ชาวบ้านอีกคนเสริมขึ้น “ก็นั่นน่ะสิ ปีนี้เก็บเกี่ยวได้ไม่เลว ฟ้าฝนตกตามฤดูกาล แม้จะจ่ายภาษีแต่ก็มีเหลือพอให้พวกเรากินอิ่ม แต่หากปีใดฝนแล้งขึ้นมาล่ะ เกรงว่าเสียภาษีแล้วพวกเราคงไม่เหลือกระทั่งอาหารให้กินกระมัง”
การจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นทุกปี แม้แต่ตัวถิงจั่งยังรู้สึกว่าเป็จำนวนที่ค่อนข้างมาก นอกจากนี้ยังเพิ่มขึ้นใน่เก็บเกี่ยวประจำฤดูใบไม้ร่วงของแต่ละปี แต่ถึงแม้ตัวเขาจะรู้สึกว่าจัดเก็บภาษีมากเกินไป ทว่าในฐานะที่เป็ถิงจั่งเขายังคงทำหน้าที่บังคับจัดเก็บภาษีต่อไป
เพราะไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่พ้นข้อเท็จจริงที่ว่าตำแหน่งถิงจั่งของเขาก็ถูกแต่งตั้งโดยราชสำนัก
ถิงจั่งเอ่ยเื่อื่นอีกเล็กน้อย “ผลการเก็บเกี่ยวปีนี้ไม่เลว เพียงพอสำหรับจ่ายภาษีอยู่แล้ว หลายปีมานี้ราชสำนักกำลังทำศึกา สถานการณ์ทางชายแดนค่อนข้างน่าเป็ห่วง ด้วยเหตุนี้จึงต้องเก็บภาษีเพิ่มขึ้น หากไม่มีเหล่าทหารช่วยป้องกันชายแดน เช่นนั้นก็อย่าว่าแต่การได้เพาะปลูกอย่างสงบสุขเลย เพราะพวกเราอาจไม่มีชีวิตแล้วด้วยซ้ำ”
แม้ถิงจั่งจะกล่าวต่อ แต่ทุกคนไม่ได้สนใจฟังแล้ว ชาวบ้านต่างจับกลุ่มคุยกันด้วยความเกรี้ยวโกรธ หากแต่ไม่กล้าขัดขืน
หลี่อันหรานยืนฟังบทสนทนาเหล่านี้อยู่ท่ามกลางฝูงชน นางไม่ค่อยเข้าใจเื่นี้นัก
ก่อนอื่นเลย นางไม่เคยทำนามาก่อน ไม่รู้ว่าต้องจ่ายภาษีเท่าไรและเหลือเก็บเท่าไร อีกทั้งนางก็หาเลี้ยงชีพด้วยการค้าขายเป็หลัก ซื้อข้าวสารจากที่อื่นเป็ส่วนใหญ่
นอกจากนี้ นางไม่ค่อยเข้าใจระบบการจัดเก็บภาษีในยุคโบราณนัก ไม่รู้ว่าหากเกิดขึ้นกับตัวเองจะรู้สึกกดดันเพียงใด แต่ฟังบทสนทนาของชาวบ้านรอบข้างแล้ว เหมือนว่าภาษีจะเพิ่มขึ้นทุกปีและสร้างแรงกดดันต่อการดำรงชีพมากนัก
แต่นางไม่ได้มาร่วมการชุมนุมในวันนี้เพื่อเื่นี้ ถึงแม้ครอบครัวนางจะต้องจ่ายภาษี แต่ก็ต้องรอจนถึง่เก็บเกี่ยวประจำฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า ด้วยเหตุนี้จึงไม่ร้อนใจแต่อย่างใด
ถิงจั่งร่ายเรียงทุกอย่างจนจบแล้วทิ้งท้ายไว้ว่า “วันนี้ยังมีอีกเื่หนึ่ง หลี่อันหรานมีเื่จะกล่าวกับทุกคน”
เสียงพูดคุยพลันเงียบลง ทุกคนพากันมองหาหลี่อันหรานท่ามกลางฝูงชน
เื่ที่นางขายน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดจนร่ำรวย รวมไปถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนางใน่ที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ทำให้คนในหมู่บ้านให้ความสนใจต่อนางเป็พิเศษ
ในอดีตนางเคยถูกคนจำนวนมากดูแคลน แต่ตอนนี้ คนเ่าั้ไม่กล้าดูแคลนนางซึ่งหน้าอีกต่อไป ถึงแม้ในใจจะยังคงรู้สึกเหมือนเดิม แต่อย่างน้อยก็ไม่เผยออกมาให้เห็น
แต่สิ่งที่ทุกคนสงสัยก็คือ หลี่อันหรานจะพูดเื่อะไรกัน?
