หญิงสาวค่อย ๆ ยิ้มให้เขาแล้วเอื้อมมาจับใบหน้าของรัชทายาทอย่างอ่อนโยน
“หม่อมฉันลาก่อนนะเพคะ หม่อมฉันขอจากไป ดีกว่าอยู่กับคนใจร้ายอย่างพระองค์” นางตัดพ้อ พร้อมดวงตากลมเล็กของนาง ปล่อยน้ำตารินไหลออกมาด้วยความดีใจ เพราะไม่ต้องทนเ็ปกับการกระทำของเขาอีกแล้วนับจากนี้ สายตาสั่นไหวจับจ้องมองเขาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงเต็มที
“ไม่ว่าชาติภพใด หม่อมฉันไม่ขอพบคนใจร้ายอย่างพระองค์อีก เมื่อความรักที่หม่อมฉันมีให้พระองค์นั้น ยากเย็นและทุกข์ทรมาน เพียงนี้ ก็อย่าให้เราสองคนได้เจอกันอีกไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม” รัชทายาทส่ายศีรษะร้องไห้ออกมา มือทั้งสองข้างโอบกอดนางไว้แแ่
“ข้าไม่ยอม เ้าจะทิ้งข้าไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เยว่ซิน ข้าจะพาเ้าไปหาหมอหลวง ข้าจะให้เขารักษาเ้า” ชายหนุ่มพูดจบก็พยายามยกร่างของเยว่ซินขึ้น หากแต่นางส่งยิ้มแล้วส่ายศีรษะไปมา เมื่อไม่มีลูกในครรภ์แล้วนางก็หมดบ่วงพันธนาการใด ๆ ยอมจากไปอย่างไม่มีข้อแม้
“เยว่ซินเ้าลืมตามองข้าสิ ข้ารักเ้านะเยว่ซิน เ้าได้ยินหรือไม่” เขาดึงนางขึ้นสวมกอด พร้อมร้องไห้ออกมาจนสุดเสียง
“รักของพระองค์ ทำหม่อมฉันเ็ปเหลือเกินเพคะ หม่อมฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว” หญิงสาวพูดพร้อมหยาดน้ำตารินไหล สายตาอ่อนแรงของนาง มองอีกฝ่ายด้วยความเ็ปอย่างแสนสาหัส หวังเพียงได้หลับไปแล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมารับรู้สิ่งใดอีก
“ไม่ ๆ ๆ เยว่ซิน! ข้าขอสั่งเ้าให้ลืมตามองข้า ข้าขอสั่งเ้าห้ามเ้าจากข้าไป เยว่ซินลืมตามองข้า เยว่ซิน!” รัชทายาทละล่ำละลักเรียกสตินาง ก่อนรอยยิ้มสุดท้ายของนางจะเผยให้เขา พร้อมมือบางร่วงลงพื้น
รัชทายาทเห็นดังนั้นจึงะโเรียกนางสุดกำลัง น้ำตามากมายไหลรินอาบแก้ม
“เยว่ซิน! เยว่ซิน!” เขายกร่างเล็กขึ้นแล้วอุ้มนางมุ่งตรงไปหาหมอหลวง ท่ามกลางฝีเท้าที่วิ่งไปนั้นสายตาของรัชทายาทก้มมองเยว่ซินเป็ระยะ เวลานี้เขารู้แล้วว่านางสำคัญเพียงใด สิ่งที่ทำกับนาง เขาไม่มีวันให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต น้ำตาของรัชทายาทเอ่อขึ้นแล้วหยดลงใบหน้าของเยว่ซินที่แน่นิ่งไป
