เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ผู้คนต่างหันไปมอง
คนที่มาคือผู้ชายอายุประมาณยี่สิบห้าปีคนหนึ่ง ไว้ผมยาว ใบหน้าหล่อเหลา ตาคม เมื่อสวมใส่ชุดลำลองแล้ว ก็ดูแปลกตา
ยากที่จะจินตนาการได้จริงๆ ว่าผู้ชายคนหนึ่งจะมีรูปโฉมเช่นนี้ได้
“เจิงจื่อโหยว?” ซูฮ่าวตะลึงงัน และเผยสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา
เจิงจื่อโหยว คือคนท้องถิ่นของฉวนโจว ครอบครัวมั่งคั่งเป็อย่างมาก มารดาคือคุณหนูพันชั่งของตระกูลใหญ่ในต่างถิ่น บิดาคือเถ้าแก่ร้านหยก มีร้านหยกของครอบครัวสามร้าน และมีสมบัติไม่น้อย
นี่คือเศรษฐีรุ่นที่สองแท้จริงคนหนึ่ง แต่นิสัยกลับเหมือนเขามาก เ้าชู้สุดๆ ชอบเที่ยวผับ แข่งรถ และชอบของลายคราม
เขายังจำได้รางๆ ว่าชาติก่อนหลังจากที่เขามาถึงฉวนโจวแล้ว เพื่อนคนแรกที่เขารู้จักก็คือเจิงจื่อโหยว และคนที่สนิทมากที่สุดก็ยังเป็เจิงจื่อโหยว
แต่ที่น่าเสียดายคือ เขามีแฟนสาวที่ชอบสร้างปัญหาคนหนึ่ง และเขาดันไปยั่วยุคนใหญ่คนโตคนหนึ่งในร้านคาราโอเกะที่หนึ่งด้วย สุดท้ายก็ถูกคนฟันตายั้แ่อายุยังน้อย
ชาตินี้พบกับเจิงจื่อโหยวอีกครั้ง ซูฮ่าวรู้สึกทั้งตื้นตันทั้งหดหู่ใจจริงๆ
ใครจะคิดว่าผู้ชายเ้าชู้อย่างเจิงจื่อโหยว สุดท้ายจะตายอยู่ใต้คมมีด เพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว?
“ซูฮ่าว ที่นายถืออยู่ในมือคือของอะไร?” เจิงจื่อโหยวเดินมาด้านหน้า และถามอย่างแปลกใจ
“เป็ภาพวาดหมึกที่ฉันถูกใจน่ะ กำลังจะซื้อ”
“ภาพวาดหมึก? ให้ฉันดูหน่อย!” เจิงจื่อโหยวหรี่ตา และหยิบภาพที่อยู่ในมือของซูฮ่าวมาดู
แม้เขากับซูฮ่าวจะรู้จักกันไม่นาน แต่ความสัมพันธ์กลับดีมาก ตอนนี้ที่ซูฮ่าวจะซื้อภาพ เป็ธรรมดาที่เขาจะช่วยดู เพื่อไม่ให้ซูฮ่าวถูกหลอก
แค่มองแวบเดียว เขาก็ขมวดคิ้ว “ซูฮ่าว ลายเส้นของภาพนี้ยุ่งเหยิง มันคือภาพปลอมชัดๆ นายจะซื้อขยะอย่างนี้ไปทำไม?”
เถ้าแก่กับลูกค้าที่อยู่รอบๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย เจิงจื่อโหยวคนนี้นับว่าเป็คนฉลาด
“อย่าพูดมากน่า ภาพนี้เป็ภาพสำเนา” พอผู้ชายผมหยิกได้ยินอย่างนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยน และพูดโต้แย้งด้วยสีหน้าไม่พอใจ
เจิงจื่อโหยวเกือบจะหัวเราะเสียงดังออกมาแล้ว
“คุณชายท่านนี้ คุณหลอกลวงก็ควรจะมีลูกไม้หน่อยหรือเปล่า? แค่ภาพปลอมอย่างนี้ ให้ผมฟรีๆ ยังไม่เอาเลย แล้วนี่ยังจะเป็ภาพสำเนาอีก? น่าขำ!”
