หลังจากเลื่อนระดับให้ถานลี่ ฉินหยุนซาน จางเฉิน และหูเจี๋ยทั้งสี่คนให้เป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 1 แล้ว แกนนำทั้งสิบสามหน่วยงานก็กลายเป็ผู้วิวัฒนาการกันหมด จากนั้นถังฮ่าวก็โยนซากหนูหลายตัว รวมถึงผลึกวิวัฒนาการทั่วไปสองชิ้นกับคริสตัลวิวัฒนาการต้นกำเนิดสองชิ้นให้ถานลี่กับจางเฉินนำไปวิจัย พอซือคงหลิงหลินเห็นเข้า ก็ตาเป็ประกาย ก่อนจะหยิบซากหนูสองตัวไปเช่นกัน
ภาพนี้ทำให้ถังฮ่าวฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ายาและเวชภัณฑ์เป็ของคู่กัน ทั้งที่ซือคงหลิงหลินมีอายุเพียงสามสิบหกปี แต่ก็ได้เป็หัวหน้าแพทย์แล้ว จึงถือว่าเฉลียวฉลาดและเป็อัจฉริยะอย่างแท้จริง
การวิจัยจำเป็ต้องใช้อุปกรณ์ในการทดลอง ดังนั้นถังฮ่าวจึงให้หยวนจวินและเฉินจวินขับรถไปที่ห้องปฏิบัติการอีกครั้ง เพื่อย้ายเอาอุปกรณ์และเครื่องมือทั้งหมดที่อยู่ข้างในออกมา จากนั้นก็เปลี่ยนพื้นที่ครึ่งหนึ่งที่ชั้นสี่ให้กลายเป็ห้องปฏิบัติการชั่วคราวจำนวนสองห้อง
ถังฮ่าวมองถานลี่ที่พาพวกจางเฉินกับซือคงหลิงหลินที่พาเล่อซาซาและเ้าหน้าที่ทางการแพทย์อีกคนเข้าไปในห้องปฏิบัติการแล้วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ทว่าระหว่างที่เดินลงไปชั้นล่างก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากชั้นห้า!
เสียงแบบนี้... มันคือเสียงข้อความโทรศัพท์นี่นา?
การสื่อสารทั้งหมดถูกตัดขาดไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ?
เช่นนั้นแล้วทำไมถึงยังรับข้อความได้อีกเล่า?
เย่ชิงเฉิงที่อยู่ชั้นห้าตรงริมหน้าต่างมองสองข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ทว่าภายในดวงตาคู่สวยกลับไม่มีประกายแห่งความยินดีเลยสักนิด และข้อความทั้งสองนี้ก็ถูกส่งมาจากเย่หยุนหลงที่เป็พี่ชายของเธอ!
ข้อความแรกถูกส่งมาว่า ตอนเวลา 18:00 น. เหล่าทหารกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันนายที่รอดชีวิตที่ค่ายทหารเซี่ยจิง มีผู้วิวัฒนาการแล้วหนึ่งร้อยห้าสิบหกคน ในจำนวนนี้มีผู้วิวัฒนาการระดับ 2 จำนวนสิบคน สาเหตุที่เป็เช่นนี้ก็เพราะมีข้อมูลที่เย่ชิงเฉิงมอบให้ ดังนั้นตระกูลเย่จึงได้คริสตัลวิวัฒนาการต้นกำเนิดสามเม็ดเป็รางวัล
ข้อความที่สองถูกส่งมาว่า ่แปดโมงเช้าของวันพรุ่งนี้ ค่ายทหารเซี่ยจิงวางแผนที่จะสร้างผู้วิวัฒนาการระดับสามคนแรกของกองทัพออกมา โดยมีตัวเลือกสามคนคือเย่หยุนหลง หวังเผิง และโจวเฉิงหยวน
ทั้งตระกูลเย่และตระกูลโจวล้วนเป็บุคคลสำคัญที่ติดตามผู้นำตระกูลเซี่ยในการก่อตั้งประเทศจงเซี่ยหรือก็คือประเทศจีน ส่วนตระกูลหวังนั้นก็เป็ถึงผู้นำประเทศคนก่อน
เย่หยุนหลง โจวเฉิงหยวน และหวังเผิงล้วนเป็ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของทั้งสามตระกูล!
