ระหว่างที่ไป๋หยุนเฟยใคร่ครวญถึงปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เปลวไฟก็โหมซัดมาจากทั้งสี่ทิศก่อนจะก่อตัวกลายเป็ลูกไฟนับไม่ถ้วนรายล้อมอยู่รอบกาย
เพียงแต่ครั้งนี้พลังของพวกมันกลับรุนแรงกว่าที่ผ่านมา
“บัดซบ อีกแล้วหรือ?!”
ไป๋หยุนเฟยร่ำร้องด้วยความรันทดก่อนจะเหยียดทวนออก...
การโจมตีจากพลังธาตุไฟที่หนุนเนื่องกระหน่ำใส่ไม่ปล่อยให้ไป๋หยุนเฟยได้หยุดพัก แต่มันยังคงป้องกันตนเองอย่างรัดกุมจากการจู่โจมที่‘กระหน่ำใส่’ด้วยอารมณ์อันขุ่นมัว
ผ่านไปราวชั่วน้ำเดือด การจู่โจมจึงหยุดลง
หลังจากนำเครื่องประดับที่ช่วยเพิ่มจิติญญาออกมาหลายชิ้น ไป๋หยุนเฟยก็สวมใส่บนร่างพร้อมกับแยกเขี้ยวยิงฟัน “บัดซบ! ข้ารู้นะว่ายังมีอีก!!”
ราวกับจะขานรับต่อคำเรียกร้อง ลูกไฟนับไม่ถ้วนจึงเริ่มปรากฏขึ้นในรัศมีห้าวารอบกาย...
แล้วจะระดมจู่โจมระลอกที่สามก็เริ่มขึ้น...
ตามมาด้วยระลอกที่สี่...
ตามมาด้วยระลอกที่ห้า...
หากไม่ได้เครื่องประดับเสริมจิติญญาที่ช่วยเร่งการฟื้นฟูพลังิญญา ผลกระทบการะเิจากทวนเปลวอัคคีและผลกระทบเพิ่มเติมของปลอกแขนมีดเพลิงที่ช่วยให้ผ่านไปได้ ไป๋หยุนเฟยก็ไม่กล้าจะคาดเดาแล้วว่าตนเองจะเป็เช่นไร
มันเสี่ยงทุ่มเททุกสิ่งเพื่อป้องกันตนเอง ดังนั้นแม้จะต้องเผชิญอันตรายรอบด้าน แต่การจู่โจมทั้งมวลกลับไม่อาจกระทบถูกไป๋หยุนเฟยแม้แต่ครั้งเดียว
และสุดท้าย การระดมยิงครั้งที่เก้า...
“ตูม!!”
เป็อีกครั้งที่ผลกระทบเพิ่มเติมของทวนเปลวอัคคีถูกกระตุ้นขึ้น แรงะเิกวาดซัดลูกไฟที่พุ่งเข้ามาจากด้านหน้าแตกกระจายอกไป
“ปัง!”
ขณะหมุนควงด้วยความเร็วดุจสายฟ้าก็บังเกิดคลื่นเปลวเพลิงปะทุออกจากแขนไปเบื้องหน้า ด้วยพลังิญญาสามร้อยหน่วยที่สะสมเอาไว้ในแหวนจึงช่วยให้ไป๋หยุนเฟยสามารถเรียกมีดปีกเพลิงออกจู่โจมกวาดซัดศรเพลิงที่เหลืออยู่ออกไปได้...
ยามที่ประกายไฟแตกกระจายและมอดดับไป พื้นที่รอบข้างจึงเริ่มสงบลง
สองมือไป๋หยุนเฟยยึดกุมทวนประคองร่างพยายามที่จะฟื้นฟูพลังิญญา ขณะเดียวกันก็ภาวนาในใจด้วยความอับจนปัญญา “ได้โปรดเถอะ... อย่าได้มีอีกเลย ต้องผ่านอีกกี่ครั้งท่านจึงจะพอใจ?! ข้าไม่อาจรับไหวอีกแล้ว!”
“อ๊าก... ใครก็ได้บอกข้าที... นี่มันเื่อะไรกัน?!”
……
ยามนั้นเอง ประตูสู่‘ด้านนอก’ก็เปิดออก
บริเวณรอบประตูถูกฉาบย้อมด้วยแสงสีแดงที่ฉายผ่านช่องประตูออกมา บังเกิดเป็ภาพอันพิสดารยากจะอธิบายเมื่อพลังธาตุที่อยู่รอบประตูคล้ายจะถูกสะกดอยู่กับที่ โค่วฉางคงกลับออกไปยืนรวมกลุ่มกับเหล่าผู้าุโซึ่งยืนห่างออกจากประตูไปหลายวา ยามนี้แต่ละคนล้วนยืนอย่างเงียบงันจับจ้องไปที่เบื้องหน้าของประตู
ซ่งหลินหรี่ตาสังเกตผ่านช่องประตูด้วยสีหน้ากังวล จากนั้นความเคลื่อนไหวจากอีกด้านของประตูก็เข้าสู่สายตา มันอดไม่ได้ต้องร่ำร้องขึ้น “เป็ศิษย์น้องเย่ มันออกมาแล้ว!”