เขาพูดๆ อยู่ก็มองซูฮ่าวอีก “ซูฮ่าว ไอ้นี่มันนักต้มตุ๋น มันแค่แสร้งว่าเป็พวกมีความสามารถ ไม่ต้องสนใจมันหรอก หากนายสนใจภาพวาดหมึก เพื่อนอย่างฉันมีของแบบนี้เยอะแยะเลยล่ะ แถมดีกว่านี้มาก เดี๋ยวฉันเอามาให้นายสักลังยังได้”
ซูฮ่าวกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากไม่มีดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่า เขาก็เหมือนกับเจิงจื่อโหยว คิดว่าภาพนี้คือของปลอม
“ฉันแค่สนใจภาพวาดภาพนี้ ซื้อกลับไปตกแต่งบ้านก็ไม่แย่เท่าไรนี่”
เจิงจื่อโหยวมองซูฮ่าวอย่างงงงวย “นี่ไม่ใช่ว่านายไข้ขึ้นหรอกหรือ?”
เขายังคิดว่าหลังจากที่ได้ยินการตรวจพิสูจน์ของตนเองแล้ว ซูฮ่าวจะลบความคิดที่จะซื้อภาพนี้ไป แต่คิดไม่ถึงว่าซูฮ่าวยังยืนกรานที่จะซื้อ
ซื้อของปลอมชิ้นหนึ่งกลับบ้าน จะตกแต่งอะไรได้?
“ไม่ได้ไข้ขึ้น ก็แค่คิดว่าภาพนี้มันตรงกับรสนิยมของฉันมาก” ซูฮ่าวฉีกยิ้มเล็กน้อย กดรหัสลงบนหน้าจือฟู่เป่าอย่างรวดเร็ว และโอนเงินให้ผู้ชายผมหยิกห้าพันหยวนทันที
ผู้ชายผมหยิกดีใจเป็อย่างมาก
เดิมทีคิดว่าภาพนี้หลอกเงินได้หนึ่งพันก็พอแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าจะหลอกได้ถึงห้าพันหยวน จะทำอย่างไรได้ ใครสั่งให้เขาเจอคนโง่กันล่ะ?
เจิงจื่อโหยวที่อยู่ข้างๆ สังเกตเห็นอาการบนใบหน้าของผู้ชายผมหยิกแปรเปลี่ยนนานแล้ว ก็เลยถอนหายใจเบาๆ ออกมา
เห็นได้ชัดว่าผู้ชายผมหยิกคนนี้กำลังหลอกซูฮ่าว ในเมื่อซูฮ่าว้าซื้อ เขาก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน
มองผู้ชายผมหยิกเดินออกไป เถ้าแก่ของร้านกลอกตาไปมา และนำภาพวาดสองสามภาพเดินมาตรงหน้าซูฮ่าว “สหายน้อย ฉันเองก็มีภาพวาดอยู่สองสามภาพเหมือนกัน จะดูสักหน่อยไหม?”
ลูกค้าที่อยู่โดยรอบเห็นอย่างนี้แล้ว ก็เข้าใจทันที
เห็นชัดว่าเถ้าแก่คำนวณไอคิวของซูฮ่าวว่ามีปัญหา ก็เลยอยากนำภาพปลอมมาขายให้ซูฮ่าวสักสองสามภาพ เพื่อหากำไรให้มากหน่อยเช่นกัน
ซูฮ่าวกวาดตามองภาพพวกนี้แวบหนึ่ง ก็ส่ายหน้า “ภาพพวกนี้เป็ของปลอม ไม่มีประโยชน์อะไรต่อผม”
เถ้าแก่ตะลึงงัน
ลูกค้าที่อยู่โดยรอบก็ตะลึงงันเหมือนกัน
แต่กลับมีคนหัวเราะเสียงดัง
“ในเมื่อนายรู้ว่าภาพพวกนี้เป็ของปลอม แล้วทำไมนายถึงซื้อภาพปลอมภาพนี้?”
“ใช่ๆ ภาพนั้นของนายมันเป็ผลงานขยะในบรรดาภาพวาดปลอมเลยนะ”
“ฉันก็ขำเหมือนกัน เ้าเด็กคนนี้สมองมีปัญหาจริงๆ ”
………………..
