ปีศาจอสูรอีกตัวพุ่งเข้ามาหาหลงเหยียนอย่างรวดเร็ว เมื่อมายืนเรียงกันเป็แถวหน้ากระดาน เด็กเหล่านี้ก็มีความน่าเกรงขามอยู่บ้างเหมือนกัน ทว่าไม่นาน หนึ่งในนั้นกลับสั่นเทาไปทั้งตัว ใจนเผลอปล่อยของเหลวออกมาจนล้นกางเกง
เด็กผู้หญิงอีกคนใจนร้องไห้โฮ
เสียงคำรามดังกึกก้องของปีศาจอสูรที่อยู่ในความโกรธเกรี้ยวและกระหายเืนั้น สร้างความหวาดกลัวแก่พวกเขาได้เป็อย่างมาก แม้แต่เด็กสาวคนแรกที่ก้าวออกมาอย่างกล้าหาญเมื่อครู่ก็ยังหวาดกลัวจนขาสั่นเช่นกัน พวกเขาไม่เคยผ่านเื่เช่นนี้มาก่อน เมื่อหนึ่งในนั้นใจนเผลอร้องไห้ออกมา คนอื่นๆ ก็หวาดกลัวจนไม่สามารถก้าวขาเพื่อวิ่งหนีไปด้วยซ้ำ
“อา... มันพุ่งมาทางนี้แล้ว มันพุ่งเข้ามาแล้ว ศิษย์พี่หยุน รีบมาช่วยพวกเราเร็ว ข้าไม่อยากตาย”
“โฮก!” พยัคฆ์เปลวอินทนิลหยุดลง แล้วจ้องไปยังเด็กสาวที่ล้มร่างอ่อนยวบเพราะความหวาดกลัว
“ไม่... ไม่นะ... เ้าเดรัจฉาน ห้ามกินพวกเขาเด็ดขาด หากเด็กพวกนี้ตายละก็ ข้าต้องได้รับการลงโทษอย่างรุนแรงจากตระกูลชั้นในอย่างแน่นอน ข้าจะถูกปะาเชียวนะ”
หยุนม่านเทียนร้องคำรามเสียงดัง “ลุกขึ้นยืนแล้วโจมตีมันสิ แค่พวกเ้าอดทนอีกหน่อย ข้าต้องสังหารปีศาจอสูรตัวนี้ได้แน่”
“มัน... มันน่ากลัวเหลือเกิน พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันด้วยซ้ำ หากมันกัดละก็ เกรงว่าพวกเราคงกลายเป็อาหารของมันกันหมด”
เด็กกลุ่มนี้ใจนสติแตกไปหมด ไม่เหลือความผยองยโสอย่างที่แสดงต่อหลงเหยียนเมื่อครู่อีกแล้ว กระทั่งเด็กหนุ่มที่เคยเย้ยหยันหลงเหยียนเมื่อครู่ บัดนี้ก็ยังเหลือเพียงแววตาที่สิ้นหวัง
“โฮก!” ปีศาจอสูรตัวนี้สูงอย่างน้อยสี่เมตรด้วยกัน ด้วยร่างขนาดั์ของมัน ลำพังแค่ฟันแหลมคมกับปากขนาดใหญ่ของมัน เพียงหนึ่งคำก็สามารถกลืนคนสี่คนเข้าไปในท้องได้แล้ว
ในตอนที่มันร้องคำรามแล้วขยับเข้ามาใกล้เด็กๆ ทั้งหลาย ใช้จมูกดมกลิ่นแล้วอ้าปากกว้าง เตรียมจะฉีกทึ้งร่างกายของเด็กเหล่านี้เป็ชิ้นๆ ...