ที่แท้ก็มีเงาร่างคนผู้หนึ่งเดินผ่านประตูออกมาสู่สายตา เพียงไม่นานก็เห็นชัดตาว่าเป็เย่จื่อชิว
ดูจากภายนอกกลับไม่พบความแตกต่างจากเมื่อยามเข้าไป เย่จื่อชิวปราศจากวี่แววของพลังที่เพิ่มพูนขึ้นทั้งยังไร้กลิ่นอายพลังของผู้ที่ทะลวงผ่านด่าน แต่ใบหน้าของมันกลับเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดี
“อาจารย์ เ้าสำนัก ผู้าุโ ศิษย์หลอมวัตถุิญญาเฉพาะตัวสำเร็จแล้ว!”
น้ำเสียงยินดีดังก้องไปทั่วบริเวณ แต่มันยังคงกล่าวด้วยความนอบน้อมต่อเหล่าผู้าุโทั้งหลาย
หลังจากพยักหน้าด้วยความพอใจหวงฟู่หนานก็หัวเราะด้วยเสียงอันดัง “ฮ่าฮ่า ประเสริฐ! ประเสริฐมาก! ไม่เสียแรงที่เป็ศิษย์ข้า เ้าไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังจริงๆ!”
เสียงหัวเราะเปี่ยมด้วยความยินดี แต่ช่างน่าขบขันนัก หวงฝู่หนานกลับลืมเลือนไปว่าั้แ่เย่จือชิวกลายเป็ศิษย์ของตนมันยังไม่เคยได้ถ่ายทอดวิชาอันใดให้...
โค่วฉางคงก็มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าเช่นกัน แต่ทว่ากลับไม่คิดจะเอ่ยถามเื่ที่เย่จือชิวได้รับวัตถุิญญาเฉพาะตัว เพียงพยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้มแ่จางก่อนจะเอ่ยปากว่า “ประเสริฐมาก เป็ความสำเร็จที่โดดเด่นนัก เ้าไปรอที่ด้านข้างก่อนหยุนเฟยยังไม่ออกมา”
“ทราบแล้ว!” เย่จือชิวรับคำอย่างนอบน้อมก่อนจะล่าถอยไปอยู่ด้านข้างร่วมกับหลี่เถี่ยชุย แม้จะหันกายออกไปแล้วก็ตามแต่สีหน้ามันกลับฉายแววห่วงกังวล“หยุนเฟยเข้าไปแล้วหรือ? ข้าเข้าใจว่าอยู่ด้านในเพียงลำพัง แต่ว่า... หากข้าออกมาหลังจากมันเข้าไป แล้วไฉนข้าจึงไม่พบเห็น?”
“ศิษย์น้องเย่ไม่ต้องกังวลเื่นั้น ยามที่พวกเ้าทั้งสองเข้าไปในเวลาเดียวกันจุดหมายของพวกเ้าจะไม่ใช่ที่เดียวกัน...” หลี่เถี่ยชุยเอ่ยปากบอกเย่จือชิวราวกับทราบว่าอีกฝ่ายกำลังครุ่นคิดเื่อันใด
“เอ๊ะ?” เย่จือชิวสะท้านใจ แต่ขณะเดียวกันก็ใช้ความคิดอย่างเร่งร้อนเชื่อมโยงเื่ราวได้ จึงโพล่งถามต่อศิษย์พี่ของตนว่า “ถ้าเช่นนั้นนี่ต้องเป็... วิชามิติ?!”
หลี่เถี่ยชุยเพียงพยักหน้าตอบ แต่การพยักหน้านี้ก็เพียงพอจะสร้างความแตกตื่นให้แก่เย่จือชิวได้แล้ว มันไม่ถามอันใดอีกเพียงหันกลับไปมองที่ประตู “ถ้าเช่นนั้นนี่ก็เป็หนึ่งในวิชามิติที่ร่ำลือกัน! สำนักช่างประดิษฐ์นับว่าเหนือธรรมดากว่าที่ข้าคิดไว้อีก...”
ความเงียบงันกลับมาครอบคลุมภายในถ้ำอีกครั้งเมื่อทุกคนเพ่งความสนใจจับจ้องไปที่ประตูเพื่อรอคอยให้ไป๋หยุนเฟยออกมา...