ซูฮ่าวฟังคำวิจารณ์เหล่านี้แล้ว ก็ไม่โกรธ แค่แสยะยิ้มมุมปาก
“ใครว่านี่คือของปลอม นี่คือลายมือแท้ของถังป๋อหู่!”
ผู้คนต่างผงะมองหน้ากัน ทั้งหมดเอามือกุมท้องหัวเราะยกใหญ่
ลายมือแท้?
ให้ตายสิเสียสติแล้วหรือ!
แม้แต่เจิงจื่อโหยวก็หางตากระตุก และพูดอย่างฝืนยิ้มว่า “ซูฮ่าว นี่คือของปลอมจริงๆ หากนายไม่เชื่อ ก็ไปหานักตรวจพิสูจน์ของล้ำค่ามาดูสิ”
“ไม่ต้อง ภาพนี้คือลายมือแท้” ซูฮ่าวปัดมือ และพูดอย่างยืนกราน
ผู้คนไม่อยากบ่นพึมพำแล้ว อย่างไรการถกเถียงกับคนบ้าคนหนึ่งล้วนเป็เื่ที่ไม่มีความหมายอะไร
เจิงจื่อโหยวอ้าปาก สุดท้ายก็ยังไม่พูดอะไร
เขารู้สึกแปลกใจมาก เมื่อก่อนถึงแม้ซูฮ่าวไม่เอางานเอาการสำมะเลเทเมา แต่อย่างน้อยสมองก็ไม่มีปัญหา
แต่วันนี้ทำไมสมองของซูฮ่าวเหมือนจะขาดออกซิเจน?
เวลานี้ในกลุ่มคนมีผู้ชายที่ใส่หน้ากากอนามัยคนหนึ่งพูดอย่างกะทันหันว่า “ภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิคือผลงานตัวแทนของภาพวาดหมึกรูปคนของถังป๋อหู่ ที่ใช้คือวิธีการวาดแบบแรเงา การวาดลื่นไหล การเปลี่ยนของลายเส้นขึ้นลงวนกลับอย่างมีพลัง แต่ภาพที่อยู่ในมือนาย ใช้วิธีการวาดอย่างไม่ประณีตและลงรายละเอียดด้วยสีเข้ม ไม่แบ่งความหนาบางของเส้น จริงๆ แล้วไม่มีลักษณะของลายมือแท้แม้แต่น้อย”
เมื่อพูดเช่นนี้ออกมา ทุกคนต่างพากันพยักหน้า
ั้แ่โบราณจนปัจจุบัน ปรมาจารย์ประดิษฐ์ตัวอักษรล้วนมีลักษณะเด่นต่างๆ นานา
ดังคำที่ว่าต่างคนต่างมีลีลาการเขียนของตนและแตกต่างกัน อักษรเปรียบดั่งบุคคล ลักษณะอักษรสามารถเลียนแบบได้ แต่จิติญญามิอาจเลียนแบบได้ง่ายๆ
ยิ่งไปกว่านั้นภาพที่อยู่ในมือของซูฮ่าว แม้แต่ลักษณะก็ทำไม่ได้
ซูฮ่าวมองผู้ชายที่ใส่หน้ากากอนามัยท่านนั้นแวบหนึ่ง ก่อนค่อยๆ พูดว่า “ที่คุณพูดก็ถูก แต่ภาพนี้ยังมีส่วนพิเศษอยู่อีก”
ทุกคนก็หัวเราะเยาะขึ้นมาอีก
แค่ภาพปลอมภาพหนึ่งจะมีส่วนพิเศษอะไรกัน ล้อเล่นกันหรือเปล่า?
เจิงจื่อโหยวก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมอง เขามักจะรู้สึกว่าต่อให้ตายซูฮ่าวก็อยากรักษาหน้าไว้
ผู้ชายที่ใส่หน้ากากอนามัยใเล็กน้อย ก่อนปรี่เข้ามาสังเกตภาพวาดหมึกที่อยู่ในมือของซูฮ่าวอย่างละเอียด แต่กลับหาส่วนที่พิเศษไม่พบ
เขามองซูฮ่าวอีกที สายตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่กลับไม่มีการเสแสร้งที่จงใจใดๆ
หรือว่าภาพวาดหมึกภาพนี้มีส่วนที่พิเศษจริงๆ?