เย่ชิงเฉิงรู้จักกับหวังเผิงและโจวเฉิงหยวนเป็อย่างดี!
เมื่อครึ่งปีก่อน ในวันขึ้นปีใหม่ของปี 2028 ปู่ทวดของตระกูลเย่ยังเคยถามความสมัครใจของเธอเลยว่าคิดจะเลือกหนึ่งในสองคนนี้เป็สามีหรือไม่เลย
ตอนนั้นเย่ชิงเฉิงได้แต่แสร้งทำเป็ออดอ้อนและบอกปัดว่าเธอยังเด็กเกินไป จึงยังไม่เหมาะที่จะพูดคุยเื่แต่งงาน และขอผัดไปคุยกันอีกทีตอนอายุสามสิบ
เย่ชิงเฉิงมองข้อความตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายสุดก็พิมพ์ตอบกลับไปห้าคำสั้นๆ ว่ายินดีด้วยค่ะพี่ สู้ๆ
ติ๊ง!
ไม่นานนักก็มีข้อความส่งมาอีกครั้ง!
“ฉันได้ติดต่อไปที่ค่ายทหารที่เซี่ยงไฮ้เพื่อให้ช่วยดูแลพ่อกับแม่แล้ว!” หลังจากที่เห็นข้อความนี้ ใบหน้าสวยของเย่ชิงเฉิงก็เผยรอยยิ้มออกมา
“ขอบคุณค่ะพี่!” หลังจากที่เย่ชิงเฉิงพิมพ์ข้อความนี้เสร็จ ก็มีเสียงดังมาจากข้างๆ
“หือ ทำไมเธอยังส่งข้อความได้ล่ะ?”
เย่ชิงเฉิงหันไปมองก็เห็นว่าถังฮ่าวได้มายืนอยู่ข้างๆ เธอั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้
“โทรศัพท์ของฉัน...” เย่ชิงเฉิงอธิบายเล็กน้อย
คลื่นวิทยุหรือ?
นี่เป็ฟังก์ชันที่คล้ายกับวิทยุ ทว่าวิทยุสามารถรับฟังได้อย่างเดียว แต่กลับไม่อาจส่งข้อความถึงกันได้
จริงสิ! ที่นี่มีอาจารย์และด็อกเตอร์หลายคนที่เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์นี่นา เช่นนั้นก็ให้พวกเขาวิจัยสิ!
‘จะเอาโทรศัพท์ของฉันไปวิจัยเหรอ?’
เย่ชิงเฉิงนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะในโทรศัพท์ของเธอมีรูปถ่ายล้ำค่ามากมาย ถ้าเกิดว่าหลุดออกไปละก็...
แต่พอคิดอีกทีก็รู้สึกว่าบัดนี้เป็วันสิ้นโลกแล้ว เช่นนั้นใครจะไปสนใจภูมิหลังของเธออีกล่ะ
เย่ชิงเฉิงยื่นโทรศัพท์มือถือให้ถังฮ่าว แต่ถังฮ่าวกลับส่ายหน้าและผายมือให้เธอถือไว้เอง จากนั้นคนทั้งสองก็รีบไปตามหาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์สามคน และยังได้เรียกหูเจี๋ยให้มาสมทบด้วย
หลังจากที่เย่ชิงเฉิงแสดงความพิเศษที่โทรศัพท์มือถือให้พวกเขาดู คนทั้งสี่ก็แกะโทรศัพท์มือถือออก ไม่นานก็พบวิธีเข้า
เพียงแค่ห้านาทีให้หลัง โทรศัพท์ที่ถูกแกะออกก็ได้ประกอบกลับคืนสภาพเดิม และถูกส่งคืนให้เย่ชิงเฉิง พวกเขาไม่ได้ดูสิ่งที่อยู่ข้างในเลยแม้แต่น้อย พอเป็ดังนี้แล้วเย่ชิงเฉิงก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่ในขณะเดียวกันก็แอบผิดหวังเล็กน้อยด้วย
ก่อนหน้านี้เธอยังกังวลอยู่เลยว่าพวกเขาจะแอบดูรูปถ่ายล้ำค่าในโทรศัพท์ของเธอ
“พ่อแม่ของคุณเย่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้หรือ?” ถังฮ่าวถาม
“อืม!” เย่ชิงเฉิงพยักหน้า ก่อนจะถามกลับ
“คุณถังก็มีญาติอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เหมือนกันเหรอ?”
