คนที่จับฮั่วเสี่ยวเหวินไว้ได้คือ ชายอายุประมาณยี่สิบ ตัวดำผอมแห้ง สวมชุดผ้าฝ้ายหยาบ เขาร้องเสียงสูงเมื่อเห็นทั้งสามคน “คุณป้า ผมจับตัวเด็กคนนี้กลับมาให้แล้ว”
ยายแก่ฮั่วยิ้มหน้าบานรีบเชิญชายคนนี้เข้าบ้าน “เ้าเป๋สามขา รีบเข้ามาก่อน ป้าจะเลี้ยงสุราเ้า”
ตอนเด็กชายคนนี้มีนิสัยซุกซน วันหนึ่งเขาตามคนกลุ่มหนึ่งขึ้นไปเล่นบนูเา ต่อมากลับดวงซวยร่วงตกจากหน้าผาขาหัก แต่ทางบ้านไม่มีเงินรักษาทำให้เขากลายเป็คนพิการ
เ้าเป๋สามขามีพี่สาวสองคน แต่แม่ให้ความสำคัญกับเขามาก มักเรียกเขาว่า ‘ลูกสาม’ ไม่รู้ว่าใครในหมู่บ้านเอาไปตั้งชื่อเล่นใหม่ให้เป็ ‘เป๋สามขา’ ต่อมาคนในหมู่บ้านจึงเรียกเช่นนี้กันหมด
“คุณป้า ฮั่วเสี่ยวเหวินวิ่งเร็วไม่เบาเลย หากเป็เวลาอื่นผมคงไล่ตามไม่ทัน แต่วันนี้ผมเข้าไปจับในจังหวะที่เธอนั่งพักพอดี”
เ้าเป๋สามขาเล่าถึงขั้นตอนการจับตัวฮั่วเสี่ยวเหวินด้วยความภาคภูมิใจราวกับตัวเองสร้างคุณูปการครั้งใหญ่อย่างไรอย่างนั้น
ยายแก่ฮั่วเดินมากระชากตัวฮั่วเสี่ยวเหวินไป เตรียมจะง้างมือตี เ้าเป๋สามขาเห็นดังนั้นจึงรีบเกลี้ยกล่อมว่า “คุณป้า เด็กคนนี้ท่าทางอ่อนแอบอบบางนัก หากตีจนเป็อะไรไปคงไม่ดีแน่”
ยายแก่ฮั่วหันไปมองเขา “ทำไม? สงสารหรือ งั้นฉันยกให้ดีไหม!”
“จริงหรือ?” เ้าเป้สามขาตื่นเต้นดีใจจนเกือบสะดุดล้ม
ฮั่วเสี่ยวเจียรีบพูดแทรก “คุณย่า ฮั่วเสี่ยวเหวินยังเด็กมาก”
“แล้วอย่างไร? รับกลับไปเลี้ยงอีกสองปีก็โตแล้ว” ยายแก่ฮั่วไม่ยี่หระ เสมือนนี่เป็เื่ปกติธรรมดา
เ้าเป๋สามขายิ้มจนหุบไม่ลง เปลี่ยนกระทั่งสรรพนามในการเรียก เขาพูดประจบยายแก่ฮั่วว่า “คุณย่า ต้องพูดคำไหนคำนั้นนะ พรุ่งนี้ผมจะมาพาฮั่วเสี่ยวเหวินกลับบ้าน”
คนในหมู่บ้านแต่งงานเร็ว ผู้ชายส่วนใหญ่ล้วนแต่งงานั้แ่ตอนอายุสิบแปดกันทั้งนั้น
แต่คุณสมบัติของเ้าเป๋สามขาไม่ดี ไม่เพียงพิการ แต่ครอบครัวยังยากจนมาก ทำให้ไม่มีใครอยากแต่งงานด้วยกับเขา
ได้ยินยายแก่ฮั่วบอกว่าจะยกฮั่วเสี่ยวเหวินให้ มีหรือจะไม่ดีใจ
“คุณย่า ควรถามฮั่วเสี่ยวเหวินก่อนดีกว่านะคะ?” ฟังถึงตรงนี้ ฮั่วเสี่ยวเจียก็เก็บอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไป เธอรีบพูดขึ้น
ตอนนั้นที่บ้านต้องรีบใช้เงิน ดังนั้นจึงไม่สนใจว่าชื่อเสียงของชายคนนั้นจะย่ำแย่ขนาดไหน แค่ครอบครัวของฝ่ายชายให้เงินมาก็แต่งเธอออกไปทันที ตอนนี้ฮั่วเสี่ยวเจียอยู่ในสภาวะน้ำท่วมปาก
ตัวเธอกลายเป็เช่นนี้ ย่อมไม่อยากให้ฮั่วเสี่ยวเหวินต้องเจอแบบเดียวกันยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังเป็คนพิการ