เขาหยุดชะงัก และเอ่ยถามว่า “ไม่รู้ว่าความพิเศษที่สหายพูดถึงอยู่ตรงไหนหรือ?”
“ชั้นนอกของภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลินี้ถูกคลุมด้วยผ้าบางพิเศษ จึงทำให้ภาพดูยุ่งเหยิง เพราะเส้นเดิมที่มีถูกทำให้ยุ่งเหยิงแล้ว ดังนั้นจึงถูกคิดว่าเป็ของปลอม” ซูฮ่าวชี้ไปที่ชั้นนอกของภาพ และพูดอธิบาย
“เป็ไปไม่ได้!” ผู้ชายที่ใส่หน้ากากอนามัยปฏิเสธข้อสรุปของซูฮ่าวแล้ว
“ถึงชั้นนอกของภาพจะถูกของพิเศษปกคลุม แต่จุดตัดเคลือบของภาพจะไม่เปลี่ยน แค่จุดตัดเคลือบของลายมือแท้จะอยู่ตรงม้วนพับขอบนอกทั้งหมด แต่รอบๆ จุดตัดเคลือบของภาพปลอมนี้กลับติดกับตัวแกน”
“ถึงแม้ภาพปลอมบางภาพจะเลียนแบบภาพเก่า และดูเหมือนภาพจริง แต่หากสังเกตส่วนเล็กๆ บนจุดตัดเคลือบอย่างละเอียด ก็จะมองเห็นส่วนที่บกพร่องออก จุดตัดเคลือบของภาพนั้นของนายแค่ดูก็รู้ว่าคือของใหม่ ถึงชั้นนอกจะคลุมผ้าบางพิเศษแล้ว แต่นั่นก็คลุมจุดตัดเคลือบไม่ได้”
ทุกคนตะลึงงัน เห็นได้ชัดว่าผู้ชายที่ใส่หน้ากากอนามัยคนนี้คือมือฉมังด้านการตรวจพิสูจน์ของล้ำค่า คำวิจารณ์ที่เฉียบขาดนั้นสามารถจี้จุดสำคัญได้
ซูฮ่าวหัวเราะอย่างกะทันหัน “จริงๆ แล้วจุดเคลือบของภาพนี้ก็เคยมีของพิเศษปกคลุมไว้!”
“เื่อย่างนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน ฉันขายภาพมาสิบกว่าปี ความรู้แค่นี้จะไม่รู้ได้อย่างไร?” ผู้ชายคนนั้นปลดหน้ากากอนามัยออก แล้วเผยใบหน้าที่เป็ผู้ใหญ่
พอเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ก็กระตุ้นให้เกิดเสียงใของผู้คนทันที
“ให้ตายสิ นี่คือซวี่หงเฟยซีอีโอของบริษัทเจียงชานหรูฮั่วไม่ใช่หรือ?”
“เจียงชานหรูฮั่วคือบริษัทจำหน่ายผลงานการประดิษฐ์อักษรและวาดภาพที่ใหญ่ที่สุดในตงเฉิงของเขตฉวนโจว ทั้งยังเก็บลายมือแท้ของผลงานการประดิษฐ์อักษรและภาพวาดไว้มากมายด้วย รวมถึงกุ้งหมึก ฉีไป๋ฉือ และสิงโตที่าเ็ของฉวีเปยหง ส่วนซวี่หงเฟยยิ่งสุดยอด เพราะมีพร์ด้านการประดิษฐ์อักษร และวาดภาพมาั้แ่เด็กๆ โดยเฉพาะยังมีผลงานระดับสูงอีกมากมาย คนรวยจำนวนไม่น้อยจึงล้วนอยากเชิญเขาไปวาดภาพ”
“คิดไม่ถึงว่าซวี่หงเฟยจะมาเดินเตร่อยู่ที่ตลาดของลายครามแบบนี้ เป็เื่ที่หาได้ยากเลยนะเนี่ย”
“ซวี่หงเฟยคือคนที่จริงจังกับการประดิษฐ์อักษรและวาดภาพเป็อย่างมาก”
ผลงานการประดิษฐ์อักษรและวาดภาพที่บริษัทเจียงชานหรูฮั่วของเขาจำหน่ายก็แทบจะเป็ลายมือแท้ทั้งหมด ถึงเป็ภาพสำเนา แต่ก็มาจากมือของคนดัง อีกอย่างเขามีความต่อต้านและดูถูกต่อภาพปลอมมาตลอด
ด้วยสายตาของซวี่หงเฟย แยกแยะจริงแท้ของภาพก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก คำพูดที่เขาพูดราวกับมีอำนาจ ในเวลานี้หากซูฮ่าว้าแก้ตัวอีกก็เป็ไปไม่ได้แล้ว
จะทำอย่างไรได้ พูดได้แค่ว่าความหยิ่งในศักดิ์ศรีของซูฮ่าวก็แข็งแกร่งเกินไปจริงๆ เพื่อศักดิ์ศรีกลับ้าบอกว่าของปลอมเป็ลายมือแท้ ตอนนี้พอได้พบกับยอดฝีมือตรวจพิสูจน์ภาพที่แท้จริง ก็ยิ่งเป็การหักหน้ามากกว่าเดิม
การปรากฏตัวของซวี่หงเฟยทำให้ซูฮ่าวใ แต่สีหน้าเขายังคงสงบนิ่ง และมองเถ้าแก่พลางพูดว่า “เถ้าแก่ มีน้ำมันไหม?”
