“หากท่านชักช้า เราจะมีเวลาเที่ยวเล่นกันไม่มากนัก อีกไม่กี่วันท่านพ่อท่านแม่ก็จักเดินทางกลับ ถึงตอนนั้นท่านจะมีโอกาสได้เจอแม่นางใจดีผู้นั้นอีกฤาไม่นะ” เขาได้โอกาส จึงถือเื่แม่นางผู้นั้นมาต่อรอง
“เหตุใดจึงใจร้อนนัก ท่านพ่อท่านแม่ยังเดินทางไปไม่พ้นชั่วยาม เ้าจักหนีออกไปตอนนี้เลยเช่นนั้นฤา”
“ตอนนี้หรือตอนไหนค่าย่อมเท่ากัน ไปกันเถอะท่านพี่ หากชักช้าท่านพ่อกับท่านแม่จะกลับมาเสียก่อน” ชางอินดึงมือพี่ชายลุกขึ้น แล้วลากเขาออกนอกจวนไป โดยที่อีกฝ่ายไม่คิดต่อต้าน
หอนางโลมที่ประดับไปด้วยโคมไฟสีแดง พลุกพล่านไปด้วยหญิงสาวรูปโฉมงดงามนับสิบคน เสียงหวานของพวกนาง ทำให้ชายใดเข้าไป เป็ต้องหลงใหล ยากจะถอนตัว ชางอินเบิกตากว้างเมื่อเหล่านางโลมพากันเข้ามาห้อมล้อมกาย กลิ่นหอมจากพวกนางทำให้เขาเคลิ้มจนลืมตัว
“นายท่านเชิญนั่งด้านนี้นะเ้าคะ” หญิงสาวพูดเสียงหวานพลางลากทั้งสองคนมานั่งยังโถง้า สายตาของชางอินเลื่อนมองรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น พลันดึงมือชวี่อินมานั่งด้านข้าง
“ท่านพี่ เราใช้เวลานี้ให้คุ้มค่ากันดีกว่า” ชวี่อินยอมนั่งข้างน้องชายโดยไม่ขัดขืน รอเวลาให้ชางอินพอใจจะได้ออกเดินทางต่อ
“คุณชายทั้งสองสั่งอะไรดื่มก่อนนะเ้าคะ” นางโลมผู้หนึ่งเดินเข้ามาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“เช่นนั้นข้าขอชาสองที่” ชางอินตอบรับอย่างไม่ลังเล ไม่นานนักนางโลมเ่าั้ก็พากันเข้ามาเอาใจเขาทั้งสอง กลิ่นหอมละมุมที่ระเหยออกมาจากกายของพวกนาง ทำให้ชางอินอยากลิ้มลองนางโลมเ่าั้ขึ้นมา เขาค่อย ๆ เอียงศีรษะเข้ามากระซิบกับพี่ชายเบา ๆ
“ท่านพี่ ข้า้านางโลม ท่าน้าด้วยฤาไม่” สิ้นเสียงของชางอินเท่านั้น ชวี่อินหันมองเขาด้วยสายตาแน่นิ่ง ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนให้แล้วส่ายศีรษะไปมา
“ถ้าเ้า้า ข้าจักรออยู่ตรงนี้จนกว่าเ้าจะเสร็จธุระ”
“แต่ท่านสัญญานะ ว่าจะเก็บเป็ความลับ ข้าไม่อยากโดนท่านพ่อทำโทษ” ชวี่อินพยักหน้าตกลงรับปาก ก่อนชางอินจะดีใจจนใบหน้ามีสีแดงระเรื่อ เขาลุกขึ้นแล้วเดินหายลับไปยังแม่เล้าอายุราวห้าสิบปี ชวี่อินก้มหน้าลงแล้วยกชาขึ้นดื่ม เขาเข้าใจธรรมชาติความเป็มนุษย์ดีจึงไม่คัดค้าน ปล่อยให้ชางอินได้เรียนรู้ชีวิตด้วยตนเอง
“คุณชายชางอิน้าหญิงสาวเช่นไร เรามีให้หมดเ้าค่ะ” แม่เล้าเ้าของหอนางโลมเดินเข้ามารับ พร้อมทำหน้าที่ในทันที
“ขะ..ข้า” ชางอินอึกอักเพราะเป็ครั้งแรกจึงไม่สันทัดในการเลือกหญิงสาวเท่าใดนัก เมื่อแม่เล้าเห็นเขาลังเลจึงนึกบางอย่างได้
“ข้ามีนางโลมคนหนึ่ง สวยงดงามอย่างบอกไม่ถูก นางมาได้สี่ห้าวันแล้ว แต่ยังไม่เคยรับแขกเลย นางอยากรับแขกวันนี้เป็วันแรก ท่านสนใจฤาไม่” สายตาเ้าเล่ห์ของแม่เล้าจับจ้องมายังชางอินด้วยความหวัง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ปฏิเสธจึงรีบรวบรัดทันที
“ข้าคิดไม่แพงหรอก แล้วข้าจักมาเก็บเงินภายหลัง” ว่าแล้วแม่เล้าก็พาเขาไปยังห้อง้าอีกชั้นหนึ่ง ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าประตู แล้วกระซิบบอกชายหนุ่มเป็ครั้งสุดท้าย
“ถนอมนางหน่อยนะ นางยังบอบบางนัก” ชางอินพยักหน้ารับคำ พลางมองร่างของแม่เล้าที่เดินจากไป ก่อนจะหันกลับมาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าจนสุดด้วยไม่มั่นใจนัก
ทว่าเมื่อทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจแง้มประตูเข้าไป ภายในห้องจัดตบแต่งด้วยบุหงาสีแดงสด ส่งกลิ่นหอมอบอวลชวนให้หลงใหล ทางด้านขวาประดับด้วยแสงเทียนอ่อน ๆ ไหวระริกสร้างความรู้สึกได้อย่างลงตัว ส่วนทางด้านซ้ายชางอินหันไปพบกับร่างของหญิงสาวนั่งนิ่งมองตรงมายังเขาด้วยสายตายากจะคาดเดา ชายหนุ่มตะลึงในความงามของนางจนไม่กล้าสบตาในตอนแรก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าจนสุดแล้วรวบรวมความกล้า