“เ้าต้องไม่ตาย ข้าไม่ยอมให้เ้าตาย” เขาพูดพร้อมสับขาวิ่งตรงไปยังจวนหมอหลวง ก่อนจะนึกได้ว่า ทั่วทั้งวังหลวงแท้จริงแล้ว จ้าวซีเหรินเก่งเื่การรักษามากว่าผู้ใดทั้งหมด
“แม้แต่หมอหลวง ยังต้องไปเรียนรู้จากจ้าวซีเหริน”
เป็ครั้งแรกที่รัชทายาทละทิ้งศักดิ์ศรี ละทิ้งความหยิ่งทะนงที่ยึดมั่น เขาตัดสินใจอุ้มเยว่ซินตรงไปยังตำหนักไผ่เขียวโดยไม่ตรึกตรองเหมือนที่ผ่านมา แม้ตายเขาก็ต้องรักษาชีวิตเยว่ซินไว้
“จ้าวซีเหริน จ้าวซีเหริน ช่วยเยว่ซินด้วย” องค์ชายสามที่ยืนบดสมุนไพรอยู่ในโรงเรือน ได้ยินเสียงะโของรัชทายาท ทำให้เขาตัดสินใจวางมือจากทุกอย่างตรงหน้า แล้วเดินกลับเข้ามาในตำหนัก พบร่างของเยว่ซินนอนอยู่ พร้อมร่างของรัชทายาทโอบกอดนางไว้แน่น
“จ้าวซีเหริน ช่วยนางด้วย!” จ้าวเฉินลู่เงยหน้าขึ้นมององค์ชายสาม พร้อมร้องเรียกให้อีกฝ่ายช่วย ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าของรัชทายาทเต็มไปด้วยน้ำตามากมายที่รินไหลออกมา
“เยว่ซิน!” จ้าวซีเหรินรีบวิ่งเข้าไปหาร่างของเยว่ซิน ก่อนจะพบว่านางทำร้ายตัวเองด้วยการกรีดข้อมือ เขาเห็นดังนั้น จึงทิ้งตัวลงนั่ง ดวงตาสั่นไหวมองร่างเล็กด้วยหัวใจแหลกสลายไม่ต่างกัน
“เหตุใดจึงเป็เช่นนี้” องค์ชายสามพึมพำออกมาด้วยความสับสน ทว่าร่างเล็กที่นอนอยู่นั้นเป็เพียงร่างที่ไร้การเคลื่อนไหวใด ๆ
“เป็เพราะเ้า! ที่ทำให้เยว่ซินตัดสินใจเช่นนี้” เขาโผเข้าไปกระชากร่างของรัชทายาทเข้ามา แล้วะโใส่ด้วยความเ็ป ก่อนรัชทายาทจะพยักหน้าขึ้นลงยอมรับ เป็ครั้งแรกที่จ้าวเฉินลู่ไม่คิดตอบโต้จ้าวซีเหริน
“ทุกอย่างเป็ความผิดของข้า โปรดช่วยชีวิตนางด้วย!” รัชทายาทขอร้องอีกฝ่าย พร้อมน้ำตาหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย ก่อนองค์ชายสามก้มมองร่างเล็กที่ไร้สติ แล้วเอื้อมไปจับชีพจรนาง
“นางยังมีชีพจร!” เสียงขององค์ชายสามทำให้รัชทายาทมีความหวังขึ้นมา เขาค่อย ๆ ส่งนางให้องค์ชายสามพร้อมรอยยิ้มเผยออกมาด้วยความดีใจ ก่อนท่าทางของจ้าวซีเหรินจะนิ่งเงียบ
“รีบรักษาสิ” รัชทายาทเอ่ยเตือน
“ไม่...” คำตอบของจ้าวซีเหรินทำให้รัชทายาทขมวดคิ้ว ก่อนจ้าวซีเหรินจะให้เหตุผล
“การที่นางตัดสินใจจบชีวิต นางคิดมาดีแล้ว หากข้าช่วยชีวิตนางกลับมา ชีวิตนางก็จะไม่มีความสุข ข้าจะไม่ทำร้ายนางซ้ำสอง” คำตอบของจ้าวซีเหรินทำให้รัชทายาทส่ายศีรษะไปมา พร้อมน้ำตาเอ่อขึ้น
“เ้ามันบ้าไปแล้ว นางไม่ยังตายเหตุใดเ้าจึงไม่ช่วย!”