ทันใดนั้นเอง หลี่อันหรานก็เดินออกจากฝูงชน นางก้าวขึ้นไปยืนบนจุดที่ถิงจั่งยืนเมื่อครู่ ก่อนกวาดสายตามองรอบๆ
ทุกคนมองมายังนางด้วยความใคร่รู้ จากนั้นนางจึงนำป้ายที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ออกมากางเบื้องหน้าทุกคน มันเป็ป้ายที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่เป็คำว่า ‘ผลิตภัณฑ์อาหารอวิ๋นเซวียน’
ผ้าที่ใช้ในการทำป้ายครั้งนี้เป็ผ้าเนื้อดี อีกทั้งงานตัดเย็บก็ประณีตละเอียดลออ
บ้านใหญ่กับบ้านรองของสกุลหลี่มองนางด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่านางคิดจะทำอะไรอีกแล้ว
หลี่อันหรานค่อยเอ่ยว่า “ทุกท่านคงทราบว่าบ้านพวกข้าค้าขายน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ด โดยจะใช้ชื่อผลิตภัณฑ์อาหารทั้งหมดว่าผลิตภัณฑ์อาหารอวิ๋นเซวียน หวังว่าทุกท่านจะจดจำชื่อนี้ไว้ บรรจุภัณฑ์และภาชนะจะมีชื่อนี้เขียนไว้เช่นกัน นอกจากนี้ น้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดทั้งหมดก็มีต้นตำรับมาจากพวกข้า ไม่มีผู้ใดสามารถทำแบบเดียวกันได้”
เหอชุนฮวาซึ่งอยู่กลางฝูงชนได้ยินดังนี้ก็ยิ้มเยาะทันที ในใจคิด ‘นึกว่าจะเื่อะไรเสียอีก ที่แท้ก็เื่นี้’
ตามด้วยพูดขึ้นท่ามกลางฝูงชน “สูตรน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของพวกนางถูกขโมยไป ไม่แน่ว่าจะตกไปอยู่ในมือผู้ใดแล้วก็ไม่รู้ วันนี้คงออกมาพูดเพราะกลัวว่าคนอื่นจะทำออกมาขายตามและแย่งลูกค้าไปกระมัง”
ชาวบ้านที่ยืนอยู่ด้านข้างหันมามองนางเพียงแวบหนึ่งแต่ไม่ได้เออออด้วย ตรงกันข้าม ชาวบ้านรายนี้กลับเอ่ยว่า “ข้าได้ยินว่าก่อนหน้านี้พวกเ้าอยากได้สูตรจากพวกนางแต่แย่งมาไม่สำเร็จมิใช่หรือ? นอกจากนี้ยังได้ยินอีกว่าตอนนี้บ้านเ้ากำลังทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดเช่นกัน หรือว่าเ้าจะเป็คนขโมยสูตรไป?”
ชาวบ้านคนนี้กล่าวอย่างหยอกล้อกึ่งหนึ่ง ทว่าเหอชุนฮวากลับไม่พอใจมาก นางกัดฟังถลึงตาใส่ว่า “เ้าไม่ได้เห็นเองกับตา อย่ามาพูดเหลวไหล ผู้ใดขโมยของของพวกนางกัน อีกอย่าง ของจำพวกสูตรอาหารใช่สิ่งที่จะขโมยกันได้ง่ายๆ หรือ?”
ชาวบ้านอีกคนกล่าวบ้าง “ถ้าเช่นนั้นเื่ที่พวกเ้าทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดมันหมายความว่าอย่างไร?”