……
ภายที่มิติสีแดงฉาน
ไม่ทราบว่าเป็เพราะที่ไป๋หยุนเฟยภาวนาได้ผลหรือไม่ แต่ผ่านไปหลายอึดใจแล้วก็ยังไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอีก ความเงียบงันไร้การตอบสนองเช่นนี้แทนที่จะทำให้ไป๋หยุนเฟยผ่อนคลายกลับยิ่งทำให้มันหวาดหวั่น
หลังจากระบายลมออกจากปากออกยาวเหยียด ไป๋หยุนเฟยก็ปาดเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนจะกล่าวด้วยความโล่งอกว่า “ในที่สุดก็จบลง! หากยังมีอีกข้าคงถูกย่าง---”
“เอ๊ะ?” ระหว่างที่ไป๋หยุนเฟยกำลังฟื้นฟูพลังิญญาอยู่นั้น ยามกวาดตามองโดยไม่ตั้งใจก็ถูกบางอย่างดึงดูดความสนใจจนต้องเพ่งตามอง
รอบด้านยังคงถูกคลอบคลุมด้วยพลังธาตุไฟที่หนาแน่นราวกับหมอกสีแดง มันไม่ได้ผนึกตัวขึ้นเป็วัตถุเช่นลูกไฟดังที่ผ่านมา แต่ว่า “บัดซบ! ที่แท้ก็ยังมีเื่ให้ต้องรับมืออีก!” ไป๋หยุนเฟยหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะร้องออกมา --- ในที่สุดมันก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติไป หมอกแดงที่ก่อตัวจากพลังธาตุไฟอันเข้มข้นเริ่มปั่นป่วนขึ้น แต่ทว่า... เพียงปั่นป่วนอยู่ในพื้นที่เล็กๆรอบกายมันเท่านั้น!
เมื่อสังเกตดูอย่างใกล้ชิด ไป๋หยุนเฟยก็พบว่า‘หมอกแดง’ที่อยู่รอบกายกลับแยกตัวอย่างชัดเจนออกจากกลุ่มหมอกรอบนอก เห็นได้ชัดว่าหมอกแดงนี้ก่อตัวขึ้นจากพลังธาตุไฟ แต่ก็คล้ายกับว่ามีพลังงานอื่นแทรกอยู่กับมวลพลังธาตุไฟที่อยู่รอบกาย
หลังจากใช้เวลาชั่วครู่สังเกตดู สีหน้าไป๋หยุนเฟยยิ่งมาก็ยิ่งเคร่งเครียด ในยามนี้ที่มันครุ่นคิดถึงก็คือพลังงานนี้ปรากฏขึ้นเมื่อใดและปรากฏขึ้นได้อย่างไร!
สุดท้ายไป๋หยุนเฟยจึงตระหนักได้ว่าพวกมันปรากฏขึ้นหลังจากที่ตนเองฟาดทำลายลูกไฟและศรเพลิงจนหมดสิ้นแล้วนั่นเอง!
ราวกับจะตอบสนองต่อ‘การค้นพบ’ของไป๋หยุนเฟย พลังนั้นเริ่มจึงพลุ่งพล่านไหลเวียนกลายเป็วังวนขนาดั์ทันที!
“ข้าทราบแล้ว! ข้าทราบแล้วว่าคงไม่จบลงง่ายดายเช่นนี้!!”
หัวใจไป๋หยุนเฟยสั่นกระตุก ยามนี้มันเพียงคิดจะร่ำไห้ต่อความอยุติธรรมเช่นนี้ แต่ว่าต่อให้ก่นด่าไปก็ไร้ประโยชน์ ไป๋หยุนเฟยคำรามก้องพร้อมกับเร่งเร้าพลังิญญาที่หลงเหลืออยู่น้อยนิดเตรียมจะกระโจนหนีให้พ้นจากระยะของ‘วังวน’
“หา?!” ชั่วพริบตาที่ตัดสินใจได้ สีหน้าของไป๋หยุนเฟยกลับเผยฉายแววงงงัน ยิ่งเวลาผ่านไปทุกขณะใบหน้ามันก็ยิ่งขาวซีดจนน่าหวาดหวั่นอีกทั้งดวงตาก็ฉายแววประหวั่นพรั่นพรึงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!
มัน... มันกลับไม่อาจเคลื่อนไหวได้!!
