ณ จวนสกุลจิ้ง
แผ่นดินทองแห่งราชวงศ์ต้าชวีที่ยิ่งใหญ่
เพล้ง!!~~
เสียงคล้ายจานที่ถูกโยนลงพื้นจนแตก
“เลี้ยงเสียข้าวสุก”
“ข้าและท่านโหวผู้เป็นายเลี้ยงดูเป็อย่างดี แต่เหตุใดพวกเ้าถึงกล้าทำตัวบกพร่องจนทำมีเื่เลวร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นได้”
“บอกข้ามาหน่อยสิพ่อบ้านจิ้ง ว่าข้าควรทำยังไงกับพวกเ้า หรือจะให้ไปอยู่กับพี่ชายของข้าด้วยเลยหากว่าเขาไม่ยอมตื่น”
ที่เรือนแห่งหนึ่งในห้องนอนโบราณที่สลักด้วยไม้ลายวิจิตร
ตอนนี้ก็มีชายหนุ่มวัย 16 ปีคนหนึ่ง กำลังยืนด่าพ่อบ้านและเหล่าข้ารับใช้ด้วยความโกรธ เมื่อพิจารณาจากชุดคลุมยาวโบราณปักลายวิหก 3 ปีก มันก็ไม่มีใครในที่นี้ที่แม้จะกล้าเงยหน้า ข้ารับใช้ในชุดป่านหยาบทุกคนต่างก้มหมอบคุกเข่าติดพื้น หน้าผากชำเืจากการโขกดินเพื่อขอลดโทษขออภัย เพราะด้วยชุดที่คนๆ นี้สวมใส่ ก็บ่งบอกได้เป็ฐานะนัยๆ ว่าเขาคือองค์ชายลำดับที่สามของราชวงศ์ต้าชวี หนึ่งในเชื้อพระวงศ์ที่ปกครองแผ่นดินแห่งนี้ที่พวกเขาอยู่
บนเตียงถัดออกไปไม่ไกล ที่ห้องนี้ยังมีบุรุษหนุ่มวัยยี่สิบกว่าปีอีกคนที่สวมชุดหรูโบราณเต็มไปด้วยเครื่องประดับมีค่าระยิบระยับ ซึ่งกำลังนอนอยู่บนเตียงไม่ขยับ โดยมีผ้าขาวพันอยู่รอบศีรษะบวมโตมีคราบเืซึมค้างใต้ร่มผ้า คล้ายว่าเขาพึ่งจะประสบอุบัติเหตุร้ายแรง
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน
ต้าเซี่ยน พ่อบ้านแห่งจวนสกุลจิ้ง เขาก็พึ่งได้รับแจ้งจากคนรับใช้ ว่าคุณชายใหญ่ของพวกเขาที่พึ่งจะกลับมาจากหอคณิกา เขาเมามายแล้วเดินสะดุดขี้ม้าข้างถนนจนลื่นล้ม ศีรษะฟาดเข้ากับหินข้างถนนแล้วหมดสติโลหิตไหลอาบ
นี่คือทายาทเพียงคนเดียวของสกุลจิ้งที่ได้รับต่ำแหน่งโหว ซึ่งเป็ตำแหน่งกิตติมศักดิ์ที่องค์จักรพรรดิทรงมอบให้กับวีรบุรุษผู้ร่วมก่อตั้งแผ่นดิน เพื่อเป็รางวัลให้กับตระกูลที่มีคุณงามความดี แต่เพราะนายท่านเสียชีวิตไปแล้ว บรรดาศักดิ์ดังกล่าวจึงตกเป็ของคุณชายใหญ่ที่เป็ทายาทสายตรงเพียงคนเดียว
สำหรับองค์ชายสามในชุดวิหคลายปัก 3 ปีก เขามีชื่อว่า “อู่เค่อ” เป็พระญาติคนสนิทเพียงคนเดียวที่สนิทกับคุณชายใหญ่ที่นอนอยู่
ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เมื่อองค์ชายอู่เค่อได้ยินข่าวร้ายว่าพี่ชายของเขาประสบอุบัติเหตุ เขาก็ละตัวออกจากวัง รีบควบม้ามาที่จวนสกุลจิ้งเพื่อดูอาการของญาติผู้พี่ของตัวเองทันที
“โปรดวางพระทัยองค์ชาย”
“ท่านโหวมีชีพจรที่เต้นตามปกติ”
“เพียงรอเวลา ท่านโหวก็จะฟื้นขึ้นเองพ่ะย่ะค่ะ”
ขณะนี้ หมอหลวงที่เข้ามาดูอาการ ก็ได้แต่บอกว่าท่านโหวได้รับาเ็ที่ศีรษะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มันไม่ได้ร้ายแรงหรือเป็อันตรายใดๆ ที่ส่งผลต่อชีวิต