หลงเหยียนแสยะยิ้มเบาๆ ในเวลาแห่งความเป็ความตาย ท่ามกลางความหวาดผวาของหยุนม่านเทียน หลงเหยียนรวบรวมพลังและแปลงกายเป็ที่เรียบร้อยแล้ว อสรพิษเก้าเศียรขนาดใหญ่ปรากฏกายขึ้น กรงเล็บขนาดั์ทั้งสองของมันถูกยื่นไปจับปากของพยัคฆ์เปลวอินทนิลเอาไว้ในพริบตา
ศีรษะหนึ่งในเก้าของอสรพิษร้องคำรามเสียงดังขึ้น
“เ้าสิงโตน้อย ปล่อยให้เดรัจฉานตัวนี้เป็หน้าที่ของข้าเอง พวกเ้ารีบพาเด็กๆ พวกนี้ไปยังที่ปลอดภัยเร็วเข้า”
ทั้งหลงหลิงและเ้าสิงโตน้อยต่างก็ไว้ใจและเชื่อมั่นในพลังของหลงเหยียนอยู่แล้ว ไม่นานคนทั้งหลายก็พบว่าแท้จริงแล้ว หลงเหยียนเป็ผู้ฝึกยุทธ์อสูร ทั้งยังแปลงกายและช่วยพวกเขาซึ่งเคยดูถูกหลงเหยียนเอาไว้ในเวลาแห่งความเป็ความตายเช่นนี้
ทว่ากลับไม่มีใครรู้ว่าหลงเหยียนใช้กายธาตุพลังต่างหาก เขาพุ่งเข้าไปต่อสู้กับพยัคฆ์เปลวอินทนิลอย่างไม่ลังเล ร่างขนาดใหญ่ทั้งสองกัดทึ้ง โจมตี และกระแทกเข้าด้วยกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างขนาดมหึมาทั้งสองก่อให้เกิดเสียงและแรงสั่นะเืที่มากจนทิวเขาะเื
เมื่อมองเห็นหลงเหยียนในตอนนี้ชัดๆ ความรู้สึกที่ตรงกันข้ามกับตอนที่เจอกับหลงเหยียนในตอนแรกก็ปรากฏขึ้นในหัวใจของคนทั้งหลายอย่างพร้อมเพรียง
“อา... เป็... เป็ศิษย์จากตระกูลชั้นนอกคนนั้น เขาเป็คนเข้ามาช่วยพวกเราในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนั้นหรือ? ที่แท้ก็เป็เขานั่นเอง ทำไม... ทำไมพลังของเขาถึงแข็งแกร่งขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ เขาเป็แค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับชีพมนุษย์ชั้นสูงมิใช่หรือ?”
หยุนม่านเทียนที่อยู่ไกลออกไปเองก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของหลงเหยียนเช่นกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาค่อยๆ หลุดออกมาจากความสิ้นหวังอีกครั้ง
“หา? เป็หลงเหยียนนั่นเอง ที่แท้เขามีพร์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้เชียว? ถึงเป็ผู้ฝึกยุทธ์อสูรเช่นนี้ได้? ดูเหมือนนั่นจะเป็ปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่ห้าสินะ”
นี่เป็เหตุการณ์ที่อยู่เหนือความคาดหมายของเขาโดยสิ้นเชิง กลุ่มเด็กที่เคยหัวเราะเยาะหลงเหยียนเมื่อครู่ บัดนี้กลับหน้าเสียไปตามๆ กันเมื่อมองไปที่ร่างของหลงเหยียน
ร่างหลังแปลงกายของหลงเหยียนมีความสูงพอๆ กับพยัคฆ์เปลวอินทนิล ในเื่ของพละกำลัง ปีศาจอสูรของหลงเหยียนก็สามารถตีเสมอกับพยัคฆ์ร้ายตัวนั้นได้เท่านั้น
การแปลงกายด้วยกายธาตุพลังเป็การต่อสู้ที่ประชันกันในเื่ของพลังที่มี นอกจากนี้ อสรพิษเก้าเศียรตัวนี้มีจุดด้อยเพียงอย่างเดียวนั่นคือการที่ไม่สามารถแสดงวิชายุทธ์หรือทักษะอื่นๆ ออกมาได้ ทำได้เพียงร้องคำรามและต่อสู้ด้วยพละกำลังเท่านั้น การกระแทกด้วยพละกำลังมหาศาลเป็การต่อสู้เพียงอย่างเดียวของมัน ซึ่งแตกต่างไปจากิญญาัแปลงกาย