“เหอะ ให้ถามหล่อน?” ยายแก่ฮั่วชำเลืองตามองฮั่วเสี่ยวเหวิน จากนั้นจึงลากตัวเธอเข้าบ้าน แล้วผลักเธอเข้าไปในห้องหนึ่ง
“หล่อนคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน? กล้าไม่ฟังฉันหรือ?” ยายแก่ฮั่วลงกลอนประตูดัง ‘แกร๊ก’ ฮั่วเสี่ยวเหวินที่ถูกผลักเข้ามาด้านใน ตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้น เอาแต่นั่งนิ่งอยู่บนพื้น
ฮั่วเสี่ยวเจียทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างต่อ สีหน้าของฮั่วต้าซานจึงมืดครึ้มลง “นี่เธอคิดจะช่วยหล่อนหรืออย่างไร?” ฮั่วเสี่ยวเจียกลืนคำพูดลงคอ ไม่กล้าเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก
ยายแก่ฮั่วมองเ้าเป๋สามขาที่กำลังตื่นเต้น รู้ว่านี่คือจังหวะที่ดี ดังนั้นควรตีเหล็กเมื่อยังร้อน หล่อนเลยพูดถึงเงื่อนไขในการแต่งงานให้เขาฟัง
“เอาแบบนี้ เธอกลับบ้านไปปรึกษาพ่อ รวบรวมเงินมาได้ห้าร้อยหยวนเมื่อไรก็มาพาเธอกลับไปได้เลย”
“ห้าร้อยหยวน?” เ้าเป๋สามขาตกจาก์ลงสู่นรก เงินห้าร้อยหยวนนี่กำลังรังแกหาว่าเขาขาเป๋ชัดๆ
ในใจเ้าเป๋สามขาคิดอย่างไรก็พูดออกมาอย่างนั้น “จะรีดไถเงินผมหรือไร? หญิงสำส่อนเช่นนี้ ผ่านการใช้งานจากคนอื่นมาก่อนจะเอาถึงห้าร้อยหยวน?”
ได้ยินคนอื่นด่าน้องสาวตัวเองเช่นนี้ ฮั่วเสี่ยวเจียพลันยกมือขึ้นตบตีเ้าเป๋สามขาอย่างโมโห
“เ้าเป๋สามขา พูดบ้าอะไรของนาย ต่อให้น้องสาวฉันตายก็ไม่มีวันแต่งกับคนอย่างนายหรอก” พูดจบก็ผลักเขาออกไป
“ชิ คิดว่าฉันอยากได้นักหรือไร ก็แค่หญิงสำส่อน” เ้าเป๋สามขาตอบ พาลด่าไปถึงยายแก่ฮั่วด้วยก่อนจะถ่มน้ำลายลงพื้น
เดิมทียายแก่ฮั่วก็ไม่สบอารมณ์ที่ถูกชาวบ้านนินทาเื่ที่ฮั่วเสี่ยวเหวินย้ายไปอยู่กับจางเจียิอยู่ก่อนแล้ว
ตอนนี้ได้ยินเ้าเป๋สามขายกเื่นี้ขึ้นมาพูดอีกครั้ง ยายแก่ฮั่วจึงโมโหจนเส้นเืปูดโปน คว้าไม้ตะบองด้านข้างมาฟาดใส่
เมื่อไม้ตะบองนี้ฟาดลงไป เ้าเป๋สามขาก็ไม่มีทางมาสู่ขออีก
ฮั่วเสี่ยวเจียยังคงด่าต่อ และรู้สึกเบาใจลงเล็กน้อย เธอมองว่าขอแค่น้องสาวไม่ต้องแต่งงานกับเ้าเป๋สามขาก็พอแล้ว
หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายจบลงทั้งสามคนก็เริ่มรู้สึกหิว ยายแก่ฮั่วจึงเรียกให้ฮั่วเสี่ยวเจียไปทำอาหาร
กับข้าวธรรมดาเรียบง่ายทำเพียงครู่เดียวก็เสร็จ หลังจากที่ทั้งสามกินเสร็จแล้ว ยายแก่ฮั่วจึงค่อยตักโจ๊กที่เหลืออยู่ก้นหม้อให้ฮั่วเสี่ยวเจียเป็คนเอาไปให้ฮั่วเสี่ยวเหวิน
แต่เมื่อฮั่วเสี่ยวเจียไขกุญแจเข้าไปเพื่อจะเอาโจ๊กไปให้ เธอกลับต้องร้องขึ้นด้วยความใ “ฮั่วเสี่ยวเหวิน!”