เมื่อได้ยินการวินิจฉัยเบื้องต้นจากหมอหลวง มันก็ทำเอาองค์ชายอู่เค่อที่ยืนฟังรู้สึกโล่งอกลงได้ในระดับหนึ่ง ที่ญาติฝั่งมารดาเพียงคนเดียวไม่ได้จากโลกไปก่อนวัยอันควร
เพียงแต่ที่องค์ชายอู่เค่อไม่เข้าใจนิดหน่อยก็คือ พี่ชายโหวคนนี้ไปทำอิท่าไหน ถึงได้เดินสะดุดขี้ม้าแล้วหัวฟาดพื้น จนป่านนี้ผ่านมาหลายชั่วยามแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะยอมลืมตาตื่นขึ้นเลย
เหลือบมองไปทางหมอหลวงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เตียงอีกรอบ ทำเอาหมอหลวงที่เห็นแบบนี้ได้แต่ยิ้มแห้งๆตัวสั่นๆ ก่อนที่เขาจะยื่นมือออกไปจับๆ คลำๆ เพื่อไม่ให้องค์ชายสามคนนี้สั่งใครสักคนเอาไม้มาโบยลงโทษที่ความสามารถของเขามีไม่พอ
“อ่ะแฮ่ม”
“กระหม่อมจะทำการตรวจอีกรอบพ่ะย่ะค่ะ”
“องค์ชายสามโปรดระงับอารมณ์และนั่งพักก่อนเถิด”
“...”
“...”
ทางด้านจิ้งหยวน ที่เป็คนจากโลกอนาคต หลังจากประสบกับเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวในอุโมงค์ห้วงเวลา มันก็ได้เกิดเื่ที่คาดไม่ถึงขึ้นกับเขาเช่นกัน เพราะแทนที่ิญญาของเขาจะสลายไปตามร่างกาย ลูกบาศก์มิติดันเชื่อมเข้ากับิญญาของจิ้งหยวนอย่างน่าประหลาด ก่อนที่จะพาจิตสุดท้ายไปอยู่ในร่างคนผู้หนึ่งที่พึ่งจะเสียชีวิตจากการที่ศีรษะฟาดดิน
ทำให้เมื่อจิ้งหยวนจากโลกอนาคตลืมตาตื่น แล้วสิ่งแรกที่เห็นคือชายหนุ่มแปลกหน้ายืนร้องไห้น้ำมูกไหล จนภาพนี้จะทำเอาเขาสับสนและมึนงงไปหมด ว่าเด็กมัธยมที่ไหน ถึงได้แต่งกายด้วยชุดจีนโบราณแล้วมายืนร้องห่มร้องไห้ไว้ทุกข์ที่ข้างๆ เตียง
จนชั่วขณะหนึ่ง ความทรงจำอันซับซ้อนก็ได้แทรกเข้ามาในสมองจนต้องกัดฟันเจ็บ เศษเสี้ยวความจำที่กระจัดกระจายที่ค่อยๆ รวมตัวก็ทำเอาจิ้งหยวนใกับภาพและความจำใหม่ๆ
ปรากฏว่าร่างกายของเขาถูกทำลายไปแล้ว ก่อนที่ิญญาจะมาอยู่ในร่างของใครอีกคนในต่างโลกที่พึ่งจะตายใน่เวลาเดียวกัน
สิงอยู่ในร่างท่านโหวผู้ทรงเกียรติ มีชื่อจริงว่า “จิ้วหยวน” ทั้งหน้าตาและอายุ แทบจะเหมือนกันเป็แฝดคนละฝาและฝาคนละแฝด
ฟีดดดดด!!~~
“สูดเตี๋ยวเสี่ยวตูด”
“เกิดเื่ใหญ่แล้วไงไอ้จิ้ง”
“...”
หลังจากปะติดปะต่อความทรงจำของร่างเดิม จิ้งหยวนคนใหม่ก็ได้แต่สูดลมหายใจและยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
ตอนแรก เขาคิดว่าจะมาเที่ยวเล่นที่ต่างโลกสักพักแล้วค่อยกลับ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันก็ไม่ได้เป็อย่างที่คิด เพราะร่างกายจริงๆ ของเขาถูกทำลายเมื่อตอนข้ามมิติไปแล้ว ซึ่งเป็สิ่งที่เขาไม่ได้คาดหวังหรือเตรียมใจมาก่อน ว่าตัวเองจะเสียชีวิตลงอย่างฉับพลันโดยที่ยังไม่เคยมีแฟนหรือได้แต่งงานสร้างครอบครัว
“ลูกบาศก์!”