“ใช่! หลังจากที่สถานการณ์ที่นี่สงบลง ฉันจะไปเซี่ยงไฮ้”
“อ๊ะ งั้นคุณถังต้องพาฉันไปด้วยนะ!”
“แค่กๆ คุณเย่ ผมเพิ่งเรียนจบเองนะ อย่าเรียกว่าคุณถังเลย เรียกผมว่าถังฮ่าวก็พอ หรือจะเรียกว่าฮ่าวจื่อเหมือนกับมี่มี่ก็ได้”
“ฉันไม่เรียกคุณถังก็ได้ แต่คุณเองก็อย่าเรียกฉันว่าคุณเย่เลย เอาอย่างนี้ดีไหม เราเรียกชื่อกันดีกว่า”
“ตกลง!” ถังฮ่าวพยักหน้า ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“เธอรู้จักกับมี่มี่ได้ยังไง?”
“มี่มี่ไม่ได้บอกเหรอ? ตอนที่มี่มี่เข้าร่วมรายการประกวดร้องเพลง บังเอิญว่าฉันเป็กรรมการพอดีน่ะ”
“รายการประกวดร้องเพลงหรือ? เสียงร้องของเด็กนั่นฟังได้ด้วยเหรอ?”
“ได้สิ เธอมีพร์จะตาย ถ้าไม่ใช่วันสิ้นโลกมาถึง ด้วยความสามารถของมี่มี่แล้ว เพียงแค่ฝึกฝนอีกหน่อยจะต้องกลายเป็ดาราดังระดับประเทศแน่”
เด็กนั่นเก่งขนาดนั้นเลยเชียว?
ถังฮ่าวแทบไม่เชื่อหูตัวเอง!
ตอนเด็กๆ โอวหยางมี่มี่ก็เป็คนที่มากความสามารถอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็เต้นรำ เปียโน ไวโอลิน ดูเหมือนเธอจะเคยได้รับรางวัลมาแล้วทั้งหมด แต่ถังฮ่าวไม่รู้จริงๆ ว่าเธอร้องเพลงได้
“พี่ชิงเฉิง เอ๊ะ พี่ฮ่าวจื่อ ทำไมพี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?” มีเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังขึ้น ก่อนจะเห็นโอวหยางมี่มี่เดินเข้ามาหา
ถังฮ่าวยิ้มบาง หลังจากทักทายสาวงามทั้งสองแล้วก็รีบลงไปชั้นล่าง!
“มี่มี่ เธอกับมู่เซวี่ยเป็พี่น้องกัน แล้วถังฮ่าวเป็อะไรกับพวกเธอ?”
“พี่ชิงเฉิง ตอนเด็กๆ ฮ่าวจื่อน่าสงสารมาก...” โอวหยางมี่มี่เล่าเื่ราวต่างๆ เกี่ยวกับถังฮ่าวให้เย่ชิงเฉิงฟัง แม้แต่เื่ที่ถังฮ่าวแอบชอบเชียนมู่เซวี่ยในตอนเด็กก็ถูกเธอเล่าออกมาด้วย
“มี่มี่ พ่อแม่ของเธออยู่ที่เซี่ยงไฮ้หรือ?”