ที่แท้ฮั่วเสี่ยวเหวินก็ยอมแพ้ั้แ่ตอนที่ถูกเ้าเป๋สามขาจับตัวได้แล้ว คิดในใจว่าคงถูกบังคับให้แต่งงานออกไปกับคนอื่นเป็แน่ ทั้งเมื่อครู่ยังได้ยินว่าจะให้ตัวเองแต่งงานกับเ้าเป๋สามขาอีก ฮั่วเสี่ยวเหวินจึงตัดสินใจ ในเมื่อชาตินี้มีชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดรัจฉาน งั้นเธอก็จะไปเกิดใหม่ในชาติภพอื่นเสีย
ไม่รู้ว่าฮั่วเสี่ยวเหวินหาเชือกมาจากไหน เธอจัดเตรียมห้อยเชือกกับหน้าต่างเพื่อแขวนคอตัวเอง แต่แล้วใบหน้าของจางเจียิกลับปรากฏขึ้นมาในหัวซะก่อน
ฮั่วเสี่ยวเหวินอดนึกถึง่เวลาที่มีร่วมกับเขาไม่ได้ เฮ้อ ทั้งที่เคยมีความสุขมากถึงเพียงนั้น
หวนคิดทุกอย่างจบ ในที่สุดฮั่วเสี่ยวเหวินก็เตรียมจะฆ่าตัวตาย แต่เธอเพิ่งคว้าเชือกได้ ฮั่วเสี่ยวเจียก็พุ่งเข้ามาแล้ว
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน ทำไมเธอถึงโง่เช่นนี้?” ฮั่วเสี่ยวเจียกอดน้องสาวด้วยความสงสาร ยายแก่ฮั่วที่ตามมาทีหลังรีบไปเอาเชือกลงมา
จากนั้นยายแก่ฮั่วก็ใช้เชือกมัดมือฮั่วเสี่ยวเหวินอย่างรวดเร็ว หล่อนเหลือบมองโจ๊กบนพื้นด้วยหางตาพลางพูดกับฮั่วเสี่ยวเจียว่า “ให้หล่อนกินซะ หากหิวตายขึ้นมาฉันคงได้ถูกชาวบ้านนินทาว่าบีบให้หลานสาวไปตายอีกแน่”
ฮั่วเสี่ยวเจียพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ยายแก่ฮั่วจึงเดินออกไป
ฮั่วเสี่ยวเจียลุกไปปิดประตูให้เรียบร้อยก่อนจะเดินมาพูดกับฮั่วเสี่ยวเหวินเสียงเบา “ฮั่วเสี่ยวเหวิน เธอมีความลำบากอะไรก็บอกพี่มา พี่จะช่วยเธอเอง”
“พี่จะช่วยฉัน? ช่วยให้ฉันหนีไปได้หรือไม่?” ฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะเยาะให้กับชีวิตของตัวเอง บ้านฮั่วไม่ยอมให้เธอไปตาย เมื่อถึงเวลาก็จะมัดให้เธอแต่งงานไปกับผู้อื่น เมื่อนั้นคือการอยู่มิสู้ตายของจริง
“เธอเอานี่ไป พี่ช่วยเธอได้เท่านี้” ฮั่วเสี่ยวเจียมอบกุญแจในมือให้ฮั่วเสี่ยวเหวินแบบไม่ต้องคิด ฮั่วเสี่ยวเหวินเหมือนได้พบชีวิตใหม่ในบัดดล เธอโผเข้าไปร้องไห้ในอ้อมอกของฮั่วเสี่ยวเจีย
กอดฮั่วเสี่ยวเหวินได้สักพัก ฮั่วเสี่ยวเจียก็ออกไปทำทีว่าลงกลอนประตูเรียบร้อยแล้วจากนั้นจึงเดินไปคุยกับยายแก่ฮั่วต่อ ค่ำคืนนี้ไม่มีใครสักคนรู้ว่าประตูห้องที่ขังฮั่วเสี่ยวเหวินไว้ไม่ได้มีการลงกลอน
เช้าวันรุ่งขึ้น ฮั่วเสี่ยวเจียรีบขอตัวกลับบ้าน บอกว่าที่บ้านยังมีงานต้องทำอีกเยอะ
ระหว่างทานมื้อเช้า ยายแก่ฮั่วนำอาหารไปให้ฮั่วเสี่ยวเหวินเช่นเคย แต่เมื่อไปถึงหน้าห้องกลับเพิ่งเห็นว่าประตูไม่ได้ลงกลอน นางรีบเดินเข้าไปในห้องด้วยความลนลาน ก่อนจะพบว่าฮั่วเสี่ยวเหวินไม่อยู่แล้ว
“ต้าซาน รีบมาดูเร็วเข้า” ยายแก่ฮั่ววางชามลงแล้ววิ่งออกไปเรียกฮั่วต้าซาน
ทั้งสองไม่อยากจะเชื่อ ทั้งที่ประตูลงกลอนเป็อย่างดี แต่เธอกลับหนีไปได้อย่างไร? หรือว่ามีผี?
