แทนที่จะพูดว่าเป็มนุษย์ พูดว่าเป็สัตว์ประหลาดที่เป็ลูกผสมระหว่างช้างกับมนุษย์ยังเข้าท่ากว่า
“เ้าต่างหากสัตว์ประหลาด ไอ้มนุษย์หน้าโง่!” เขาพูดเสียงดัง เท้ายังคงก้าวต่อมุ่งหน้าไปยังเมืองสมุทร์
“แข็งแกร่งมาก!” ขนาดจินหยางเป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้ายังอุทานอย่างอดไม่ได้
ขณะที่สัตว์ประหลาดปรากฏตัว จินหยางขับเคลื่อนลมปราณของตัวเองในทันที แต่ก็ยังถูกผลักจนกระเด็น
“อาจหาญลองแรงกับช้างป่าเถื่อน สมองกลวงหรือยังไง” จอมยุทธ์คนหนึ่งพูดอย่างไม่แยแส
ช้างป่าเถื่อน ไม่ใช่แค่พวกจินหยางที่ไม่เคยได้ยิน แม้แต่จูชิงที่อยู่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนมาก่อนยังตกตะลึง
“คนบ้านนอกจะเคยเห็นอะไร” จอมยุทธ์ผู้นั้นยิ้มพลางส่ายศีรษะ
ถึงอนารยชนจะพบเจอได้ยาก ทว่าก็สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในเมืองสมุทร์ การที่คนพวกนี้ไม่รู้จักกระทั่งอนารยชนแสดงว่าพวกเขาอยู่ห่างไกลความเจริญมาก
อนารยชนไม่ใช่มนุษย์ พวกเขาแค่มีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ ทว่าก็ยังดูเหมือนสัตว์อสูริญญามากกว่า อย่างไรก็ตามอนารยชนสามารถเรียนรู้ภาษามนุษย์และยังสามารถฝึกฝนวิชายุทธ์ของมนุษย์ได้อีกด้วย
อนารยชนอยู่ระหว่างความเป็มนุษย์กับสัตว์อสูร ถ้าจะให้พูดอย่างชัดแจ้ง พวกเขาคล้ายคลึงกับนักรบิญญาอสูร
นักรบิญญาอสูรสามารถเปลี่ยนร่างกายของตัวเองเป็มนุษย์หรือสัตว์อสูรได้ตาม้า แต่อนารยชนทำไม่ได้ เพราะร่างกายของพวกเขาเป็เช่นนั้นั้แ่เกิด
อนารยชนยังเป็กองกำลังที่ทรงพลังยิ่งยวดในมหาสมุทร พวกเขามีข้อได้เปรียบที่มนุษย์ไม่มี
จูชิงมองช้างป่าเถื่อนที่เดินจากไปพลางขมวดคิ้ว มีหลายสิ่งหลายอย่างในมหาสมุทรที่แตกต่างกับแผ่นดินใหญ่
เมืองสมุทร์เป็เมืองของวังิญญาสมุทร มีศิษย์สวมเครื่องแบบของวังิญญาสมุทรเดินลาดตระเวนไปมาตลอดทาง
ศิษย์วังิญญาสมุทรมีขั้นบำเพ็ญเพียรไม่สูงเท่าไหร่นัก สูงสุดอยู่ที่ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณสี่ถึงห้าชั้นฟ้า แต่จอมยุทธ์ที่อยู่ในเมืองสมุทร์กลับต้องหลีกทางให้กับเหล่าศิษย์วังิญญาสมุทรที่เดินตรวจตราอยู่ ถ้าล่วงเกินพวกเขาเท่ากับว่าล่วงเกินวังิญญาสมุทร บริเวณมหาสมุทรแถบนี้ไม่มีใครกล้าต่อกรกับวังิญญาสมุทร
“หาที่พักกันก่อนเถอะ” จูชิงกล่าว