“ไม่นะ คุณน้ากับสามีเธอ หรือก็คือพ่อแม่ของพี่มู่เซวี่ยอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ค่ะ ส่วนพ่อแม่ฉันอยู่ที่ซูโจว ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาจะเป็ยังไงบ้าง ฉันอยากไปหาพวกเขาจัง!” น้ำเสียงของโอวหยางมี่มี่แ่ลง
“ไม่ต้องห่วงหรอก พวกเขาจะต้องไม่เป็อะไร บางทีอีกไม่นาน พวกเราก็คงได้ไปซูโจวและเซี่ยงไฮ้แล้ว”
“อื้ม!” โอวหยางมี่มี่พยักหน้า
“จริงสิ พี่ชิงเฉิง พี่มู่เซวี่ยให้ฉันมาช่วยพี่เลือกอาวุธ!”
“อาวุธหรือ?”
“ใช่แล้ว ฝีมือการยิงปืนของพี่เยี่ยมขนาดนี้ แต่ปืนพกเก็บเสียงมันอานุภาพทำลายล้างต่ำเกินไป ต่อไปคงไม่มีประโยชน์อะไรอีก ดังนั้นรีบเลือกอาวุธดีๆ สักอย่างเถอะ!”
หลังจากได้แบ่งหน้าที่ให้กับลูกน้องทุกคนแล้ว ถังฮ่าวก็เตรียมแจกจ่ายอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ ต่อ
แน่นอนว่าอาวุธหนักอย่างเช่น จรวด RPG ปืนไรเฟิล หรือหน้าไม้ล้วนเป็สิ่งที่ผู้ติดตามหลักเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์พกพาเอาไปได้ ปืนไรเฟิลกับปืนกลมือส่วนใหญ่จะถูกมอบให้กับหน่วยรักษาความปลอดภัย เพราะหน่วยงานนี้มีความสำคัญในการปกป้องฐานที่มั่น ดังนั้นจึงไม่อาจประมาทได้
โอวหยางมี่มี่เลือกหน้าไม้ ส่วนเย่ชิงเฉิงก็เลือกปืนไรเฟิล
หัวหน้าและรองหัวหน้าคนอื่นๆ ก็เลือกอาวุธและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับตัวเอง มีเพียงถังฮ่าวและเชียนมู่เซวี่ยเท่านั้นที่ไม่ได้เลือก
เพราะเชียนมู่เซวี่ยมีทักษะระลอกคลื่นราชินีัที่มีพลังป้องกันน่าทึ่งอยู่แล้ว จึงไม่มีใครเอาชนะเธอได้ ไม่ว่าจะเป็ลูกธนูน้ำแข็ง หรือมีดสั้นสองเล่มของเธอก็ล้วนมีพลังโจมตีมหาศาล
ยิ่งไปกว่านั้นวันหน้าเชียนมู่เซวี่ยจะต้องรับหน้าที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพใหญ่ เพื่อช่วยถังฮ่าวรักษาฐานที่มั่นอยู่แล้ว โดยพวกเขาทั้งสองคนจะร่วมมือกันทั้งภายในและภายนอก เพื่อสร้างฐานที่มั่นที่แข็งแกร่ง!
ดังนั้นจึงไม่จำเป็ต้องใช้อาวุธหนัก
ส่วนถังฮ่าวก็มีพื้นที่จัดเก็บของระบบอยู่ ภายในก็มีอาวุธและะุจำนวนมาก แถมยังมีจรวด RPG ปืนไรเฟิล และหน้าไม้อย่างละชิ้นอยู่ ที่สำคัญที่สุดก็คือจรวดเกือบหนึ่งในสี่ และะุพิเศษของปืนไรเฟิลก็ถูกเก็บไว้ในพื้นที่จัดเก็บเช่นกัน
หาก้าเขาก็สามารถนำออกมาใช้ฆ่าศัตรูได้ในทันที