พลังปราณที่แข็งแกร่งถูกขับเคลื่อนออกไปเสริมอย่างต่อเนื่อง ทว่าในเวลานั้น หลงเหยียนกลับเอาชนะปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่ตัวนี้ไม่ได้เลย
ทำได้ขนาดนี้ หลงเหยียนก็พึงพอใจมากแล้ว
“เ้าเดรัจฉาน คิดไม่ถึงว่าเ้าจะกล้ากัดข้าเช่นนี้ เอาเถิด ดูเหมือนว่าหากยังไม่ใช้วิชาิญญาัแปลงกาย ข้าคงทำอะไรเ้าไม่ได้แล้วสินะ”
ด้วยพลังของกายธาตุพลัง หลงเหยียนแสดงวิชาิญญาัแปลงกายออกมาอย่างสุดกำลังในที่สุด คนทั้งหลายพบว่าร่างของหลงเหยียนที่ยืนอยู่ใต้ร่างกายขนาดั์ค่อยๆ เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างช้าๆ รูปลักษณ์ที่เคยอยู่ในร่างของอสรพิษเก้าเศียรเริ่มมีเกล็ดจำนวนมากปรากฏขึ้น หนามแหลมสีแดงงอกออกมาจากไหล่ทั้งสองข้าง ดูน่าเกรงขามเหลือเกิน
เมื่อมีวิชาิญญาัแปลงกายคอยส่งเสริม หลงเหยียนก็สามารถแสดงวิชายุทธ์ได้แล้ว
“หมัดทะลวง แหวกทะลุมันเสีย”
“แหวกฟ้าดิน คลื่นสายธารดารา”
สายธารแห่งดวงดาราจำนวนนับไม่ถ้วนถูกขับเคลื่อนขึ้น พลังโจมตีที่ยิ่งใหญ่พุ่งเข้าไปกระแทกลงบนร่างของพยัคฆ์เปลวอินทนิลเข้าอย่างจัง ปีศาจอสูรตัวนั้นถูกกระแทกให้ลอยกลับไปกว่าสิบเมตร บัดนี้ หยุนม่านเทียนเองก็โจมตีจนปีศาจอสูรอีกตัวล่าถอยออกไป ก่อนจะพุ่งเข้ามาสมทบกับหลงเหยียนพอดี
“หลงเหยียน คิดไม่ถึงเลยว่าเ้าจะมีพลังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ถึงขั้นโจมตีให้ปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่ล่าถอยออกไปได้ด้วยกำลังของตนเอง ดูท่า ก่อนหน้านี้ข้าคงประเมินเ้าต่ำเกินไปแล้ว เอ๋... ทำไมเ้าถึงกลายร่างอีกแล้วล่ะ หรือว่าเ้าจะผสานปีศาจอสูรสองสายพันธุ์เข้าด้วยกัน?”
หลงเหยียนพยักหน้าเบาๆ เขาไม่มีเวลามาอธิบายต่อ อย่างไรก็ตาม แค่เขาช่วยเด็กๆ เ่าั้เอาไว้ หยุนม่านเทียนก็รู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งมากแล้ว เพราะเขาไม่ได้ช่วยแค่เด็กเ่าั้เท่านั้น แต่ยังเท่ากับได้ช่วยชีวิตของหยุนม่านเทียนเอาไว้ด้วย
หลงหลิงกับเ้าสิงโตน้อยรับหน้าที่ปกป้องเด็กๆ เ่าั้ ทั้งสองพาเด็กกลุ่มนั้นถอยออกไปไกลมากแล้ว จึงได้แค่มองหลงเหยียนกับหยุนม่านเทียนต่อสู้กับปีศาจอสูรทั้งสองตัวอยู่ไกลๆ เท่านั้น ทั้งสองแสดงวิชายุทธ์และทักษะด้านพลังออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบัดนี้ หลงเหยียนได้นำกระบี่พิฆาตัออกมาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ฟึ่บๆๆ!” เขาเหวี่ยงกระบี่ออกไปหลายครั้ง คมกระบี่ทิ้งรอยแผลสีเืหลายรอยลงบนร่างของพยัคฆ์เปลวอินทนิลในชั่วพริบตา
“โฮก!” พวกมันคลั่งยิ่งกว่าเดิม กลิ่นคาวเืลอยคลุ้งไปทั่วห้วงอากาศ จนตอนนี้ ความรู้สึกที่เด็กๆ ทั้งหลายมีต่อหลงเหยียนทำได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