พวกเขาจะอยู่เมืองสมุทร์ระยะหนึ่งจึงจำเป็ต้องหาที่พักอยู่อาศัยเสียก่อน
“พวกเ้าอีกแล้วรึ?” ทันใดนั้นเสียงเกรี้ยวกราดดังจากด้านหลัง ช้างป่าเถื่อนปรากฏตัวขึ้นทางด้านหลังพวกจูชิง
พวกจูชิงใมาก ไม่คิดว่าจะเจอกับช้างป่าเถื่อนอีกครั้ง
ช้างป่าเถื่อนมีรูปร่างสูงใหญ่ แขนขาและลำตัวหนาเตอะ มองดูแล้วเหมือนกับถังหมักเหล้า ส่วนที่เด่นที่สุดบนใบหน้าก็คืองวงกับงาที่ยาวเกือบหนึ่งฟุต
“ขั้นหลอมลมปราณสามชั้นฟ้า!” ม่านตาของจินหยางหดเล็กเหลือเท่ารูเข็ม ขั้นบำเพ็ญเพียรของช้างป่าเถื่อนสูงขนาดนี้เชียวรึ
ช้างป่าเถื่อนกวาดสายตามองจูชิง เขานั้นรู้สึกประหม่าเล็กน้อยในความแข็งแกร่งของจินหยาง ทว่าคนที่เขาสนใจมากที่สุดก็คือจูชิง ถึงเป็แค่จอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ ทว่าคลื่นลมปราณกลับให้ความรู้สึกต่างออกไป
“จอมยุทธ์มนุษย์ พวกเ้าอยากได้หินปราณสักหน่อยหรือไม่?” ช้างป่าเถื่อนยิ้ม
“ไม่เลยสักนิด ขอบใจมาก!” จินหยางปฏิเสธทันควัน
ล้อกันเล่นหรือไง พวกเขาไม่รู้จักช้างป่าเถื่อนมาก่อน ช้างป่าเถื่อนหรือจะใจดีให้หินปราณกับพวกเขาง่ายๆ
“เฮ้อ พวกมนุษย์ทำไมขี้สงสัยกันนัก ข้าอยากร่วมมือกับพวกเ้าจริงๆ” ช้างป่าเถื่อนกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ
“ตึง!”
“ตึง!”
พื้นดินสั่นะเืราวกับแผ่นดินไหว!
“ให้ตายเถอะ พลังของช้างป่าเถื่อนน่ากลัวเกินไปแล้ว” จอมยุทธ์ที่สัญจรอยู่บนถนนมองช้างป่าเถื่อนด้วยความหวาดผวา
“ข้าคิดว่านอกจากวาฬป่าเถื่อนแล้ว พวกช้างป่าเถื่อนก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน” จอมยุทธ์คนหนึ่งหัวเราะ
อย่างไรก็ตาม ถึงพวกอนารยชนจักแข็งแกร่งทว่าสติปัญญาไม่ค่อยสูงนัก ทำให้ตกเป็เบี้ยล่างของมนุษย์อยู่บ่อยๆ
จูชิงส่ายหัว “ช้างป่าเถื่อนนี่ดูเหมือนจะไม่ฉลาดเท่าไหร่”
“ช่างมันเถอะ พวกเราจัดการเื่ของตัวเองกันก่อนดีกว่า” ซินต้าซานเม้มปาก เพิ่งมาถึงเมืองสมุทร์ได้ไม่นาน พวกเขาไม่อยากตกเป็เป้าสายตา
“ข้ารู้ที่อยู่คลังสมบัติลับของมนุษย์!” ช้างป่าเถื่อนคำราม เสียงดังสะท้อนก้องไปครึ่งเมืองสมุทร์
“ว่ายังไงนะ คลังสมบัติลับของมนุษย์!” ทันใดนั้นจอมยุทธ์นับไม่ถ้วนส่งเสียงอุทานดังออกมาจากถนน
“คลังสมบัติลับของมนุษย์อย่างนั้นรึ!” จินหยางตาเป็ประกาย
