูดอะไรต่อเฉินไจ่เหยียนโบกมือ “เื่นี้พอแค่นี้ก่อน เ้าไปจับตาดูที่ชมรมสี่ทิศด้วยตัวเองเถอะ”
หม่าจื่อเวยถอนหายใจยาว ก่อนจะขอตัวจากไป
จวงเฟยเฟยยกมือคารวะ“อย่างนั้นข้าน้อยขอตัว”
เฉินไจ่เหยียนพยักหน้า จากนั้นก็ถามขึ้น“ห้วยเฉิงเป็อย่างไรบ้าง?”
จวงเฟยเฟยตอบกลับด้วยสีหน้าราบเรียบ “ดีกว่าเมื่อก่อนมากแล้วหมอมาดูอาการ บอกว่าบางทีเขาอาจจะฟื้นในอีกไม่นานนี้”
“เ้าก็...ระวังตัวให้มาก ๆไทเฮาอาจลงมือทำอะไรก็ได้ จะให้ดีส่งเขาออกนอกเมืองหลวงจะปลอดภัยกว่า...เ้าไปเถอะข้าจะพักผ่อนสักหน่อย อีกเดี๋ยวจะต้องเข้าราชสำนักแล้ว”
จวงเฟยเฟยก้มหน้า “ข้าน้อยขอตัว”
นางออกจากหน่วยทหารไป หลังจากขึ้นรถม้าเรียบร้อยคนบังคับรถม้าจึงถามขึ้น “ฮูหยิน เราจะกลับบ้านเลยหรือไม่?”
จวงเฟยเฟยส่ายหน้า “ไม่ ไปสำนักวรยุทธ์เบิก์”