“นายจะเอาน้ำมันไปทำอะไร?” ใบหน้าของเถ้าแก่ไม่เข้าใจ
ซูฮ่าวพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลินี้ต้องใช้น้ำมันลบผ้าบางพิเศษที่อยู่ชั้นนอกออก ถึงจะสามารถปรากฏภาพเดิมได้”
เถ้าแก่ที่ได้ยินอย่างนี้ สีหน้าก็เหมือนกำลังกลั้นหัวเราะเอาไว้
ใช้น้ำมันพิสูจน์ภาพ ให้ตายสิเป็คนที่สุดยอดจริงๆ !
สำหรับความไร้สมองของซูฮ่าว เถ้าแก่ไม่อยากจะเปิดโปง แต่ก็นำน้ำมันมาให้เขาหนึ่งชาม
พูดตามตรง เขายังอยากจะดูว่าเด็กปัญญาอ่อนตรงหน้านี้จะทำอะไรได้
ซวี่หงเฟยขมวดคิ้วอยู่ตลอด วิธีการพิสูจน์ภาพมีมากมาย แต่ใช้น้ำมันพิสูจน์ภาพแบบนี้ เป็ครั้งแรกที่เขาเคยได้ยิน
“เดี๋ยวก่อน เล่ากันว่าในสมัยที่มีาโกลาหล จิตรกรหลายคนจะใช้ของที่มีชื่อว่า “ผ้าปิดภาพ” มาปิดภาพที่ตนเองพึงพอใจที่สุด เพื่อเลี่ยงไม่ให้ภาพของตนเองถูกคนอื่นปล้น ซึ่งเป็ธุรกิจการค้า หรือว่า… ” ซวี่หงเฟยเหมือนจะคิดอะไรออก เขาหยุดชะงัก ก่อนสีหน้าจะแปรเปลี่ยนไป และมองไปที่ซูฮ่าวอย่างกะทันหัน
เวลานี้ภายใต้สายตาที่ตลกของมวลชน ซูฮ่าวนำภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิวางไว้บนพื้น และเปิดออกทั้งหมด
หลังจากนั้นเขาใช้ช้อนตักน้ำมันมาหนึ่งช้อน ราดลงบนชั้นนอกของภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิจากซ้ายไปขวา บนลงล่างบวกกับส่วนที่ตัดเคลือบ
บนใบหน้าของทุกคนต่างมีอาการหัวเราะเยาะที่ไม่อาจปิดบังได้ เถ้าแก่ยิ่งหัวเราะจนแทบหายใจไม่ทัน ราวกับได้เห็นเื่ที่น่าขำที่สุด
น้ำมันแค่ช้อนเดียว จะลบข้อสรุปของซวี่หงเฟยได้จริงหรือ?