ของล้ำค่าของจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งมิใช่สิ่งที่จอมยุทธ์ทั่วไปสามารถจินตนาการได้ ถูกเรียกว่าคลังสมบัติลับอย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็จอมยุทธ์ขั้นสั่งสม
ถ้าเป็ขั้นเหินนภาหรือขั้นฟ้าดินเรียกได้ว่าโชคจากฟ้า แค่ของล้ำค่าชิ้นหนึ่งในคลังสมบัติก็ทำให้พวกเขาอยู่สบายทั้งชีวิตแล้ว
แน่นอนว่าคลังสมบัติลับดึงดูดความสนใจของวังิญญาสมุทรเป็อย่างมาก
“ช้างป่าเถื่อนนั่นรู้ที่อยู่ของคลังสมบัติลับจริงรึ?” มีคนสงสัย
จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณสามารถดำลึกลงไปในมหาสมุทร ส่วนจอมยุทธ์ขั้นสั่งสม หลังจากที่ปลดศักยภาพพวกเขาสามารถไปไหนมาไหนใต้ท้องทะเลได้อย่างอิสระ
มีจอมยุทธ์ขั้นสั่งสมบางคนเปิดถ้ำใต้มหาสมุทรแล้วอาศัยอยู่ที่นั่น การที่จะหาคลังสมบัติลับของจอมยุทธ์ขั้นสั่งสมย่อมไม่ต่างอะไรกับงมเข็มในมหาสมุทร
“คงไม่หรอกมั้ง พวกช้างป่าเถื่อนคิดเื่โกหกแบบนี้ไม่ได้ อีกอย่างก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหก มันมิได้ส่งผลดีอะไรกับพวกอนารยชน” จอมยุทธ์อีกคนเอ่ย
“บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์ ยินดีต้อนรับสู่เมืองสมุทร์!” จอมยุทธ์คนหนึ่งปรากฏกายกลางถนนห้อมล้อมไปด้วยจอมยุทธ์หลายสิบคน!
“บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ มิน่าล่ะขั้นบำเพ็ญเพียรถึงได้แข็งแกร่งขนาดนั้น!” จอมยุทธ์ที่อยู่บนถนนถึงกับอ้าปากค้าง
ในเผ่าช้างป่าเถื่อนจะมีบุตรช้างศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงหนึ่งคน ภายหลังเขาจักต้องเป็หัวหน้าเผ่าช้างป่าเถื่อนอย่างแน่นอน
“เ้าเมืองฮว๋างจ้าน คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาด้วยตัวเอง!” เมื่อเห็นจอมยุทธ์ผู้นั้น คนในเมืองสมุทร์ล้วนแสดงสีหน้าเคารพ
ในเมืองสมุทร์นั้นมีอยู่ตระกูลหนึ่งที่ห้ามล่วงเกินโดยเด็ดขาด ตระกูลนั้นก็คือตระกูลฮว๋าง ปกครองเมืองสมุทร์มานานหลายร้อยปีแล้ว
บรรพบุรุษเก่าแก่ของตระกุลฮว๋างมีตำแหน่งสูงศักดิ์ในวังิญญาสมุทร ด้วยความสัมพันธ์เช่นนั้น จึงไม่มีใครในเมืองสมุทร์สามารถทัดเทียมกับตระกูลฮว๋างได้
เรือลำั์ก่อนหน้านี้ที่พวกจูชิงเห็นก็คือเรือของตระกูลฮว๋าง เรือล่าสัตว์ขั้นบุษรา สามารถประมือกับสัตว์อสูรขั้นสั่งสมได้ ไม่ใช่แค่นั้น ตระกูลฮว๋างยังร่ำรวยเป็อย่างมาก กระนั้นแล้ว ผู้ทรงอำนาจอย่างตระกูลฮว๋างก็ต้องใช้เวลาเกือบร้อยปีกว่าจักกลายเป็เ้าแห่งมหาสมุทร!