“พวกข้าก็ต้องคิดค้นออกมาด้วยตัวเองอยู่แล้วสิ ไม่เกี่ยวอะไรกับบ้านสามสักนิด หากไม่มีหลักฐานก็อย่ามากล่าวหา”
เดิมทีเหอชุนฮวาตั้งใจจะพูดให้บ้านสามดูไม่ดี นึกไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วจะถูกตอกกลับเสียเอง
หลังจากนั้นนางจึงไม่พูดอะไรอีก
หลี่อันหรานยังคงพูดต่ออีกเล็กน้อย โดยรวมแล้วก็เป็การแจ้งให้ทุกคนรู้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารอวิ๋นเซวียนเป็ของครอบครัวนางเพียงผู้เดียว หากมีผู้ใดทำตามจะไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับครอบครัวนางทั้งสิ้น
หากเกิดปัญหาใดๆ จะไม่เกี่ยวข้องกับครอบครัวนางเช่นกัน
นางพูดจบแล้วไปทำการถอดป้ายผืนเก่าที่ติดอยู่บนกระดานประกาศออกแล้วติดผืนใหม่แทนที่ ป้ายที่ติดใหม่รอบนี้ไม่เพียงแต่ประณีตงดงาม แต่ยังมีชื่อของนางปักไว้ด้วย
ครานี้ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้แล้วว่านางมีเจตนาอะไร
เื่ราวเป็อันจบลงเท่านี้ ในยุคสมัยที่ล้าหลังเช่นนี้ ชาวบ้านตามชนบทยังไม่มีความตระหนักรู้เื่ยี่ห้อ แต่พวกเขาเข้าใจหลักการที่หลี่อันหรานกล่าว เข้าใจว่านางทำเพื่อบ่งบอกว่ามีเพียงครอบครัวของนางที่ทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ด หากมีผู้ใดทำออกมาจะถือว่าไม่ได้ใช้ชื่อนี้และไม่เกี่ยวข้องกับนาง
หลังจากผ่านพ้นเื่นี้ไปไม่นาน บ้านรองก็ทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดออกมาแล้วจริงๆ นอกจากนี้ยังเริ่มวางขายแล้วด้วย
เพราะราคาที่ขายค่อนข้างถูกกว่าของหลี่อันหราน ชาวบ้านหลายคนจึงอยากลองซื้อมาชิมดู
สาเหตุหนึ่งเป็เพราะอยากลองดูว่ารสชาติจะเหมือนของหลี่อันหรานหรือไม่
ส่วนสาเหตุที่สองก็เป็เพราะราคาที่ถูกกว่านั่นเอง
ในวันแรก น้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดของบ้านรองขายหมดอย่างรวดเร็ว คืนนั้นเหอชุนฮวานั่งนับเงินอย่างมีความสุข ในใจคิดว่าพรุ่งนี้จะทำให้เยอะกว่าเดิมและคิดไปถึงขั้นว่าจะนำไปขายต่างหมู่บ้านด้วยซ้ำ
ทว่าเมื่อถึงวันต่อมา ฟ้ายังไม่ทันจะสว่างก็มีคนมาเคาะประตูบ้าน
เหอชุนฮวาสวมเสื้อผ้าแล้วเดินหาวหวอดๆ ไปเปิดประตู “ผู้ใดกัน? มาเคาะประตูอะไรั้แ่เช้า คนจะหลับจะนอน”
“เปิดประตู เปิดประตูเดี๋ยวนี้” เหมือนว่าด้านนอกจะไม่ได้มากันแค่คนเดียว ทำให้เหอชุนฮวาเกิดตื่นตระหนกเล็กน้อย
ประตูบ้านจะถูกเคาะพังอยู่แล้ว
เมื่อเหอชุนฮวายกสลักประตูออก ประตูก็ถูกผลักเปิดจากด้านนอกทันที
จากนั้นเหอชุนฮวาถึงกับขมวดคิ้วยุ่งเหยิงเมื่อเห็นว่าเป็คนจากหมู่บ้านเดียวกันทั้งหมด “พวกเ้ามาทำอะไร? ฟ้ายังไม่ทันจะสว่าง มีธุระอะไรกับพวกข้า?”
หลี่จั่งออกจากห้องมาแล้วเช่นกัน
แต่แล้วชาวบ้านพวกนั้นก็เริ่มชี้หน้าด่าทอเหอชุนฮวาอย่างโกรธเกรี้ยว “เต้าเจี้ยวเผ็ดของพวกเ้าเป็ของอันตรายชัดๆ เมื่อวานครอบครัวพวกข้ากินไปแล้วถ่ายท้องไม่หยุด ตอนนี้ถ่ายจนลุกจากเตียงไม่ไหวด้วยซ้ำ”
ชาวบ้านอีกคนตะเบ็งเสียงอีกว่า “ใช่ พวกข้า้าการรับผิดชอบ หากวันนี้เ้าไม่รับผิดชอบ พวกข้าจะนำเื่นี้ไปร้องเรียนถิงจั่ง ไม่เช่นนั้นพวกข้าอาจจะร้องกับท่านนายอำเภอ”