ความคิดไป๋หยุนเฟยยังคงแจ่มใสทั้งยังรู้สึกได้อย่างแจ่มชัดว่าแขนขายังคงอยู่ แต่ทว่ามันกลับไม่อาจขยับเคลื่อนไหวออกจากจุดเดิมได้! แม้จะสมองพยายามสุดชีวิตที่จะสั่งการให้ยกขาขึ้น แต่ทั้งร่างยังคงมั่นคงตั้งตรงราวกับคันทวน --- ไม่อาจขยับเคลื่อนไหว!
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่? นี่มันเื่บัดซบอะไรกัน?!” ไป๋หยุนเฟยคำรามพร้อมกับพยายามเรียกการควบคุมร่างกายกลับคืนมา แต่แม้จะพยายามเพียงใดก็ยังคงไร้ผล มันกลายเป็รูปสลักที่แม้แต่นิ้วมือก็ยังไม่อาจขยับได้!
จากนั้นดวงตาไป๋หยุนเฟยก็ฉายแววพรั่นพรึง เพราะจู่ๆร่างมันก็ลอยขึ้นสู่อากาศอย่างแช่มช้า!
สุดท้ายเมื่อลอยขึ้นไปราวห้าวาร่างของไป๋หยุนเฟยจึงหยุดลง แม้ในมือยังคงกุมทวนเปลวอัคคีเอาไว้แต่กลับไม่อาจขยับแม้แต่น้อยนิด หลังจากแขนทั้งสองข้างตกห้อยลงข้างลำตัวโดยไม่อาจควบคุมแล้ว ร่างไป๋หยุนเฟยก็ถูกพลิกนอนราบอยู่ที่กลางอากาศ
ด้วยสายตาที่ยังคงจับจ้องไปที่วังวนของพลังสีแดง ไป๋หยุนเฟยจึงมองเห็นว่าวังวนนั้นหมุนเร็วขึ้นทุกที ขณะเดียวกันก็เริ่มควบแน่นหดย่อขนาดลง จนสุดท้ายก็กลายเป็พายุหมุนสีแดงขนาดหนึ่งวาห่อหุ้มไป๋หยุนเฟยไว้ตรงกึ่งกลาง
“ขยับ! ขยับ!! ขยับบบบ!!!” ไป๋หยุนเฟยแผดร้องในใจ ขณะเดียวกันก็กัดฟันจนสุดแรง ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำด้วยสายเื พลังิญญาทั้งมวลที่หลงเหลืออยู่ก็โคจรไปทั่วร่างเพื่อหาทางที่จะหลุดพ้นออกจากการถูกควบคุม
ในยามนี้ ไป๋หยุนเฟยกลับลืมเลือนไปหมดสิ้นถึงความจริงที่ว่าตนเองอยู่ในถ้ำลึกลับของสำนักช่างประดิษฐ์และตนเองก็กำลังได้รับ‘โอกาส’ที่มีเพียงศิษย์สายตรงเท่านั้นจึงจะได้ --- สภาพวิกฤตที่ไป๋หยุนเฟยต้องเผชิญการสูญเสียความควบคุมต่อร่างกาย กลับครอบงำจิตใจจนยามนี้ไม่เหลือสิ่งใดนอกจากความหวาดกลัวเท่านั้น
ยามนี้ พายุหมุนที่ห่อหุ้มไป๋หยุนเฟยเริ่มบีบกระชับ มองดูคล้ายกับว่าถูกแยกออกเป็สองส่วนบนล่างโดยมีร่างของไป๋หยุนเฟยอยู่กึ่งกลาง สุดท้ายฐานพายุหมุนฝั่งบนก็เคลื่อนมาอยู่เหนือหัวใจของไป๋หยุนเฟย!
ก่อนที่ไป๋หยุนเฟยจะทันได้ตอบสนองอันใด พลังธาตุไฟอันเข้มข้นก็แทรกซึมเข้าสู่ทรวงอกในทันที!
“อ๊ากกกก!!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกจากปากไป๋หยุนเฟย ยามนี้มันรู้สึกได้ว่าทุกตารางนิ้วในร่างกายกำลัง‘ซึมซับ’พลังธาตุไฟเข้าไป!
ขณะเดียวกันนั้น วังวนฝั่งเบื้องล่างไป๋หยุนเฟยซึ่งรูปทรงคล้ายกับพายุหมุนกลับด้านก็เคลื่อนเข้าสู่แขนขวาของมัน แล้วพลังธาตุไฟปริมาณมหาศาลก็เริ่มแทรกซึมเข้าสู่ทวนเปลวอัคคีที่ถูกกุมไว้ในมือขวาอย่างแแ่!
นอกจากนี้ยังมีพลังส่วนเกินอีกไม่น้อยที่ล้นทะลักออกจากทวน พวกมันจึงหลั่งไหลเข้าสู่ปลอกแขนมีดเพลิงบนแขนขวาด้วยเช่นกัน!