“ใช่ ลูกบาศก์ละ”
“ลูกบาศก์ของฉันอยู่ที่ไหน? “
จิ้งหยวนที่นอนอยู่ ทันใดนั้นก็นึกเื่ของลูกบาศก์ที่ใช้เดินทางข้ามิติขึ้นมาได้ ก่อนที่เขาจะรีบลุกพรวดขึ้นนั่งอย่างกะทันหัน ทำเอาองค์ชายสามที่นั่งซึมอยู่ข้างเตียงเกือบหัวใจวาย เมื่ออยู่ๆ คนป่วยใกล้ตายจะลุกขึ้นมานั่งและะโขึ้นไม่ให้ตั้งตัว
“เอ่อ…”
“คุณชายใหญ่ ท่านกำลังพูดถึงสิ่งนี้อยู่ใช่หรือไม่ขอรับ?”
“ข้ารับใช้ที่พาท่านกลับมาบอกว่าเห็นสิ่งนี้ตกอยู่ใกล้ๆ”
“เขาก็เลยเก็บไว้เพราะคิดว่าเป็ของคุณชาย”
เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เมื่อจิ้งหยวนมองไปก็พบกับชายชรามีพุงซึ่งจำได้ทันทีว่าเป็พ่อบ้าน เขาก้าวขาเข้ามาพร้อมกับยื่นก้อนไม้สีเหลี่ยมที่คุ้นเคยให้จิ้งหยวนดู
“เยี่ยม ฮา ฮา ฮ่า”
“ลูกรัก ในที่สุดเราก็ไม่ได้แยกจากกัน”
“จากนี้ฉันจะพกคุณติดตัวไว้ตลอด”
“จู๊บ..มั๊วะ!!~”
“...”
“...”
เมื่อมองดูลูกบาศก์ไม้ในมือของต้าเซี่ยน ใบหน้าของจิ้งหยวนก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มฉีกกว้าง ะโไปแย่งมากอดแล้วจูบบรรเลงลงด้วยริมฝีปาก ไม่สนฝุ่นหรือรังเกียจขี้ม้าที่ติดอยู่ตรงขอบลูกบาศก์ในมือ
การดีใจนี้สมควรฉลอง เพราะตราบใดที่เขายังมีมัน เขาก็สามารถกลับไปในที่ที่เขาจากมาได้ แม้ว่าร่างนี้จะไม่ใช่ร่างเก่า แต่ความทรงจำก็ยังไม่ลืมว่าเขาเป็ใครมาจากที่ไหน ทำให้จิ้งหยวนดีใจลุกขึ้นยืนบนเตียงมือซ้ายจับศีรษะเมื่อขวากุมเป้า โยกเอวไปมาเป็ท่าเต้นของไมเคิลแจ็กสันเพื่อฉลอง
สึคึสึกอ่า!~
สึคึสึกอา!!~
อ้าวววว!~~
เสียงดนตรีาาเพลงป๊อปที่มาพร้อมกับการสะบัดเท้าแตะขึ้นฟ้าเป็ท่าจบ
“...”
“...”
อีกด้าน เมื่อเห็นว่าจิ้งหยวนตื่นขึ้นและดูเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา องค์ชายอู่เค่อก็ดีใจอยากจะพูดกับญาติผู้พี่สักหน่อย แต่เมื่อเขามองไปที่ใบหน้าของจิ้งหยวนที่อุบาทว์เต็มไปด้วยรอยยิ้มกอดจูบของเล่นไร้สาระและทำท่าพิกล
เขาก็คิดไปแล้วว่าอาการป่วยของญาติผู้พี่คนนี้ท่าจะอาการหนัก ควรค่าจะเรียกหมอที่ไล่กลับให้วนกลับมาตรวจโดยเร็วที่สุด
“หมอ”
“หมอ”
“เรียกหมอหลวงคนนั้นกลับมาด่วน”
“เหมือนพี่ชายของข้าจะเป็บ้าไปแล้วว!!~”
“ใช่ ผีสิง”
“มันต้องเป็ิญญาร้ายแน่ๆ”
“ไปเชิญคนทรงไม่ก็หมอผีมาทำพิธีด้วย”
“...”
“...”