เจิงจื่อโหยวที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่คิดว่าเป็เช่นนี้เหมือนกัน ขณะที่อยากจะพูดอะไร ภาพเหตุการณ์ต่อมากลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าจนอึ้งอยู่กับที่ทันใด
หลังจากที่เห็นซูฮ่าวราดน้ำมันไม่หยุด คิดไม่ถึงว่าของพิเศษที่เรียกว่าผ้าบางชิ้นหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่ภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิ
ผ้าบางพิเศษนี้เล็กมาก กระทั่งใช้คำว่ามองไม่เห็นมาบรรยายได้
แต่เวลานี้หลังจากที่เปื้อนน้ำมันแล้ว กลับเห็นได้อย่างง่ายดาย
ทุกคนที่หัวเราะเยาะพากันหยุดชะงัก ในดวงตาของเถ้าแก่มีอาการเหลือเชื่อ บนใบหน้าของเจิงจื่อโหยวก็ยิ่งประหลาดใจ
ต่อมาซูฮ่าวก็ยืมแหนบมาคีบผ้าบางออกเบาๆ
ใช้มีดเล็กๆ ขูดผ้าบางตรงจุดตัดเคลือบออก
พอผ้าบางร่วงลง ภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิที่แท้จริงก็ค่อยๆ ปรากฏออกมา
ภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิที่ลอกผ้าบางที่ปกคลุมออกแล้วมันก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณ เค้าโครงของภาพและการวาดที่ง่ายและชัดเจน มีแข็งมีอ่อน มีหยาบมีละเอียด ลายเส้นพอเหมาะ เส้นน้ำหมึกหลากสี ความเข้มอ่อนลึกตื้นเหมาะสม คุณภาพและััแบบสามมิติสมบูรณ์แบบมาก
ในลีลาการวาดที่ทรงพลังมีความอ่อนโยนและสง่างามของถังป๋อหู่ รูปแบบการวาดภาพลานบ้านที่เข้มงวดได้แสดงถึงการอบรมเลี้ยงดูของปัญญาชนออกมา
วาดพู่กันไปอย่างตามใจชอบ เหมือนจะกระจัดกระจาย และเชื่อมต่อกัน ความหนาบางน่าสนใจ มีความละมุนละไมและงดงามของการตัดแต่งไผ่ในลานบ้าน ทั้งยังดูมีชีวิตชีวาของป่าไผ่ที่เขียวขจีตรงใต้หน้าผาริมน้ำ
พื้นหลังในภาพวาดนั้นดูเรียบง่ายและชัดเจน วาดแค่เนินหินหนึ่งมุม ้ามีไผ่เล็กๆ สองสามก้าน พื้นที่ว่างเปล่าส่วนใหญ่ทำให้คนรู้สึกถึงความว่างเปล่า เหงาหงอย และอ้างว้าง แสดงอารมณ์เศร้าใจที่ถูก “ลมฤดูใบไม้ผลิทอดทิ้ง”
หญิงสาวที่ถือพัดกลมอยู่ในภาพ มวยผมสูง งามลออ สูงสะโอดสะอง สายตามองไกลออกไป บนใบหน้ากลมมนเผยความรู้สึกกลัดกลุ้มที่คับข้องใจออกมา ดูไร้ความช่วยเหลือและจนปัญญา โบกพัดในมือที่ซ่อนไว้ในฤดูใบไม้ร่วง ราวกับว่าเธอกำลังคิดถึงวัยสาวที่ผ่านเลยมา โลกนี้ช่างน่ากลัว
มีความแตกต่างระหว่างสาวงามที่ไร้เดียงสาบริสุทธิ์และก้อนหินที่ดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า ได้แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของทางโลกกับความโศกเศร้าของหญิงงามออกมา ชวนให้ผู้คนได้ครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
ซวี่หงเฟยเบิกตากว้าง หายใจเร็วถี่ และพุ่งเข้ามาอย่างฉับพลัน เขาหยิบแว่นขยายออกมาจากในอก และมองดูภาพอย่างตั้งใจไม่หยุด
ยิ่งมองดู ตัวเขาก็ยิ่งสั่นเทา
เขามองถึงจุดสุดท้าย ก็มีเสียงะเิเกิดขึ้นในหัว ตัวเขาราวกับถูกสายฟ้าฟาดจนนิ่งอยู่กับที่
ภาพนี้ คิด… คิดไม่ถึงว่าจะเป็ลายมือแท้ของถังป๋อหู่จริงๆ ?!