เด็กผู้ชายคนหนึ่งไม่สู้พอใจนัก
“เ้าคนจากตระกูลชั้นนอกนั่นมีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงเท่านั้น แม้ข้าจะไม่เคยต่อสู้เช่นนี้มาก่อน ทว่าหินวัดพลังบอกว่าข้ามีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นแรกแล้ว ข้าไม่เชื่อว่าจะสู้เ้าคนจากตระกูลชั้นนอกนั่นไม่ได้”
“พี่จาง รีบพุ่งเข้าไปสิ ข้าคิดว่าเมื่อครู่พวกเราอาจแค่ใเพราะความน่าเกรงขามของปีศาจอสูรตนนั้นจนสติหลุดไปชั่วขณะ แต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิดเอาไว้ จะปล่อยให้เ้าหมอนั่นมาดูแคลนพวกเราไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเขาจะแย่งความดีความชอบไปเสียหมด”
“หลี่จื่อ ไปกับข้า พลังของเ้าอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นสูงแล้ว พวกเราต้องไปแสดงฝีมือให้ศิษย์พี่หยุนได้เห็นกันสักหน่อย ข้าไม่เชื่อว่าเมื่อพวกเราร่วมมือกัน จะสู้เ้าคนจากตระกูลชั้นนอกนั่นไม่ได้”
เมื่อถูกคนที่มีนามว่าพี่จางยุแยง หลี่จื่อก็ะเิความฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง เดิมทีหลงหลิงเตรียมจะเข้าไปห้ามพวกเขาเอาไว้ ทว่ากลับถูกเ้าสิงโตน้อยขัดขวางเสียก่อน
“ก็ได้ หากเ้า้าไปก็ไปเถิด ช่างเป็เด็กที่สมควรตายจริงๆ หากไม่ใช่เพราะพี่หลงของข้า พวกเ้าคงถูกกินไปตั้งนานแล้ว เมื่อครู่เพิ่งจะหวาดกลัวจนแทบจะปัสสาวะราดไปหมาดๆ ไม่ทันไรก็ลืมแล้วหรือไร?”
คนที่ชื่อพี่จางชี้นิ้วไปที่เ้าสิงโตน้อย “เ้าเป็ตัวอะไร แม้แต่ศิษย์พี่หยุนก็ยังไม่กล้าพูดเช่นนี้กับข้าเลย”
พูดจบก็ทำหน้าบึ้งตึง แล้วลากหลี่จื่อไปเข้าร่วมการต่อสู้เบื้องหน้า...
เห็นได้ชัดว่าคนที่ถูกเรียกว่าพี่จางฝึกวิชาด้านความรวดเร็วและว่องไวมา เขาพุ่งนำเข้าไปในสนามรบ พยัคฆ์เปลวอินทนิลร้องคำรามเสียงสนั่น กรงเล็บแหลมคมบนฝ่ามือขนาดใหญ่ถูกเหวี่ยงไปที่หน้าอกของพี่จาง เพียงชั่วพริบตา หน้าอกของเขาก็มีรอยแผลลึกรอยหนึ่งปรากฏขึ้นเสียแล้ว
“อะไรกัน? นี่มัน... พยัคฆ์เปลวอินทนิลรวดเร็วได้ขนาดนี้เลยหรือ? ทั้งยังมีพละกำลังมากมายอีกด้วย ทั้งที่ตนมีวิชายุทธ์ทางกายอยู่แท้ๆ กลับตอบสนองไม่ทันด้วยซ้ำ”
ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งสติได้ พยัคฆ์ร่างั์ก็ยื่นใบหน้าเข้ามา เตรียมจะกัดทึ้งเขาเสียแล้ว พี่จางใจนฉี่ราด ดวงตาที่มองไปยังปีศาจอสูรอัดแน่นไปด้วยความหวาดผวา ทางด้านของหลี่จื่อเองก็หวาดกลัวจนวิ่งหนีไปเช่นกัน
หลงเหยียนรวดเร็วกว่าใคร เขากังวลว่าปีศาจอสูรจะกลืนพี่จางเข้าไปในคำเดียว จึงรวบรวมพลังปราณขึ้นที่ฝ่ามือแล้วซัดหมัดไปที่ใต้คางของพยัคฆ์ร้ายอย่างแรง
“ยังไม่รีบไปอีก... อยากรนหาที่ตายหรือไร?” หลงเหยียนคำรามก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว
--------------------