ฮว๋างจ้านคิดไม่ถึงว่าบุตรช้างศักดิ์สิทธิ์จะรู้ความลับที่น่าใเฉกเช่นนี้ ทั้งยังคิดไม่ถึงว่าเขาจะแพร่งพรายข่าวออกไปทั่วทั้งเมืองสมุทร์ เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ถ้าเขารีบไปรับบุตรช้างศักดิ์สิทธิ์ั้แ่แรก คลังสมบัติลับนี้ก็จักกลายเป็ของตระกูลฮว๋างแต่เพียงผู้เดียว มันเป็โอกาสที่ยากพบเจอในรอบพันปี
“ข้า้าทำข้อตกลงกับพวกเ้า ที่อยู่คลังสมบัติลับแลกกับเรือล่าสัตว์มนุษย์สิบลำ” บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์กล่าว
“เรือล่าสัตว์มนุษย์สิบลำ มูลค่าอย่างน้อยๆ ก็หลายล้านหินปราณ” จูชิงพูด
หินปราณหลักล้านเป็จำนวนเงินมหาศาลสำหรับจอมยุทธ์ ทว่าถ้าเทียบกับคลังสมบัติลับแล้ว มันเป็เงินแค่เล็กน้อยเท่านั้น
“สิบลำเยอะเกินไป แปดลำก็แล้วกัน!” ฮว๋างจ้านต่อรองราคาโดยไม่คิด มนุษย์ซื้อขายกับอนารยชนมานานแล้ว การต่อรองราคาเป็เื่ปกติ ถ้าต้องซื้อราคาเต็มย่อมรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่
“สิบลำ ไม่น้อยไปกว่านี้ ถ้าเ้าไม่เห็นด้วย ข้าจะไปเมืองอื่น” บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์บอก
ฮว๋างจ้านตะลึงจังงัน เขาคิดไม่ถึงว่าบุตรช้างศักดิ์สิทธิ์จะเด็ดขาดถึงขนาดนี้
แม้ว่าพวกอนารยชนจะมีสติปัญญาต่ำ ทว่ามันก็มีผลดีก็คือความยึดมั่น ถ้าพวกเขาตัดสินใจอะไรแล้ว แม้จะจ่ายเงินให้เท่าไหร่ก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้
“สิบลำ ต้องสิบลำเท่านั้น ไม่ใช่สิบเอ็ด ไม่ใช่เก้า ต้องเป็สิบ!” บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์ย้ำ
“เราไปคุยกันข้างบนดีหรือไม่?” ฮว๋างจ้านเสนอ
“ข้าไม่มีเวลา รีบตัดสินใจสิ ตกลงหรือไม่ตกลง?” บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์เร่ง
“ฮว๋างจ้าน หากท่านมีเรือล่าสัตว์ไม่พอ ข้าตระกูลสือจะทำข้อแลกเปลี่ยนเอง” จอมยุทธ์ขี่นกั์คนหนึ่งบินลงมา
“ใครให้เรือกับข้าได้สิบลำ ข้าจะแลกเปลี่ยนกับคนผู้นั้น” บุตรช้างศักดิ์สิทธิ์กล่าว
“อนารยชนขาดแคลนเรือล่าสัตว์รึ?” จูชิงถามจอมยุทธ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ไม่ใช่แค่ขาด เรียกว่ายากจนข้นแค้นเลยดีกว่า!” จอมยุทธ์ผู้นั้นหัวเราะกับความทุกข์ของคนอื่น
แม้ว่าอนารยชนจะมีพร์ในด้านการบำเพ็ญเพียรมากกว่ามนุษย์ ทว่าพวกเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการตีเหล็กหรืออักขระิญญา อาวุธที่ใช้ล้วนซื้อจากมนุษย์ทั้งสิ้น
ปกติแล้วมนุษย์ไม่ค่อยซื้อขายเรือล่าสัตว์กับอนารยชนเท่าไหร่นัก ถ้าอนารยชนมีเรือล่าสัตว์ พวกเขาก็จะสามารถออกล่าในมหาสมุทรได้ ความเร็วในการขยายพันธุ์ก็จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็ภัยคุกคามตุ่์
ถ้าเป็สถานการณ์ปกติ พวกเขาไม่มีทางยอมรับข้อตกลงนั้นอย่างแน่นอน แต่ครั้งนี้สถานการณ์ค่อนข้างพิเศษ เผ่าช้างป่าเถื่อนส่งบุตรช้างศักดิ์สิทธิ์มาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนที่อยู่คลังสมบัติลับ นี่เป็ข้อตกลงที่ยากปฏิเสธสำหรับเมืองสมุทร์
แม้ว่าตระกูลฮว๋างจะไม่อยากยอมรับข้อตกลง ก็ยังมีตระกูลอื่นๆ ในเมืองสมุทร์ บรรดาตระกูลในเมืองสมุทร์นั้นมีเพียงไม่กี่ตระกูลที่มีทรัพยากรเพียงพอสามารถซื้อเรือล่าสัตว์สิบลำ!