“ช่วยนาง เพื่อให้เ้ากลับมาทรมานนางอีกครั้งน่ะเหรอ?” สองสายตาผสานสบกันอย่างไม่มีใครยอม
“หากเ้าช่วยนาง ข้าจะยอมยกตำแหน่งรัชทายาทให้!” จ้าวเฉินลู่พยายามยื่นข้อเสนอ ก่อนองค์ชายสามจะส่ายศีรษะ
“ข้ามิได้อยากเป็รัชทายาท” เขาตอบ
“แล้วเ้าจะให้ข้าทำเช่นไร หรือเ้าอยากได้ชีวิตของข้า! ขอเพียงเ้ายอมช่วยนาง เ้าก็เอาชีวิตของข้าไปได้เลย” รัชทายาทใช้ชีวิตของเขาต่อรอง ยอมเผยด้านอ่อนแอที่พยายามปกปิดมานานแสนนาน เวลานี้ลมหายใจของเยว่ซินมีความหมายต่อเขายิ่งกว่าสิ่งใด
“เ้ายอมแลกชีวิตกับนางกันงั้นรึ” องค์ชายสามถามด้วยสุรเสียงเย็นเยือก ก่อนรัชทายาทยื่นกระบี่คู่กายให้ แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสายตาแน่วแน่
“ขอเพียงเ้าช่วยให้นาง ข้ายอมสละชีวิตของข้า”
“ข้าไม่้าชีวิตของเ้า เพียงแค่เ้ารับปากว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเยว่ซินอีก ข้าก็จะยอมรักษานาง” สองสายตาผสานสบกันอย่างมีความหมาย
“ได้! ข้ารับปาก” จ้าวเฉินลู่เอ่ยปากรับคำ
“เ้าห้ามเข้ามาตำหนักไผ่เขียว ไม่ว่ากรณีใด ๆ และนับจากนี้นางจะเป็คนของตำหนักไผ่เขียว ตัดขาดจากราชสำนัก ไม่ได้เป็พระสนม ไม่ได้เป็คนของเ้าอีกต่อไป”
“ได้ ข้ายอมรับข้อเสนอ ขอเพียงเ้าช่วยชีวิตนางก็พอ!” จ้าวเฉินลู่เอ่ยทั้งน้ำตา ก่อนวรกายขององค์ชายสามจะก้าวเข้ามาอุ้มร่างของเยว่ซินเดินจากไป พร้อมน้ำตาของรัชทายาทจะไหลรินอาบแก้มด้วยความเ็ป
นับจากนี้เขารู้แล้วว่าเขาไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ในตัวนางอีก สายตาคม ทอดมองร่างของนางเป็ครั้งสุดท้ายจนลับสายตา นั่นทำให้หัวใจของจ้าวเฉินลู่เ็ปยิ่งกว่าถูกธนูนับร้อยพุ่งเข้าใส่
ร่างของเยว่ซินจะถูกจ้าวซีเหรินอุ้มมายังเตียงนอน เขารีบจับชีพจรของนาง พลันหันไปหยิบผ้ามาพันแผลนางไว้ ก่อนจะออกไปปรุงยาสมุนไพรมาให้ สามวันสามคืนจ้าวซีเหรินคอยเฝ้าดูแลเยว่ซินไม่ห่าง จนกระทั่งเขาเคลิ้มหลับใกล้ ๆ พลันสะดุ้งตื่นมาเพื่อตรวจดูอาการของหญิงสาวเป็ระยะ บางครั้งชีพจรนางเต้นอ่อน บางครั้งเต้นปกติ นั่นทำให้จ้าวซีเหรินหวาดหวั่นว่ายาของเขา อาจจะไม่สามารถรักษาชีวิตนางไว้
“เยว่ซิน เ้าต้องฟื้นขึ้นมา อย่ายอมแพ้ต่อโชคชะตา แล้วข้าสัญญา ว่าจะไม่เขาทำร้ายเ้าได้อีก อย่ายอมแพ้เพื่อลูกของเ้า” จ้าวซีเหรินหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกได้ว่าชีพจรของนางมีเพียงชีพจรเดียวมาตลอด เขาขมวดคิ้วแปลกใจเล็กน้อย แล้วเอื้อมมือไปจับชีพจรนางอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าครรภ์ของนางไม่อยู่แล้ว
“เยว่ซิน!” จ้าวซีเหรินเอ่ยกับนางด้วยสายตาสั่นไหว ค่อย ๆ เอื้อมมาจับมือนางไว้แแ่ หวนนึกถึงภาพความทรงจำต่าง ๆ ในอดีต
ขณะที่เยว่ซินใช้มือคุ้ยดิน แล้วหยิบต้นสมุนไพรลงแปลกปลูก พร้อมสายลมอ่อนพัดโชยมาปะทะกาย เ้าซีเหรินเดินมาหาแล้วยื่นน้ำให้ ก่อนอีกฝ่ายจะลุกขึ้นยืนแล้วยิ้มรับ
“ขอบพระทัยเพคะ”
